ร้านอาหารอ่างชุนตกแต่งสไตล์วินเทจกึ่งผับบาร์
ด้านนอกมีไฟระยิบระยับคอยให้ผู้สัญจรผ่านไปมาได้เห็นสะดุดตา
มีลานจอดรถของทางร้าน
แถมยังมีพนักงานบริการตั้งแต่เข้ามาในร้าน จนถึงข้างในจะพบกับผู้หญิงมากหน้าหลายตาคอยดูแล
เจมส์นั่งลงบนเก้าอี้วินเทจสีเบจ
โต๊ะนี้คือโต๊ะที่หมอชาญเลือก มุมดีสามารถเห็นหญิงสาวบนเวที ให้เลือกสรรมานั่งดื่มเป็นเพื่อนคุณได้ยามเหงา
ร้านแบบนี้เหมาะสำหรับการมานั่งเอาบรรยากาศ ไม่เหมาะสำหรับพาครอบครัวมาสังสรรค์ เพราะมันค่อนข้างจัดจ้านด้วยสีสันเกินไป บวกกับเด็กในร้านแต่งตัวยั่วยวน จึงไม่เหมาะหากนำภรรยาหรือครอบครัวมาสังสรรค์ที่นี่
หลังจากนั่งลงบนโต๊ะจูเน่ดูไม่ค่อยดี กลับกันแล้วทอยดูจะคึกคักยิ่งกว่า ถึงขนาดว่าเริ่มขยับร่างกายดุ๊กดิ๊ก อยากจะลุกขึ้นไปเต้นเต็มแก่
“ร้านอ่างชุนยินดีต้อนรับคะ ไม่ทราบว่าคุณลูกค้าจะสั่งอาหารเลยหรือเปล่าคะ” บริกรสาวอยู่ในชุดเมดถามพลางยิ้มบาง ประเมินจากสายตา หน้าอกคงคัพซี ใหญ่ไม่เบาจับแล้วน่าจะเต็มไม้เต็มมือ
เจมส์ละสายตากลับมา มองดูเวลาแล้วบอกไปว่า “ขอน้ำก่อนแล้วกัน อาหารเดี๋ยวผมจะสั่งทีหลัง”
“ได้ค่ะคุณลูกค้า นี่เป็นรายการน้ำดื่มจากทางร้าน และนอกจากนั้นคุณลูกค้ายังสามารถ...” พูดถึงตรงนี้พนักงานสาวเหลือบมองจูเน่ทีหนึ่ง
เจมส์รู้ว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่ จึงได้ตอบเถรตรง “อ๋อ...นี่เป็นพี่สาวของผมเอง”
จูเน่ค่อนข้างงงงวย ทำไมถึงต้องไปบอกคนอื่นด้วย มีอะไรหรือเปล่า แต่ยังไม่ทันให้เธอได้ถามพนักงานสาวยิ้มทีหนึ่ง
“เข้าใจแล้วค่ะ ทางร้านของเราจะมีค่าบริการเด็กนั่งดริ้งด้วย หากคุณลูกค้าอยากได้คนไหนมานั่งด้วย แค่เรียกพวกเธอก็จะมานั่งเป็นเพื่อน”
“ไม่จำกัดจำนวนเหรอครับ” ทอยถาม ประหนึ่งอยากเล่นกับสาวๆ
พนักงานเพศหญิงผงะเพราะความหล่อเหลาของบุรุษล่ำสันคนนี้ราวห้าวินาที ก่อนจะให้คำตอบ “ไม่จำกัดจำนวนค่ะ แต่ว่าราคาก็จะสูงขึ้นตามด้วย”
“ฮ่าฮ่า เรื่องเล็กน้อยน่า อย่าให้ผมได้คุยว่าเจ้านายของผมเนี่ยมีเรือลำใหญ่ ลำละพันล้าน หมื่นล้านอยู่หลายลำ”
จูเน่ที่นั่งฟังอยู่เงียบๆ ทำได้เพียงมองตาปริบๆ
จะโม้ก็โม้ให้มันน้อยๆ หน่อย
เรือที่พูดถึงคงเป็นเรือประมงลำเล็ก ราคาไม่กี่หมื่นจะถึงล้านได้ยังไง แต่ไอ้เจ้าทอยกลับคุยโวโอ้อวดจนเกินงาม ยังไม่ทันสั่งอาหารเลยก็วางท่าซะแล้ว สงสัยจะชอบพนักงานในชุดเมดคนนี้ถึงได้พูดจ้อไม่หยุด
นั่นคือมุมมองที่จูเน่มีต่อทอย แต่สำหรับเจมส์หมอนี่ก็เป็นเสียอย่างนี้ ปกติดีเครื่องยนต์ยังทำงานได้ดีไม่เสียหาย
เขาสั่งน้ำส้มให้พี่สาวไปเพราะเธอไม่กินของมึนเมา ส่วนเขาน้ำอัดลม ทอยดื่มไวน์เพื่อเสริมบุคลิก
ระหว่างนั้นเจมส์หยิบโทรศัพท์ขึ้นมา ถามว่าคุณอยู่ไหนแล้วผมมาถึงร้านแล้วนะ
ชาญตอบว่าขอโทษทีพอดีรถติด ช่วงนี้เพิ่งผ่านเทศกาลปีใหม่ ตอนนี้ถึงร้านอ่างชุนแล้วคุณลองหันมามองข้างหลังสิ
หันไปมองไม่ทันไรก็พบกับหมอชาญ
เขาอยู่ในชุดสุภาพสีฟ้ากางเกงสแลคสีดำ มาพร้อมกับผู้หญิงคนหนึ่งมีใบหน้าอ่อนเยาว์ สวมชุดสุภาพเช่นกัน กระโปรงยาวสีดำสวมรองเท้าส้นสูง แต่งหน้าบางเบา หน้าตาสวยหยาด ผมถูกทำเป็นลอนยาว
เจมส์ลุกขึ้นยืนทักทายอีกฝ่าย
“สวัสดีครับหมอชาญ ไม่คิดเลยนะครับเนี่ยว่าคุณจะมากับ...”
ผู้หญิงเจ้าของผมลอนสำรวจเจมส์เช่นเดียวกับที่เขาสำรวจ
ชาญเกาศีรษะ โบกมือปฏิเสธ “สวัสดีครับคุณเจมส์ ขอโทษอีกครั้งนะครับที่มาสาย อ้อแล้วนี่ไม่ใช่อย่างที่คุณกำลังคิดนะ คนนี้คือลูกสาวของผมเป็นครูสอนภาษาโรงเรียนจุ้ยกั้ว ชื่อจ๋าย”
“อ๋อ...เป็นลูกคุณนี่เอง ผมนึกว่าเป็นแฟนซะอีก”
“ใช่ซะที่ไหนละครับ ผมจะไปมีแฟนเด็กได้ยังไง...”
พูดถึงตรงนี้ชาญรับรู้ได้ถึงสายตาเสียดแทงจากด้านหลัง ซึ่งไม่ใช่ของใครอื่น แต่เป็นลูกสาวเขานั่นแหละ
“สวัสดีค่ะคุณเจมส์ ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ” จ๋ายทักทายอย่างมีมารยาท
“เช่นกันครับ”
“แล้วก็ต้องขอโทษด้วยนะคะ ที่พ่อฉันนัดมาร้านแบบนี้ ถ้าไม่ชอบจะเปลี่ยนร้านก็ได้นะคะ”
“ไม่เป็นไรครับ ร้านนี้ไม่ได้แย่ บรรยากาศดี..แถมยังมีอาหารตาให้มองเยอะแยะ ใช่ไหมครับหมอชาญ”
“ฮ่าฮ่า คุณเจมส์ก็พูดไป” ชาญปาดเหงื่อบนหน้าผาก
วันนี้กะจะพบเจมส์คนเดียว ไม่คิดเลยหลังจากยายจ๋ายรู้ว่าเขาจะมาร้านอ่างชุนจึงขอตามมาด้วย ทำเอาไม่สามารถมองอาหารตาสวยๆขาวๆ เหล่านั้นได้ ใจอยากจะร้องไห้แต่ร้องไม่ออก
จูเน่สะกิดแขนน้องชาย ทำให้เขารู้ว่าตนหลงลืมแนะนำพี่สาวให้รู้จัก
หลังจากได้สติเจมส์แนะนำทั้งคู่ให้รู้จักกัน
“หมอชาญนี่จูเน่พี่สาวของผม เธอทำงานอยู่ในโรงพยาบาลกิติราช ส่วนนี่คือหมอชาญ เป็นหมอใหญ่โรงพยาบาลจิรธาวี”
“สวัสดีครับ ยินดีที่ได้รู้จักแล้วก็ขอฝากตัวด้วยนะครับ” หมอชาญในวัยสี่สิบกว่า กล่าวกับหญิงสาวตรงหน้าอย่างเป็นกันเอง ซึ่งคนที่รู้จักเขาดีจะรู้ได้เลยว่ามันแปลก
นี่ไม่ใช่หมอชาญตามปกติ
จูเน่ที่กำลังตกตะลึงเพราะชื่อโรงพยาบาลจิรธาวีเพิ่งได้สติ ตอบตะกุกตะกัก “สวัสดีค่ะ ขอฝากตัวอะไรกันละคะ เป็นฉันเองต่างหากที่ต้องฝากตัว”
“ฮ่าฮ่า คนหนุ่มสาวเรียนรู้เร็ว ไม่แน่ในวันข้างหน้าคุณจูเน่อาจจะกลายเป็นหมอที่เก่งกว่าผม” หมอชาญกล่าวชมพอเป็นพิธี ก่อนจะเหลือบมองบนโต๊ะที่มีแต่น้ำและเครื่องดื่ม “นี่คุณเจมส์ยังไม่สั่งอาหารใช่ไหมครับ”
“ยังครับ ก็รอคุณหมอมานั่นแหละ”
“ฮ่าฮ่า อย่างนี้นี่เอง” หมอชาญที่นั่งลงเรียกหนึ่งในพนักงานสาวใกล้มือ
“ที่นี่อาหารอร่อยมาก บรรยากาศดี โดยเฉพาะเมนูต้มยำกุ้งน้ำข้น มาแล้วไม่สั่งถือว่าไม่ได้มา”
“อย่างนี้นี่เอง งั้นในฐานะเจ้าถิ่นคุณหมอชาญเลือกเมนูอร่อยๆ ให้ด้วยแล้วกันนะครับ”
“ได้เลยครับ แต่ว่ามื้อนี้คุณเจมส์เลี้ยงนะ”
“แน่นอนสิครับ”
หมอชาญเริ่มสั่งอาหาร
ส่วนจูเน่นั่งตัวเกร็ง ไม่คิดเลยว่าคนที่เจมส์นัดวันนี้จะเป็นหมอใหญ่ทำงานอยู่ในโรงพยาบาลจิรธาวี
จูเน่เคยได้ยินว่าที่นั่นเงินดีและเข้าทำงานได้ยากมาก
ต้องเส้นใหญ่จริงถึงจะเข้าได้ และถึงจะเป็นแค่ตำแหน่งพยาบาลไม่ใช่หมอ ก็ไม่จำเป็นต้องควงสองสามกะจนร่างพัง ต่างจากทำงานในโรงพยาบาลรัฐฯ ที่เงินเดือนน้อยอย่างชัดเจน
ดังนั้นสำหรับจูเน่เวลานี้ จึงให้ความสนใจต่อหมอชาญมาก
ส่วนจ๋ายคอยมองดูผู้หญิงในร้านด้วยนัยน์ตาหยามเหยียด และสิ่งเหล่านั้นไม่สามารถหลบซ่อนจากเจมส์ได้ จึงได้ถามเพราะความสงสัย
“คุณจ๋ายดูจะไม่ชอบที่นี่นะครับ แล้วทำไมถึงยังมาล่ะ”
จ๋ายหันกลับมามองชายที่นั่งอยู่อีกฝั่ง ท่าทีกระอักกระอ่วน
“มาดูคุณพ่อน่ะค่ะ”
“มาดู...เท่าที่ผมสังเกต หมอชาญอายุสี่สิบกว่าปีเอง คงไม่หลงๆลืมๆ จนต้องให้ลูกสาวเป็นห่วงถึงขั้นตามมาดูแลหรอกมั้งครับ” เจมส์ค่อนข้างประหลาดใจ เพราะจากที่ฟังมา ชาญเป็นหมอผ่าตัดฝีมือดี ถ้าหากแค่นี้ยังหลงลืมไม่ทำคนไข้ตายไปหลายคนแล้วหรือ
จ๋ายส่ายศีรษะด้วยความเขินอาย
“ไม่ใช่ค่ะ คุณพ่อยังแข็งแรงดี เพียงแต่ที่บอกว่ามาดู...ความหมายจริงๆ ของฉันคือมาเฝ้าต่างหาก”
เจมส์เหลือบมองหมอชาญทีหนึ่ง
จากการสนทนาเพียงไม่กี่ประโยคทำให้เขารู้ว่า คุณหมอท่านนี้น่าจะแอบมาเที่ยวสถานบันเทิงยามราตรีบ่อยครั้ง ถึงได้ทำให้ลูกสาวคนสวยเป็นห่วง หนักเข้าจึงต้องตามมาดู
รับรู้ถึงสายตาดังกล่าว หมอชาญทำเป็นไม่รู้เรื่อง เริ่มพูดเกี่ยวกับเมนูขึ้นชื่อของทางร้าน สั่งอาหารไปหลายจานแก้เขิน
ระหว่างนั้นจูเน่ที่นั่งข้างสะกิด กระซิบถาม “นี่เจมส์ ทอยไปไหนแล้ว ไม่เห็นตั้งแต่หมอชาญเข้ามากับคุณจ๋าย”
พูดถึงทอย...นั่นสินะลืมหมอนี่ไปเลย
ตั้งแต่หมอชาญมาถึงเขาก็หายไปเหมือนผี
“ไม่ต้องห่วง น่าจะอยู่ในร้านนี่แหละครับ”
จูเน่พยักหน้า เริ่มมองหาสุภาพบุรุษหัวล้านในชุดสูทอาร์มานี่
ไม่นานจึงได้พบว่ามีชายคนหนึ่งลักษณะคล้ายคลึงกัน
แต่ต่างกันตรงที่ฝ่ายนั้นเปลือยท่อนบน กำลังเต้นแซมบ้าบนเวทีกับสาวในชุดเมด
เป็นอีกหนึ่งครั้งที่เธอสะกิดน้องชายให้มองบนเวที
เห็นชายหนุ่มที่ว่ากำลังเต้นอย่างพริ้วไหวดั่งสายน้ำบนเวทีในสภาพเปลือยท่อนบน โชว์แผงอกกำลังเต้นดึ๊บดั๊บ เจมส์ถึงกับกุมขมับ ให้ตายสิหมอนี่ทำขายหน้าชะมัด สมกับเป็นหุ่นแบนเนอร์ที่เดาใจได้ยากจริงๆ
เจมส์เลือกที่จะมองไม่เห็น แล้วหันมาคุยกับคนบนโต๊ะแทน
...
ไม่นานอาหารถูกเสิร์ฟด้วยหญิงสาวในชุดเมด
ดูเหมือนคนครัวเองก็เยอะไม่แพ้พนักงานสาว ถึงได้ทำไว ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงเมนูนับสิบถูกวางเป็นตับบนโต๊ะอาหาร
มีทั้ง ต้มยำกุงมังกร ล็อบสเตอร์อบชีส ปลากะพงทอดน้ำปลา ปลาเก๋าสามรส ทะเลหม้อไฟ และอีกหลายอย่างที่ขึ้นชื่อของทางร้าน
จูเน่มองโต๊ะอาหารจนตาลาย และคงเป็นเธอคนเดียวที่ตกตะลึง
สำหรับจ๋ายและหมอชาญมันคือเรื่องปกติ
โดยเฉพาะหมอชาญที่คุ้นเคยกับอาหารราคาแพง แค่นี้สำหรับเขาถือว่าไม่เท่าไหร่
แต่อย่างใดก็ดีทานอาหารได้ไม่ทันไร ต้องขบกรามเพราะเสียงแว๊ดๆ ดังขึ้น
“โอ๊ะนึกว่าใคร ที่แท้ก็นายคนนั้นนี่เองที่นั่งอยู่บนกำแพงแถวสลัม อะไรเนี่ยสั่งอาหารมาเต็มโต๊ะเลย จะมีปัญญาจ่ายเหรอ อาหารของที่นี่แพงนะ”
เจมส์เงยหน้ามองอีกฝ่าย ค่อยจดจำใบหน้าได้ว่าเป็นใครที่ไหน
ที่แท้ก็ผู้หญิงไร้มารยาทขับรถ Mercedes-Benz SLK200 นั่นเอง
ซึ่งตอนนี้เธออยู่ในชุดเมดสีดำขาว
พิจารณาจากข้อนี้เธอคงทำงานในร้านอ่างชุนอย่างไม่ต้องสงสัย