ท่ามกลางทิวเขาอันสลับซับซ้อน ณ ทิศอุดร (ทิศเหนือ) อันเป็เขตแดนรอยต่อระหว่างป่าหิมพานต์และโลกมนุษย์ที่เต็มไปด้วยไออาถรรพ์อันเข้มข้น แสงอาทิตย์ที่สาดส่องลงมานั้นมักจะถูกบดบังด้วยหมู่เมฆาสีเทาหม่นที่ลอยวนเวียนอยู่รอบยอดเขา 'กาฬบรรพต' (ขุนเขาดำ)
ขุนเขาแห่งนี้ตั้งตระหง่านอยู่เพียงลำพังประดุจั์ที่ถูกจองจำมานับพันปี และที่ใจกลางขุนเขาแห่งนี้นี่เอง คือที่ตั้งของ 'ถ้ำเตโชปักษี' (ถ้ำนกไฟ) สถานที่บำเพ็ญตบะอันศักดิ์สิทธิ์ที่ปกคลุมด้วยเปลวเพลิงกสิณอันไม่มีวันดับสิ้น
ลึกเข้าไปข้างในถ้ำที่อบอวลไปด้วยกลิ่นกำมะถันและไอร้อนระอุที่พวยพุ่งขึ้นมาจากรอยแตกของพื้นหิน ปรากฏร่างของพระดาบสผู้หนึ่งที่มีลักษณะแปลกประหลาดเกินกว่าที่ปุถุชนทั่วไปจะจินตนาการถึง
เขาคือ 'มุนีอัคนีนาคา' (ฤๅษีนาคไฟ) พระดาบสผู้บำเพ็ญเพียรจนบรรลุ 'กสิณไฟ' (กรรมฐานที่ใช้ไฟเป็อารมณ์) ขั้นสูงสุด จนสามารถเรียกเปลวเพลิงสังหารออกมาจากปลายนิ้วได้ดั่งใจนึก
ทว่าอิทธิฤทธิ์อันแรงกล้านี้กลับแลกมาด้วยรูปลักษณ์ที่น่าสยดสยอง ผิวพรรณของท่านมุนีนั้นแห้งกร้านและไหม้เกรียมประดุจตอไม้ที่ถูกฟ้าผ่า ใบหน้าบิดเบี้ยวผิดรูปจนดูคล้ายกับใบหน้าของอสูรที่ถูกเพลิงผลาญ
ทว่าในความจริงแล้ว มุนีอัคนีนาคาเป็เพียงพระดาบสผู้รักความสันโดษที่้าจะหลอมสร้าง 'ธนูศัสตรา' (อาวุธวิเศษ) และของวิเศษต่างๆ เพื่อแลกกับแก้วมณีมาเลี้ยงชีพเท่านั้น
ในยามนี้ บนตักของพระดาบสผู้ดูน่าเกรงขาม กลับไม่มีพระขรรค์หรือคัมภีร์ใบข่อยวางอยู่เลย สิ่งที่ท่านมุนีกำลังประคองไว้อย่างทะนุถนอมด้วยมือที่สั่นเทานั้น คือแผ่นหินสี่เหลี่ยมสีดำขลับที่ส่องประกายวาววับประดุจเนิลทิพย์... มันคือ 'ศิลาเนตรทิพย์' (โทรศัพท์มือถือ) อุปกรณ์สื่อสารประหลาดที่กำลังระบาดไปทั่วป่าหิมพานต์
ท่านมุนีอัคนีนาคากำลังทำในสิ่งที่พระดาบสในอดีตไม่เคยคิดจะทำ นั่นคือการ 'บันทึกนิมิต' (การถ่ายวิดีโอ) ภาพใบหน้าของตนเองลงไปในแผ่นศิลา! แต่หากดูผ่านหน้าจอของศิลาเนตรทิพย์ในยามนี้ ใบหน้าอัปลักษณ์ประดุจซากศพไหม้ไฟของท่านกลับหายไปเป็ปลิดทิ้ง!
ด้วยอานุภาพของ 'มนตราพรางพักตร์' (แอปแต่งหน้าใส) ที่ฝังอยู่ในระบบข่ายใยมนตรา บัดนี้ บนหน้าจอศิลานั้น ปรากฏภาพของพราหมณ์หนุ่มรูปงามที่มีผิวพรรณผ่องใสประดุจทองคำเนื้อเก้า ดวงตาคมเข้มดุจพญมฤคราช และมีรัศมีสีนวลจางๆ แผ่ออกมารอบกายประดุจเทพบุตรจาก์ชั้นดาวดึงส์จุติลงมาเกิดใหม่
"พุทธัง... ข้า ช่างดูสง่างามประดุจพระอินทร์แปลงโฉมมาเดินบนดินเชียวรึนี่!" ท่านมุนีอัคนีนาคาอุทานด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือด้วยความปลาบปลื้ม ท่านยกศิลาขึ้นสูง เอียงองศาของใบหน้าให้รับกับแสงลาวาที่พวยพุ่งอยู่ด้านหลัง เพื่อให้ภาพออกมาดูขรึมขลังและดูเป็ผู้ทรงศีลที่มีอำนาจบารมีที่สุด
จากนั้นจึงกดปุ่ม 'ส่งนิมิต' (โพสต์วิดีโอ) ลงสู่กระแสธารแห่ง 'ข่ายใยมนตรามหาละลวย' (แอปติ๊กต็อก) ทันที เพียงไม่กี่ลมหายใจเข้าออก เสียงแจ้งเตือนที่ดังประดุจเสียงกระดิ่งทองคำก็เด้งขึ้นมาบนหน้าจอ
“พระดาบสป่าช้าแห่งกุฏิร้อยอสุภะ ได้ส่งใจให้แก่นิมิตของเ้าแล้ว”
รอยยิ้มที่บิดเบี้ยวบนใบหน้าจริงๆ ของมุนีอัคนีนาคาพุ่งกว้างออกไปจนเกือบถึงหู ท่านหัวเราะร่าด้วยความสำราญใจเป็ที่สุด แม้ว่าท่านจะบำเพ็ญเพียรจนบรรลุ 'ฌานขั้นอภิญญา' (ตบะที่สามารถแสดงฤทธิ์ได้)
ทว่าจิตใจส่วนลึกที่โหยหาความรักและการยอมรับมาตลอดหลายร้อยปีเนื่องจากรูปร่างหน้าตาที่น่าเกลียด กลับได้รับการเยียวยาด้วยยอด 'ถูกใจ' เล็กๆ บนหน้าศิลาเนตรทิพย์นี้เอง
ในขณะที่ท่านมุนีกำลังจะขยับกายเตรียมโพสท่าถ่ายนิมิตชุดใหม่ ทันใดนั้นเอง แสงสีทองเจิดจ้าก็พุ่งวาบออกมาจากหน้าศิลา ประดุจมี 'นกสื่อสารทิพย์' (ระบบแจ้งเตือนข่าวสาร) บินผ่านหน้าไป พร้อมกับข้อความจารึกด้วยอักษรขอมสีทองคำแท้ที่เด้งขึ้นมาจาก 'แกนกลางระบบ' (แอดมินแอปพลิเคชัน) โดยตรง
"โองการหนุนสร้างนิมิต (ครีเอเตอร์ อินเซนทีฟ โปรแกรม) ? นี่มันคืออาคมชนิดใดกันหนอ?"
ท่านมุนีรีบเพ่งสายตาอ่านข้อความด้วยความระมัดระวังประดุจกำลังอ่านตำราพระเวทชั้นสูง:
[สารจากผู้รังสรรค์ข่ายใยมนตรามหาละลวย“ติ๊กต๊อก“]
"ถึงเหล่าผู้ทรงศีล นักสิทธิ์วิทยาธร และผู้รังสรรค์นิมิตทั่วทั้งป่าหิมพานต์และชมพูทวีป! เพื่อเป็การยกย่องความวิจิตรบรรจงในการสร้างสรรค์ภาพนิมิตให้ประจักษ์แก่สายตาชาวโลก ระบบขอประกาศเปิดตัวโครงการมอบรางวัลบำเหน็จำาญให้แก่พวกเ้า!
หากนิมิต (วิดีโอ) ของพวกเ้า มียอดผู้รับชมทะลุ หนึ่งพัน ครั้ง รับไปเลยทันที สิบ แก้วมณีมหาโชติ (ค่าเงินดิจิทัล) ! และหากพวกเ้าสามารถรวบรวมสายตาผู้คนให้รับชมได้ถึง หนึ่งแสน ครั้ง พวกเ้าจะได้รับบำเหน็จรางวัลใหญ่ถึง หนึ่งพัน แก้วมณีมหาโชติ เข้าสู่ย่ามมิติทันที!
นอกจากนี้... ระบบขอเปิดตัววิชาลับอันยิ่งใหญ่ที่เรียกว่า 'อาคมหนุนนิมิต' (ระบบยิงโฆษณา) ซึ่งจะช่วยให้พวกเ้าสามารถ 'ลงประกาศอาคม' (ยิงแอด) เพื่อนำส่งภาพนิมิตของพวกท่านให้กระจายออกไปไกลกว่าเดิมนับหมื่นเท่า
และขอเชิญเหล่าบรรดาผู้้าความกระจ่าง เข้ามารวมตัวกัน ณ 'ศาลาถ่ายทอดสด' (ไลฟ์สด) ในอีกเพลาชั่วหม้อข้าวเดือด เพื่อฟังคำชี้แนะจากข้า... ผู้ดูแลระบบข่ายใยมนตรา!"
"แก้วมณีมหาโชติอะไรนั่น ข้า หาได้แยแสไม่ ทรัพย์สมบัติที่หลอมจากการขายอาวุธวิเศษของ ข้า ก็มีกองท่วมถ้ำอยู่แล้ว" มุนีอัคนีนาคาพ่นลมอัสสาสะปัสสาสะออกมาด้วยความอวดดีตามประสาผู้มีตบะ "แต่ไอ้ระบบ 'หนุนนิมิต' ที่จะช่วย 'ยิงแอด' ให้ผู้คนเห็นใบหน้าอันหล่อเหลาของ ข้า มากๆ นี่สิ... มันช่างเย้ายวนใจยิ่งนัก!"
ท่านมุนีไม่รอช้า รีบใช้นิ้วที่หยาบกร้านจิ้มลงไปบนสัญลักษณ์รูปแตรศึก (ไอคอนยิงแอด) บนหน้าจอศิลาทันที ปรากฏตัวเลือกในการ 'บูชาอาคมหนุนนิมิต' (ซื้อแพ็คเกจโฆษณา) ขึ้นมาเป็แถวเรียงราย
"เอาเถิด! ข้า จะลองหยั่งเชิงดูเสียหน่อย!" มุนีอัคนีนาคาล้วงมือเข้าไปใน 'ย่ามมิติอาคม' แล้วหยิบเอาแก้วมณีจำนวน หนึ่งพัน เม็ดออกมาวางบนหน้าศิลาเนตรทิพย์
ทันใดนั้น แก้วมณีเ่าั้ก็สลายตัวกลายเป็ละอองทิพย์หายวับเข้าไปในหน้าจอ พร้อมกับข้อความแจ้งเตือนว่า 'การลงประกาศอาคมหนุนนิมิตของเ้าสำเร็จลุล่วงแล้ว!'
เพียงชั่วอึดใจที่ก้านธูปยังไม่ทันจะมอดดับ เสียงแจ้งเตือนบนศิลาก็ดังระรัวขึ้นราวกับเสียงกลองศึกในสมรภูมิ!
"กินนรรูปงามแห่งเขาวงกต ได้ส่งหัวใจให้แก่นิมิตของเ้า"
"พระดาบสกัสสปะแห่งป่าหิมพานต์ ได้เขียนคำถาม: ท่านมุนีอัคนี ท่านไปได้ยอดวิชาะมาจากที่ใดกัน ผิวพรรณถึงได้ผ่องใสนวลเนียนราวกับผิวนางอัปสรเช่นนี้?"
"พราหมณ์อหังการแห่งถ้ำเหล็กไหล ได้เขียนคำวิจารณ์: หน้าขาววอกอย่างกับทาด้วยปูนปั้นวัดโพธิ์ ใครหน้าไหนดูนิมิตของเ้าเข้าไปก็คงจะตาบอดไปเสียสิ้น ไอ้ดาบสลวงโลก!"
"หนอยแน่! ไอ้พราหมณ์ปากเสียผู้นี้! ข้า จะจำหน้า เ้า ไว้ให้แม่นยำ!" มุนีอัคนีนาคาแผดเสียงก้องจนถ้ำเตโชปักษีะเื รังสีอาฆาตพุ่งพล่านจนเปลวไฟในถ้ำลุกโชนขึ้น
ท่านกริ้วโกรธแต่ในใจลึกๆ กลับมีความสุขอย่างบอกไม่ถูก เพราะยอดผู้ติดตามในศิลาเนตรทิพย์ของท่าน พุ่งจากหลักสิบะโขึ้นไปเป็หลักพันในเวลาไม่ถึงอึดใจ ท่านรีบใช้นิ้วจิ้มลิงก์เชื่อมต่ออาคมเพื่อเข้าไปยัง 'ศาลาถ่ายทอดสด' (ห้องไลฟ์สด) ทันที
ภาพที่ปรากฏขึ้นบนหน้าศิลาในยามนี้ คือภาพของโถงวิมานอันโอ่อ่าที่ลึกลับซับซ้อน ผนังประดับด้วยอัญมณีเจ็ดประการ และที่กึ่งกลางของหน้าจอนั้น ปรากฏร่างของบุรุษผู้หนึ่งที่สวมชุดเกราะสีหมอกเมฆ สวมหน้ากากลวดลายวิจิตรบรรจงปิดบังใบหน้ามิดชิด (ทศกัณฐ์ "วายุ") นั่งสงบนิ่งอยู่บนอาสนะอันสูงส่ง
"ขอต้อนรับท่านมุนีอัคนีนาคา ปรมาจารย์แห่งกาฬบรรพต เข้าสู่ศาลาถ่ายทอดสดของเรา!" เสียงอันทรงอำนาจดังกังวานออกมาจากศิลาเนตรทิพย์ พร้อมกับตัวอักษรสีขาวที่ไหลพุ่งขึ้นมาจากขอบล่างหน้าจอประดุจฟองคลื่น
"เหล่าพราหมณ์และดาบสทั้งหลาย!" ชายหน้ากาก (ทศกัณฐ์) เริ่มบรรยาย "ข่ายใยมนตรามหาละลวยที่พวกเ้าถืออยู่ในมือนี้ มิใช่มีไว้เพียงเพื่อความเพลิดเพลินใจไปวันๆ แต่มันคือเครื่องมือ 'บันทึกกรรม' และ 'แบ่งปันบารมี' พวกท่าน บำเพ็ญเพียรจนบรรลุวิชาใด... พวกเ้า ก็เพียงแค่ถ่ายนิมิตแล้วส่งมันออกมา!"
ชายหน้ากากขยับกายเล็กน้อยและกล่าวประโยคที่ทำให้ทุกคนต้องหยุดหายใจ "และสิ่งที่วิเศษที่สุดคือ... หาก พวกท่าน มีผู้ติดตามครบ หนึ่งพัน คน ระบบจะปลดผนึกอาคมที่เรียกว่า 'ซุ้มการค้าทิพย์' (ติ๊กต็อก ช็อป) ให้ พวกเ้า ทันที!
พวกท่าน จะสามารถตั้งแผงขายของวิเศษ หรือวัตถุมงคลผ่านหน้าศิลาเนตรทิพย์ได้โดยตรง! เงินทองและแก้วมณีจะไหลมาเทมาสู่ย่ามของพวกเ้าประดุจกระแสน้ำในมหาสมุทร!"
คำประกาศนี้ประดุจสายฟ้าที่ฟาดลงมากลางวงล้อมของเหล่าดาบส! หลายคนบำเพ็ญตบะอยู่ในถ้ำลึกจนร่างแห้งเหี่ยว บัดนี้ 'ศิลาเนตรทิพย์' กำลังจะกลายเป็ประตูสู่ความมั่งคั่งและชื่อเสียงที่พวกเขาไม่เคยฝันถึงมาก่อน
ในขณะที่การบรรยายดำเนินไป ยอดผู้รับชมสด (ไลฟ์ วิวเวอร์) ก็พุ่งทะยานขึ้นอย่างบ้าคลั่ง... หนึ่งหมื่นคน... ห้าหมื่นคน... และในที่สุดก็ทะลุหลัก หนึ่งแสนคน! ทั่วทั้งศาลาถ่ายทอดสดเต็มไปด้วยเสียงอื้ออึงของข้อความที่ส่งเข้ามาถามไถ่
ทว่าในท่ามกลางความคึกคักนั้นเอง ก็มีข้อความหนึ่งสีแดงฉานเด้งขึ้นมาเด่นหราที่กลางหน้าจอ... มันคือคำถามที่เต็มไปด้วยเจตนาลองเชิงจากผู้ลึกลับที่ไม่มีใครรู้จัก!
"ไอ้คนหน้ากาก! เ้าเอาแต่พรรณนาสรรพคุณของศิลานี่ไปทั่ว แต่ข้าอยากรู้นักว่า... หากระบบเนตรทิพย์ของเ้ามันหยั่งรู้ถ้วนทั่วทุกสารทิศจริง ไฉนเ้าจึงไม่นำนิมิตของสตรีที่ว่างามที่สุดในปฐี ซึ่งยามนี้ร่ำลือกันว่าถูกพญาั์ลักไปกักขังไว้ในลงกา มาโชว์ให้พวกข้าดูเป็ขวัญตาเสียหน่อยเล่า! หรือว่าแท้จริงแล้ว... ระบบของเ้าก็แค่ปาหี่ลวงโลกกันแน่!?"
ความเงียบเข้าปกคลุมศาลาถ่ายทอดสดในทันที มุนีอัคนีนาคาถึงกับหยุดหายใจไปชั่วขณะ... ใครกันที่บังอาจส่งข้อความท้าทายที่มี "เงื่อนงำ" ถึงเพียงนี้เข้ามา!?