ชะตาพ่าย นางร้ายข้ามภพ (E-Book)

    ตอนที่ 18 เจ้าหาใช่มังกรครองบัลลังก์ เจ้าเป็นเพียงมังกรรับใช้ราชวงศ์ ! (1/2)

    ตอนที่ 18 

    เจ้าหาใช่มังกรครองบัลลังก์เจ้าเป็นเพียงมังกรรับใช้ราชวงศ์ ! (1/2)

     

            โอวหยางเฟยหลงถูกเรียกตัวเข้าวังทันทีที่ก้าวเท้าออกจากจวนตระกูลไป๋พระมารดาแท้ ๆ หรือไทเฮาองค์ปัจจุบันเพิ่งมีรับสั่งให้เขาเข้าพบกะทันหัน ทั้ง ๆที่เขาอยู่ที่เมืองหลวงนี้มาได้ร่วมเจ็ดทิวา

             

            ร่างสูงก้าวสู่ตำหนักเหวยไทเฮาด้วยใบหน้าเรียบนิ่งแม้หน้ากากสีดำจะปกปิดครึ่งใบหน้าจนไม่สามารถคาดเดาได้เลยว่าเขารู้สึกเช่นไร แต่ครั้งนี้บรรยากาศกดดันรอบตัวของโอวหยางเฟยหลงคลายลงหลายส่วนแทนที่ด้วยแววตาที่ฉายความยินดีออกมาอย่างโจ่งแจ้ง

             

            วันนี้มารดาเรียกเขาเข้าพบหลังจากปฏิเสธที่จะพบหน้าเขาถึงสามปีที่ผ่านมาโอวหยางเฟยหลงทำได้เพียงถวายพระพรหน้าตำหนักหาได้มีโอกาสเข้าไปพบหน้าผู้ให้กำเนิดนางกำนัลแจ้งกับเขาว่ามารดาป่วยทุกครั้งที่เขากลับเมืองหลวง…พระมารดาทรงต้องการพักผ่อนมากกว่าพบหน้าโอรสองค์เล็กที่อยู่ห่างไกลถึงชายแดน

             

            “ถวายพระพรเสด็จแม่พ่ะย่ะค่ะ”

             

            ร่างสูงคุกเข่าลงคำนับสูงสุดแด่พระมารดาที่ไม่ได้พบมาหลายขวบปีน้ำเสียงอ่อนหวานของสตรีสูงวัยเอ่ยอนุญาตให้เขาลุกขึ้นร่างของแม่ทัพใหญ่ผู้น่าเกรงขามไม่ได้หมอบคำนับแล้วแต่ยังคงนั่งคุกเข่าอยู่ที่เดิมเพราะพระมารดาทรงอนุญาตให้เขาตามสบายแต่ไม่ได้พระราชทานที่นั่งหรือรับสั่งให้ไปนั่งเคียงข้าง

             

            ร่างสูงแอบหวังลึก ๆ ว่าครั้งนี้ตนจะได้ใกล้ชิดพระมารดาบังเกิดเกล้าบ้างแต่สุดท้ายทุกอย่างก็เป็นเช่นนี้ทุกครั้งที่อยู่กันเพียงสองคนเย็นชาและห่างเหิน ตั้งแต่เขาเกิดจนถึงบัดนี้

     

    “ลูกคิด....”

     

    “เจ้าจงรีบไปจากเมืองหลวงเสีย”

     

    “....”

             

            ลูกคิดถึงเสด็จแม่เหลือเกินพ่ะย่ะค่ะ

             

            “อ้ายเจียส่งเจ้าไปชายแดนแต่ยังเล็ก หวังจะให้เป็นกำลังสำคัญผลักดันพี่ชายของเจ้าขึ้นครองราชย์บัดนี้บัลลังก์มังกรเข้มแข็งแล้วเจ้าไม่ควรรั้งอยู่ที่เมืองหลวงเพื่อสั่นคลอนบัลลังก์ของฮ่องเต้!”

             

            โอวหยางเฟยหลงกำมือแน่นจนเส้นเลือดปูดบนหลังมือหนาคำพูดที่ตนตั้งใจกล่าวแก่พระมารดาถูกกลืนลงคอด้วยความขมขื่น เขารู้ว่าอำนาจของเขาเป็นเหมือนดาบสองคมอำนาจทางการทหารนี้ยิ่งใหญ่พอที่จะค้ำจุนราชวงศ์ไว้แต่อีกทางหนึ่งมันก็เป็นเรื่องง่ายต่อการก่อกบฏทำให้เขาผู้เป็นแม่ทัพใหญ่เป็นที่ระแวงของฮ่องเต้ ไม่สิทำให้เป็นที่ระแวงของเหวยไทเฮาต่างหาก

             

            พระมารดาหวาดกลัวว่าเขาจะแย่งบัลลังก์ของพี่ชาย ซึ่งความคิดเช่นนั้นไม่เคยมีอยู่ในหัวของโอวหยางเฟยหลงผู้นี้เขารักพระมารดาและพี่ชายยิ่งกว่าชีวิต รู้ถึงความอันตรายของอำนาจนี้จึงยอมใช้ชีวิตอยู่ที่ชายแดนตลอดมาเพื่อความสบายใจของทุกฝ่าย

             

            เหวยไทเฮาในครั้งที่ยังดำรงตำแหน่งฮองเฮาได้ประสูติพระโอรสองค์แรกท่ามกลางความปีติยินดีของทุกฝ่าย‘โอวหยางหงเซียน’ ถูกแต่งตั้งเป็นรัชทายาทโดยไร้ข้อกังขาแม้จะมีบางขุมอำนาจคอยขัดขวางแต่ก็มีพระมารดาร่วมต่อสู้อยู่เรื่อยมา

             

            โอวหยางเฟยหลงเกิดมาในขณะที่โอวหยางหงเซียนมีอายุได้สิบเจ็ดหนาวเขาและพี่ชายมีอายุที่ห่างกันมาก องค์ชายตัวน้อยจึงถูกเลี้ยงดูด้วยนางกำนัลและพระเชษฐาที่มักจะหาเวลามาเล่นด้วยเสมอโดยปราศจากเงาของมารดาผู้ให้กำเนิด เขาได้เจอพระพักตร์ของพระบิดาและพระเชษฐาบ่อยกว่าพระมารดาเสียอีก

             

            โอวหยางเฟยหลงในวัยห้าขวบถูกส่งไปให้แม่ทัพเยวี่ยที่ครั้งนั้นดำรงตำแหน่งแม่ทัพใหญ่ให้เป็นผู้เลี้ยงดูโดยพระมารดาทูลแก่ฮ่องเต้ว่าต้องการให้เขาได้ร่ำเรียนวิชาและฝึกฝนตนเพื่อเป็นกำลังหลักในการดูแลบ้านเมืองต่อไป

             

            มังกรน้อยในวัยห้าขวบล่ำลาพี่ชายทั้งน้ำตา เขาไม่ต้องการจากไปไกลแม้แต่น้อยแต่เพียงมารดากอดเขาหนึ่งครั้งที่หน้าประตูวัง  เฟยหลงตัวน้อยก็ตั้งใจไว้แล้วว่าจะจากไปเพื่อฝึกฝนตัวเองให้มารดาภูมิใจให้ได้

             

            ในการฝึกของแม่ทัพเยวี่ยแม้จะเป็นองค์ชายเล็กของราชวงศ์ก็ไม่ได้รับข้อยกเว้นโอวหยางเฟยหลงอดทนต่อการฝึกฝนและเริ่มเข้าสู่สนามรบที่แท้จริงในวัยสิบสองปีมันเป็นเจ็ดปีที่เขาต้องพยายามโดยไม่มีโอกาสได้กลับเมืองหลวงเลยสักครั้ง

             

            มีหลายครั้งที่โอวหยางหงเซียนอ้างเรื่องราชกิจของไท่จื่อหาเรื่องเดินทางมาที่ชายแดนเพื่อมาหาเขาผู้เป็นน้องชายที่เลี้ยงมากับมือ ซึ่งการกระทำเช่นนี้ของพี่ชายทำให้โอวหยางเฟยหลงรู้ว่าเขาไม่ได้พยายามอยู่เพียงผู้เดียว

             

            ความรักของพี่ชาย...โอวหยางเฟยหลงรับรู้และรับมันไว้เป็นน้ำหล่อเลี้ยงหัวใจมาโดยตลอด

             

            ในตอนที่โอวหยางเฟยหลงอายุ 16 ปี หลังจากรับตำแหน่งรุ่ยหวางได้ไม่นานก็เกิดเหตุการณ์จลาจลที่เมืองหลวง  พระมารดาส่งม้าเร็วมาแจ้งขอความช่วยเหลือด้วยความเป็นห่วงพี่ชายจึงยกทัพขึ้นไปปราบจลาจลด้วยตนเองและส่งเสริมพี่ชายก้าวสู่บัลลังก์ด้วยความปีติยินดี

             

            ในตอนนั้นโอวหยางเฟยหลงได้รับรอยยิ้มจากพระมารดาเป็นครั้งแรกในรอบสิบเอ็ดปีที่ไม่ได้เจอกัน

             

            รุ่ยหวางในตอนนั้นทราบดีแล้วว่าพระมารดาหาได้รักตนอย่างที่เคยเข้าใจหลายปีที่ผ่านมาเขาเติบโตมาท่ามกลางสงคราม ไม่มีแม้แต่จดหมายจากพระมารดาสักฉบับแม้จะออกรบสร้างความดีความชอบมากมายขณะที่อายุยังน้อย ก็มีเพียงพระราชโองการแต่งตั้งเป็นรุ่ยชินหวางไม่มีการเรียกตัวกลับเมืองหลวงแต่อย่างใด

             

            เสด็จพ่อทรงชราลงมากและมีราชกิจให้จัดการมากมายรวมถึงสงครามระหว่างแคว้นที่ติดพันอยู่หากฮ่องเต้ผู้มากด้วยบุตรธิดาจะหลงลืมเขาไปบ้างก็ไม่ได้เสียใจอันใดนัก

             

            แต่เสด็จแม่ผู้ให้กำเนิดและเป็นผู้ส่งเขาไปยังชายแดนห่างไกลทรงหลงลืมพระโอรสองค์เล็กนี้แล้วหรือ ?

             

            “แม่ทัพใหญ่ เจ้าฟังอ้ายเจียอยู่หรือไม่ !” 

             

            แม้แต่นามของเขา มารดาก็คงหลงลืมไปแล้วเช่นกัน

             

            “พ่ะย่ะค่ะเสด็จแม่” โอวหยางเฟยหลงคลายมือที่กำแน่น เงยหน้าสบตาพระมารดาด้วยแววตาเย็นชาไร้ชีวิต 

    ความหวังลมๆ แล้ง ๆ ที่เคยมีนั้น เขาควรทิ้งไปเสียที

             

            มังกรดำเฝ้ารอความรักจากพระมารดามายี่สิบเจ็ดปี  แต่ทำดีเช่นไรนางก็ไม่มีเขาอยู่ในสายตา!

             

            “ลูกมีภารกิจสำคัญ จึงเร่งเดินทางมาที่เมืองหลวงประกอบกับเรื่องโรคระบาดนั่นจึงทำให้ลูกต้องรั้งอยู่ที่เมืองหลวงพ่ะย่ะค่ะ”

             

            “เรื่องโรคระบาด อ้ายเจียก็ส่งหมิงเอ๋อร์ไปดูแลแทนเจ้าแล้วภารกิจสำคัญนั่นเจ้าจัดการเรียบร้อยแล้วหรือยัง”

             

            “ใกล้จะเรียบร้อยแล้วพ่ะย่ะค่ะ”

             

            ความจริงภารกิจลับเสร็จเรียบร้อยเพราะตัวโง่งมน้อยช่วยเหลือเขาไว้มากแต่ร่างสูงกลับพูดปดออกไปเพราะอยากจะฟังว่าพระมารดาจะตรัสอย่างไรกับตนต่อไป

             

            “อย่างไรกัน ! อ้ายเจียเห็นเจ้ากลับจากหมู่บ้านนั้นมาหลายวันยังจัดการภารกิจนั่นไม่เสร็จอีกหรือ ?”

             

            “เป็นเพราะลูกบาดเจ็บ ไม่อาจใช้ร่างกายได้ดั่งใจภารกิจจึงล่าช้าพ่ะย่ะค่ะ”

             

            “คงไม่ใช่เพราะเจ้าจงใจอยู่ที่เมืองหลวงนี่นาน ๆ หรอกหรือ..” อดีตมารดาของแผ่นดินหรี่ตามองผู้ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นบุตรคนเล็ก “..หรือเจ้าต้องการรั้งอยู่ที่เมืองหลวงเพื่อรับความดีความชอบเรื่องโรคระบาดที่ควรเป็นของหมิงเอ๋อร์หลานชายของเจ้า”

             

            มารดาบังเกิดเกล้า...ไม่แม้แต่จะไถ่ถามอาการป่วยของเขา

             

            ที่โอวหยางเฟยหลงต้องรีบจากไปทิ้งให้คนในหมู่บ้านเผชิญกับโรคร้ายก็เพราะคำสั่งของมารดา แต่ไหนแต่ไรมานอกจากบุตรชายคนโตแล้วก็มีหลานชายคนนี้ที่เหวยไทเฮาให้ทำได้ทุกอย่างในขณะเดียวกัน...ไม่เคยถนอมน้ำใจบุตรชายผู้นี้แม้แต่น้อย

     

    โอวหยางเฟยหลงหลับตากลั้นความรู้สึกที่ทิ่มแทงจิตใจจากมารดาบังเกิดเกล้า

             

            “ชายแดนไม่อาจปล่อยทิ้งไว้ได้นาน แม้จะมีรองแม่ทัพของเจ้าคอยดูแลแต่เจ้าผู้เป็นเสาหลักของกองทัพต้าหยางจะต้องไปดูแลเองเพื่อขวัญกำลังใจของทหาร”

     

    “พ่ะย่ะค่ะ”

     

    “จงจำไว้เฟยหลง...”

             

            นามที่ถูกเอ่ยออกมาจากริมฝีปากของพระมารดาทำให้หัวใจที่คล้ายแตกสลายเต้นแรงขึ้นมาทันที

             

            “อย่าได้คิดทำการใดนอกเหนือจากที่อ้ายเจียสั่ง...จงจำไว้เจ้าหาใช่มังกรครองบัลลังก์เจ้าเป็นเพียงมังกรที่รับใช้ราชวงศ์  ! ”




    --- จบตอน ---

    E-Book >> https://joo.gl/vnW56T

     

    สนใจรูปเล่มหรือพูดคุยกับนักเขียน

    Facebook: หงเฟย 弘飛

    Twitter: @hongfei_writer

    #นางร้ายสายสวย #หงเฟยคนสวน

    -------------

    คล้ายกับเรื่องชะตาพ่าย นางร้ายข้ามภพ (E-Book) ที่คุณอ่าน