หลังจากการเดินทางอันแสนยาวนานและเต็มไปด้วยอุปสรรคนานัปการ ในที่สุดกลุ่มของหยูเซียนก็มาถึงจุดหมายปลายทาง - ยอดหุบเขาเงาไร้สิ้นสุด สถานที่ลึกลับที่เชื่อกันว่าเป็ที่ซ่อนของ "ผลึกมาร" วัตถุศักดิ์สิทธิ์อันทรงพลัง ลมหนาวพัดกรรโชกบนยอดเขาสูง ทำให้เสื้อคลุมของพวกเขาพัดสะบัด ขณะที่สายตากวาดมองไปรอบๆ อย่างระมัดระวัง
แต่ภาพที่ปรากฏตรงหน้ากลับไม่เป็ไปอย่างที่พวกเขาคาดหวัง บนลานหินกว้างใหญ่ซึ่งอยู่บนยอดเขา กลุ่มคนแปลกหน้าในชุดดำสนิทกำลังวุ่นวายอยู่กับการขุดค้นและสำรวจพื้นที่อย่างกระตือรือร้น เสียงขุดเจาะและคำสั่งดังก้องไปทั่วบริเวณ
หยูเซียนหรี่ตามองอย่างสงสัย ก่อนจะสังเกตเห็นสัญลักษณ์แปลกตาบนเสื้อคลุมของคนเ่าั้ - รูปดาวห้าแฉกล้อมรอบด้วยเปลวไฟสีแดงฉาน นั่นคือเครื่องหมายของนักพรตนอกรีต กลุ่มผู้ใช้วิชาอาคมชั่วร้ายที่ถูกขับออกจากสำนักพรตหลักมานานแล้ว
"ดูเหมือนเราจะมาช้าไปหน่อยนะ" หลี่ เสี่ยวหู ผู้ติดตามของหยูเซียนกระซิบเบาๆ ด้วยน้ำเสียงผิดหวัง
หยูเซียนพยักหน้าช้าๆ ดวงตาคมกริบยังจับจ้องไปที่กลุ่มคนตรงหน้า "แต่ดูเหมือนพวกเขาก็ยังหา 'ผลึกมาร' ไม่เจอเช่นกัน ยังมีโอกาสอยู่"
เธอยืนนิ่งใช้ความคิดอยู่ชั่วครู่ พร้อมดวงตาคมกริบจับจ้องไปยังกลุ่มนักพรตนอกรีตที่กำลังวุ่นวายอยู่กับการขุดค้น สมองของเธอกำลังประมวลผลสถานการณ์อย่างรวดเร็ว
'พวกเขาอาจจะแค่รับจ้างมาขุดหา "ผลึกมาร" ก็ได้' เธอคิด 'ถ้าเราเสนอค่าตอบแทนที่สูงกว่า บางทีพวกเขาอาจจะยอมร่วมมือกับเรา'
เธอหันไปกระซิบกับเพื่อนร่วมทาง "ข้าคิดว่าเราควรลองเจรจากับพวกเขาดู บางทีอาจจะเสนอข้อตกลงที่ดีกว่าให้พวกเขาช่วยเรา"
หลี่ เสี่ยวหู ขมวดคิ้วด้วยความกังวล "คุณหนู คิดให้ดีๆ นะครับ คนพวกนี้เป็นักพรตนอกรีตนะ พวกเขามีชื่อเสียงในเื่ความโเี้และเห็นแก่ตัว อาจจะไม่ยอมเจรจากับเราง่ายๆ ก็ได้"
จาง ต้าเปา เสริมขึ้น "ใช่ครับ เกิดพวกเขาไม่ฟังเหตุผลแล้วโจมตีเราขึ้นมา เราอาจจะตกอยู่ในอันตรายได้"
หยูเซียนพยักหน้าช้าๆ "ฉันเข้าใจความกังวลของพวกเธอ แต่เราก็ไม่มีทางเลือกมากนัก ถ้าไม่ลองเจรจา เราก็อาจจะพลาดโอกาสได้ "ผลึกมาร" ไป"
ขณะที่พวกเขากำลังปรึกษากันอยู่นั้น จู่ๆ ก็มีเสียงะโดังขึ้น
"หัวหน้า! มีผู้บุกรุก!"
หยูเซียนสะดุ้ง หันไปมองเห็นนักพรตนอกรีตคนหนึ่งชี้นิ้วมาทางพวกเธอ สายตาของทุกคนในลานกว้างพุ่งตรงมายังที่ซ่อนของพวกเธอทันที
"แย่แล้ว!" หวัง เอ้อร์ทุย กระซิบเสียงสั่น "พวกเขาเห็นเราแล้ว!"
หยูเซียนกัดริมฝีปาก ตัดสินใจในเสี้ยววินาที "ไม่เป็ไร นี่อาจเป็โอกาสของเรา"
เธอลุกขึ้นยืน ก้าวออกจากที่ซ่อนอย่างองอาจ มุ่งหน้าไปยังชายร่างสูงในชุดดำประดับทองที่ดูเหมือนจะเป็หัวหน้ากลุ่ม เขายืนสั่งการลูกน้องอยู่ตรงกลางลาน ท่าทางสง่างามแต่แฝงไปด้วยอำนาจน่าเกรงขาม
"สวัสดีท่าน" หยูเซียนทักทายอย่างสุภาพ พยายามส่งยิ้มมิตรภาพ แม้จะรู้สึกถึงอันตรายที่แฝงอยู่ "ข้าคือไป๋ หยูเซียน จากตระกูลไป๋ ขออนุญาตรบกวนสักครู่ได้หรือไม่? ข้ามีข้อเสนอที่น่าสนใจมาก ซึ่งอาจจะเป็ประโยชน์กับทั้งสองฝ่าย"
ชายผู้นั้นหันขวับมามอง ดวงตาคมกริบจ้องมองหยูเซียนอย่างพินิจพิเคราะห์ "ตระกูลไป๋? เหล่าผู้ฝึกวิชาควบคุมสัตว์อสูรน่ะหรือ? พวกเ้ามาที่นี่ทำไมกัน? พูดมา ข้อเสนออะไรที่เ้าว่าน่าสนใจนัก?"
หยูเซียนสูดหายใจลึก รู้ดีว่านี่อาจเป็โอกาสเดียวที่จะเจรจา เธอเริ่มอธิบายอย่างละเอียดด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นและจริงใจ
"ท่านผู้นำ ตระกูลไป๋ของข้าได้ติดตามเื่ราวของ 'ผลึกมาร' มานานแสนนาน เรารู้ว่ามันมีพลังมหาศาลในการควบคุมสัตว์อสูร ซึ่งจะช่วยให้เราสามารถปกป้องผู้คนจากภัยคุกคามได้ดียิ่งขึ้น"
เธอหยุดชั่วครู่ ปล่อยให้คำพูดของเธอซึมซาบเข้าไปในจิตใจของผู้นำ ก่อนจะกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นและจริงใจ:
"หากท่านยินดีร่วมมือกับเรา ตระกูลไป๋พร้อมจะมอบเงินทองตอบแทนอย่างงาม มากกว่าที่ท่านจะได้รับจากใครๆ"
เธอจ้องมองผู้นำอย่างมุ่งมั่น รอยยิ้มมั่นใจปรากฏบนใบหน้า
"นี่เป็ข้อเสนอที่จะเป็ประโยชน์กับทั้งสองฝ่ายอย่างแท้จริง ท่านคิดเห็นอย่างไรบ้าง?"
ในขณะที่หยูเซียนพูด เธอสังเกตเห็นสีหน้าของชายตรงหน้าที่เปลี่ยนไป จากความระแวดระวังกลายเป็ความสนใจ แต่แล้วก็มีบางอย่างวาบขึ้นในดวงตาของเขา - ความโลภและความทะเยอทะยานที่ซ่อนอยู่ลึกๆ
เมื่อหยูเซียนพูดจบ ชายผู้นั้นก็เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนที่รอยยิ้มเย้ยหยันจะปรากฏบนใบหน้า
"เงินรางวัล? เ้าคิดว่าพวกเรา้าเงินงั้นรึ? ช่างไร้เดียงสาเสียจริง" เขาหัวเราะเยาะ น้ำเสียงเ็า
หยูเซียนชะงัก ความหวังที่จะเจรจาอย่างสันติเริ่มสลายไป เธอรู้สึกได้ถึงบรรยากาศรอบตัวที่เปลี่ยนไปในพริบตา
"ไม่ใช่แค่ตระกูลของเ้าหรอกที่้า 'ผลึกมาร'" ชายผู้นั้นกล่าวต่อ ดวงตาวาววับด้วยความทะเยอทะยาน "พวกเราก็มีแผนการของเราเอง... แผนที่จะใช้มันควบคุมปีศาจและสัตว์อสูรทั้งหลาย เพื่อโลกใบนี้!"
ทันใดนั้น เขาก็ตวาดสั่งลูกน้องด้วยเสียงกร้าว "จับพวกมันเดี๋ยวนี้! อย่าให้พวกมันขัดขวางแผนการของเราเป็อันขาด!"
หยูเซียนถอยกรูดด้วยความใ รู้ดีว่าการเจรจาได้ล้มเหลวลงแล้ว และการต่อสู้กำลังจะเริ่มต้นขึ้น เมื่อกลุ่มนักพรตนอกรีตหลายสิบคนพุ่งเข้ามาโจมตีเธออย่างไม่ทันตั้งตัว ดวงตาของหยูเซียนวาวโรจน์ด้วยความมุ่งมั่น เธอะโเตือนเพื่อนๆ ให้เตรียมพร้อมรับมือ พลางดึงกระบี่หยกออกจากฝักอย่างว่องไว
การต่อสู้ดุเดือดปะทุขึ้นบนยอดเขาอันเวิ้งว้าง หยูเซียนเคลื่อนไหวด้วยความเร็วดั่งสายลม กระบี่หยกในมือเธอเต้นระบำอย่างงดงามและอันตราย เสียงคมกระบี่ฟาดผ่านอากาศดังวี้ดๆ ขณะที่เธอต่อกรกับศัตรูหลายคนพร้อมกัน เืสีแดงฉานกระเซ็นออกมาจากร่างของนักพรตนอกรีตที่ล้มลงทีละคนๆ แต่ยังมีอีกหลายคนที่เข้ามาแทนที่อย่างไม่ขาดสาย
ขณะเดียวกัน ผู้ติดตามของเธอก็กำลังต่อสู้อย่างสุดความสามารถ หลี่ เสี่ยวหูควบคุมหมาป่าเพลิงของเขา ลำแสงสีแดงฉานพุ่งออกจากปากของมัน แผดเผาศัตรูให้กรีดร้องด้วยความเ็ป กลิ่นของเนื้อไหม้ลอยอวลไปทั่วสนามรบ จาง ต้าเปาและเสือดาวสายฟ้าของเขาเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูง ร่างของพวกเขาเป็เพียงเงาสีฟ้าวาบที่พุ่งผ่านแนวศัตรู ทิ้งร่องรอยของความเสียหายไว้เื้ั ส่วนหวัง เอ้อร์ทุยควบคุมอินทรีพายุ สร้างลมหมุนขนาดใหญ่ที่ดูดกลืนทุกสิ่งเข้าไป
แต่นักพรตนอกรีตก็ไม่ยอมแพ้ง่ายๆ พวกเขาเรียกสัตว์อสูรขนาดเล็กออกมาต่อกร งูพิษ แมงป่อง และแมงมุมั์นับร้อยตัวพุ่งเข้าใส่กลุ่มของหยูเซียน พิษของพวกมันร้ายแรงถึงขั้นกัดกร่อนเนื้อหนังได้ในพริบตา ทำให้การต่อสู้ยิ่งทวีความรุนแรงและอันตรายมากขึ้น
แสงสุดท้ายของวันกำลังจะมอดดับ เงาของยอดเขาทอดยาวบนพื้นหิน สะท้อนให้เห็นถึงการต่อสู้อันดุเดือดที่กำลังดำเนินอยู่ ด้วยความเก่งกาจของคนในตระกูลไป๋ กลุ่มนักพรตนอกรีตเริ่มเสียเปรียบลงทีละน้อย เสียงโลหะกระทบกันดังก้องไปทั่วยอดเขา ผสานกับเสียงคำรามของสัตว์อสูรที่ถูกอัญเชิญมา
หัวหน้านักพรตนอกรีตยืนสง่าอยู่บนโขดหินสูงชัน ร่างสูงใหญ่ของเขาทาบทับเงาลงบนพื้นสนามรบเบื้องล่าง ดวงตาคมกริบราวใบมีดกวาดมองไปทั่วผืนแผ่นดินที่เปรอะเปื้อนไปด้วยเืและความตาย ริมฝีปากบางเม้มแน่นด้วยความโกรธแค้นและเจ็บใจ ความพ่ายแพ้ที่กำลังคืบคลานเข้ามาเป็ดั่งน้ำพิษที่กัดกร่อนจิตใจของเขา
ในห้วงความคิดอันมืดมิด เขารู้ดีว่าถึงเวลาแล้วที่ต้องงัดเอาวิชาต้องห้ามออกมาใช้ – วิชาที่จะทำให้เขาก้าวข้ามเส้นแบ่งระหว่างมนุษย์และปีศาจ
"พวกเ้า!" เสียงทุ้มต่ำของเขาดังก้องกังวานไปทั่วหุบเขา ราวกับเสียงฟ้าร้องที่ทำให้ทุกชีวิตต้องชะงักงัน "ถึงเวลาแล้ว! เราต้องใช้วิธีนั้น!"
เหล่าลูกน้องที่เหลืออยู่หันขวับมามองผู้นำของพวกเขา ดวงตาเบิกกว้างด้วยความหวาดหวั่น ใบหน้าซีดเผือดราวกับเืในกายถูกดูดออกไปจนหมดสิ้น พวกเขารู้ดีว่า 'วิธีนั้น' หมายถึงอะไร - วิธีที่จะเรียกร้องเอาชีวิตของพวกเขาเป็เครื่องสังเวย แลกกับพลังอำนาจอันเกินจินตนาการ
ความเงียบอันน่าอึดอัดแผ่ปกคลุมไปทั่ว ก่อนที่เหล่าลูกน้องจะค่อยๆ พยักหน้ารับอย่างหนักอึ้ง ยอมจำนนต่อชะตากรรมอันโหดร้ายที่รอคอยอยู่เบื้องหน้า ดวงตาของพวกเขาฉายแววของความกล้าหาญและความภักดีอันไม่มีวันสิ้นสุด พร้อมที่จะสละทุกสิ่งเพื่อความสำเร็จของภารกิจอันยิ่งใหญ่
หัวหน้านักพรตนอกรีตเริ่มยกมือขึ้นสูง พร้อมร่ายคาถาโบราณที่ถูกห้ามมานานนับพันปี เสียงของเขาแหบพร่าและน่ากลัว คำพูดแต่ละคำเหมือนมีพลังชั่วร้ายแฝงอยู่ ทันใดนั้น ความเงียบอันน่าสะพรึงกลัวแผ่ปกคลุมไปทั่วยอดเขา ขณะที่ควันสีดำมืดมิดค่อยๆ ม้วนตัวขึ้นสู่ท้องฟ้า เสียงกรีดร้องอันแหลมเล็กของลูกน้องนักพรตนอกรีตดังแว่วมา พร้อมกับที่ร่างของพวกเขาละลายกลายเป็ละอองควันสีดำ ลอยขึ้นไปรวมตัวกันบนฟากฟ้า
หยูเซียนรู้สึกถึงความหนาวเยือกที่แล่นปราดขึ้นมาตามแผ่นหลัง ดวงตาคู่งามของเธอเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัว ขณะที่มองเห็นเมฆควันดำทะมึนค่อยๆ ก่อตัวเป็รูปร่างอันน่าสยดสยองเหนือศีรษะ
"ทุกคน ระวัง!" เธอะโเสียงสั่น มือกระชับด้ามกระบี่หยกแน่นขึ้น "มีบางอย่าง...บางอย่างที่ชั่วร้ายกำลังจะปรากฏตัว!"
ท้องฟ้าเหนือยอดเขามืดมิดลงในพริบตา ราวกับว่าดวงอาทิตย์ถูกกลืนหายไปในความมืด เสียงคำรามต่ำๆ ดังก้องมาจากก้อนเมฆควันขนาดมหึมา ก่อนที่มันจะค่อยๆ เปลี่ยนรูปร่างเป็สิ่งมีชีวิตอันน่าสะพรึงกลัว
ปีศาจร่างั์ปรากฏตัวขึ้นท่ามกลางความมืดมิดที่เข้าปกคลุมยอดเขา ร่างกายสีดำสนิทของมันดูดกลืนแสงสว่างทุกอณู ดวงตาสีแดงก่ำจ้องมองลงมาด้วยความหิวกระหาย เสียงคำรามน่าสะพรึงกลัวดังก้องไปทั่วบริเวณ ส่งความหวาดกลัวแล่นปราดเข้าสู่จิตใจของทุกคนที่อยู่ ณ ที่นั้น มันแผดเสียงร้องอีกครั้งอย่างน่าขนลุก ก่อนจะพุ่งเข้าใส่กลุ่มของหยูเซียนด้วยความเร็วที่เกินกว่าสายตาจะตามทัน
"ถอย!" หยูเซียนะโสุดเสียง พยายามเตือนให้ผู้ติดตามตัวรีบหลบหนี แต่ทุกอย่างก็สายเกินไปเสียแล้ว ความเร็วของปีศาจนั้นเหนือกว่าปฏิกิริยาของมนุษย์ธรรมดาหลายเท่า
ปีศาจร้ายพุ่งเข้าใส่ หวัง เอ้อร์ทุย เป็คนแรก กรงเล็บอันแหลมคมของมันฉีกร่างของชายหนุ่มออกเป็ชิ้นๆ อย่างง่ายดายราวกับฉีกกระดาษ เืสีแดงฉานพุ่งกระจายไปทั่ว อินทรีพายุของเขาส่งเสียงร้องโหยหวนอย่างเ็ปก่อนจะหายวับไปพร้อมกับเ้านายในพริบตา ไม่เหลือแม้แต่ร่องรอย
"เอ้อร์ทุย!" หยูเซียนร้องเสียงหลง น้ำตาคลอเบ้า ความสูญเสียพุ่งเข้าจู่โจมหัวใจของเธออย่างรุนแรง แต่เธอไม่มีเวลาแม้แต่จะร่ำไห้ให้กับผู้ติดตามที่จากไป
แต่ปีศาจไม่หยุดเพียงเท่านั้น มันพุ่งเข้าใส่ จาง ต้าเปา ต่อทันที แม้เสือดาวสายฟ้าของเขาจะพยายามต่อสู้อย่างสุดความสามารถ กระโจนเข้าขวางหน้าเ้านายด้วยความจงรักภักดี แต่ก็ไม่อาจต้านทานพลังอันมหาศาลของปีศาจได้ ร่างของทั้งคู่ถูกกลืนกินเข้าไปในปากอันกว้างใหญ่ของปีศาจในพริบตา เสียงกรีดร้องอันน่าสยดสยองดังขึ้นเพียงชั่วครู่ ก่อนจะเงียบหายไปพร้อมกับชีวิตของพวกเขา
"ไม่นะ!" หลี่ เสี่ยวหู ร้องไห้โฮด้วยความสิ้นหวัง ร่างกายสั่นเทาด้วยความกลัวและโศกเศร้า หมาป่าเพลิงของเขาคำรามอย่างโกรธแค้น เปลวไฟสีแดงลุกโชนจากขนสีเงินของมัน พร้อมจะพุ่งเข้าต่อกรกับปีศาจร้าย
หยูเซียนรู้ดีว่าพวกเขาไม่อาจสู้กับปีศาจร้ายตนนี้ได้ พลังของมันนั้นอยู่เหนือความสามารถของพวกเธอหลายขุม การต่อสู้ต่อไปมีแต่จะนำมาซึ่งความตาย "เสี่ยวหู! เราต้องหนี!" เธอะโเสียงแหบแห้ง ดึงแขนของผู้ติดตามที่ยังเหลืออยู่คนสุดท้ายให้รีบวิ่งตามมา
ทั้งคู่วิ่งหนีอย่างสุดชีวิต ทิ้งความหวังทุกอย่างไว้ที่เื้ั โดยมีปีศาจร้ายไล่ตามมาติดๆ เสียงฝีเท้าอันหนักอึ้งของมันดังสนั่นหวั่นไหว ทำให้พื้นดินสั่นะเื หยูเซียนใช้วิชากระบี่หยกทะยานเพื่อเพิ่มความเร็ว พลังปราณสีฟ้าอ่อนห่อหุ้มร่างของเธอขณะที่เธอทะยานไปข้างหน้า แต่ถึงกระนั้นก็ยังไม่พอที่จะหนีพ้นเงื้อมมือของปีศาจได้
"เสี่ยวหู! วิ่งไปทางนั้น!" หยูเซียนชี้ไปยังถ้ำเล็กๆ ที่อยู่ไกลออกไป หวังว่าอาจจะเป็ที่หลบภัยให้พวกเขาได้ชั่วคราว
แต่ก่อนที่พวกเขาจะไปถึงจุดหมาย ปีศาจก็ตามทัน มันคว้าตัวเสี่ยวหูขึ้นไปด้วยกรงเล็บอันใหญ่โต ยกร่างของชายหนุ่มขึ้นสูงเหนือพื้นดิน
"คุณหนูหยูเซียน!" เสี่ยวหูร้องเสียงหลง ดวงตาเต็มไปด้วยความกลัวและความเศร้า "หนีไปเถอะ! อย่าห่วงข้า!" เขาะโสุดเสียง พยายามเสียสละตัวเองเพื่อให้คุณหนูคนสำคัญแห่งตระกูลหนีรอดไปได้อย่างปลอดภัย
หยูเซียนน้ำตาไหลพรากอาบแก้ม หัวใจของเธอแทบแตกสลาย เธอรู้ดีว่าไม่มีทางช่วยเสี่ยวหูได้แล้ว ไม่มีวิชาใดของเธอที่จะต้านทานพลังของปีศาจได้ ด้วยความเ็ปและสิ้นหวัง เธอพุ่งตัวเข้าไปในถ้ำ เสียงกรีดร้องอันน่าสยดสยองของเสี่ยวหูดังตามมา ก่อนจะเงียบหายไปพร้อมกับชีวิตของเขา
หยูเซียนวิ่งเข้าไปในถ้ำลึกขึ้นเรื่อยๆ น้ำตาไหลไม่หยุด ความมืดมิดรอบตัวเธอสะท้อนความว่างเปล่าในหัวใจ เธอสูญเสียผู้ติดตามไปทั้งหมดแล้ว ความรู้สึกผิดและความโศกเศร้าท่วมท้นจิตใจ ทำไมเธอถึงไม่สามารถปกป้องพวกเขาได้? ทำไมต้องเป็เธอที่รอดชีวิตมาได้?
ทันใดนั้น ขณะที่กำลังจมอยู่กับความคิดอันเ็ป เธอก็สะดุดก้อนหินล้ม ร่างของเธอกลิ้งตกลงไปในหลุมลึกที่มองไม่เห็นก้นบึ้ง เธอพยายามใช้กระบี่หยกเกาะผนังถ้ำอย่างสุดความสามารถ แต่ก็ไม่ทัน ความมืดกลืนกินร่างของเธอ
ร่างของหยูเซียนร่วงผ่านความมืดมิดอันไร้ที่สิ้นสุด ลมเย็นเฉียบพัดผ่านเรือนผมและเสื้อผ้าของเธออย่างรุนแรง เสียงลมหวีดหวิวดังก้องในโสตประสาท ความหวาดกลัวและความสิ้นหวังเข้าครอบงำจิตใจของเธอ หยูเซียนหลับตาแน่น ยอมรับชะตากรรมที่กำลังจะมาถึง
ในวินาทีที่คิดว่าความตายกำลังจะมาเยือน ภาพใบหน้าอันอ่อนโยนของบิดาผุดขึ้นในห้วงความคิด ดวงตาอันเปี่ยมไปด้วยความรักและความห่วงใยของท่านทำให้หัวใจของเธอบีบรัดด้วยความเ็ป น้ำตาไหลรินออกมาจากดวงตาที่ปิดสนิท ความรู้สึกเสียใจอันลึกซึ้งแล่นปราดเข้าสู่หัวใจ เมื่อตระหนักว่าเธอจะไม่มีโอกาสได้ทดแทนบุญคุณของท่านอีกแล้ว
"ท่านพ่อ... ลูกขอโทษ" เสียงกระซิบแ่เบาหลุดออกจากริมฝีปากของหยูเซียน ขณะที่ร่างของเธอยังคงดิ่งลงสู่ความไม่รู้
ทันใดนั้น ร่างของเธอก็กระแทกเข้ากับพื้นผิวที่นุ่มนวลอย่างไม่คาดฝัน แรงกระแทกทำให้เธอสะดุ้งและลืมตาขึ้นด้วยความงุนงง ััแรกที่รับรู้คือความนุ่มของพื้นที่เธอนอนอยู่ ราวกับเป็พรมหนานุ่มที่ทอด้วยเส้นใยแห่งความฝัน
เมื่อดวงตาของหยูเซียนปรับโฟกัสได้ ภาพตรงหน้าก็ทำให้เธอต้องกลั้นหายใจด้วยความตื่นตะลึง รอบกายของเธอเต็มไปด้วยแสงสว่างสีฟ้าอ่อนที่เรืองรองอย่างสวยงาม เธาอยู่ในถ้ำลับขนาดใหญ่ที่ผนังและเพดานเต็มไปด้วยผลึกคริสตัลนับพันนับหมื่นชิ้น แต่ละชิ้นส่องประกายระยิบระยับราวกับดวงดาวในท้องฟ้ายามราตรี
หยูเซียนค่อยๆ ลุกขึ้นยืน สายตากวาดมองไปรอบๆ ด้วยความพิศวง เธอเดินไปอย่างช้าๆ มือลูบไล้ไปตามผนังถ้ำที่เย็นเฉียบ ััถึงพลังงานแปลกประหลาดที่แผ่ซ่านออกมาจากผลึกเ่าั้
แล้วสายตาของเธอก็สะดุดเข้ากับสิ่งที่อยู่ตรงกลางถ้ำ... วัตถุทรงกลมสีดำขนาดเท่ากำปั้น ลอยอยู่เหนือแท่นหินโบราณ มันเปล่งแสงวูบวาบเป็จังหวะ ราวกับมีชีวิตอยู่ภายใน
"ผลึกมาร..." หยูเซียนพึมพำอย่างไม่อยากเชื่อสายตา หัวใจของเธอเต้นรัวด้วยความตื่นเต้นและหวาดกลัวในเวลาเดียวกัน
เธอค่อยๆ เดินเข้าไปใกล้ ความรู้สึกหลากหลายแล่นปราดเข้าสู่จิตใจ ทั้งความโศกเศร้าที่สูญเสียเพื่อนร่วมทาง ความกลัวต่อพลังอันน่าสะพรึงกลัวของผลึกมาร และความหวังที่จะได้แก้แค้นให้กับผู้ที่จากไป
มือของหยูเซียนสั่นเทาขณะเอื้อมไปจับผลึกมาร เมื่อปลายนิ้วของเธอแตะต้องพื้นผิวเย็นเฉียบของมัน พลังมหาศาลก็ไหลบ่าเข้าสู่ร่างกายของเธอในทันที ราวกับสายฟ้าฟาดลงมากลางใจ
หยูเซียนรู้สึกถึงพลังที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว กระแสพลังงานไหลเวียนไปทั่วร่างกาย ทำให้เส้นผมของเธอลอยขึ้นเล็กน้อย และดวงตาเปล่งประกายวาววับด้วยพลังใหม่
"นี่คือ... พลังของผลึกมาร" เธอพึมพำ น้ำตายังคงไหลอาบแก้ม แต่คราวนี้เป็น้ำตาแห่งความมุ่งมั่นและความแค้น "ข้าจะใช้พลังนี้แก้แค้นให้พวกเ้า เสี่ยวหู ต้าเปา เอ้อร์ทุย การตายของพวกเ้าจะไม่มีวันสูญเปล่า"
หยูเซียนกำผลึกมารแน่น รู้สึกถึงพลังที่แผ่ซ่านไปทั่วร่างกาย เธอหันกลับไปทางปากถ้ำ ดวงตาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและความแค้น ที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเศร้าโศกอันลึกล้ำ
"ปีศาจร้าย... เ้าจะต้องชดใช้!" เธอพูดเสียงเย็น "ข้าสาบานด้วยชีวิตของเพื่อนร่วมทางที่จากไป และด้วยความรักที่ข้ามีต่อบิดา ว่าข้าจะไม่หยุดจนกว่าจะได้ทำลายเ้าให้สิ้นซาก"
ด้วยความมุ่งมั่นอันแน่วแน่ หยูเซียนเริ่มเดินกลับขึ้นไปบนยอดเขา ผลึกมารในมือของเธอเปล่งแสงสีแดงเข้มขึ้นเรื่อยๆ ราวกับตอบรับความรู้สึกแค้นที่กำลังลุกโชนในใจของเธอ เธอรู้ดีว่าหนทางข้างหน้าจะเต็มไปด้วยอันตรายและการต่อสู้ แต่เธอพร้อมแล้วที่จะเผชิญหน้ากับทุกสิ่ง เพื่อให้ได้มาซึ่งความยุติธรรมและการแก้แค้น