เรนเดลนั่งอยู่บนรถม้าคันสีขาวของแม่โคโตโนฮะ โดยมีโคโตโนฮะนั่งข้างๆเขา ทันทีที่ขึ้นรถม้า แม่ของโคโตโนฮะที่ทำหน้าเคร่งขรึม ก็เปลี่ยนเป็นยิ้มร่าทันที
“ยินดีที่ได้รู็จักนะจ๊ะ เรนเดล” คุณแม่ของโคโตโนฮะเอ่ยอย่างเป็นกันเอง “ฉันขอแนะนำตัวก่อน ฉันมีนามว่าทามะคัตสึระ ไทจิ เป็นภรรยาหลวง และภรรยาเพียงคนเดียวของท่านโชกุนยามาโมโตะยังไงละจ๊ะ”
“ยินดีเช่นกันครับ...คุณแม่” เรนเดลกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ตัวเขาในเวลานี้ต้องทำคะแนนให้ฝ่ายแม่ยายชอบใจ เพื่ออนาคตจะได้ไม่มีปัญหา
แม่ของโคโตโนฮะยิ้มรับให้กับคำเรียกของเรนเดลทันที ดูท่าเธอจะชอบการเอาอกเอาใจของเรนเดล
“ว่าแต่จะมาสู่ขอลูกสาวฉัน ทางเธอได้เตรียมญาติผู้ใหญ่มาหรือเปล่าจ๊ะ” แม่ของโคโตโนฮะกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง เรนเดลจึงส่ายหน้าปฏิเสธไป
“ท่านน่าจะทราบดี ว่าพ่อแม่ของผมตายหมดแล้ว ฝ่ายญาติก็ต้องคดีกบฏ ดังนั้นผมจึงไม่อาจพาญาติผู้ใหญ่คนไหนมาด้วยได้ นอกจากตัวผมเพียงคนเดียว”
“ตามธรรมเนียมของประเทศเรา การจะสู่ขอจำเป็นต้องมีญาติผู้ใหญ่มารับรอง...แต่กรณีของเธอฉันคงต้องให้ฝ่าบาทรองรับเธอด้วยตัวของพระองค์เอง”
“ให้ฝ่าบาทรับรอง” เรนเดลกล่าวทวนคำของมิโกะศักดิ์สิทธิ เธอพยักหน้ารับก่อนจะกล่าวต่อ
“ในเมื่อฝ่าบาททรงพระราชทานการหมั้นครั้งนี้ ดังนั้นพระองค์ก็ต้องมาเป็นตัวแทนญาติผู้ใหญ่ของฝั่งเธอ เพื่อสู่ขอล่ะนะ ฉันคิดว่าอีกไม่นานนี้ ฝ่าบาทต้องจัดการเรื่องนี้แน่ๆ หากทรงทราบว่าเธอจะสู่ขอลูกสาวของฉัน”
ไม่นานนักรถม้าของท่านหญิงทามะคัตสึระ กับรถม้าของอากิระก็จดเทียบหน้าราชวังของตระกูลไทจิ มีพ่อบ้านรอเปิดประตูรถม้าทั้งสองอยู่แล้ว เมื่อรถม้าทั้งสองมาเทียบท่า
“ท่านแม่ครับ” อากิระตะโกนเรียกแม่ของโคโตโนฮะ ทำเอามิโกะศึกดิ์สิทธิชำเลืองตามามองทันที “หวังว่าท่านจะยังไม่ได้ตัดสินใจเด็ดขาดนะขอรับ ว่าจะเลือกชาวต่างชาติมาเป็นบุตรเขย ข้าขอโอกาสพิสูจน์ตนเองเถอะนะขอรับ”
“เธอจะได้โอกาสพิสูจน์ตนเอง...ถ้าลูกสาวของฉันมีใจให้เธอ” แม่ของโคโตโนฮะตอบสั้นๆ ก่อนจะเดินนำเข้าไปในราชวัง เธอพาเรนเดล โคโตโนฮะ และอากิระมารอในห้องรับแขกขนาดกลาง เพื่อรอพบพ่อของโคโตโนฮะอีกทีหนึ่ง
“ทั้งสามคนรออยู่นี่ก่อนนะ” แม่ของโคโตโนฮะกล่าว “ท่านพ่อของโคโตโนฮะน่ะ กำลังคุยกับพ่อของอากิระอยู่ อีกพักนึงฉันจะเรียกเขามาพบเธอนะเรนเดล”
“รับทราบครับ” เรนเดลกล่าวพลางก้มหัวให้ หลังจากประตูเลื่อนปิดลง เขาก็หันมามองอากิระทันที เพราะอีกฝ่ายจ้องเขาราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ
“เฮ้ ไอ้คนต่างชาติ” อากิระกล่าวพลางชี้มาที่เรนเดล “แกน่ะ ไม่เหมาะสมกับโคโตโนฮะหรอกนะ กลับบ้านไปเสียเถอะ”
“ทำไมฉันต้องกลับล่ะ” เรนเดลกล่าว “การหมั้นหมายกับโคโตโนฮะครั้งนี้ เป็นการหมั้นพระราชทานเชียวนะ”
“โคโตโนฮะจะมีชีวิตอยู่อย่างไรในต่างประเทศ” อากิระกล่าวพลางผายมือไปที่โคโตโนฮะ “บ้านของเธออยู่นี่ การแต่งงานกับชาวต่างชาติ จะรบกวนการใช้ชีวิตประจำวันของเธอ”
“ไม่ลำบากหรอกค่ะ” โคโตโนฮะกล่าว “อากิระคะ ฉันรักเรนเดลค่ะ ฉันไม่ได้ถูกบังคับใดๆทั้งสิ้น คุณหยุดห่วงแทนเถอะค่ะ...ก่อนที่ฉันจะรำคาญและเกลียดคุณแทน”
“ฉันรู้ว่าเธอจำเป็นต้องรักมัน โคโตโนฮะ เธอโกหกฉันไม่ได้หรอก” อากิระกล่าวเสียงสั่น ดวงตาของเขาแดงก่ำ “ทั้งที่ธิดาขุนนางในอาณาจักรของเขามีให้เลือกตั้งเยอะแยะ ทำไมต้องมาเลือกเธอด้วยนะ แบบนี้มันกลั่นแกล้งกันชัดๆ ไม่ยุติธรรมเลย”
เรนเดลและโคโตโนฮะมองหน้ากัน ก่อนที่ทั้งสองจะส่ายหน้าด้วยความระอา ดูเหมือนอีกฝ่ายคงหลุดเข้าในโลกและจินตนาการของตัวเองเสียแล้ว
เสียงประตูบานเลื่อนถูกเปิดออก ก่อนที่ชายหนุ่มอายุประมาณสามสิบปลายๆ ในชุดสูทสีครีมจะเดินเข้ามา เขาคือพ่อของโคโตโนฮะนั่นเอง สังเกตุจากดวงตาสีเขียวมะกอกที่เหมือนกับโคโตโนฮะไม่ผิดเพี้ยน และชายอายุประมาณสี่สิบกว่าๆอีกคน ในชุดขุนนางญี่ปุ่นสีน้ำเงินเข้ม เขาคืออากิโตะ พ่อของอากิระนั่นเอง ส่วนแม่ของโคโตโนฮะนั้นเดินไล่หลังมา พร้อมกับปิดประตูบานเลื่อน
“ไว้จะหารืออีกทีนะ ตอนนี้ต้องพบหน้าว่าที่ลูกเขยก่อน”
พ่อของโคโตโนฮะกล่าวตัดจบชายในชุดขุนนางคนนั้น ก่อนที่เขาจะมานั่งเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามกับเรนเดล เรนเดลลุกขึ้นพลางโค้งคำนับทันที
“ไม่คิดว่าจะมาเร็วขนาดนี้นะ เจ้าชายเรนเดล” พ่อของโคโตโนฮะกล่าวด้วยน้ำเสียงสุขุม เรนเดลรู้สึกผิดคาดเล็กน้อย ที่พ่อของโคโตโนฮะอายุน้อยกว่าที่เขาคาด เขาไม่แปลกใจที่แม่ของโคโตโนฮะอายุแค่สามสิบต้นๆ เพราะเธออาจมีลูกตั้งแต่ยังสาว แต่การที่พ่อของโคโตโนฮะอายุไล่เลี่ยกับภรรยาของเขานั้น ก็หมายความว่าทั้งสองแต่งงานกันตั้งแต่อายุยังไม่ถึงยี่สิบ
“ตกใจที่ฉันเด็กกว่าที่คาดหรือ ทั้งที่เป็นโชกุน” พ่อของโคโตโนฮะกล่าวพลางหัวเราะในลำคอ ราวกับว่าเขาอ่านความคิดของเรนเดลออก
“ไม่มีอะไรหรอกครับ” เรนเดลกล่าว “ผมมาที่นี่เพราะมีเรื่องสำคัญจะคุยกับคุณน่ะครับ”
“ฉันรู้แล้ว” พ่อของโคโตโนฺะกล่าวพลางมองมาที่เขา และอากิระ ก่อนจะถอนใจ
“การหมั้นหมายพระราชทาน ยากที่จะขัด แต่ข้านั้นมีสัญญาใจกับตระกูลฟูจิโมโตะน่ะสิ...ว่าข้าจะให้เขาขออะไรก็ได้หนึ่งอย่าง เพราะข้าเคยติดหนี้ครั้งใหญ่เขาเอาไว้”
“และข้าจะขอมันทันที และเดี๋ยวนี้” อากิโตะ พ่อของอากิระกล่าวทันที “ขอให้ท่านมอบโอกาสในการหมั้นหมายให้กับลูกชายของข้า เขารักโคโตโนฮะ บุตรสาวของท่านด้วยใจจริงเลยนะครับ...เห็นใจเขาสักครั้งเถอะ”
“ท่านพ่อคะ” โคโตโนฮะกล่าวท้วงทันที แต่ทว่าพ่อของเขากลับยกมือห้าม
“ก็ได้ ข้าจะให้โอกาสบุตรชายท่านเพียงครั้งเดียว” พ่อของโคโตโนอะเอ่ยขึ้น “เพียงครั้งเดียวเท่านั้น”
“จะให้ข้าทำอะไร ข้ายอมทั้งหมด” อากิระกล่าวด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นทันที เมื่อได้ยินว่าเขาจะได้รับโอกาส
“โอกาสนี้...ข้าจะมอบให้ทั้งเรนเดล และอากิระ” พ่อของโคโตโนฮะเอ่ย “จากการเข้าร่วมประชุมของสมาคมจอมเวทเมื่อคราวก่อน ทำให้ข้าได้รับข่าวใหญ่มา ว่าอีกไม่กี่เดือน ทางสมาคมจะจัดงานประลองคัดเลือกจอมเวทเจ็ดดาราขึ้นน่ะสิ และจะคัดเลือกเหล่าเด็กวัยรุ่นที่อายุไม่เกินยี่สิบปี ในการเข้าร่วมประลองคัดเลือกตำแหน่งในครั้งนี้”
เรนเดลหูผึ่งทันที เมื่อได้ยินข่าวนี้ เช่นเดียวกับอากิระ
“ตำแหน่งที่มีประวัติศาสตร์มายาวนานหรือครับ” อากิระกล่าว “ถ้าอย่างนั้นข้าจะร่วมงานประลองในครั้งนี้ และจะเป็นจอมเวทเจ็ดดาราธาตุดินให้ได้เลยล่ะครับ”
“นายถนัดธาตุดินสินะ” เรนเดลเอ่ยถามอากิระ แต่อีกฝ่ายไม่พูดกับเขา เรนเดลนึกย้อนไปถึงเพื่อนห้องหนึ่งของเขาทันทีว่าใครใช้พลังธาตุดิน และเขาก็นึกถึงลูเธอร์ องครักษ์คนติดตามของโจแอนนา
“เรนเดลเป็นผู้ใช้เวทธาตุมืด” พ่อของโคโตโนฮะกล่าว “ดังนั้นไม่มีทางที่ทั้งสองคนจะเจอกันเองโดยเด็ดขาด”
“ต่อให้เราไม่เจอกันก็จริง” เรนเดลกล่าว “แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าพวกเราทั้งคู่ จะได้เป็นจอมเวทเจ็ดดาราสินะครับ”
“ตามนั้น” พ่อของโคโตโนฮะกล่าว “ฉันให้ความสำคัญกับลูกสาวฉันมาก คนที่จะครองคู่กับลูกสาวของฉัน ต้องเป็นคนที่เหมาะสม หากพวกเธอทั้งคู่ไม่มีใครสามารถเป็นจอมเวทเจ็ดดาราได้...บางทีฉันอาจจะต้องพิจารณาพวกเธอใหม่เสียแล้ว”
“ผมจะเป็นจอมเวทเจ็ดดาราให้ดู” อากิระกล่าวด้วยน้ำเสียงมุ่งมั่น ก่อนที่เขาจะร่ายเวทบางอย่างขึ้นมา เวทที่แม้แต่เรนเดลยังตกตะลึง
วงมหาเวทธาตุดินแปดเหลี่ยมถูกร่ายออกมาจากมือของอากิระ แต่ทั้งที่เป็นเวทของธาตุดินแท้ๆ วงเวทนั้นกลับเป็นสีเงิน ไม่ใช่สีน้ำตาล
“มหาเวทปฐพีทลายสวรรค์” เป็นเรนเดลที่กล่าวออกมา “นายมีมหาเวทโบราณเมื่อสามร้อยกว่าปีก่อนด้วยหรือ”
“ใช่แล้วล่ะ” อากิระกล่าว “ตระกูลฉันเป็นองครักษ์เสื้อทองมาหลายชั่วรุ่นเชียวนะ และบรรพบุรุษฉันเมื่อนานมาแล้ว มีคนหนึ่งเป็นศิษย์เอกของจอมเวทเจ็ดดารา วิชาของท่านเจ็ดดาราในอดีต จึงตกทอดมาสู่ฉันยังไงล่ะ”
“ทั้งที่เป็นแบบนั้นแล้ว” เรนเดลกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบ “ทำไมตระกูลนายไม่เป็นจอมเวทเจ็ดดาราล่ะ ปล่อยให้ตำแหน่งนี้ว่างเปล่ามาตลอด ทั้งที่ถือวิชาของเจ็ดดาราแท้ๆ”
“ก็ช่วยไม่ได้นี่” อากิระกล่าวพลางผายมือ “สมัยนั้นองค์จักรพรรดิแห่งจักรวรรดิมังกรไฟ ทรงให้ตำแหน่ง ที่ดิน และชื่อเสียง ผู้สืบทอดวิชาในขณะนั้นจึงตัดสินใจเป็นขุนนางของจักรวรรดิมังกรไฟ และสละตำแหน่งจอมเวทเจ็ดดาราไปยังไงล่ะ”
“เข้าใจแล้วล่ะ” เรนเดลตอบรับเสียงสั้น “ถ้านายได้เป็นเจ็ดดารา ก็เท่ากับวิชานี้ก็จะอยู่ในจุดที่มันควรจะอยู่”
“เอาเป็นว่าตกลงตามนี้นะ” พ่อของโคโตโนฮะกล่าว “มีเวลาให้พวกเธอเตรียมตัวแค่เดือนเดียวล่ะนะ เตรียมตัวให้พร้อมล่ะ”
“หนึ่งเดือนหรือครับ” เรนเดลทวนคำของอีกฝ่าย “ผมเข้าใจว่าจะนานกว่านี้เสียอีก”
“กำหนดการก่อนหน้านี้คือหกเดือน” พ่อของโคโตโนฮะกล่าว “แต่จำนวนเด็กที่อยากสมัครลงคัดเลือกนั้นมีมากเกินไป เราจึงจัดรอบคัดเลือกตามสนามประลองต่างๆยังไงล่ะ โดยจะเริ่มในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้า”
เรนเดลมีสีหน้าเครียด เขาไม่มั่นใจว่าภายในหนึ่งเดือน จะฟื้นคืนพลังกลับมาทันไหม ในขณะที่อากิระมีสีหน้าปลาบปลื้มสุดๆ
“หนึ่งเดือนหรือ ฉันจะใช้เวลาตลอดนี้ฝึกเวทเชียวล่ะ”
ครอบครัวของอากิระยอมกลับไปแต่โดยดี หลังจากที่พ่อของโคโตโนฮะให้โอกาส ตอนนี้ในห้องรับแขกจึงเหลือเรนเดล กับครอบครัวของโคโตโนฮะ
“เอาเวลาหนึ่งเดือนที่เหลือนี้...ไปเคลียร์กับพวกขุนนางในวังด้วยนะจ๊ะ ถ้าจะให้โคโตโนฮะเป็นราชินี” แม่ของโคโตโนฮะกล่าวด้วยน้ำเสียงกังวล “สายสืบของเราบอกมาว่าพวกขุนนางยังไม่ยอมรับลูกสาวของฉันเท่าไหร่”
“ผมจะไม่ให้มีปัญหาครับ...เอ๋” เรนเดลที่ตกปากรับคำถึงกับแปลกใจทันที หลังจากเขาทวนคำของมิโกะศักดิ์สิทธิ เขาก็เข้าใจแล้วว่าทางนั้นเชื่อมั่นในตัวของเขาขนาดไหน
“เจ็ดดาราธาตุมืดยังไงก็ต้องเป็นเธออยู่แล้วนี่” พ่อของโคโตโนฮะกล่าวพลางหัวเราะ “เพราะเธอคืออดีตเจ็ดดารากลับชาติมาเกิดไม่ใช่หรือ อาร์กัส เวอร์มิเลี่ยน”
“ทุกคน รู้อยู่แล้วสินะครับ” เรนเดลกล่าวด้วยความประหลาดใจ แต่ทว่าพ่อและแม่ของโคโตโนฮะกลับพยักหน้า
“จริงๆในสมาคม เรื่องของเธอเริ่มหนาหูแล้วล่ะนะ” พ่อของโคโตโนฮะกล่าว “ยิ่งเธอมีวิชามหาเวทสะบั้นมิติที่สาบสูญไปแล้ว มันยิ่งเป็นหลักฐานชิ้นโตน่ะสิ”
“คุณคะ ใจร้ายจังเลยนะ” แม่ของโคโตโนฮะกล่าวพลางส่งยิ้มให้สามีของเธอ “ถึงแม้อากิระจะพัฒนาตัวเองจนเป็นเจ็ดดาราได้ แต่คุณก็ต้องให้เขาประลองกับเรนเดลอยู่ดีสินะคะ ดังนั้นไม่ว่ามองทางไหน อากิระก็ไม่มีวันจะได้แต่งงานกับโคโตโนฮะเลย”
“ก็เขาขอโอกาสนี่” พ่อของโคโตโนฮะกล่าว “ทำแบบนี้ผมก็ไม่ผิดใจกับตระกูลฟูจิโมโตะด้วย”
“เอ่อ คุณพ่อคุณแม่ครับ” เรนเดลกล่าวพลางยกมือขึ้น ทำเอาทุกคนหันมามอง “ตอนนี้ผมว่าเราไม่ควรประมาทอีกฝ่ายนะครับ เพราะว่าพลังเวทของผมสูญหายหมด ต้องเริ่มฝึกใหม่ตั้งแต่ต้น ในขณะที่อีกฝ่ายคงมีกำลังใจเหลือล้นแน่ๆ”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น พ่อของโคโตโนฮะถึงกับหน้าถอดสีทันที ส่วนแม่ของโคโตโนฮะกลับมีสีหน้าเรียบเฉย
“เรนเดลคะ คุณต้องชนะ” แม่ของโคโตโนฮะกล่าว “ไม่งั้นฉันก็ไม่สามารถยกลูกสาวของฉันให้คุณได้นะคะ”
“ผมรู้ครับ” เรนเดลกล่าว “หากตำแหน่งเจ็ดดาราเป็นเครื่องยืนยันว่าผมจะได้แต่งงานกับโคโตโนฮะ ผมก็จะสู้เพื่อมัน”
“เอ่อ...คุณพ่อคุณแม่คะ” โคโตโนฮะเอ่ยขึ้นทันที เมื่อมีโอกาส “จะว่าอะไรไหมคะ ถ้าหนูจะขอให้เรนเดลอาบและดื่มกินน้ำในบ่อน้ำศักดิ์สิทธิของเราน่ะค่ะ เพื่อให้ร่างกายของเขาพักฟื้นได้ไวขึ้น”
“ไม่มีปัญหา” คุณพ่อโคโตโนฮะกล่าวด้วยท่าทีร่าเริง “ให้เขาอยู่รักษาตัวเท่าที่อยากจะอยู่ได้เต็มที่เลยล่ะนะ”
“ถ้างั้นให้เขาพักฟื้นที่ตาน้ำได้เลยสินะคะ จุดนั้นจะได้รับพลังมากที่สุด” โคโตโนฮะเสนออย่างมีความหวัง พ่อของเขาทำหน้าเครียดเล็กน้อย ก่อนจะพยักหน้า
“เรนเดลคะ เราจะเสียเวลาไม่ได้นะ” โคโตโนฮะกล่าวก่อนจะจูงมือเรนเดลไปทันที “ต่อไปนี้เรนเดลจะต้องดิื่มน้ำที่นั่นบ่อยๆ และอาบน้ำที่มาจากตาน้ำศักดิ์สิทธินะคะ”
“เข้าใจแล้วจ้า” เรนเดลกล่าวก่อนจะตามโคโตโนฮะไป พ่อและแม่ของโคโตโนฮะมองหน้ากัน ก่อนที่ทั้งคู่จะหัวเราะ
“ดีใจจังเลยนะคะคุณ ที่โคโตโนฮะมีความสุข” มิโกะศักดิ์สิทธิยิ้มอย่างอ่อนโยนให้กับสามีของเธอเอง
“เธอพบกับคนที่รักเธอและเหมาะสมกัน ไม่มีอะไรน่ายินดีไปกว่านี้แล้วล่ะ” พ่อของโคโตโนฮะกล่าว
“เรนเดลหรืออาร์กัส ฉันไปตรวจสอบประวัติเขามาแล้วล่ะค่ะ” แม่ของโคโตโนฮะกล่าว “ถึงแม้เขาจะเก่งเพียงใด แต่ชาติที่แล้วนั้น ตัวเขาเป็นเพียงนักเรียนมหาวิทยาลัยสายไอที ที่เลี้ยงชีพด้วยการซ่อมคอมและเดินระบบเท่านั้น ประสบการณ์ในสนามรบของเขาพึ่งมาโดดเด่นตอนเขาเข้าร่วมกับกองทัพโลกได้ไม่ถึงสองปี ฉันเกรงว่านั่นจะไม่พอรับมือกับอากิระที่จับดาบมาทั้งชีวิตค่ะ”
“ทางด้านเวทมนตร์คงไม่มีอะไรต้องเป็นห่วง เขาน่าจะพัฒนาตัวเองทัน” พ่อของโคโตโนฮะกล่าว “จะให้ฉันสอนวิชาดาบให้เขาสินะ ถ้าคุณพุดแบบนี้”
“อาวุธของเรนเดลคือหอกแห่งดวงอาทิตย์” แม่ของโคโตโนฮะกล่าว “นั่นคือคฑาเวทประจำตัวของเขา ดังนั้นฉันจะฝึกฝนเขาเองค่ะ”
“อย่าบอกนะว่าคุณจะถ่ายทอดวิชานั้นให้เขาน่ะ เพลงหอกประจำตระกูลมินาโมโตะ ตระกูลเก่าของเธอก่อนจะมาแต่งกับฉัน”
“ถ้ามันจะทำให้เขาเก่งขึ้นอีกสักนิด เพื่อชดเชยพลังเวทที่หายไป ฉันก็จะสอนเขาค่ะ” แม่ของโคโตโนฮะกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง มันเป็นความตั้งใจของเธอที่อยากจะช่วยเหลือคนที่ลูกสาวเธอเลือก
“มาช่วยกันเถอะ” พ่อของโคโตโนฮะกล่าว “เพราะคนที่ลูกเราเลือก ก็คือคนที่เราเลือกด้วยเช่นกัน ไม่ว่ายังไงก็ต้องสนับสนุนเขาให้เต็มที่”
ณ ทางด้านราชรัฐจิ้งจอกแดง ฟรังซัวร์และไอรินกำลังแต่งชุดขาวไว้ทุกข์ให้กับมาริค บาชอค ที่เสียชีวิตในคุก ทหารที่เฝ้ายามเขาตายด้วย ทุกคนจึงคิดว่านี่เป็นการลอบสังหาร แต่การสังหารนี้ ไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าเป็นฝีมือใคร
“เรนเดลหายไปไหน” ไอรินกล่าวด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อย “ทำไมเขาไม่มาไว้อาลัยพ่อฉันสักนิด...เขาเกลียดพ่อฉันมากเลยสินะ หรือเขาเองนั่นแหละ ที่ฆ่าพ่อฉัน”
“ใจเย็นสิไอริน” ฟรังซัวร์ลูบหัวเธอเพื่อปลอบโยน “ถ้าเรนเดลจะฆ่าพ่อของเธอ เขาคงสั่งประหารไปแล้ว เรื่องนี้ต้องมีเงื่อนงำอะไรบางอย่าง”
เนื่องจากเรนเดลไม่อยู่ในราชวัง และเขาไม่ได้แต่งตั้งใครให้สำเร็จราชการ อาราก้อนจึงรับหน้าที่ดูแลทุกอย่างเสียเอง มาริคซึ่งอย่างน้อยเคยมีคุณงามความดี จึงได้รับอนุญาตให้จัดงานศพภายในวังได้
“นั่นใครน่ะ” ทหารที่เฝ้าอยู่ด้านนอกกล่าวด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนก เมื่อพบคนแปลกหน้าเดินเข้าวัง ทหารคนหนึ่งรายงานอาราก้อนทันที แน่นอนว่าฟรังซัวร์ก็ได้ยินด้วย เพราะเขาอยู่ใกล้กับอาราก้อน แต่แทนที่อาราก้อนจะประหลาดใจ เขากลับออกไปต้อนรับคนแปลกหน้าตรงนั้น
“ขอให้อยู่ในความสงบ รัชทายาทตัวจริงมาแล้ว” อาราก้อนประกาศกร้าวให้ทุกคนได้ยิน ทำเอาขุนนางทุกคนในท้องพระโรงต่างประหลาดใจ
เวนเดลิน พี่ชายของเรนเดล เขาปรากฏตัวในชุดคลุมสีดำ พลางก้าวเท้าเดินอย่างสบายใจในบ้านของตัวเอง แน่นอนว่ามีทหารบางคนไม่เชื่อ แต่ทว่าใบหน้าของเขานันคือหลักฐานชั้นดี ขุนนางหลายคนยังจำเขาได้อยู่ ด้วยเหตุนี้เขาจึงถูกปล่อยให้เข้ามาในวังได้ โดยไม่มีใครคัดค้าน
“เอาล่ะ ไปตามตัวเรนเดลมาซะ...ถึงเวลาที่เขาจะคืนบัลลังค์ให้ฉันได้แล้ว”
“เรนเดลไม่อยู่” ฟรังซัวร์กล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา ก่อนจะเดินออกมาเผชิญหน้ากับเวนเดลิน “ถึงผมจะรู้ว่าคุณเป็นใคร แต่ตอนนี้เรนเดลเป็นกษัตริย์ ดังนั้นทุกอย่างจึงต้องมีขั้นมีตอน ในการจะพบกับเรนเดล”
“แกคือราฟบลัดสินะ” เวนเดลินกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ถ้าแกไม่หลบ ฉันจะเอาเลือดของแกมาสังเวยพ่อแม่ของฉันซะ...เหมือนที่มาริคโดนสำเร็จโทษไปแล้ว...ใช่แล้วล่ะ ฉันขอประกาศว่าฉันคือคนที่สังหารมาริคในคุกบนยอดปราสาท มันคือสิ่งที่ฉันควรจะกระทำ”
ไอรินหูผึ่งทันที เมื่อได้ยินว่าเวนเดลินคือคนฆ่าพ่อของเธอ เธอหันไปมองอีกฝ่ายด้วยสีหน้าเคียดแค้นทันที
“ยังเหลือบาชอคอีกตัวหรือ” เวนเดลินกล่าวพลางมองไอรินด้วยสีหน้าดูถูก ดาบแส้สีดำปรากฏบนมือของเขา ก่อนที่จะฟาดไปที่ไอริน…
ลูกธนูสีชมพูทำลายดาบนั้นอย่างง่ายดาย พร้อมกลีบดอกบัวบานกระจายฟุ้งไปทั่ว ทำเอาเวนเดลินถอยหนีทันที เพราะเศษกลีบบัวบานที่กระทบกับร่างของเขา มันกำลังกัดกร่อนเนื้อหนังของเขาอยู่ ไอสีม่วงอันชั่วร้ายแผ่ซ่านออกมาจากร่างของเขาทันทีที่สัมผัสกับพลังอันศักดิ์สิทธิ
“พลังโดยตรงจากองค์พรหมเทพบิดา” เวนเดลินกล่าวด้วยน้ำเสียงประหลาดใจ “อะไรกัน เดี๋ยวนี้ราฟบลัดมีวิชาชั้นสูงขนาดนี้ด้วยหรือ มิน่าละ ไอ้สวะน้องชายข้ามันถึงไม่กล้าทำอะไร”
“ไปซะ” ฟรังซัวร์กล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา ก่อนที่เขาจะเรียกมหาเวทศรพรหมาสตร์ออกมาง้างเตรียมยิงเวนเดลินทันที “แกอย่าหวังจะได้แตะต้องไอรินเด็ดขาด”
“อาราก้อน” เวนเดลินเอ่ยเรียกผู้สำเร็จราชการในขณะนี้ทันที “เตรียมห้องนอนที่ดีที่สุดให้ฉัน ฉันจะรอน้องชายของฉันกลับมา เมื่อนั้นค่อยหารือเรื่องประหารพวกราฟบลัดและบาชอคที่ยังเหลืออยู่”
“ขอรับ ท่านรัชทายาท” อาราก้อนกล่าวพลางโค้งคำนับ ก่อนจะเดินไปส่งเวนเดลินทันที
“ไอ้กิ่งก่าเปลี่ยนสีเอ้ย” ฟรังซัวร์กล่าวพลางบ่นกับตัวเอง “พอเรนเดลไม่เอาหลานสาวแก ก็คิดจะใช้ไอ้พี่ชายที่กลับมาจากขุมนรกนั้น ขึ้นครองบัลลังค์แทนสินะ”
“ฟรังซัวร์คะ” ไอรินกล่าวด้วยน้ำเสียงตื่นกลัว “ได้โปรดทวงความเป็นธรรมให้กับพ่อของฉันด้วยเถอะนะคะ และก็คุ้มครองฉันด้วยค่ะ เวนเดลินคนนั้น...น่ากลัว”
“ฉันสัญญาว่าจะไม่ให้เธอเป็นอะไร” ฟรังซัวร์กล่าว “หลังจากเรนเดลกลับมารอบนี้ ฉันคิดว่าวังหลวงคงวุ่นวายยิ่งกว่าครั้งใหนๆแน่ๆ”