กระดังงาแรกแย้ม

    ตอนที่ 4

             

            “หนูนี่ใจดีจังเลยน่ะ  ยอมเสี่ยงอันตรายเข้ามาช่วยฉันแล้วก็ยังจะยอมให้ฉันรบกวนอีกตั้งหลายเ๹ื่๪๫”

            ชายชรากล่าวอย่างยอมรับน้ำใจจากเด็กสาวเพราะยังรู้สึกเจ็บสะโพกที่เคล็ดอยู่มากจนไม่อาจที่จะเดินเหินได้สะดวก คิดว่าถ้าได้นอนพักสักคืนอาการก็คงจะดีขึ้นไว้ถึงพรุ่งนี้จะเอายังไงก็ค่อยว่ากันอีกที

            “หนูไม่คิดว่ามันเป็๞การรบกวนเลยค่ะ แต่เห็นว่ามันเป็๞เ๹ื่๪๫ที่พอจะช่วยกันได้มากกว่า”

            “แต่คนอื่นเขาคงไม่คิดอย่างหนูหรอกรู้ไหม”

            “หนูคิดว่าอย่างน้อยก็มีคุณตาคนหนึ่งหละที่มีความคิดอย่างหนู  ไม่งั้นคุณตาก็คงไม่เข้าใจสิ่งที่หนูทำ”

            “หนูนี่ฉลาดพูดน่ะ  ฉันอยากรู้จักชื่อของหนูเสียแล้วสิ”

            ชายชรากล่าวกลั้วหัวเราะเอ็นดู

            “หนูชื่อปีย์รชาค่ะ”

            “ชื่อเพราะดีน่ะ แปลว่าอะไร”

            “ชื่อของหนูแปลว่าผู้ที่เกิดมาเพื่อเป็๲ที่รักค่ะ”

            เด็กสาวตอบด้วยสีหน้าที่หม่นเศร้าลงไปทันทีอย่างเห็นได้ชัด

            “ชื่อของหนูนอกจากจะเพราะแล้วก็ยังมีความหมายที่ดีมากอีกด้วย  แล้วทำไมหนูถึงต้องทำหน้าเศร้าอย่างนั้น”

            “ชีวิตของหนูไม่ได้เป็๞อย่างในความหมายของชื่อเลยค่ะ”

            “ฉันมั่นใจนะว่าความเป็๲คนจิตใจดีของหนูจะต้องทำให้หนูได้มีความสุขสมหวังในชีวิตมากกว่าใครต่อใครอีกหลายๆคน”

            ชายชรากล่าวอย่างมั่นใจก่อนที่เด็กสาวจะลุกขึ้นไปหาหมอนมาให้เขาได้นอนพักตรงบริเวณที่ว่างของห้องนั้น  จากนั้นตัวเองก็เข้าไปจัดการกับงานในครัวอย่างเคย และอีกครู่ใหญ่ๆต่อมาน้องๆทั้งสามคนของเธอก็กลับมาจากโรงเรียนซึ่งเป็๞เด็กชายวัยสิบขวบ แปดขวบ กับเด็กหญิงอายุห้าขวบอีกคนหนึ่งทั้งสามคนเข้ามาในบ้านมาพร้อมกับการทุ่มเถียงกันเอะอะและพากันวางกระเป๋าหนังสือรวมทั้งถอดรองเท้าถุงเท้าไว้เกะกะทั่วบ้านไปหมด

            “นี่  ทำไมถึงไม่พากันเก็บข้าวของให้เป็๲ระเบียบอย่างบ้าง”

            เด็กสาวผู้เป็๞พี่ออกมาเห็นเข้าก็ส่งเสียงเอ็ด

            “ก็อยากทำอย่างนี้ ใครจะทำไม”

            เด็กชายคนรองย้อนเอาอย่างไม่ยำเกรง

            “ใช่  ใครมีหน้าที่เก็บก็เก็บไปสิ”

            เด็กชายคนโตกล่าวขึ้นบ้างพร้อมกับถอดเสื้อนักเรียนเหวี่ยงทิ้งไปกลางห้องอีกตัวอย่างท้าทาย

            “นี่พี่สอนพวกเธอหลายครั้งแล้วนะ ว่าอย่าพากันทำนิสัยอย่างนี้  หัดรู้จักมีระเบียบวินัยกันเสียบ้างสิ”

            “เ๹ื่๪๫อะไรที่เราจะต้องไปเชื่อฟังแก”

            เด็กชายคนรองเชิดหน้ากล่าวก่อนแลบลิ้นเยาะเย้ยพี่สาวต่างแม่

            “นิสัยเสียกันจริงๆ ช่วยกันเก็บข้าวของให้เป็๞ระเบียบเดี๋ยวนี้น่ะ”

            เด็กสาวสั่งน้องๆเสียงเข้มงวด

            “ไม่เก็บ และพวกเราก็จะฟ้องแม่ด้วยว่าแกดุพวกเราและยังใช้พวกเราทำโน้นทำนี่อีกแกจะต้องโดนแม่ตีแน่ๆ”

            น้องชายคนโตว่า และปีย์รชายังไม่ทันจะจัดการกับน้องชายทั้งสองน้องสาวคนเล็กก็ร้องไห้โวยวายขึ้นมาอีกพร้อมกับลงไปนอนชักดิ้นชักงออยู่กับพื้นอย่างเอาแต่ใจ

            “มัวเถียงกันอยู่ได้  มีขนมกินไหม  อยากกินขนม อยากกินขนม อยากกินขนม”

            “หยุดเดี๋ยวนี้นะยัยแป้ง  ทำนิสัยไม่น่ารักเลย มีอะไรพูดกันดีๆก่อนก็ได้”

            ปีย์รชาหันไปดุน้องสาวคนเล็ก

            “จะฟ้องแม่ จะฟ้องแม่ว่าแกขัดใจ”

            เด็กหญิงโวยวายหนักยิ่งขึ้น

            “พี่บอกให้หยุดทำเสียงดังไงล่ะ  เกรงใจคุณตาเขาบ้าง”