“หนูนี่ใจดีจังเลยน่ะ ยอมเสี่ยงอันตรายเข้ามาช่วยฉันแล้วก็ยังจะยอมให้ฉันรบกวนอีกตั้งหลายเื่”
ชายชรากล่าวอย่างยอมรับน้ำใจจากเด็กสาวเพราะยังรู้สึกเจ็บสะโพกที่เคล็ดอยู่มากจนไม่อาจที่จะเดินเหินได้สะดวก คิดว่าถ้าได้นอนพักสักคืนอาการก็คงจะดีขึ้นไว้ถึงพรุ่งนี้จะเอายังไงก็ค่อยว่ากันอีกที
“หนูไม่คิดว่ามันเป็การรบกวนเลยค่ะ แต่เห็นว่ามันเป็เื่ที่พอจะช่วยกันได้มากกว่า”
“แต่คนอื่นเขาคงไม่คิดอย่างหนูหรอกรู้ไหม”
“หนูคิดว่าอย่างน้อยก็มีคุณตาคนหนึ่งหละที่มีความคิดอย่างหนู ไม่งั้นคุณตาก็คงไม่เข้าใจสิ่งที่หนูทำ”
“หนูนี่ฉลาดพูดน่ะ ฉันอยากรู้จักชื่อของหนูเสียแล้วสิ”
ชายชรากล่าวกลั้วหัวเราะเอ็นดู
“หนูชื่อปีย์รชาค่ะ”
“ชื่อเพราะดีน่ะ แปลว่าอะไร”
“ชื่อของหนูแปลว่าผู้ที่เกิดมาเพื่อเป็ที่รักค่ะ”
เด็กสาวตอบด้วยสีหน้าที่หม่นเศร้าลงไปทันทีอย่างเห็นได้ชัด
“ชื่อของหนูนอกจากจะเพราะแล้วก็ยังมีความหมายที่ดีมากอีกด้วย แล้วทำไมหนูถึงต้องทำหน้าเศร้าอย่างนั้น”
“ชีวิตของหนูไม่ได้เป็อย่างในความหมายของชื่อเลยค่ะ”
“ฉันมั่นใจนะว่าความเป็คนจิตใจดีของหนูจะต้องทำให้หนูได้มีความสุขสมหวังในชีวิตมากกว่าใครต่อใครอีกหลายๆคน”
ชายชรากล่าวอย่างมั่นใจก่อนที่เด็กสาวจะลุกขึ้นไปหาหมอนมาให้เขาได้นอนพักตรงบริเวณที่ว่างของห้องนั้น จากนั้นตัวเองก็เข้าไปจัดการกับงานในครัวอย่างเคย และอีกครู่ใหญ่ๆต่อมาน้องๆทั้งสามคนของเธอก็กลับมาจากโรงเรียนซึ่งเป็เด็กชายวัยสิบขวบ แปดขวบ กับเด็กหญิงอายุห้าขวบอีกคนหนึ่งทั้งสามคนเข้ามาในบ้านมาพร้อมกับการทุ่มเถียงกันเอะอะและพากันวางกระเป๋าหนังสือรวมทั้งถอดรองเท้าถุงเท้าไว้เกะกะทั่วบ้านไปหมด
“นี่ ทำไมถึงไม่พากันเก็บข้าวของให้เป็ระเบียบอย่างบ้าง”
เด็กสาวผู้เป็พี่ออกมาเห็นเข้าก็ส่งเสียงเอ็ด
“ก็อยากทำอย่างนี้ ใครจะทำไม”
เด็กชายคนรองย้อนเอาอย่างไม่ยำเกรง
“ใช่ ใครมีหน้าที่เก็บก็เก็บไปสิ”
เด็กชายคนโตกล่าวขึ้นบ้างพร้อมกับถอดเสื้อนักเรียนเหวี่ยงทิ้งไปกลางห้องอีกตัวอย่างท้าทาย
“นี่พี่สอนพวกเธอหลายครั้งแล้วนะ ว่าอย่าพากันทำนิสัยอย่างนี้ หัดรู้จักมีระเบียบวินัยกันเสียบ้างสิ”
“เื่อะไรที่เราจะต้องไปเชื่อฟังแก”
เด็กชายคนรองเชิดหน้ากล่าวก่อนแลบลิ้นเยาะเย้ยพี่สาวต่างแม่
“นิสัยเสียกันจริงๆ ช่วยกันเก็บข้าวของให้เป็ระเบียบเดี๋ยวนี้น่ะ”
เด็กสาวสั่งน้องๆเสียงเข้มงวด
“ไม่เก็บ และพวกเราก็จะฟ้องแม่ด้วยว่าแกดุพวกเราและยังใช้พวกเราทำโน้นทำนี่อีกแกจะต้องโดนแม่ตีแน่ๆ”
น้องชายคนโตว่า และปีย์รชายังไม่ทันจะจัดการกับน้องชายทั้งสองน้องสาวคนเล็กก็ร้องไห้โวยวายขึ้นมาอีกพร้อมกับลงไปนอนชักดิ้นชักงออยู่กับพื้นอย่างเอาแต่ใจ
“มัวเถียงกันอยู่ได้ มีขนมกินไหม อยากกินขนม อยากกินขนม อยากกินขนม”
“หยุดเดี๋ยวนี้นะยัยแป้ง ทำนิสัยไม่น่ารักเลย มีอะไรพูดกันดีๆก่อนก็ได้”
ปีย์รชาหันไปดุน้องสาวคนเล็ก
“จะฟ้องแม่ จะฟ้องแม่ว่าแกขัดใจ”
เด็กหญิงโวยวายหนักยิ่งขึ้น
“พี่บอกให้หยุดทำเสียงดังไงล่ะ เกรงใจคุณตาเขาบ้าง”