ตอนที่ 2 ผีหัวขาด
ประตูลิฟต์ถูกปิด ไฟ LED ้าประตูลิฟต์กำลังเปลี่ยนไปอย่างเชื่องช้าเหมือนเวลาถูกหยุดเอาไว้ เสียงเข้มและดังก้องกังวานของผู้ชายคนนั้นก่อนที่ลิฟต์จะปิดหายไปแล้ว
นิคที่ตอนนี้หลังชิดติดผนังของลิฟต์กำลังชะงักงัน ยืนตัวแข็งเผลอกลั้นหายใจไปชั่วขณะ เหงื่อเย็นๆ เริ่มไหลออกจากหลังของเขาจนถูกอาบไปทั่วหลัง เขาไม่แน่ใจว่าเขากำลังฝันอยู่หรือเขาอาจจะทำงานหนักเกินไป ตอนนี้นิคไม่รู้อะไรอีกแล้ว
‘เชี้ย…เมื่อกี้ มันอะไร? กูโดนผีหลอกเหรอวะ?’
มือและเท้านิคสั่นอย่างแรงด้วยความหวาดกลัว เมื่อคิดว่าเสียงฝีเท้าและเสียงะโของผู้ชายที่อยู่หน้าลิฟต์อาจจะเป็ผีเหมือนที่หลายๆ คนบอกกัน
แม้เขาจะไม่เคยเจอผีมาก่อนในชีวิต แต่ครั้งนี้เขากลับแน่ใจอย่างแปลกประหลาดว่าเหตุการณ์เมื่อครู่คือผีจริงๆ ในขณะที่ลิฟต์กำลังลงไปยังชั้น 1 ด้วยความรวดเร็วแต่สำหรับนิคมันกลับเชื่องช้าเหมือนลิฟต์ข้ามผ่านชั้นต่างๆ แต่ละชั้นนานนับชั่วโมง นิคที่เริ่มกลับมาคุมสติของตนเองได้ เขาค่อยๆ หายใจเข้าออก พยายามสงบสติอารมณ์ของตนเองและพยายามคิดบวกเข้าไว้
‘ไม่…นั่นต้องไม่ใช่ผี อาจเป็คนจริงๆ ก็ได้ที่ยังอยู่ในบริษัท แล้วก็ตอนที่ะโน่าจะได้ยินผิด เขาน่าจะบอกว่าให้รอก่อน ใช่! มันต้องเป็แบบนั้นแน่!’
ผ่านไปสักพักหลังจากที่นิคตั้งสติได้ จอ LED ของลิฟต์ก็ขึ้นหมายเลข 1 บ่งบอกให้รู้ว่านิคได้ลงมาถึงชั้นที่้าแล้ว หลังจากนั้นประตูลิฟต์ก็ถูกเปิดออก ชายหนุ่มเดินออกมาจากลิฟต์ เขาทำเหมือนว่าเมื่อครู่ไม่ได้มีอะไรเกิดขึ้น แต่ภายในใจลึกๆ เขายังคงสงสัยถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อครู่อยู่ดี
นิคเดินไปยังร้านเบียร์ที่อยู่ข้างๆ ตึกทำงานของเขา ชายหนุ่มกวาดสายตามองหาเพื่อนสนิทสาวไปรอบๆ ร้าน เห็นเธอกำลังยืนเล่นมือถือรอเขาอยู่หน้าร้าน จึงเดินเข้าไปหาทันที
“ไงมิ้ง มึงรอนานมั้ย?” นิคทักเพื่อนของเขาขึ้น
หญิงสาวหันมาหาเพื่อนของตนก่อนจะเก็บโทรศัพท์เข้ากระเป๋า
“โอ้ยมึง! กูรอมึงมาชาติเศษๆ ได้มั้ง ทำไรนานขนาดนี้กูถามจริงเหอะ” เพื่อนสาวของเขาบ่นออกมาราวกับว่าไม่ได้เจอกันมานานเป็ชาติ
“โอ้ยอีดอก! กูก็แค่เก็บของบนโต๊ะอยู่ เพิ่งผ่านมาแค่ 10 นาทีเองไม่ได้นานขนาดนั้นสักหน่อย”
“แค่สิบนาทีสำหรับกูมันนานค่า เอ้าไปกินเบียร์กัน กูหิวแล้วเนี่ย!”
“เออๆ ไปๆ”
ทั้งสองพากันเข้าไปในร้าน ก่อนที่จะสังสรรค์กันอีกหลายชั่วโมง จนเวลาล่วงเลยถึง 4 ทุ่ม พนักงานหลายคนที่มาสังสรรค์ในร้านเริ่มทยอยกลับกันไป ส่วนมิ้งที่ตอนนี้เมาแอ๋แล้วนั้น จู่ๆ ก็ลุกขึ้นเอ่ยขอกลับก่อน เพราะเริ่มไม่ไหวแล้ว
“กูไปละนิค มึงก็รีบกลับบ้านด้วยเดี๋ยวพรุ่งนี้มาทำงานไม่ได้~”
“เออ รีบไปเหอะมึง แล้วกลับไง?” นิคถามไถ่เพื่อนของตัวเองด้วยความเป็ห่วง
“ตอนนี้มีรถเมล์อยู่ เดี๋ยวกูขึ้นรถเมล์กลับบ้านก็ได้”
“ระวังๆ ด้วยละกัน มึงอย่าลืมของไว้นะกูี้เีช่วยหา!”
หลังจากมิ้งออกจากร้านไปแล้ว ภายในร้านจึงเหลือคนไม่มาก นิคนั่งดื่มเบียร์ต่ออีก 2 - 3 แก้ว เมื่อรู้สึกพอใจแล้วจึงลุกไปจ่ายเงินให้กับพนักงานก่อนจะออกจากร้าน เขาเดินไปตามริมฟุตบาท เพื่อจะหาแท็กซี่ที่ผ่านไปผ่านมา เพื่อโบกรถแล้วนั่งกลับบ้าน
นาทีแล้วนาทีเล่าที่รถสัญจรไปมาแต่ก็ยังไม่มีท่าทีว่าจะมีแท็กซี่ที่ว่างเลยสักคัน มีเพียงคันที่มีผู้โดยสารอยู่ผ่านไปมาเพียงเท่านั้น และแล้วในที่สุดรถแท็กซี่ที่ว่างอยู่ก็มาถึง ชายหนุ่มโบกมือเรียกก่อนที่แท็กซี่คันนั้นจะจอดข้างๆ เขาและลดกระจกลงมา
นิคบอกที่อยู่บ้านตัวเองให้กับคนขับแท็กซี่ ก่อนที่คนขับจะบอกให้เขาขึ้นมา แต่ในขณะที่นิคกำลังจะขึ้นรถแท็กซี่
ตึก ตึก ตึก ตึก เสียงย่ำเท้าดังขึ้นมาจากทางด้านหลัง ขนของนิคลุกชันขึ้นอีกครั้ง ชายหนุ่มค่อยๆ เหลือบมองไปด้านหลัง
จากที่ไกลๆ เงาสีดำร่างหนึ่งกำลังเดินมาอย่างช้าๆ ก้าวเท้ามาอย่างเชื่องช้า แต่มันกลับให้ความรู้สึกหวาดหวั่นกับนิค เขารู้สึกกลัวสิ่งนั้นมากกว่าอะไรทั้งสิ้นใน่ชีวิตที่ผ่านมา นิครีบก้าวขึ้นรถและนั่งลงเบาะหลังของรถแท็กซี่ เขาจึงะโด้วยความลนลานให้คนขับรีบขับออกไป
“พี่! ไปเลยไปเร็ว!”
“คะ...ครับน้อง?”
คนขับแท็กซี่รู้สึกงุนงงกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นมาอย่างกะทันหัน แต่เขาก็รีบขับออกรถไปอย่างรวดเร็วตามคำขอของนิค
“เฮ้อออ”
นิครู้สึกเหมือนได้ปลดปล่อย เขาไม่เคยรู้สึกกดดันขนาดนี้มาก่อนในชีวิต แต่แทนที่เขาจะได้ดื่มด่ำกับ่เวลานี้
ตึกๆๆๆๆ ตึกๆๆๆๆ เขากลับได้ยินเสียงฝีเท้าอีกครั้ง แต่คราวนี้มันกลับถี่และรัวยิ่งขึ้น
เมื่อนิคมองออกไปนอกหน้าต่างเขากลับพบว่าไอ้เงาที่เขาเห็นตอนนั้นมันกลับวิ่งไล่รถมาติดๆ แถมตอนนี้มันอยู่ใกล้เขามากจนแสงไฟจากเสาไฟฟ้าส่องจนเห็นทุกรายละเอียดร่างกายของมัน
ผีตัวนั้นมีลักษณะเป็ผู้ชาย สวมใส่สบงและจีวรเหมือนพระทั่วไปแต่หนากว่ามาก ที่สำคัญคือมันไม่มีหัว หัวของผีตัวนั้นมันกลับขาดหายไปจนเห็นเป็กระดูกต้นคอกับเส้นเืใหญ่ที่มีเืไหลออกมาตลอดเวลาจนเลอะจีวรไปหมด จนสบงเปลี่ยนจากสีส้มกลายเป็สีน้ำตาลออกดำ
“อะ...ไอ้ชิบหาย! มึงจะตามกูไปถึงไหนวะ?! พี่! เหยียบมิดเลย!”
“น้องเป็ไร? พี่ขับเร็วมากไม่ได้ เดี๋ยวพี่ก็โดนปรับหรอก”
“โอ้ยพี่! ไม่ต้องสนแล้ว เดี๋ยวผมให้ทิปเพิ่มจากค่ารถ 3 - 4 เท่าเลย เพราะงั้นพี่เหยียบมิดเลย!”
คนขับแท็กซี่ได้ยินแบบนั้นเขาก็ดีใจ รีบทำตามที่ชายหนุ่มบอกทันที
“ได้น้อง จับแน่นๆ นะ!”
หลังจากนั้นรถแท็กซี่ก็พุ่งไปด้วยความเร็วสูงจนสามารถสลัดผีพระหัวขาดออกไปได้สำเร็จ
เมื่อแท็กซี่มาถึงบ้าน นิคก้มสำรวจตัวเองว่ากลับมาได้อย่างปลอดภัย ครบ 32 ประการ ก่อนจะจ่ายเงินแล้วก้าวขาลงจากรถและรีบเดินเข้าบ้าน
ตึก ตึก ตึก ตึก