สกายโร้ด เกมโลกเสมือนพลิกชะตาเทพเกม (天行)

    เล่มที่ 2 บทที่ 54 แหวนยูนิคอร์นคู่


    เวลาผ่านไปทีละนิด จนเวลาล่วงเลยมาถึงเวลา 4 ทุ่ม ค่าประสบการณ์เลเวล 39 ของผมก็เพิ่มขึ้นเป็น 70% แล้ว ขณะที่ยูนิคอร์นในป่าภูติก็ถูกผมกวาดล้างไปครั้งแล้วครั้งเล่าจนถึงขนาดที่เมื่อพวกมันเห็นผมก็ไม่ได้มีท่าทีเย่อหยิ่งเหมือนในตอนแรก ทั้งยังมีท่าทีหวาดกลัวราวกับเห็นผี อีกทั้งดูเหมือนว่าอัตราการเกิดใหม่ของสมุนไพรน่าจะอยู่ที่ 12 ชั่วโมง เถาเทียนเซียนเวลานี้ก็เกิดขึ้นมาใหม่อีกครั้งแล้ว และเพียงพอให้ผมเก็บรวบรวมใหม่อีกครั้ง

    หลังผ่านเวลาผ่านพ้นเที่ยงคืน เถาเทียนเซียนก็ถูกเก็บรวบรวมไปจนหมด และหลังจากถูกนำไปปรุงยามากกว่า 200 เม็ดแล้วคราบจักจั่นก็ถูกใช้ไปจนหมดและผมจึงต้องไปที่ทะเลป่าสนอีกครั้ง ทว่าสิ่งที่ทำให้ผมรู้สึกเสียดายก็คือแหวนยูนิคอร์นอีกวงไม่ได้ดรอปออกมา ไม่อย่างนั้นผมคงก้าวหน้าไปมากกว่านี้อีกแน่!

    ขณะที่ผมกำลังจะออกจากป่าภูติ ทันใดนั้น ผมก็พบยูนิคอร์นฝูงหนึ่งขึ้นราว 30-40 ตัวอยู่ในพื้นที่โล่งในป่าลับ ทั้งๆที่ผมแสกนแผนที่อยู่ตลอดและไม่พบอะไรอยู่แล้ว แต่ก็ช่างเถอะเถอะ! ในเมื่อพบแล้วผมก็ไม่สามารถปล่อยผ่านไปได้ ไม่รอช้าผมหยิบดาบขึ้นมาและพุ่งออกไปฆ่าพวกมันทันที!

    และผลสุดท้าย หลังจากที่ฆ่ายูนิคอร์นยังไม่ถึง 10 ตัว ทันใดนั้นก็มีเสียง “เคร้ง” ดังขึ้นพร้อมกับแสงสีเงินที่ส่องสว่างระยิบระยับ เป็นแหวนสีเงินวงหนึ่งที่ตกลงบนไปพื้นหญ้าขณะที่ปีศาจยูนิคอร์นตัวหนึ่งล้มพับลงไปนั่นเอง

    ออกมาแล้ว?!

    หัวใจของผมเต้นรัว ราวกับมีสายฟ้าฟาดเข้าใส่  ผมรีบลงจากลาป่าและเข้าไปหาแหวนบนพื้นหญ้าทันที ในที่สุด ผมก็เจอแหวนเกี่ยวอยู่บนรากหญ้าบนพื้นตรงนั้น และทันทีที่ผมยื่นมือไปสัมผัส คุณสมบัติของมันก็ปรากฏขึ้นมาทันที และทันใดนั้นผมก็ตื่นเต้นจนหัวใจแทบจะหยุดเต้น แหวนยูนิคอร์นวงที่ 2! ในที่สุดแหวนยูนิคอร์นวงที่ 2 ก็ปรากฏขึ้นแล้ว!

    ผมกำแหวนไว้แน่น รู้สึกตื่นเต้นอย่างถึงที่สุด ในตอนแรกผมคิดว่าหากแหวนยูนิคอร์นวงที่ 2 ดรอปออกมาอีกครั้งผมจะนำไปขายทันที อย่างน้อยแล้วมันก็ต้องขายได้ไม่ต่ำกว่า 10,000 หยวนแน่ แต่ว่าหลังจากที่มันดรอปออกมาอีกครั้ง ผมก็เปลี่ยนความตั้งใจเดิมทันที ถ้าเกิดผมใส่แหวนยูนิคอร์นสองวงล่ะ อัตราคริติคอลของผมก็จะเพิ่มขึ้นเป็น 6% ซึ่งก็พูดได้เลยว่ามันค่อนข้างสูงเลยทีเดียว อีกทั้งค่าพลังโจมตีก็จะเพิ่มขึ้น 4% ด้วย หากเทียบกับการขายให้คนอื่นแล้วสู้ผมเก็บไว้ใช้เองดีกว่า และการมีแหวนแบบนี้แน่นอนว่าผมก็จะสามารถฆ่ามอนสเตอร์ที่แข็งแกร่งกว่าเดิมได้ นอกจากนี้เอฟเฟกต์สโนว์บอลก็ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ

    ดังนั้น หลังจากที่ผมเปลี่ยนแหวนถิ่นกันดารไปแล้ว หน้าต่างอุปกรณ์สวมใส่ของผมก็เปลี่ยนเป็นแหวนยูนิคอร์นสองวงที่ส่องประกายทันที!

    หน้าต่างคุณสมบัติของผมเปลี่ยนไป โดยพลังโจมตีเพิ่มขึ้นเป็น 35% พร้อมกับคริติคอลที่เพิ่มขึ้นเป็น 6% มันรู้สึกได้เหมือนกับมีกระแสพลังงานที่ไม่มีที่สิ้นสุดมาจากแหวนในมือทั้งสองข้าง ทั่วทั้งร่างของผมก็เหมือนกับยอดฝีมือที่กำลังทะลวงขอบเขตพลัง อีกทั้งยังส่งแรงกระตุ้นที่หยิ่งผยอง หากหมัดนี้กระทบฟ้า มันสามารถทำลายสวรรค์เก้าชั้นฟ้า บดขยี้เหล่าทวยเทพได้!

    แน่นอน... ผมรู้ว่ามันทำอย่างนั้นไม่ได้ ใช้หมัดนี้ทำลายสวรรค์ ไม่ต่างอะไรจากผายลม

    หลังจากที่ผมกวาดล้างยูนิคอร์นที่เหลือจนหมดแล้วจึงมุ่งหน้าไปยังทะเลป่าสน และก็เป็นอย่างที่ผมคิดไว้เลย เวลานี้มีคนเข้ามาเก็บเลเวลที่นี่แล้ว ซึ่งก็คือผู้เล่นระดับสูงจากเฟยเยว่ฉีซือถวน มีทั้งเหล่ยเหยียน กั่วเจวี๋ย เจี้ยนหยวี่และคนอื่นๆก็อยู่ที่นี่ พวกเขามาฆ่าปีศาจจักจั่นเพื่อเร่งอัพเลเวลกัน ทว่าผมก็แค่มองผ่านจากระยะไกลเท่านั้น และไม่รอช้าผมจึงกระตุกลาป่าเปลี่ยนเส้นทางไปโดยที่ในระหว่างทางผมก็ฆ่าปีศาจจักจั่นและเก็บรวบรวมคราบจักจั่นไปด้วย

    กระทั่งจนถึงช่วงเวลาตี 2  “ชิ้ง” ทันใดนั้นลำแสงสีทองก็ไหลอาบลงมาบนร่างของผม เยี่ยม! ในที่สุดผมก็อัพเป็นเลเวล 40 แล้วและก่อนที่ผมจะรู้ตัว ชื่อของผมก็ค่อยๆกลายเป็นชื่อสีขาวสะอาดตา แทนที่จะเป็นชื่อสีแดงอย่างก่อนหน้านี้  หลังจากที่ผ่านการฆ่ามอนฯทั้งวันทั้งคืน แน่นอนว่าชื่อแดงก็ต้องถูกล้างออกไปได้ งานนี้ต้องยกให้เป็นผลงานของปีศาจยูนิคอร์น ยิ่งมอนสเตอร์เลเวลสูงเท่าไหร่ ผลการล้างชื่อแดงจึงยิ่งเห็นได้ค่อนข้างชัดเจนมากขึ้นเท่านั้น

    โดยไม่รอช้า ผมจึงทำการปรุงยาและไม่นานหลังจากนั้นในช่องเก็บของของผมก็เต็มไปด้วยยาเม็ดโลหิตอมตะถึง 500 เม็ด แต่ละเม็ดสามารถฟื้นฟูเลือดได้ทันที 1800 แต้ม ซึ่งทั้งหมดนี้นับเป็นยาระดับสูงสุดในเวลานี้ หลังจากใช้ความคิดครู่หนึ่ง ผมเก็บไว้ 100 เม็ด โดยแบ่งให้ทุกคนในสตูดิโอใช้คนละ 20 เม็ด เผื่อนำมาใช้ได้ในช่วงเวลาฉุกเฉินได้ เวลาปกติก็ใช้แค่ยาระดับ 3 ก็พอ ส่วนที่เหลืออีก 400 เม็ดก็นำไปขายให้หมด

    จากนั้นผมจึงหยิบม้วนตำรากลับเมืองขึ้นมาบดขยี้และกลับเมืองไปทันที!

    “แว้บบ!”

    ผมปรากฏตัวขึ้นในเมืองจิ่นโจวหลังจากที่ไม่ได้กลับมานาน เมื่อไปดูอัตราแลกเปลี่ยนเหรียญทองเป็นเงิน ก็พบว่ามันยังคงอยู่ในระดับคงที่ คือ 1:1 ดูเหมือนว่ามันจะถูกควบคุมโดยระบบอัตโนมัติ ด้วยการเพิ่มขึ้นของการใช้อาวุธซ่อมแซม การเรียนรู้ทักษะต่างๆ การซื้อยาและอื่นๆจึงทำให้เหรียญทองมีประโยชน์มากขึ้นเรื่อย ๆ ราคาจึงคงที่ ทั้งยังอาจคงอยู่ที่ 1: 1 ไปอีกเป็นเวลานาน

    ผมเดินมาไปที่โรงประมูลและเปิดลิสต์รายการยาขึ้นมา แน่นอนว่า เวลานี้มีเพียงยาระดับ 3 เท่านั้น ยังไม่มียาระดับ 4 ถูกปรุงออกมาขาย ขณะที่การขายโอสถยาระดับ 3 มีทั้งหมด 14 กลุ่ม โดย 4 กลุ่มในบรรดานั้นเป็นของซานโหย่วฝูซู และอีก 10 กลุ่มที่เหลือก็เป็นของผู้เล่นคนอื่นๆ ที่นับว่าเป็นผู้เล่นชั้นยอดจากแวดวงการปรุงยาของเมืองจิ่นโจวทั้งสิ้น เป็นบุคคลที่เดินนำหน้าคนอื่น ขณะที่ผมนั้น……เป็นคนที่เดินนำหน้าไปอีกทีหนึ่ง

    เมื่อพิจารณาจากราคาที่พวกเขาแล้ว โดยยาระดับ 3 แต่ละชนิดจะขายอยู่ที่เม็ดละ 30 เหรียญทอง และเกือบทั้งหมดในบันทึกการขายก็อยู่ที่ราคา 30 เหรียญทองเช่นกัน อย่างนั้นแล้ว ยาระดับ 4 ของผมคงจะต้องราคาสูงกว่านี้หน่อย อย่างไรก็ตาม ยาฟื้นเลือด 1200 แต้มก็เทียบไม่ได้กับยาเม็ดโลหิตอมตะที่ฟื้นฟูเลือดได้ 1800แต้ม อีกทั้งเมื่อเพิ่มเวลาในคูลดาวน์ห้าวินาทีแล้วจึงเทียบกันไม่ได้เลยในเรื่องของราคา

    หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ในที่สุดยาระดับ 4 ของผมก็ถูกตั้งไว้ที่ราคาอยู่ที่ 100 เหรียญทอง ยาฟื้นเลือดทันที 1800 แต้มแลกกับเงิน 100 หยวนใช้เมื่อต้องการล่าบอสและเข้าร่วม PK ด้วยความคิดแบบนี้ ผู้เล่นระดับสูงบางคนรวมไปถึงผู้เล่นเงินหยวนก็ยังมีกำลังในการซื้อได้ ด้วยเพราะอย่างไรแล้วในท้ายที่สุด นี่เป็นยาชั้นยอด ซึ่งเวลานี้ก็ยังเข้าถึงผู้เล่นทุกคนไม่ได้อยู่ดี

    ดังนั้นแล้วผมจึงจัดไว้ 10 เม็ดต่อ 1 ชุด จากนั้นจึงนำไปฝากขาย 1 ชุด 1000 เหรียญทอง และพริบตาเดียวเท่านั้นผมก็ขายได้มากถึง 40 ชุดเลยทีเดียว วุ่นวายมาทั้งวัน ผลลัพธ์ได้อยู่ที่นี่แล้ว!

    “ติ๊ง!”

    และทันใดนั้น ข้อความหนึ่งจากเจี้ยนหยวี่ของกิลด์เฟยเยว่ฉีซือถวนก็ถูกส่งมาว่า “จินซีเหอซี ยาระดับ 4 พวกนี้……นายไปได้มาจากที่ไหน สามารถทำข้อตกลงส่วนตัวให้ฉันได้หรือเปล่า?”

    “ไม่ได้”

    ผมตอบปฏิเสธไปทันทีว่า “นี่เป็นเพียงธุรกิจขนาดเล็กเท่านั้น อย่าถามถึงการขายจำนวนมากเลย หากกิลด์เฟยเยว่ฉีซือถวนต้องการซื้อก็ซื้อได้จากโรงประมูลโดยตรงได้เลย”

    “ฉันรู้ เพียงแต่โรงประมูลมีค่าธรรมเนียมนะสิ นายคงยังไม่เห็นรายการค่าธรรมเนียมหลังจากที่ปรับระบบใหม่ มันต้องหักค่าธรรมเนียมไปตั้ง 5% แน่ะ” ดูเหมือนว่าเธอจะลุกลี้ลุกลนเป็นกังวลเล็กน้อย

    ผมเงยหน้าขึ้น อย่างนี้นี่เอง! ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ที่ระบบเริ่มเก็บค่าธรรมเนียมการประมูล และจากนั้นผมจึงถามเธอต่อว่า “ถ้างั้น...... เธอต้องการกี่ชุด?”

    “10 ชุด 100 เม็ด”

    “ได้ งั้นฉันจะถอนออก 10 ชุด เธอมาเทรดมาได้เลย”

    ไม่นานหลังจากนั้นยาเม็ดโลหิตอมตะก็ถูกถอนออกมา 100 เม็ด และไม่ถึง 3 นาทีต่อจากนั้น เงาร่างของสาวงามจากระยะไกลก็เดินเข้ามา เธอคือ ‘เจี้ยนหยวี่’ นั่นเอง เธอเป็นหญิงสาวประเภทที่ดูอ่อนโยน และขณะที่ร่างงามในชุดเกราะเดินเข้ามาด้วยท่าทีสบายอารมณ์นั้น เธอจึงพูดขึ้นทันทีว่า “มาเถอะ มาเทรดกัน”

    หน้าต่างแลกเปลี่ยนถูกเปิดออก ผมจึงส่งยาเม็ดโลหิตอมตะ 100 เม็ดให้เธอ พร้อมกับรับเงิน 10,000 เหรียญทองมาทันที เมื่อเห็นเหรียญทองจำนวนมากมายแล้ว ผมก็อดตื่นเต้นขึ้นมาไม่ได้

    “เรียบร้อย บายจ้ะ” และจากนั้นเธอจึงเดินจากไปอย่างรวดเร็ว

    ผมได้แต่ยิ้มกับตัวเอง กระทั่งเวลานี้เอง เสียงอันคุ้นเคยก็ดังขึ้นมาจากด้านหลังว่า “เฮ้ มายืนงงอะไรอยู่ตรงนี้เนี่ย?”

    ทันทีที่หันกลับไปจึงได้เห็นว่าเธอคือนางฟ้าพเนจรสาวสวยคนหนึ่งที่มีรูปร่างบอบบางทว่าก็สง่างามอยู่ในทีที่มาพร้อมกับคทาที่ถืออยู่ในมือ……ซูซีหรานนั่นเอง

    “ซีหราน เธอก็ยังไม่นอนเหรอ ?” ผมพูด

    “อื้อ กลับมาเติมยาที่เมืองน่ะ”

    ขณะที่เธอมองไปยังโรงประมูลก็ไม่วายพูดพลางยกยิ้มว่า “ดูท่า สตูดิโอของเรากำลังจะรวยแล้วสิ……”

    “นั่นมันแน่นอนอยู่แล้ว”

    ผมจึงพูดขึ้นอย่างมั่นใจต่อว่า “ตลาดยาระดับสูงถูกฉันยึดพื้นที่ไปกว่าครึ่งหนึ่งแล้วล่ะ”

    ขณะที่พูดประโยคนี้ ทันใดนั้นข้างหูของผมก็ได้ยินเสียง “ติ๊ง ติ๊ง ติ๊ง” ดังขึ้นในหูตลอดเวลาและนั่นก็คือเสียงการแจ้งว่าสินค้าฝากขายของผมได้ถูกซื้อออกไปแล้ว โดยในบรรดานั้นมีหั่วเยี่ยนฉู่ที่ซื้อไปถึง 50 เม็ด หวังเฉียน นางฟ้าพเนจรจากหวังเฉาป้าเยว่เองก็มาซื้อไปถึง 70 เม็ด ส่วนที่เหลือก็ถูกซื้อโดยผู้เล่นที่มาจากทีมต่างๆ และไม่ถึง 10 นาที ยาของผมหมดเกลี้ยงไม่มีเหลือ

    ทว่าอย่างไรก็ตามผมก็ยังถูกระบบหักค่าธรรมเนียมไป 5% ก็นับว่าเงินหายไปหลายร้อยเหรียญทองเลยทีเดียว และจากนั้นเมื่อขายเหรียญทองอีกครั้งก็ยังต้องถูกหักค่าธรรมเนียมไปอีก 5% อีกครั้ง กระทั่งตอนนี้ในที่สุดผมก็เข้าใจเสียทีว่าทำไมบริษัทเยว่เหิงถึงได้ร่ำรวยขนาดนี้ ร้ายกาจจริงๆ!

    เมื่อคนอื่นขายเหรียญทองจะอยู่ที่ราคา 1:1 ทว่าของผมจะถูกลงหน่อย โดยเงิน 100 เหรียญทองจะขายได้แค่ 95 หยวนเท่านั้น อีกทั้งยังขายหมดภายในเวลาไม่นานด้วย และสุดท้ายไม่ถึง 20 นาทีก็ขายหมดไม่มีเหลือ ขณะที่ในอาลิเพลย์ บนโทรศัพท์มือถือในโลกแห่งความเป็นจริงนั้นก็มีเสียงแจ้งเตือนดังขึ้นไม่หยุด

    ……

    ตอนนี้ถึงเวลาที่ผมต้องไปเรียนสกิลเลเวล 40 ซูซีหรานไปเป็นเพื่อนผม ขณะที่คน 2 คนเดินไปบนอิฐสีขาวในเมืองจิ่นโจว หนึ่งคนแข็งแกร่งราวหินผา ส่วนคนหนึ่งก็อ่อนโยนราวท้องนภา เมื่อเดินเคียงคู่กันจึงยิ่งดูเหมาะสมราวกับกิ่งทองใบหยก

    “ใครเป็นผู้ซื้อรายหลักเหรอ?” ซูซีหรานถามขึ้น

    “กิลด์เฟยเยว่ฉีซือถวน หวังเฉาป้าเยว่ ปู้ฝูจิ้วก้าน แล้วก็ยังมีคนที่ไม่รู้จักบางส่วนน่ะ” ผมตอบ

    “อืม......”

    เธอครุ่นคิดเล็กน้อยและพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่นุ่มละมุนต่อว่า “ช่วงนี้กิลด์เฟยเยว่ฉีซือถวนมีความเคลื่อนไหวค่อนข้างมาก หลังจากที่นายกับพวกเขาร่วมมือกันเฟิร์สคิลบอสระดับเงินแล้ว เฟยเยว่ก็ยังพาคนไปจัดการบอสระดับเงินเพิ่มอีก 3 ตัว พวกเธอใช้ค่าประสบการณ์ของบอสมาเร่งอัพเลเวลและความแข็งแกร่งของไอเทม พวกเขาค่อนข้างทะเยอทะยานอยู่นะ ไม่อย่างนั้น พวกเขาคงไม่ได้ลงทุนมหาศาลในการซื้อยาจำนวนมากมายขนาดนั้นหรอก”

    ผมขมวดคิ้วและจากนั้นจึงพูดต่อว่า “กิลด์เฟยเยว่ฉีซือถวน……ต้องการกุมอำนาจในเมืองจิ่นโจวงั้นเหรอ?”

    “มันก็เป็นไปได้ อย่างน้อย ในใจของเฟยเยว่ก็คิดจะผลักดันให้กิลด์เฟยเยว่ฉีซือถวนขึ้นสู่บัลลังก์อันดับ 1 ในรายการจัดอันดับกิลด์ของเมืองจิ่นโจวอย่างแน่นอน”

    “ช่างเถอะ” ผมยกมือขึ้นโบกไปมาเบาๆพร้อมกับพูดต่อว่า “ยังไงซะเป้าหมายทีมเทียนเสวี่ยนเราก็คือการสร้างรายได้ หาทางร่ำรวย ไม่ใช่แย่งบัลลังก์อันดับ 1 กับเฟยเยว่ฉีซือถวน พวกเขาอยากเป็นที่ 1 ก็ให้พวกเขาเป็นไป ส่วนพวกเราต้องการแค่ความสำเร็จเท่านั้น”

    “อือฮึ”

    ……

    ณ หอฝึกอัศวิน เมืองจิ่นโจว

    ขณะนี้ครูฝึกหัดอัศวินลั่วหลายยังคงยืนอยู่ข้างม้าศึกด้วยท่าทีภาคภูมิใจ เขาอยู่ในชุดเกราะกำบังที่ส่องแสงแวววาวพร้อมกับดาบอันแหลมคมที่ส่องประกายอยู่ในมือ ขณะที่ด้านข้างมีผู้เล่นอัศวินหลายสิบคนกำลังเลื่อนขั้นอาชีพอยู่ กระทั่งเมื่อเห็นผมเดินเข้าไป เขาก็สัมผัสได้ถึงบางสิ่งอย่างชัดเจนทันที และไม่รอช้าจึงพูดขึ้นทันทีว่า “อัศวินผู้แข็งแกร่งที่สุดแห่งเมืองจิ่นโจว ในที่สุดเจ้าก็มาที่นี่เสียที!”

    ดูเหมือนว่า เลเวลของผมที่เป็นอันดับ 1 ในเมืองจิ่นโจวจะมีระดับที่สอดคล้องกันกับ NPC ด้วยและผมก็ยอมรับในจุดนี้ดี

    “ครูฝัก ผมอยากเรียนวิชาที่แข็งแกร่งมากกว่านี้”

    “ได้เท่าที่เจ้าต้องการ”

    หลัวหลายวาดมือขึ้นไปกลางอากาศ ทันใดนั้นสกิล 3 อย่างก็ปรากฏขึ้นต่อหน้าผมทันที และทั้งหมดคือสกิลของอัศวินเลเวล 40 ที่สามารถพัฒนาความสามารถของอัศวินให้แข็งแกร่งขึ้นได้——

    【แทงต่อเนื่อง LV-1】(ระดับ B):ในเวลา 1.5 วินาที จู่โจมด้วยการแทง 5 ครั้ง ใส่ศัตรูในแนวเส้นตรง สร้างความเสียหายจากการโจมตีรวม 250% เลเวลที่สามารถเรียนรู้ได้: 40 ค่าเรียนรู้: 20 เหรียญทอง


    【ควบ LV-1】(ระดับ B):เพิ่มความเร็วในการเคลื่อนที่ 40% และความเร็วในการโจมตี 25% เป็นเวลา 12 วินาที เลเวลที่สามารถเรียนรู้: 40 ค่าเรียนรู้: 20 เหรียญทอง

    【สายลมแห่งการฟื้นฟู LV-1 】(ระดับ B):เพิ่มพลังเลือดด้วยสายลมแห่งชีวิต ฟื้นฟูเลือด 2.5% ต่อวินาที เป็นเวลา 12 วินาที เลเวลที่สามารถเรียนรู้: 40 ค่าเรียนรู้: 20 เหรียญทอง

    ……

    ผมไม่คิดเลยว่าแม้แต่ค่าธรรมเนียมในการเรียนรู้สกิลจะแพงขนาดนี้ เรียนรู้สกิลละ 20 เหรียญทอง ไม่มีทางที่ผู้เล่นธรรมดาจะสามารถจ่ายค่าเรียนที่แพงขนาดนี้ได้ แต่ตอนนี้ผมไม่ขาดเงินแล้ว ดังนั้นแล้วผมจึงตัดสินใจเรียนรู้ทุกสกิล ช่วงเวลาต่อมา สกิลใหม่ระดับ 1 ทั้งสามสกิลก็ได้ปรากฏขึ้นในแถบทักษะของผม

    คล้ายกับเรื่องสกายโร้ด เกมโลกเสมือนพลิกชะตาเทพเกม (天行) ที่คุณอ่าน