Chapter 137 อ่านหนังสือ
เช้าวันถัดมา สายฝนตื่นแต่เช้า มันเป็นความเคยชินของเขา ทุกวันสายฝนจะตื่นเช้าตลอดแม้ว่าเขาจะเหนื่อยล้าสุดๆก็ตาม สายฝนครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่ก่อนตัดสินใจได้ เขาไม่ได้พยายามจะนอนต่อ สายฝนค่อยๆลุกออกจากเตียง เขาขยับร่างกายเล็กน้อยแล้วพบว่าตนเองสามารถใช้ความแข็งแกร่งได้แค่หนึ่งในร้อยเท่านั้น สายฝนถอนหายใจออกมาคราหนึ่ง บาดแผลที่ได้รับจากการต่อสู้นั้นมันทำให้เขาเป็นแบบนี้ หากเจอกับศัตรูเวลานี้เขาแทบไม่สามารถปกป้องชีวิตตัวเองได้เลย เป็นเรื่องที่น่าเศร้า
‘ฉันไม่รู้ว่าอีกนานแค่ไหนกว่าจะกลับมาสามารถใช้ความแข็งแกร่งทั้งหมดได้’ สายฝนกล่าวภายในใจจากนั้นเขาก็เปิดประตูออกไปด้านนอกห้อง เมื่อออกมาด้านนอกสายฝนก็เห็นสาวใช้คนเดียวกับที่เขาเจอเมื่อวาน หลังจากถามหลายคำถามเขาก็ได้รับข้อมูลมาเล็กน้อย
“เธอเอาอาหารกับนํ้ามาให้ฉันสินะ” สายฝนถามพลางมองสาวใช้ สาวใช้ตอบกลับว่าใช่ สายฝนรับอาหารมาจากเธอก่อนจะกลับเข้าห้องอีกครั้ง สาวใช้ไม่ได้ตามเข้าไป เธอรู้ว่าเขาสามารถทานอาหารเองได้แล้ว ไม่จำเป็นต้องให้ใครช่วย
‘มีใครบางคนกำลังจับตาดูฉันอยู่’ สายฝนเอ่ยขึ้นภายในใจขณะเริ่มทานอาหาร อาหารในวันนี้ยังคงเป็นเหมือนเดิม ข้าวต้มซึ่งถูกทำด้วยข้าวสายพันธุ์อะไรไม่รู้ สายฝนไม่สนใจเรื่องสายพันธุ์ข้าว สิ่งที่เขาสนใจคืออีกเรื่อง เวลานี้มีใครบางคนจับตามองเขาอยู่! สายฝนพอคาดเดาได้ว่ามันเป็นใคร ผู้ที่จับตามองเขาน่าจะเป็นพ่อฟีซิเลีย ทำไมเขาคิดแบบนี้? นั่นเป็นเพราะสายฝนได้ยินบทสนทนาของพ่อและลูกสาว
‘เจ้านั่นคงสงสัยว่าฉันเกี่ยวข้องกับชนชั้นสูงมันเลยใช้ความแข็งแกร่งตัวเองคอยสังเกตฉัน ไม่งั้นสาวใช้คงไม่นำอาหารมาให้ฉันตรงเวลาแบบนี้หรอก’ สายฝนคิดก่อนคิดต่อว่า ‘ฉันไม่เชื่อว่าเจ้านั่นจะพลาดทำให้ฉันรู้ว่ามันกำลังมองดูอยู่ มันคงไม่คิดจะปิดบังเรื่องนี้ตั้งแต่แรกแล้ว เจ้านั่นต้องการให้ฉันรู้ตัวและเตือนไม่ให้ฉันทำอะไรที่มันมากและผิดปกติเกินไป’
สายฝนดื่มน้ำพลางกล่าวในใจ ‘แต่แล้วอย่างไรล่ะ? จับตาดูก็จับตาดูสิ ฉันไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับชนชั้นสูงอยู่แล้ว และฉันก็ไม่คิดจะทำอะไรโง่ๆด้วย เวลานี้ความแข็งแกร่งฉันไม่เพียงพอ’ เมื่อตักข้าวต้มคำสุดท้ายเข้าปากและดื่มนํ้าเสร็จเรียบร้อย สายฝนก็ออกจากห้องอีกครั้ง
เขารีบไปยังเป้าหมายทันที สถานที่ซึ่งเขากำลังจะไปเป็นห้องสมุด แม้จะได้รับข้อมูลสำคัญไม่มากจากที่นั่นทว่าเขาก็ยังคงได้รับข้อมูล สายฝนไม่มีทางนอนอยู่ภายในห้องหลายวันโดยไม่ได้ทำอะไรแน่ เขาไม่สามารถทำตัวเช่นนั้นได้ ใช้เวลาเกือบชั่วโมงสายฝนก็ถึงห้องสมุด เขาได้ตำแหน่งของมันมาจากสาวใช้
สายฝนเดินเข้าห้องสมุดโดยไม่มีความลังเล ห้องสมุดนั้นกว้างใหญ่ เขาจำเป็นต้องใช้เวลาเกือบหนึ่งชั่วโมงกว่าจะเจอหนังสือที่ต้องการ สามชั่วโมงถัดมา สายฝนหยิบหนังสือมาทั้งหมดสิบเล่ม สำหรับสายฝนแล้วหนังสือจำนวนสิบเล่มไม่ได้เยอะอะไรนัก ในตอนเขาอ่านหนังสือสอบเขาอ่านมากกว่าสิบเล่มเสียอีก หากสิบเล่มนี้สายฝนอ่านไม่ไหวและจำไม่ได้ตอนเขาสอบเขาคงไม่ได้คะแนนสูง
“วันนี้ฉันอ่านสิบเล่มก็พอ” ไม่ใช่เพราะสายฝนไม่ต้องการอ่านเพิ่ม จริงๆแล้วเขาต้องการข้อมูลมากกว่านี้ แต่เนื่องจากร่างกายและจิตใจเหนื่อยล้าสายฝนจึงไม่อาจอ่านหนังสือมากกว่าสิบเล่มได้ เขาคิดว่าหากอ่านมากกว่านั้นตัวเขาน่าจะหมดสติคาห้องสมุดซึ่งสายฝนย่อมไม่ยอมให้เรื่องเช่นนั้นเกิดขึ้น
‘คนไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่ แบบนี้ฉันชอบ’ มองไปรอบๆสายฝนพบว่าโต๊ะเก้าอี้ที่เอาใว้สำหรับนั่งอ่านไม่ค่อยมีคนนั่งมากนัก มีเพียงแค่สามคนเท่านั้น สายฝนดีใจเล็กน้อย เขาชอบคนน้อยๆแบบนี้ มันให้ความรู้สึกเงียบสงบ
‘ฉันจะเริ่มอ่านประวัติเมืองแห่งนี้ก่อน’ สายฝนค่อนข้างอยากรู้ว่าเขาอยู่ที่ไหน ดังนั้นเขาจึงเริ่มต้นด้วยการอ่านหนังสือประวัติเมือง ตัดสินใจได้แล้วว่าจะอ่านหนังสืออะไรสายฝนพลันเปิดหนังสือ สามนาทีต่อมาความสนใจเขาก็อยู่ที่หนังสือเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ ความสนใจที่เหลือสายฝนเอาใว้เผื่อเกิดเรื่องไม่คาดคิด ถ้าเกิดขึ้นจริงเขาจะได้หาวิธีรับมือทันเวลา
เวลาไหลผ่านไปเรื่อยๆ สายฝนอ่านหนังสือไม่ยอมหยุด หนังสือเล่มที่หนึ่งจบไปอย่างรวดเร็ว ต่อด้วยหนังสือเล่มที่สอง สาม สี่ ความเร็วในการอ่านของสายฝนน่าทึ่งมาก หนึ่งเล่มเขาใช้เวลาอ่านน้อยกว่าคนอื่นสองในสี่ สาเหตุที่เขาอ่านเร็วขนาดนี้เป็นเพราะในอดีตเขาได้อ่านหนังสือมามากมายหลายเล่ม ไม่ว่าจะเป็นหนังสือเรียน หนังสือนิยาย หนังสือการ์ตูน หนังสือสอนทำในเรื่องต่างๆ อีกสาเหตุคือความทรงจำเขาเป็นความทรงจำของระดับหนึ่ง การจำข้อมูลจากหนังสือจึงเป็นเรื่องที่ง่ายมาก
เล่มที่หก เล่มที่เจ็ด เล่มที่สิบ สายฝนอ่านหนังสือจบทั้งสิบเล่มแล้วเขาก็นำพวกมันไปเก็บที่เดิมก่อนจะออกจากห้องสมุด เพราะสายฝนไม่ได้เป็นสมาชิกของห้องสมุดแห่งนี้เขาเลยไม่สามารถยืมหนังสือไปอ่านได้ ค่าสมัครสมาชิกอยู่ในระดับกลางๆ ไม่ได้แพงมากเกินไปและไม่ได้ถูกเกินไป น่าเสียดาย ถึงมันจะอยู่ในระดับกลางสายฝนก็ไม่อาจสมัคร เขาไม่มีเงินเลยแม้แต่น้อย จะไปสมัครได้อย่างไร?
สายฝนใช้เวลาอีกเกือบหนึ่งชั่วโมงเพื่อกลับไปยังห้องของตนเอง สัญชาตญาณเขาเฉียบคมมาก เขารู้ตัวว่ากำลังโดนสังเกตอยู่ตลอดเวลา ทว่าสายฝนก็ไม่ได้สนใจ อยากสังเกตก็สังเกตไป ไม่ว่าจะสังเกตนานแค่ไหนสุดท้ายแล้วก็ไม่ได้รับข้อมูลอะไรจากเขาอยู่ดี
เมื่อมาถึงห้องตนเองสายฝนพลันกระโดดขึ้นไปบนเตียง ไม่ถึงสามวินาทีเขาก็หลับไปเพราะความเหนื่อยล้าของจิตใจและร่างกาย สายฝนหลับนานมาก มากขนาดที่ว่าข้ามไปในตอนเช้าวันถัดไป วันต่อมา สายฝนตื่นเช้าเหมือนเคย เขาทำเช่นเดียวกับที่ทำเมื่อวาน มีสิ่งหนึ่งที่เปลี่ยนไปคือสายฝนอาบนํ้าก่อนกินอาหาร
หลังทานอาหารเสร็จเรียบร้อยสายฝนก็ออกนอกห้องเดินไปยังห้องสมุด อ่านหนังสือสิบเล่มจบก็กลับห้องตนเอง สายฝนหลับภายในสามวินาทีอีกครั้ง เช้าวันถัดมาอย่างรวดเร็ว หลายวันผ่านไป ทุกๆวันสายฝนจะทำเหมือนเดิม ตื่น อาบน้ำ ทานอาหาร ไปห้องสมุดและอ่านหนังสือสิบเล่ม กลับมาห้องเพื่อนอน
///
“ข้าได้จัดการให้ท่านเรียบร้อยแล้ว” เด็กสาวฟีซิเลียกล่าวกับสายฝนในวันที่สิบหกนับตั้งแต่มาอยู่ที่เมืองแห่งนี้ ที่เธอหายไปหลายวันอาจเป็นเพราะว่ากำลังจัดการเรื่องการไปพบปู่ครีเทลให้เขาอยู่ สายฝนไม่รู้แน่ชัดว่าพ่อเด็กสาวคิดอย่างไรกับเขา อีกฝ่ายไม่ไล่เขาออกจากบ้าน ไม่กลัวว่าเขาจะมีศัตรูเป็นชนชั้นสูงหรอกหรือ?
“ฉันไปหาเขาตอนนี้เลยได้มั้ย?” สายฝนถาม ถ้าเป็นไปได้เขาต้องการข้อมูลให้เร็วที่สุด แม้จะยังเหนื่อยล้าอยู่ทว่าสายฝนก็ไม่อยากพักอยู่เมืองนี้นานนัก ในความคิดเขาเมืองนี้อันตรายยิ่งกว่าสถานที่ซึ่งเขาตื่นขึ้นมาเสียอีก ในเมืองมีผู้คนมากมาย ไม่รู้เลยว่าใครจะคิดร้ายต่อเขา บางทีสายฝนอาจระวังตัวมากเกินไปเองถึงได้คิดแบบนั้น แน่นอน ต่อให้จะไม่มีความคิดเช่นนั้นเขาก็ไม่ต้องการอยู่เมืองนานๆ สายฝนอยากจะออกจากโลกความฝันเร็วๆ
“แน่นอน ข้าจะพาท่านไปเอง” ฟีซิเลียตอบจากนั้นเด็กสาวก็บอกให้สายฝนเดินตามเธอไป สายฝนพยักหน้า