เส้นทางก่อนเข้าฉางอัน ทุ่งหญ้าริมแม่น้ำเว่ย
วันที่ยี่สิบของการเดินทาง บ่ายต้น
แม่น้ำเว่ยกว้างกว่าสองเท่าของแม่น้ำที่พวกเขาผ่านมาตลอดการเดินทาง
น้ำสีเขียวอมน้ำตาลไหลช้าใน่ฤดูใบไม้ผลิ ต้นหลิวสองข้างฝั่งรกทึบในแบบที่ทำให้ดูเหมือนผนังสีเขียวยาวตลอดสายตา ท้องฟ้าใสไร้เมฆในวันที่ฉางอันอยู่ห่างออกไปเพียงสิบสี่วันตามแผน
แต่เว่ยหันเฉินรู้สึกผิดปกติมาั้แ่เช้า
ไม่ใช่กลิ่น ไม่ใช่เสียง แต่เป็ความรู้สึกที่นักปราณระดับสูงบางคนเรียกว่า "ลมหายใจของฟ้า" ความรู้สึกว่าอากาศเองรับรู้ว่ามีบางสิ่งกำลังจะเปลี่ยนแปลง
เขาเคยรู้สึกแบบนี้สองครั้งในชีวิต
ครั้งแรกคือวันก่อนที่สำนักไท่อวี้จะพัง
ครั้งที่สองคือตอนนี้
"หลิวซาน" เขาพูดเบา ๆ ขณะขับหวงเจินข้ามทุ่งหญ้าริมฝั่งแม่น้ำ
"รับรู้ครับ" ชายผมหงอกครึ่งหัวพูดโดยไม่หัน ขาซ้ายยังฝืดเล็กน้อยจากาแ แต่ก้าวเดินได้เต็มที่แล้ว "ปราณในอากาศหนักผิดปกติ มาจากทางเหนือ"
"ชั้น 5" เว่ยหันเฉินพูดตรง "ไม่ใช่เว่ยเชา"
ซูหลิงเยิ่นบนหลังม้าหยุดสายตาที่กำลังมองทุ่งหญ้า หันมาที่เขาทันที "ผู้าุโคนอื่น?"
"อันดับสอง" เขาพูด "เว่ยเชาพูดถึงไว้แต่ไม่เคยบอกชื่อ"
"ข้อเสนอยี่สิบวันของเว่ยเชา" หลิวซานพูด "วันนี้เป็วันที่สาม ยังอีก 17 วัน ผู้าุโอันดับสองอาจไม่ผูกพันกับข้อเสนอของเว่ยเชา"
"ไม่ผูกพัน" เว่ยหันเฉินพูดยืนยัน "เว่ยเชาพูดั้แ่ต้นว่ารับรองได้แค่ระดับของตัวเอง"
ปราณที่หนักผิดปกติเข้มข้นขึ้นทีละน้อย มาจากทิศเหนือตามที่หลิวซานบอก
"กำลังเดินมาหาเรา" ซูหลิงเยิ่นพูดเงียบ ๆ
"ใช่"
"เราจะสู้หรือหนี?"
เว่ยหันเฉินมองพื้นที่รอบข้าง ทุ่งหญ้าโล่งเปิดทุกทิศ แม่น้ำเว่ยกั้นทางฝั่งตะวันออก ทางเหนือคือทิศที่ปราณหนักมาจาก ทางใต้เป็ทุ่งโล่งยาวหลายลี้ ทางตะวันตกมีป่าทึบห่างออกไปสักพันก้าว
หนีทางไหน ชั้น 5 ตามได้ทั้งหมด
"สู้" เขาพูด
ชายในชุดขาวเดินออกมาจากทุ่งหญ้าทางเหนือ ไม่รีบ ไม่รีบร้อน เหมือนคนที่รู้ว่าเป้าหมายจะไม่ไปไหน
ร่างผอมสูงกว่าเว่ยเชา หน้าตาเฉียบคม อายุยากจะบอกเพราะปราณที่สูงมักทำให้ผิวหน้าดูอ่อนกว่าความเป็จริง แต่เส้นผมที่ขาวทั้งหัวชี้ว่าน่าจะสูงอายุพอสมควร
ไม่มีอาวุธในมือ เหมือนเฉิน แต่ปราณที่เปล่งออกมาต่างกันโดยสิ้นเชิง
ปราณของเว่ยเชาและเฉินนั้นเว่ยหันเฉินพอจะประเมินขอบเขตได้ แต่ปราณของชายตรงหน้าไม่มีขอบเขตที่ชัดเจน มันไหลออกมาและซึมซับเข้าไปในอากาศรอบ ๆ จนแยกไม่ออกว่าจุดไหนคือปราณของเขาและจุดไหนคือธรรมชาติ
ชั้น 5 เหมยเซียน ผู้ทำลายล้างเซียน
เว่ยหันเฉินกำปลายแขนเกราะดาบแน่น
"เว่ยหันเฉิน" ชายผมขาวพูด เสียงเรียบและต่ำ ไม่มีอารมณ์ ไม่มีการข่มขู่ แต่มีน้ำหนักของคนที่ไม่เคยต้องข่มขู่ใคร "ผมชื่อกวนหยู ผู้าุโอันดับสองสมาพันธ์หยูหลิน ผมรับทราบว่าเว่ยเชาให้ข้อเสนอท่านแล้ว"
"และท่านไม่เห็นด้วย"
"ผมมีข้อเสนอของตัวเอง" กวนหยูพูด ก้าวเดินมาอีกสองก้าว หยุด "ส่งคัมภีร์และหญิงสาวให้ผม ผมรับรองว่าท่านและชายอีกคนจะกลับบ้านได้"
"บ้านของผมคือถนน" เว่ยหันเฉินพูดเรียบ
"ก็แล้วแต่" กวนหยูพูด ไม่โกรธ ราวกับไม่ใช่ผลลัพธ์ที่เขาคาดว่าจะแตกต่างออกไปมากนัก "ท่านอ่านคัมภีร์แล้ว ท่านรู้ว่าอาจารย์ใหญ่บันทึกอะไรไว้ เว่ยเชา้าข้อมูลในคัมภีร์ แต่ผม้าคัมภีร์"
"ต่างกันอย่างไร?"
"เว่ยเชา้ารู้วิธีที่ถูกต้อง ผม้ากำจัดสิ่งที่ขวางวิธีของเรา" กวนหยูพูดตรง ไม่แต่งเติม "คัมภีร์นั้นถ้าตกอยู่ในมือคนผิดจะเป็อันตราย"
"คนผิดในความหมายของท่านคือคนนอกสมาพันธ์ฯ"
"ถูกต้อง"
เว่ยหันเฉินดึงดาบออก
ชิงก์!!
"ผมไม่ส่ง"
กวนหยูมองดาบในมือเว่ยหันเฉิน สีหน้าไม่เปลี่ยน
"ท่านสู้กับเฉินเมื่อห้าวันก่อน ผมได้รับรายงานแล้ว ท่านดีกว่าชั้น 4 ทั่วไป" เขาพูด "แต่ผมไม่ใช่เฉิน"
"รู้"
กวนหยูพยักหน้าเล็กน้อย แล้วก้าวออกมาเดินเข้าหา
ปราณของเขาที่ซึมอยู่ในอากาศเริ่มรวมตัวกลับมาที่ร่าง อากาศรอบตัวเขาสั่นในแบบที่แตกต่างจากทุกคนที่เว่ยหันเฉินเคยเห็น ไม่ใช่แสง ไม่ใช่คลื่น แต่เหมือนอากาศตัดสินใจว่าจะสยบต่อร่างนั้น
หลิวซานพูดเงียบ ๆ ข้างหลัง "ท่านเว่ย ผมจะช่วยได้ไหมครับ?"
"รอก่อน ดูก่อน"
เว่ยหันเฉินก้าวออกไปหากวนหยู เขาไม่รอให้กวนหยูเข้ามาถึง เพราะการให้ฝ่ายชั้น 5 เข้ามาในระยะที่้าเท่ากับมอบความได้เปรียบทั้งหมดให้เขา
ดาบฟาดออกในแนวนอน
เฟี้ยว!!
เร็วพอสมควร แต่กวนหยูไม่หลบ
มือซ้ายของเขายกขึ้นรับ
เคร้งงง!!!
เสียงดังกว่าทุกครั้งที่เว่ยหันเฉินเคยได้ยิน กระทบแล้วสะท้อนออกมาเป็แรงกระแทกที่ทำให้มือที่ถือดาบชาออกวาบหนึ่ง
ปราณเกราะของกวนหยูหนักกว่าของเฉินสามเท่า
เว่ยหันเฉินถอยสองก้าวโดยสัญชาตญาณ
กวนหยูไม่ตามมา ยืนนิ่ง มองเขา
"ท่านรู้จักจุดอ่อนของปราณเกราะแล้ว" เขาพูด "แต่จุดอ่อนนั้น้าปราณที่หนาแน่นกว่าเพื่อซึมเข้าไปได้ ท่านชั้น 4 ปราณของท่านไม่หนาพอ"
เว่ยหันเฉินรู้ว่าเขาพูดถูก
เขาเปิดปราณชั้น 4 สี่สิบเปอร์เซ็นต์ มากกว่าที่เคยเปิดมา
อากาศรอบตัวเขาสั่นอย่างเห็นได้ชัด ใบหญ้าโค้งออกจากตัวเขาราวกับมีแรงลมที่ไม่มีอยู่จริง
กวนหยูยกคิ้วเล็กน้อย เป็ปฏิกิริยาเดียวที่เขาแสดงออกมา
เว่ยหันเฉินพุ่งออกไปอีกครั้ง คราวนี้ไม่ใช่ดาบแต่เป็มือซ้ายที่อัดปราณไว้เต็มที่
ตุ้บ!!!
กระแทกที่กรอบอกของกวนหยูตรง ๆ
ปราณเกราะรับแรง แต่คราวนี้เว่ยหันเฉินรู้สึกได้ว่าปราณของเขาซึมเข้าไปบางส่วน ไม่มาก แต่มากกว่าตอนที่เขาััปราณเกราะของเฉิน
กวนหยูถอยออกหนึ่งก้าว เป็ครั้งแรกที่เขาขยับออกไปจากแรงโจมตี
แต่แล้วเขาก็ยกมือขวาขึ้น
ปราณที่ซึมอยู่ในอากาศรอบข้างรวมตัวมาที่มือนั้นในพริบตา เร็วกว่าที่เว่ยหันเฉินเคยเห็น ราวกับอากาศทั้งผืนทุ่งตัดสินใจรวมกลับมาในจุดเดียว
แล้วกวนหยูปล่อยมันออกมา
ก้อง!!!!!
เสียงดังเหมือนฟ้าผ่า ไม่ใช่แรงปราณกระแสอย่างที่เฉินใช้ แต่เป็แรงที่กระจายออกเป็คลื่นในทุกทิศ
คลื่นปราณกระทบเว่ยหันเฉินเต็ม ๆ ที่หน้าอก
ตูมม!!!
แรงกระแทกเหมือนถูกเกวียนชนกลางลำตัว เว่ยหันเฉินกระเด็นออกไปสี่ก้าวก่อนจะตั้งตัวได้ เท้าตะกุยดินสองรอยยาวในหญ้า
เืรสคาวขึ้นมาในลำคอ
เขากลืนลงไปโดยไม่แสดงออก
ชั้น 5 กับชั้น 4 ต่างกันมากกว่าที่เขาประเมินไว้
หลิวซานพุ่งออกมาจากด้านข้างโดยไม่รอคำสั่ง
ชิ้ง!! ชิ้ง!!
ดาบสั้นคู่ฟาดเข้ามาสองทิศพร้อมกัน กวนหยูหมุนตัวเล็กน้อยปล่อยให้ดาบทั้งสองกระทบปราณเกราะ
เคร้ง!! เคร้ง!!
สะท้อนออกทั้งสอง แต่หลิวซานไม่ถอย เขากดดันต่อเนื่อง
เคร้ง!! ฉับ!! เคร้ง!!
ดาบสามเล่มในสองมือสลับกันเข้ามาในจังหวะที่ไม่ให้กวนหยูมีเวลาตั้งตัว
กวนหยูไม่ขยับตำแหน่ง แค่หมุนตัวตามรับ แต่สีหน้ายังเรียบเหมือนเดิม
"ท่านชั้นเกือบห้า" กวนหยูพูดระหว่างรับดาบ "น่าเสียดายที่อยู่ฝ่ายนั้น"
ตุ้บ!!
หมัดสั้นของกวนหยูออกมาในช่องว่างระหว่างการฟาดดาบสองเล่ม กระทบชายโครงซ้ายหลิวซาน
อ้อก!!
เสียงอุทานที่ระงับไม่ได้ หลิวซานเซออกสองก้าว มือซ้ายที่รับดาบหนักกว่าปกติเพราะาแที่ยังไม่หายสนิทชาออก
ดาบสั้นซ้ายหลุดมือ
เพล้ง!!
โลหะกระทบดิน
เว่ยหันเฉินพุ่งกลับเข้ามาจากด้านข้างในช่องว่างนั้น ดาบฟาดลงมาจากบนในแนวทแยง
กวนหยูยกแขนขึ้นรับ
เคร้งงง!!!
แรงสะท้อนทำให้เว่ยหันเฉินถอยอีก แต่ครั้งนี้เขารู้สึกได้ว่าปราณเกราะของกวนหยูสั่นเล็กน้อย เล็กมาก แต่มีอยู่
การโจมตีต่อเนื่องจากสองทิศบั่นทอนปราณเกราะได้ แม้จะช้ามาก
เว่ยหันเฉินถอยออกมาข้าง ๆ หลิวซาน ทั้งสองมองกวนหยูที่ยืนนิ่ง
"ท่านสองคนสู้กันดีพอสมควร" กวนหยูพูด เสียงยังเรียบ "แต่ไม่เพียงพอ"
เขายกมือทั้งสองขึ้นระดับอก ปราณที่ซึมอยู่ในอากาศเริ่มรวมตัวอีกครั้ง คราวนี้เร็วกว่าและหนาแน่นกว่า
เว่ยหันเฉินรู้ว่าถ้ากวนหยูปล่อยคลื่นปราณแบบเดิมอีกครั้งในระยะนี้ ทั้งสองคนจะรับไม่ไหว
แล้วเขาได้ยินเสียง
เสียงที่เขาไม่คาดว่าจะได้ยินในสถานการณ์นี้
"หยุดค่ะ"
ซูหลิงเยิ่นเดินออกมาจากข้างหลัง
ไม่ใช่เดินออกมาแบบวิ่งหนี ไม่ใช่เดินออกมาแบบใ เธอเดินออกมาอย่างตั้งใจ ก้าวช้าและมั่นคง ยืนขึ้นมาอยู่กึ่งกลางระหว่างเว่ยหันเฉินกับกวนหยู
เว่ยหันเฉินเกร็ง "ซูหลิงเยิ่น —"
"ข้ารู้ว่าท่านกำลังจะบอกอะไร" เธอพูดโดยไม่หัน สายตาจ้องอยู่ที่กวนหยู "และข้ารู้ว่าท่านกำลังคิดอะไร แต่คราวนี้ข้าไม่ยืนรอข้างหลัง"
กวนหยูมองเธอ ปราณที่กำลังรวมตัวชะลอลงเล็กน้อย
"ท่านกวนหยู" เธอพูดตรงมาที่เขา "ท่าน้าข้า ไม่ใช่สองคนนั้น"
"ใช่"
"ดังนั้นถ้าท่านทำร้ายพวกเขา ข้าจะไม่ให้ความร่วมมือใด ๆ ทั้งสิ้น" เธอพูด เสียงเรียบแต่แน่วแน่ "ข้าไม่ใช่สิ่งของที่จะหยิบขึ้นมาใช้ได้โดยไม่มีเงื่อนไข"
กวนหยูนิ่งอยู่ครู่
"ท่านเสนออะไร?"
ซูหลิงเยิ่นพูดไม่ได้ทันที มีบางอย่างในสีหน้าของเธอที่บอกว่าเธอไม่ได้วางแผนมาถึงจุดนี้
แต่เธอก็ไม่ถอย
"ข้า้าเวลาค่ะ ข้าจะไปฉางอันก่อน ถ้าท่าน้าคุยกับข้าหลังจากนั้น ค่อยคุยกัน"
"นั่นคือการขอเวลาหนี"
"นั่นคือการขอเวลาคิด" เธอตอบ "ท่าน้าคำตอบที่มาจากการบังคับ หรือ้าความร่วมมือที่มาจากความเข้าใจ?"
กวนหยูมองเธอนาน
ปราณที่กำลังรวมตัวในมือของเขาค่อย ๆ ผ่อนออก ช้า ๆ แต่ชัดเจน
"คำถามที่ฉลาด" เขาพูด "แต่ข้อเสนอของท่านมีความเสี่ยงสำหรับผม"
"ข้อเสนอของท่านก็มีความเสี่ยงสำหรับข้า"
เว่ยหันเฉินยืนอยู่ด้านหลังซูหลิงเยิ่น มือยังกำดาบ หายใจควบคุมในขณะที่เฝ้าดูการสนทนาที่เขาไม่ได้วางแผน
แต่เขาเห็นบางอย่างที่ทำให้เขายังไม่เข้าไปขัด
กวนหยูมองซูหลิงเยิ่นในแบบที่ต่างจากที่เขามองเว่ยหันเฉินและหลิวซาน มีบางอย่างที่อ่านออกว่าคือการประเมิน แต่ไม่ใช่การประเมินเพื่อโจมตี
"ท่านมีอะไรในตัวมากกว่าสายเืพิเศษ" กวนหยูพูดเงียบ ๆ ราวกับพูดกับตัวเอง
"ข้าก็ไม่รู้ว่าตัวเองมีอะไรทั้งหมด" เธอตอบตรง "นั่นคืออีกเหตุผลที่ข้า้าเวลา"
นาทีนั้นยาวนานกว่าที่ควร
ลมริมแม่น้ำเว่ยพัดผ่าน ต้นหลิวสองข้างทางไหวเป็เสียงอ่อน ๆ
แล้วกวนหยูก็ถอยออกหนึ่งก้าว
"ห้าวัน" เขาพูด "ผมให้ห้าวันนับจากวันนี้ ถ้าท่านเข้าฉางอันแล้วไม่ส่งสัญญาณว่าพร้อมคุย ผมจะถือว่าไม่มีข้อตกลง"
"สัญญาณอะไร?" ซูหลิงเยิ่นถาม
"ผมรู้ว่าท่านพกอะไรติดตัวอยู่" กวนหยูพูด มองที่หน้าอกซ้ายของเธอ "ผลึกนั้นส่งปราณออกมาเสมอ ถ้าท่าน้าคุย ปล่อยปราณออกมาสามครั้งในจังหวะเดียวกัน ผมจะรับรู้"
เธอนิ่งอยู่ครู่ แล้วพยักหน้า
"ห้าวัน"
กวนหยูหันหลังเดินออกไปตามทุ่งหญ้าในทิศที่มาโดยไม่มีคำพูดเพิ่มเติม ปราณของเขาที่ซึมอยู่ในอากาศค่อย ๆ จางหายไปพร้อมกับระยะที่เขาเดินออกไป จนกระทั่งไม่เหลือร่องรอย
ทุ่งหญ้ากลับมาเงียบเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
สามคนยืนอยู่กลางทุ่งในความเงียบสั้น ๆ
หลิวซานเก็บดาบสั้นที่ตกลงพื้นขึ้นมา เช็ดดินออกแล้วเหน็บกลับที่เอว มือซ้ายของเขายังชาอยู่เล็กน้อยจากการที่กวนหยูกระแทกชายโครง เขาคลำดูตรวจว่าซี่โครงหักหรือไม่
ไม่หัก เพียงแต่ฟกช้ำอย่างแน่นอน
เว่ยหันเฉินเอาดาบเข้าฝัก หันมามองซูหลิงเยิ่นที่ยังยืนหันหลังให้เขา
"เ้าออกมาทำไม" เขาพูด ไม่ดุ แต่ไม่มีความอ่อนในเสียง
เธอหันมา "เพราะถ้าข้าไม่ออกมา ท่านทั้งสองคงาเ็หนักกว่านี้"
"เราจัดการได้เอง"
"ข้าเห็นท่านกระเด็นออกไปสี่ก้าว" เธอพูดตรง "และหลิวซานมือชาจนดาบหลุดมือ ถ้ากวนหยูปล่อยคลื่นปราณอีกครั้ง ทั้งสองจะรับได้ไหมคะ?"
เว่ยหันเฉินไม่ตอบ
"ข้าไม่ได้ออกมาเพื่อช่วยในการต่อสู้" เธอพูดต่อ "ข้าออกมาเพราะนั่นคือสิ่งเดียวที่ข้าทำได้ในตอนนั้น การต่อรอง ไม่ใช่การสู้"
หลิวซานนั่งลงบนพื้นหญ้า กดมือที่ชายโครง "คุณหนูพูดถูกครับ ผมไม่มีทางรับคลื่นที่สองได้"
เว่ยหันเฉินมองเธออยู่นาน
"ท่านกวนหยู้าตัวเ้า เ้าเสี่ยงมากในการออกมาในตอนนั้น"
"รู้ค่ะ" เธอพูด ไม่ขอโทษ ไม่แก้ตัว "แต่ข้าเชื่อว่ากวนหยูไม่ใช่คนที่จะทำร้ายสิ่งที่เขา้าโดยไม่จำเป็"
"เป็การเดิมพัน"
"ชีวิตทุกวันคือการเดิมพัน" เธอพูดเงียบ ๆ "แม่สอนอย่างนั้น"
เว่ยหันเฉินมองเธออีกครู่ แล้วก็หันออกไปมองทิศที่กวนหยูเดินออกไป ในหัวกำลังประเมินสถานการณ์ใหม่ทั้งหมด
กวนหยูถอนตัวออกไปเพราะซูหลิงเยิ่น ไม่ใช่เพราะแรงของเขาหรือหลิวซาน ซึ่งหมายความว่ากวนหยูมีเหตุผลบางอย่างที่้าความร่วมมือมากกว่าการบังคับ
และ "ห้าวัน" นั้น ไม่ใช่ข้อเสนอที่อ่อนแอ มันเป็การแสดงว่ากวนหยูมีแผนสำรองถ้าซูหลิงเยิ่นไม่ยอมรับ
"ห้าวัน" เว่ยหันเฉินพูดขึ้นมาเบา ๆ
"ฉางอันห่างออกไปสิบสี่วัน" ซูหลิงเยิ่นพูด "ห้าวันไม่พอถึงแม้จะวิ่ง"
"กวนหยูรู้" หลิวซานพูดจากพื้นหญ้า "เขาไม่ได้ให้ห้าวันเพื่อให้พวกเราไปถึงฉางอัน เขาให้ห้าวันเพื่อให้พวกเราตัดสินใจว่าจะคุยกับเขาหรือไม่"
"แล้วถ้าไม่ตอบตกลง?" ซูหลิงเยิ่นถาม
"ก็ไม่ตกลง แต่เราจะรู้ว่าสิ่งที่ตามมาหลังห้าวันไม่ใช่กวนหยูคนเดียวแน่นอน"
เว่ยหันเฉินพยักหน้า "ผู้าุโอันดับหนึ่ง"
ความเงียบหนักลงในทุ่งหญ้าริมแม่น้ำเว่ย
พวกเขาเดินทางต่อในบ่ายที่เหลืออยู่ ระยะทางเพิ่มเป็สิบสี่วันนับจากนี้ ซูหลิงเยิ่นขับหวงเจินช้าลงเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว เว่ยหันเฉินเดินข้างหน้า หลิวซานเดินข้างหลัง
"ท่านเว่ย" เธอพูดขึ้นมาสักครู่
เขาหัน
"ข้าตัดสินใจผิดไหม? ตอนที่ออกมาหยุดการต่อสู้"
เว่ยหันเฉินมองเธอ ในดวงตาของเธอมีการถามจริง ๆ ไม่ใช่แค่ขอคำยืนยันว่าตัวเองทำถูก
"ในแง่ความปลอดภัยส่วนตัว ผิด" เขาพูดตรง "ในแง่ผลลัพธ์ของวันนี้ ถูก"
"แปลว่าอะไร?"
"แปลว่าเ้าทำสิ่งที่ถูกในสถานการณ์นั้น แต่ถ้าทำอีกครั้งโดยไม่มีการประเมินก่อน อาจได้ผลลัพธ์ต่างออกไป" เขาพูด "กวนหยูถอยออกเพราะเขา้าเ้า ถ้าเขาไม่้า การออกมานั้นอาจไม่ปลอดภัย"
เธอพยักหน้าช้า ๆ "ข้าเดิมพันกับสิ่งที่คิดว่ารู้เกี่ยวกับกวนหยู"
"ใช่ และเดิมพันถูก คราวนี้" เว่ยหันเฉินพูด "แต่การเดิมพันถูกไม่ได้แปลว่าการประเมินถูกเสมอไป"
ซูหลิงเยิ่นคิดตามคำพูดนั้น แล้วก็พยักหน้า
"ข้าจะจำค่ะ"
หลิวซานเดินมาเคียงข้างเว่ยหันเฉิน
"ท่านเว่ย" เขาพูดเงียบ ๆ "กวนหยูพูดว่าเขารู้ว่าคุณหนูพกอะไรอยู่ เขารู้เื่ผลึก"
"รู้"
"แต่เขาไม่พูดถึงกล่องที่สอง ผลึกสีทองของอาจารย์ใหญ่"
เว่ยหันเฉินนิ่ง
"เขาอาจไม่รู้ว่ามีกล่องที่สอง" หลิวซานพูด "หรืออาจรู้แต่ไม่พูด เหตุผลทั้งสองนำไปสู่ข้อสรุปที่ต่างกันมาก"
"ถ้าไม่รู้ แปลว่าข้อมูลเกี่ยวกับผลึกสีทองยังปลอดภัยอยู่" เว่ยหันเฉินพูด "ถ้ารู้แต่ไม่พูด แปลว่าเขา้าให้เราพาผลึกนั้นไปถึงฉางอันเอง"
"สองกรณีหลังน่ากังวลกว่าครับ เพราะแปลว่ากวนหยูมีข้อมูลเื่ห้องกุญแจ"
เว่ยหันเฉินมองแม่น้ำเว่ยที่ขนานอยู่ทางตะวันออก น้ำสีเขียวอมน้ำตาลไหลต่อเนื่องโดยไม่สนใจเื่ของมนุษย์
"เราจะรู้เมื่อถึงฉางอัน" เขาพูดสรุปสั้น ๆ
ค่ำนั้นตั้งค่ายริมฝั่งแม่น้ำ ซูหลิงเยิ่นตรวจชายโครงของหลิวซานที่ฟกช้ำ กดเบา ๆ ที่บริเวณที่ถูกกระทบ ส่งปราณน้ำเย็นเข้าไปบรรเทา
"ไม่หักครับ" หลิวซานพูดก่อนที่เธอจะถาม
"รู้ค่ะ ถ้าหักท่านเดินแบบนั้นไม่ได้" เธอพูด แล้วกดอีกจุดหนึ่ง "แต่มีเส้นเอ็นหลุดเล็กน้อยที่ซี่โครงที่เจ็ด ถ้าไม่รักษาจะเจ็บนานสองสัปดาห์"
"ทำได้ไหมครับ?"
"ใช้เวลาสักครู่ค่ะ"
เธอทำงานอยู่สักสิบนาที หลิวซานนั่งนิ่งโดยไม่ถามอะไร เว่ยหันเฉินนั่งอยู่ที่ขอบค่ายมองออกไปยังแม่น้ำที่ดูดำในความมืด
เมื่อเธอเสร็จ เธอเดินมานั่งข้าง ๆ เว่ยหันเฉิน
"ท่านเว่ยมีรอยที่หน้าอก" เธอพูดเงียบ ๆ "ตรงที่คลื่นปราณกวนหยูกระทบ"
"ไม่เป็ไร"
"ให้ดูก่อนนะคะ"
เธอไม่รอการตอบรับ วางมือเบา ๆ บนหน้าอกของเขาผ่านเสื้อ ส่งปราณน้ำออกมาเล็กน้อยเพื่อตรวจ
เว่ยหันเฉินนิ่งรับ ไม่ขัดขวาง
เธอรู้สึกถึงเนื้อเยื่อที่เส้นปราณถูกกระทบจากคลื่น มีรอยช้ำลึกที่ไม่เห็นจากภายนอกแต่เจ็บอยู่ข้างใน ถ้าปล่อยไว้จะหายเองได้ในสองสามวัน แต่ถ้าต้องต่อสู้ระหว่างนั้น อาจทำให้าเ็ซ้ำได้
เธอส่งปราณน้ำเย็นเข้าไปบรรเทาอย่างระมัดระวัง
"เจ็บไหมตอนที่คลื่นกระทบ?" เธอถามระหว่างรักษา
"เจ็บ"
"แต่ไม่แสดงออก"
"ถ้าแสดงออก กวนหยูจะรู้ว่าโจมตีถูกจุด"
เธอพยักหน้าโดยไม่หยุดทำงาน
"ท่านเว่ย สำหรับการสู้กับกวนหยูครั้งต่อไป ข้าจะช่วยได้อย่างไรบ้าง?"
เว่ยหันเฉินมองเธอ "เ้ายังคิดว่าจะมีครั้งต่อไป?"
"ห้าวันหมด แล้วกวนหยูก็อาจมาอีก" เธอพูดตรง "ข้า้ารู้ว่าข้าจะช่วยได้อะไร ไม่ใช่แค่ยืนอยู่ข้างหลัง"
เว่ยหันเฉินคิดอยู่ครู่
"ปราณน้ำของเ้า ถ้าเ้าส่งออกมาแล้วััปราณของคนอื่น มันช่วยฟื้นฟูได้ขณะสู้ไหม?"
เธอคิดตามคำถาม "ข้าไม่รู้ ไม่เคยลอง"
"พรุ่งนี้ลองดู" เขาพูด "ถ้าทำได้ มันจะทำให้การสู้ระยะยาวทนทานขึ้น แม้จะไม่ชนะแต่อย่างน้อยก็ไม่แพ้เร็ว"
ซูหลิงเยิ่นพยักหน้า ถอนมือออกจากหน้าอกเขา "รอยช้ำจะดีขึ้นภายในคืนค่ะ"
"ขอบคุณ"
เธอไม่ตอบด้วยคำ แต่ยิ้มเล็ก ๆ ในแบบที่เขาเริ่มรู้จักว่าเธอยิ้มเมื่อไหร่และเพราะอะไร
คืนนั้นก่อนนอน หลิวซานพูดขึ้นมาเบา ๆ กับเว่ยหันเฉินที่นั่งยามอยู่
"ท่านเว่ย กวนหยูชั้น 5 คนเดียว ยังทำให้เราสองคนรับมือได้ยากมาก ถ้าผู้าุโอันดับหนึ่งออกมาด้วย..."
"รู้" เว่ยหันเฉินพูด
"เรา้าพันธมิตรครับ"
"เว่ยเชา"
"ใช่ครับ" หลิวซานพูด "เว่ยเชาและกวนหยูไม่ได้มีเป้าหมายเดียวกัน ถ้าเราสามารถสร้างสถานการณ์ที่ทำให้เว่ยเชาเห็นว่ากวนหยูกำลังเดินไปในทิศทางที่เขาไม่เห็นด้วย..."
"เว่ยเชาอาจเลือกฝั่งเรา"
"อาจจะครับ หรืออย่างน้อยก็เลือกที่จะไม่ช่วยกวนหยู"
เว่ยหันเฉินมองท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดาว
ในฉางอัน ห้องกุญแจ เว่ยเชา กวนหยู และผู้าุโอันดับหนึ่ง ทุกเื่จะรวมตัวกันในที่เดียวในเวลาไม่นาน
"สิบสี่วัน" เขาพูดเบา ๆ
"สิบสี่วันครับ" หลิวซานพูดซ้ำ แล้วก็นอนลงพักตาม
เว่ยหันเฉินนั่งต่อในความเงียบ มือขวาอยู่ที่กล่องในกระเป๋า
ผลึกสองเม็ดอุ่น สม่ำเสมอ
เขาคิดถึงกวนหยูที่หันหลังเดินออกไปโดยไม่ดูหลัง คิดถึงคลื่นปราณที่กระแทกหน้าอกและความเ็ปที่เขาไม่แสดงออก คิดถึงซูหลิงเยิ่นที่เดินออกมาโดยไม่รอคำสั่ง
และคิดถึงอีกสิ่งหนึ่งที่เขาไม่เคยคิดถึงมาสิบปี
การมีคนยืนอยู่ข้าง ๆ