“นี่เธอ!” สวีข่ายโมโหจนมือสั่นหนักขึ้น “เจียงตั่วทำให้ฉันตกน้ำ เธอช่วยฉันมันก็เป็นเรื่องสมควรแล้วทำไมฉันต้องจ่ายเงินให้ด้วย!”
“ฮ่า!” หมิงจูอดไม่ได้ที่จะหัวเราะเยาะ “เจียงตั่วทำให้นายตกน้ำงั้นเหรอ? ฉันรู้แค่ว่านายเป็นคนหาเรื่องก่อนและพยายามสู้กับเขาแต่เขายังไม่ทันได้แตะต้องนายเลยแม้แต่ปลายผม นายก็ตกน้ำไปเอง!”
สวีข่ายยังคงหาข้ออ้างมาเถียงข้างๆคูๆ“ถ้าเขาไม่หลบ ฉันก็คงไม่ตกน้ำหรอก!”
“หมากัดคนจนฟันหักเอง แต่กลับไปโยนความผิดให้คนอื่นงั้นเหรอ? ปัญหาของนายเอง อย่าโยนให้คนอื่น! สิบหยวนที่นายติดฉันคราวที่แล้วบวกกับเงินค่าช่วยชีวิต... ชีวิตไร้ค่าของนายคงไม่มีราคาเท่าไหร่หรอกฉันคิดแค่ห้าหยวนก็พอ รวมเป็นสิบห้าหยวน จ่ายมา!”
“เธอ... เธอนี่มันขูดรีดบัณฑิตที่ลงพื้นที่! ฉันไม่จ่ายให้หรอก!”
“งั้นนายก็กำลังใส่ร้ายป้ายสีประชาชนผู้ใช้แรงงานของรัฐน่ะสิ!นายมีสิทธิ์อะไรมาบอกว่าฉันกับนายสองคนรักกัน? ฉันละอายใจแทนบรรพบุรุษของนายจริงๆพวกเขาสร้างกรรมอะไรไว้ถึงได้ให้กำเนิดลูกหลานที่ไร้ยางอายเหมือนเต่าอัปลักษณ์อย่างนาย! ไม่ให้เงินใช่ไหม?”
หมิงจูพูดไปพลางดึงคอเสื้อของสวีข่ายแล้วลากเขากลับไปที่อ่างเก็บน้ำ“ไม่ให้เงินก็ไปตายซะ ฉันไม่ช่วยนายให้เปลืองแรงเปล่าหรอก!”
สวีข่ายเห็นว่าหมิงจูเอาจริงเขาก็ตกใจจนล้มก้นจ้ำเบ้า ถีบขาทั้งสองข้างดันตัวไปข้างหลังสุดแรงพร้อมตะโกนเสียงดัง “ยัยแม่มด ปล่อยฉันนะ!แค่สิบห้าหยวนเอง ฉันให้ก็ได้!”
ทันทีที่เขาพูดจบหมิงจูก็ปล่อยมือทันที พร้อมแบมือขอเงิน “จ่ายมา!”
สวีข่ายกัดฟันกรอด“ฉันไม่ได้พกเงินมาด้วย คืนนี้หลังเลิกงานเธอไปหาฉันที่ที่พักบัณฑิตแล้วกัน”
หมิงจูเย้ยหยันแล้วหันไปมองเฉียวปิน“ผู้กองเฉียว ฉันเป็นผู้หญิงที่แต่งงานแล้วไม่สะดวกไปเอาเงินคนเดียวรบกวนคุณช่วยไปเอาเงินมาให้ฉันหลังเลิกงานวันนี้หน่อยนะคะ ถ้าเขาไม่มีเงินก็เอาคูปองมาแทนก็ได้!”
เฉียวปินตอบตกลงอย่างรวดเร็ว“ได้เลย! ไม่มีปัญหา!”
จู่ๆเขาก็รู้สึกชื่นชมบุคลิกที่ห้าวหาญของหมิงจู ด้วยความที่มีอารมณ์รุนแรงเช่นนี้คงไม่มีใครที่สามารถทำให้เธอเสียเปรียบได้!
ถ้าวันนี้เธอไม่มาหัวหน้าคงจะจัดการเรื่องนี้ได้ยากแน่... เกรงว่าถ้าเบื้องบนรู้เรื่องนี้เข้าคงจะถูกลงโทษ...
พี่สะใภ้น่าเกรงขามที่สุด!
สวีข่ายเห็นหมิงจูทำแบบนี้ก็รู้สึกขุ่นเคืองเดิมทีเขาตั้งใจว่าจะหว่านล้อมด้วยคำหวานในตอนกลางคืนเพื่อให้เธอเลิกคิดเรื่องเงิน แต่ตอนนี้ดูเหมือน... จะหมดหวังแล้ว!
แต่เขาก็ยังคงไม่เข้าใจว่าทำไมหมิงจูถึงได้เปลี่ยนไปเป็นแบบนี้?
เขารู้สึกเสียใจจริงๆถ้ารู้แต่แรกวันนั้นเขาน่าจะนอนกับเธอไปซะเลย!
ไม่ได้เด็ดขาดเนื้อชิ้นโตขนาดนี้จะปล่อยให้เจียงตั่วได้ไปได้ยังไง เขาไม่ยอมหรอก! ไม่ช้าก็เร็วเขาจะต้องหาโอกาสขึ้นเตียงกับหมิงจูให้ได้!
เมื่อเรื่องนี้เป็นอันจบลงชาวบ้านที่ยืนมุงดูก็กลับไปทำงานของตนเอง หมิงจูเป็นที่รู้จักอีกครั้งในวันนี้และกลายเป็นเรื่องซุบซิบหลังอาหารเย็นของชาวบ้านหมู่บ้านเสี่ยวจิ่ง...เธอนี่ร้ายกาจจริงๆ!
เฉียวปินกับโจวชางหมิงไปคุยกันที่อีกฝั่งหมิงจูมองค้อนเจียงตั่ว แล้วพูดด้วยอย่างขี้เล่น “จบกันฉันคงจะสลัดชื่อเสียงที่เขาเรียกกันว่ายัยแม่มดไม่หลุดแล้ว!”
เจียงตั่วเห็นหมิงจูกลับมามีท่าทางน่ารักขี้เล่นแบบเดิมมุมปากเขาก็ยกขึ้นโดยไม่รู้ตัว น้ำเสียงอบอุ่นขึ้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน“เธอยังสนใจเรื่องพวกนี้อีกเหรอ?”
“ตอนแรกก็ไม่ได้สนใจหรอกค่ะ แต่ตอนนี้... ฉันแต่งงานกับคุณแล้วคุณไม่กลัวหรือไงว่าต่อไปถ้ามีคนพูดถึงคุณจะพูดว่าเจียงตั่วที่เป็นผู้ชายของยัยแม่มดหมิงจู”
เจียงตั่วไม่เคยคิดถึงเรื่องพวกนี้มาก่อนเขาตอบอย่างไม่ใส่ใจว่า “คนอื่นจะพูดอะไรฉันไม่สนหรอก”
หมิงจูรู้ว่าเขาจะพูดแบบนี้เธอเงยหน้าขึ้น ยิ้มมองเขาตาหยี ตบแขนเจียงตั่วแล้วเอ่ยปากชม“อืม ผู้กองเจียงของเรานี่มีวิสัยทัศน์กว้างไกลดีจัง!”
เจียงตั่วมองหญิงสาวที่ยิ้มแย้มอย่างอ่อนหวานตอนนี้... ในใจมันรู้สึกคันยุบยิบแปลกๆ
แต่เขาก็ยังสงสัยว่าทำไมหมิงจูที่เคยชอบสวีข่ายมาก่อน ถึงได้ปฏิบัติต่อเขาเช่นนี้?
เธอเกลียดจนรักเขาและตั้งใจจะแก้แค้นสวีข่าย หรือว่า... เธอตัดใจจากสวีข่ายได้แล้วและอยากจะเริ่มต้นชีวิตใหม่กับเขา?
เจียงตั่วพยายามไม่คิดมากระงับความรู้สึกของตัวเอง แล้วแหงนมองท้องฟ้า “แดดแรงกลับบ้านได้แล้ว”
หมิงจูพยักหน้า“ค่ะ ฉันจะกลับแล้ว อีกอย่างนะ ถ้าสวีข่ายมาหาเรื่องคุณอีกไม่ต้องสนใจว่าเขาจะพูดอะไร ถ้าไม่พอใจก็ซ้อมเขาไปเลยคนแบบนี้มันสมควรโดนดีเสียบ้าง!”
โดนซ้อมสักครั้งสองครั้งก็กลัวหัวหดแล้ว!
เจียงตั่วไม่ได้ตอบการตีคนเป็นเรื่องผิด ตีหมาก็แค่ทำให้มือสกปรก
หมิงจูโบกมือลาก่อนจะออกจากอ่างเก็บน้ำ เธอรู้สึกกระหาย จึงเปิดกาน้ำเพื่อจะดื่ม
เจียงตั่วรู้ว่ากระติกน้ำนั้นสัมผัสกับสวีข่ายไปเมื่อครู่จึงส่งเสียงเรียกเธอทันที “หมิงจู...”
“หืม?”
หมิงจูหันกลับมามองแล้วก็เห็นเจียงตั่วเดินตรงเข้ามาหาเธออย่างรวดเร็ว เขาคว้ากระติกน้ำในมือของเธอไปและยื่นกระติกน้ำของเขาให้แทน...
“ดื่มจากอันนี้เถอะ”
หมิงจูไม่เข้าใจแต่เมื่อเห็นเจียงตั่วจ้องมองกาน้ำด้วยหน้าบึ้งตึงเธอก็เข้าใจบางอย่างได้ทันทีและอดไม่ได้ที่จะหัวเราะ“อะไรกันคะ กลัวฉันจูบกับสวีข่ายทางอ้อมเหรอ? ก็ได้ฉันจะดื่มจากกาน้ำของคุณ ไปแล้วนะ!”
เธอจิบน้ำจากกาของเจียงตั่วแล้วหมุนตัวเดินจากไป
เจียงตั่วกลับยืนอยู่ที่เดิมนานสองนานเหม่อลอยอยู่ตรงนั้น
จูบทางอ้อม?เธอพูดอะไรแปลกๆ ออกมาน่ะ?
ถ้าเป็นไปตามที่เธอพูดเขากับเธอก็คงจะ... จูบทางอ้อมกันไปหลายครั้งแล้วไม่ใช่หรือ?
เมื่อคิดถึงสัมผัสอันอ่อนนุ่มของริมฝีปากสีชมพูของหมิงจูร่างกายของเจียงตั่วก็รู้สึกร้อนรุ่มขึ้นมาอีกครั้งอย่างประหลาด...
สวีข่ายยังไม่จากไปไหนและอยู่ไกลออกไปสังเกตที่กระติกน้ำในมือเจียงตั่วอย่างรวดเร็ว และอดไม่ได้ที่จะครุ่นคิด
น้ำที่หมิงจูเอาให้เขาดื่มเมื่อครู่นั้นหวานกว่าน้ำปกติและหลังจากดื่มแล้วเขาก็รู้สึกสบายตัวไปทั้งร่าง มันไม่ใช่ฤทธิ์ยาธรรมดาๆ เลยดื่มแล้วติดใจอยากดื่มอีก!
เขาหรี่ตาน้ำนั่นคืออะไรกันแน่?
......
เมื่อหมิงจูกลับมาถึงบ้านเธอก็เย็บกางเกงให้หมิงชุนนีอย่างทุลักทุเล มันมืดมากแล้วจึงต้องเย็บเสื้อผ้าต่อในวันพรุ่งนี้
อาหารมื้อเย็นเธอทำขนมปังแป้งข้าวโพดผสมดอกแดนดิไลออนง่ายๆ และใช้ไข่ไก่สองฟองที่เหลืออยู่กับจี้ไช่ที่เหลือทำซุปหนึ่งหม้อ
ตอนเย็นเฉียวปินนำเงินที่ไปทวงจากสวีข่ายมาให้เธอ พอดิบพอดีกับเวลากินมื้อเย็น!
ขณะกินข้าวเขาพูดขึ้นอย่างไม่คิดอะไร “จริงสิหัวหน้าพรุ่งนี้เช้าตอนที่คุณเข้าเมือง ผมฝากซื้อสบู่มาให้ผมก้อนหนึ่งสิครับ ของผมหมดแล้ว”
“ได้”
หมิงจูได้ยินดังนั้นก็หันไปมองเจียงตั่วด้วยแววตาเป็นประกาย “คุณจะเข้าเมืองอีกแล้วเหรอ?”
ยังไม่ทันที่เจียงตั่วจะตอบเฉียวปินก็หัวเราะออกมา “พี่สะใภ้หัวหน้ายังไม่ได้บอกคุณเหรอครับ? วันนี้หลังจากที่คุณกลับจากอ่างเก็บน้ำที่ทำการไปรษณีย์ก็ส่งจดหมายมาบอกว่าหัวหน้าแลกคูปองสามสิ่งหมุนหนึ่งสิ่งเสียงเรียบร้อยแล้วเขาต้องไปเอาของกลับมาพรุ่งนี้เช้า...ต่อไปคุณก็จะเป็นสะใภ้คนแรกของหมู่บ้านเสี่ยวจิ่งที่ได้ใช้สามสิ่งหมุนหนึ่งสิ่งเสียงแล้วครับ!”
หมิงจูตกตะลึงเจียงตั่วพูดจริงทำจริง แต่ของพวกนี้... เธอก็ไม่ได้ให้ความสำคัญอะไรมากนักหรอก
เจียงตั่วไม่ได้พูดอะไรมากเขาสังเกตเห็นสีหน้าของหมิงจู แล้วถามว่า “มีอะไรอย่างอื่นอีกไหมที่อยากได้?ฉันจะซื้อกลับมาให้”
รอคำพูดนี้อยู่เลยหมิงจูกลอกลูกตาไปมามองไปรอบๆ “งั้นคุณก็พาฉันไปด้วยสิคะฉันจะเอาเงินสิบห้าหยวนที่ได้มาจากสวีข่ายไปใช้!”
คราวที่แล้วที่เข้าเมืองเวลาน้อยเกินไป เธอไม่มีโอกาสได้เดินเล่นในเมืองเลย
อยากมีชีวิตที่ดีก็ต้องหาเงินพิเศษบ้างบางทีการเข้าเมืองอีกครั้งอาจจะเจอความคิดดีๆ อะไรก็ได้...