ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

บทที่347 เข็มสลายปราณจิต

    อี้เฉินที่หลบหนีออกไปได้ พุ่งเข้าใกล้ แท่นศิลาสีดำสนิท ขนาดใหญ่ประหนึ่งเป็น เสาค้ำฟ้าขนาดยักษ์ ใหญ่เท่าภูเขาลูกย่อมๆ ส่งกลิ่นอายเก่าแก่แผ่ไพศาล มาพร้อมกับกลิ่นอายของกาลเวลา ราวกับอยู่ในยุคสมัยเบิกฟ้า ครั้นเมื่อปรายตามองขึ้นไปด้านบนที่เต็มไปด้วยหมอกควัน กลับทำให้รู้สึก หัวใจสั่นสะท้าน
 


    หวนนึกถึง พู่กันด้ามเก่า ที่ฉายภาพ ชายวัยกลางคนผมสีขาว ประหนึ่งเป็นพระเจ้าของโลกใบนี้ ยืนอยู่ท่ามกลางทะเล มืดไร้จุดสิ้นสุด ใบหน้าเลือนราง จนมองเห็นไม่ชัด แต่พลังนั้นคือของจริงอย่างแน่แท้ "หรือจะเป็นคนผู้นั้นที่สร้างแท่งศิลาโลกปราณจิตแห่งนี้ขึ้น" อี้เฉินอดที่จะคิดไม่ได้

 


     ทว่าเมื่อปรายตามองขึ้นไป ดี ดี อักษรสีทองเลือนราง ที่โดนหมอกควันปกคลุม จู่ๆ ก็ปรากฏขึ้นมาจนเด่นชัด ประหนึ่ง ตัวของอี้เฉินผ่าน เงื่อนไขบางอย่างทำให้สามารถ อ่านอักษรเหล่านั้นได้ 'หรือว่าจะเกี่ยวกับที่ข้า ทำลายสถิติ แท่นศิลาโลกปราณจิต จึงให้การยอมรับ อี้เฉินอดจะคิดเช่นนั้นไม่ได้' ในยามแรกที่เขาเข้ามา แม้แต่อักษรสักตัวเขาก็แทบจะมองไม่เห็น

 


     ครั้นเมื่ออ่านอักษร ที่สลักลงไปภายในแท่นศิลาขนาดยักษ์ มันก็ทำให้ความเบิกบานใจตกวูบอย่างฉับพลัน อักษรที่สลักลงไปเต็มไปด้วยความเสียใจ "เป็นผู้แข็งแกร่งที่สุด แล้วเยี่ยงไร หากไร้ผู้คนเดินเคียงข้าง" อี้เฉินเขาเข้าใจความหมายเพียงผิวเผิน ไม่อาจเข้าใจเจตนาของผู้สลักได้ ฝ่ามือน้อยๆ กำหมัดไว้จนแน่น ครั้นรับรู้ความเสียใจที่คนผู้นั้นส่งมาให้ชนรุ่นหลัง มันน่าจะถูกสลักลงตั้งแตกยุคสมัยเบิกฟ้า แม้แต่กาลเวลาก็ยังไม่อาจจะทำอะไรมันได้

 


    ทว่าเมื่ออี้เฉิน ที่เร่งการเดินทาง จู่ๆ ด้านหลังของเขาก็มีเสียง อากาศแตกระเบิด มาพร้อมกับชายคนหนึ่งแหวกอากาศ ออกมาเสียงดังกึกก้อง พุ่งตรงมาในทิศทางของเขาอย่างฉับพลัน ชายผู้นั้นก็คือ ซูเซ่อ แห่งศาลาซากศพ

 


     อี้เฉิน ตัวเขาที่คิดจะเดินทางไม่ให้เป็นจุดสนใจ ครั้นเห็น ซูเซ่อ แห่งศาลาซากศพ กัดไม่ปล่อยไล่ตามเขามาอยู่ไม่ห่าง ถึงกับทำให้เขาเดือดดาลขึ้นมา แต่ในยามนี้เขา ไม่ใช่คู่ต่อกรของ เหล่าศิษย์เอกอัจฉริยะในยามนี้ กระทืบเท้าเหยียบพุ่งออกไปด้านหน้าปลดปล่อยพลังทั้งหมดที่มีในทันที เสียง "ปัง" ดังก้อง ก่อนร่างของเขาจะพุ่งแหวกอากาศออกไปอย่างรุนแรง ก่อเกิดร่างเงาทับซ้อนออกไปเป็นทางยาว คลื่นอากาศระเบิด ดังออกไปกึกก้อง จนผู้คนโดยรอบให้ความสนใจ เฝ้ามองฉากการไล่ล่า อย่างไม่วางตา

 


ซูเซ่อ แห่งศาลาซากศพ คำรามออกมาด้วยความเดือดดาล น้ำเสียงเต็มไปด้วยความแข็งกร้าว"เจ้านี่ช่างโอหังเสียจริง คิดจะหนี ออกไปได้ง่ายๆ งั้นหรือ ไม่ช้าข้าตามเจ้าทันแน่"

 


     อี้เฉิน เขาในยามนี้ใบหน้าบึ้งตึงไม่น้อย แต่อีกเพียงไม่กี่ชั่วอึดใจ เขาก็จะออกไปสู่โลกภายนอกได้อยู่แล้ว จึงไม่คิดปรายตามองกลับไป ดวงตาจดจ้องไปที่แท่นศิลาที่อยู่ด้านหน้าเท่านั้น "เจ้าแพ้ข้าไปแล้วหนหนึ่ง แล้วเจ้ายังจะคิดชนะข้าอีกงั้นหรือ"อี้เฉินกล่าวคำพูด เย้ยหยัน ส่งไล่หลังออกไปในทันที ความเร็วในการบินทะยานของเขาก็ไม่มีลดลงแม้แต่น้อย

 


       ซูเซ่อ แห่งศาลาซากศพ กัดกรามไว้แน่น ทว่าการไล่ล่าครานี้ ระยะทางสั้นเกินไป ไม่ช้าชายหนุ่มผมขาว ศัตรูคู่อาฆาตของเขา ได้รอดพ้นตัวเขาไปแน่ เขาไม่ยินยอมที่จะให้มันเป็นเช่นนั้น จนริมฝีปากมีเลือดไหลซึมออกมาด้วยความ โกรธแค้น เขาหยิบเข็มสลายปราณจิตออกมาในทันที ทั้งๆ ที่รู้อยู่แก่ใจว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อจากนี้ แต่เขาก็อดไม่ได้ที่จะให้ชายหนุ่มรอดพ้นออกไปได้

 


     ฉับพลัน วจนะโลกก็ประกาศลงโทษคนผู้หนึ่งดังออกมาก้องทั่วโลกปราณจิต "ซูเซ่อ แห่งศาลาซากศพ ทำผิดกฎ ใช้เข็มสลายปราณจิต ภายในโลกปราณจิต ถือเป็นโทษร้ายแรง ถูกขับออกจากโลกปราณจิต ไม่สามารถเข้ามาฝึกฝนได้อีกต่อไป"

 


       สิ้นเสียงพูดของ วจนะโลก เหล่าผู้คนก็ต่างตกตะลึง 'ไม่คิด ซูเซ่อ แห่งศาลาซากศพ ผู้นี้ต้องทำถึงขนาดนี้ เพื่อจะฆ่าสังหารคนเพียงคนเดียว' ครั้นเมื่อพวกเขาเห็นท้องฟ้า สูงแหวกออกกว้าง ส่งฝ่ามือสีทองขนาดยักษ์ ร่วงหล่นลงมา ผู้คนที่ติดตามมาดูชมเรื่องสนุก ต่างใจสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัว มองดูภาพอัศจรรย์ ยากที่จะพบเจอในโลกปราณจิตอย่างไม่วางตา ประหนึ่งมองดูเทพของโลกใบนี้ลงทัณฑ์ ฆ่าสังหารผู้ที่ทำผิดกฎ

 


    ซูเซ่อ แห่งศาลาซากศพ เขายกยิ้มอย่างบ้าคลั่ง "เจ้าตายเสีย ข้ากับเจ้าถือว่าตัดขาด ความแค้น กันจนสิ้น ลาก่อนมารน้อย" ก่อนเข็มสลายปราณจิต ในมือเขาจะสั่นไหวอย่างรุนแรง เต็มไปด้วยปราณพลังสังหาร พุ่งเข้าหาอี้เฉินอย่างฉับพลัน ราวกับสายแสงที่มีชีวิต

 


    ครั้นเมื่อ ซูเซ่อ แห่งศาลาซากศพ ปล่อย เข็มสลายปราณจิต ออกไปได้ เขาหลับตารับชะตากรรมของเขาในทันที ก่อนจะถูกฝ่ามือสีทอง บดร่างของเขาจนแตกสลาย ปราณจิตถูกส่งออกไปด้านนอกในฉับพลัน ไม่อาจเข้ามาฝึกฝนในโลกปราณจิตได้อีกต่อไป

 


       อี้เฉินรับรู้ได้ในทันทีว่า เข็มสลายปราณจิต อันตรายเป็นอย่างมาก จิตวิญญาณภายในร่างกรีดร้องออกมาด้วยความตื่นตัว จนดวงตาอี้เฉินแดงก่ำราวกับเลือด ประหนึ่งยืนอยู่บนปากอเวจีอีกครา แต่เขาก็ไร้ทางเลือก มีเพียงแต่ต้องเข้าไปให้ถึง แท่นศิลาทางออกเท่านั้น วัดกัน ระหว่างความเร็วของเขากับ เข็มสลายปราณจิต เล่มนั้น

 


    ทว่าในเสี้ยววินาที ร่างของอี้เฉินที่จะเข้าไปภายในแท่นศิลายักษ์ ตระหง่านท่ามกลางฟ้าดิน ได้อยู่แล้ว เข็มสลายปราณจิต จู่ๆ ก็เพิ่มความเร็วอย่างฉับพลัน
อี้เฉินคำรามออกมากู่ก้อง "ไม่!! ไม่!! ไอ้เจ้าบ้าเอ๊ยเจ้ายังเร่งความเร็วได้อีกหรือ"

 


      ในฉับพลัน เข็มสลายปราณจิต ก็ปลดปล่อยพลังออกมาอย่างบ้าคลั่ง อายสังหารแพร่กระจายออกไปทั่วทิศ พุ่งเข้าแทงกายเนื้ออี้เฉิน ชนิดที่ตั้งตัวไม่ทัน ร่างพลันสลายกลายเป็นหมอกเลือดในทันที แม้เขาจะเหลือเพียงไม่กี่ก้าวก็จะสามารถรอดพ้นได้อยู่แล้วเชียว ส่งผลให้ร่างปราณจิตของเขาหลุดออกจากร่าง ในเสี้ยววินาที ร่างปราณจิต แตกสลาย ออกเป็นเสี่ยงๆ ในทันที ประหนึ่งความตายกำลังจะย่างกรายลงมาเยือนตัวเขา ผู้คนต่างก็เห็นเป็นสักขีพยาน มองว่าชายหนุ่มผมขาว ไม่รอดเป็นแน่แท้ปราณจิตแตกสลายเป็นเสี่ยงๆ ขนาดนั้น

 


   ทว่าอี้เฉิน เขาก็ไม่อาจยอมแพ้ได้ ตะเกียกตะกายนำพาร่างปราณจิตที่แตกสลาย เข้าไปภายใน แท่นศิลาโลกปราณจิต หมายมั่นจะออกไปสู่โลกภายนอก ก่อนร่างของเขาจะสูญสลาย

 


      หมู่ชน ต่างถอนหายใจออกมายาว ครั้นเห็นผู้มีพรสวรรค์คนหนึ่งตายตก "ช่างน่าเสียดายจริงๆ ผู้มีชื่อเสียงโด่งดัง รุ่งโรจน์ในชั่วข้ามคืน จะต้องมาจบชีวิตลงเฉกเช่นนี้ สำนักใหญ่นี่ดูแคลนไม่ได้ จริงๆ หากผู้ใดคิดกล้าลองดี คงจบไม่สวยอย่างคนผู้นี้เป็นแน่"

 


     จิ้งจอกสาว หงส์เหมิง นางถึงกับถอนหายใจออกมายาว "หวังว่าปราณจิตบางส่วนของเจ้าจะออกไปสู่โลกภายนอกได้นะ ไม่เช่นนั้นร่างของเจ้าได้เน่าเปื่อยแน่ ข้าละสงสารคนเก็บกวาดซากศพของเจ้าเสียจริง"ก่อนนางจะพลิ้วกายาจากไป ไม่คิดเก็บเรื่องราวต่างๆ มาใส่ใจ

 

    หลี่หยวน ศิษย์เอกสำนักหยิน-หยาง เขาเองก็ไม่ได้เอ่ยคำพูดใดออกมา พลิ้วกายาออกไปจากโลกปราณจิตแห่งนี้เช่นกัน หมายมั่นกลับไปตั้งใจฝึกฝน อีกไม่ช้า มิติ หุบเหวสวรรค์ ก็จะถูกเปิดขึ้น



      ยี่ผิงที่ยืนดูอยู่ไกลๆ ดวงตาเต็มไปด้วยความเจ็บปวด ครั้นเห็นชายหนุ่มที่ร่วมเดินทางมาพร้อมกับตัวนาง ร่างแตกสลายกลายเป็นหมอกเลือด ฝ่ามือเรียวเล็ก ปาดน้ำตาออกจากหางตาในทันที ก่อนจะเก็บเอาความโศกเศร้าทั้งหมดไว้ภายในก้นบึ้งของหัวใจ ทว่า แววตา กลับไม่อาจเก็บซ่อนความเสียใจ เอาไว้ได้ หางตา แดงระเรื่อขึ้นมาในทันใด

 


    ผู้ติดตามของนาง ครั้นเห็นชายหนุ่มผมขาวตายตกไปได้ เขายกยิ้มดีใจไม่น้อย แต่ก็ไม่กล้าเอ่ยคำพูดใดออกไป เมื่อเห็นว่าคุณหนูยี่ผิงของเขา จะถูกใจชายหนุ่มผู้นี้ไม่น้อย แม้เขาจะตายไปแล้ว นางก็ยังเสียน้ำตาให้ชายหนุ่มผู้นั้น
"คุณหนูเราออกไปสู่ โลกภายนอกกันเถอะ ข้าว่า กลุ่มคนที่ตายตกไปกับ นาคากลืนสมุทร คงจะเป็นห่วงพวกเรา กันอยู่ไม่น้อย"

 


ยี่ผิง พยักหน้ารับคำในทันที แต่ความร่าเริงของนางกลับหดหายไปมาก ถอนหายใจยาวออกมาอยู่หลายครา

คล้ายกับเรื่องลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ] ที่คุณอ่าน