บทที่ 117
มีอาที่เพิ่งลงมาจากเกวียนพบเข้ากับเด็กสาววัยรุ่นผมสั้นสีแดงซึ่งเป็นน้องสาวของเพื่อนสนิทของเธอนั่นเอง และด้วยความดีใจ เธอจึงบีบมือของชายหนุ่มที่เพิ่งประคองเธอลงมาจากเกวียนไว้แน่น“พี่มีอา มาที่นี่ได้อย่างไรเจ้าคะ!” เด็กสาววัยใสประหลาดใจที่ได้พบผู้ที่เป็นเหมือนกับพี่สาวของตน“ก็ข้าเป็นคนพามาน่ะสิ” เจ้าของฟาร์มกลางหุบเขาบอก ซึ่งเขาก็ไม่เข้าใจว่าทำไมเมโลเอ้เห็นชัดๆอย่างนี้แล้วยังจะถามมาอีก“เอ่อ...ไม่ใช่อย่างนั้นเจ้าค่ะท่านภาม คือข้าหมายถึงว่าพี่มีอามาที่นี่ด้วยเหตุใดมากกว่า เอ้ะ!” เด็กสาวผู้สดใสตอบกลับชายหนุ่ม แต่ก็ด้วยสายตาเฉียบคมของเธอก็มองไปเห็นมือที่ชายหญิงตรงหน้ากอบกุมกันไว้พอดี จนเผลออุทานพร้อมกับแสดงออกทางใบหน้าว่าประหลาดใจอย่างเห็นได้ชัด“มีอะไรรึเปล่าเมโลเอ้?” มีอากล่าวถามเด็กสาวตรงหน้า“ป...เปล่าเจ้าค่ะ ไม่มีอะไรเจ้าค่ะ เดี๋ยวๆข้าช่วยขนของนะเจ้าคะ” ด้วยความที่เป็นคนซื่อตรง และแสดงออกทางสีหน้า การปกปิดท่าทีลุกลี้ลุกลนของเธอ เมโลเอ้มีเพียงทางเดียวก็คือรีบเดินจากไปทำอย่างอื่น ซึ่งก็คือไปช่วยขนของในสถานการณ์นี้ ยังไม่ทันที่ชายหญิงทั้งสองจะผละออกจากกัน ผู้ช่วยในฟาร์มคนอื่นๆก็เดินเข้ามาพอดี“ยินดีต้อนรับกลับบ้านขอรับท่านภาม” อดีตบารอนชราเข้ามาทักทายเจ้านายของตน“ข้าก็ยินดีกับท่านเช่นกันที่จะได้ผู้ช่วยคนใหม่ มีอาจะมาช่วยดูแลการเพาะปลูกวิติส และหมักไวน์อยู่ที่นี่เป็นเวลา 1 ปี” ภามกล่าวกับอองรีพร้อมกับแนะนำหญิงสาวที่มาด้วยกัน แม้ว่าพวกเขาจะรู้จักกันอยู่แล้วก็ตาม“โอ้ ดีจริงๆ ยิ่งถ้าเป็นเจ้ามาอยู่ที่นี่ ลูกๆของข้าคงจะมีความสุขขึ้นอีกเยอะเลยล่ะมีอา อ้ะ! เอ่อข้าว่าเดี๋ยวไปช่วยเมโลเอ้ขนของดีกว่า” ชายชรากล่าวยินดีที่เพื่อนของลูกสาวจะอยู่ที่นี่ด้วย แต่เมื่อเห็นชายหญิงตรงหน้าจับมือกัน อดีตบารอนที่รู้อยู่แล้วว่าลูกสาวคนโตของเขานั้นแอบชอบเจ้านายอยู่ก็ต้องอึ้งไปเล็กน้อย แล้วก็รีบเปลี่ยนเรื่องไปทำอย่างอื่น เพื่อไม่ให้เจ้านายเห็นพิรุธ แต่ฉากการจับมือของชายหญิงทั้งสองนั้น ถูกเห็นโดยคนที่ไม่ควรจะเห็นที่สุดนั้นก็คือ วานีล สตรีผมแดงยาวสลวยผมของเธอพลิ้วสยายตามสายลมที่พัดผ่าน เธอยืนนิ่งหนาวสะท้านดุจสายลมยามเหมันตฤดูพัดผ่าน ทั้งที่ภายในเขตฟาร์มแห่งนี้ไม่มีทางที่ลมหนาวจากภายนอกจะเข้ามาได้ ภายใต้เงาต้นไม้ยามราตรีนั้น ร่างกายที่แน่นิ่งพร้อมกับรอยยิ้มยินดีที่จะได้พบคนที่ตนหลงรักยังค้างอยู่บนใบหน้า แต่จิตใจกลับแตกสลาย เมื่อชายหนุ่มที่ตนเฝ้าคอยจับมืออยู่กับเพื่อนสนิทของเธอเอง สองมือเรียวงามของวานีลกำแน่นใบหน้ากลับมาแสดงอารมณ์หมองหม่น หญิงสาวพยายามควบคุมอารมณ์ตัวเอง วานีลตั้งสติพิจารณาอย่างถี่ถ้วนอีกครั้งซึ่งก็ได้คำตอบมาอย่างหนึ่ง ว่าที่ผ่านมาเกษตรกรหนุ่มนั้นไม่เคยแสดงออกถึงท่าทีว่าจะชอบพอเธอเลยสักครั้ง แม้ว่าเขาจะดีกับเธอ และครอบครัวมากก็ตาม รวมทั้งมีอาเพื่อนสนิทของเธอ ก็เป็นหนึ่งในคนที่ช่วยเหลือครอบครัวของเธอออกมาจากลานประหารจึงถือว่ามีบุญคุณที่ช่วยชีวิตเธอเช่นกัน การที่คนดีๆทั้งสองคนมีความรู้สึกที่ดีต่อกัน เธอก็ควรจะยินดีด้วยมากกว่าจะมาเสียใจ เมื่อคิดได้ดังนั้นหญิงสาวผมแดงก็ตัดใจ(รึเปล่า?) เดินหันหลังกลับไปยังห้องพักของตน แม้ว่าภามจะไม่สังเกต แต่มีอาที่เป็นคนช่างสังเกตอยู่แล้วบวกกับพฤติกรรมแปลกๆของสองพ่อลูกตระกูลมูเน่ ที่เธอสนิทสนมนั้นต่างจากปกติอย่างเห็นได้ชัด หญิงสาวจึงสำรวจตัวเองเล็กน้อยก็เข้าใจได้ทันที“คือ...ท่านภามเจ้าคะ ปล่อยมือข้าก่อนเถอะเจ้าค่ะ หากผู้อื่นเห็นจะเข้าใจผิดได้” หญิงสาวผมสีน้ำตาลอ่อนหันไปกล่าวยิ้มๆกับชายหนุ่ม“โอ้ะ! ขอโทษที” เจ้าของฟาร์มรีบปล่อยมือหญิงสาวออกอย่างรวดเร็วจนแทบจะสะบัด หญิงสาวได้แต่ยิ้มค้างอยู่อย่างนั้น ในใจจะรู้สึกเจ็บปวดเหลือเกินผู้ชายที่แอบชอบอยู่ไม่ไยดีเธอเลยสักนิดเช่นนี้ แม้จะรู้อยู่แล้วว่าคนตรงหน้าไม่ได้ตั้งใจก็ตาม มีอาพูดอะไรไม่ออกจริงๆ จนทำให้ภามที่รู้สึกได้ถึงความไม่ปกติกำลังจะถามขึ้นแต่... “ท่านภามขอรับ ของพวกนี้จะให้เอาไปไว้ห้องไหนดีขอรับ?” แม็กซ์ที่ตามมาช่วยขนของทีหลังเป็นคนถามขึ้น โดยเข้าใจว่าจะให้มีอาไปพักอยู่ที่บ้านพักคนงานที่ยังเหลืออยู่อีกสามห้อง“เอาไปไว้ที่ห้องรับรองแขกในบ้านของข้าได้เลย” เจ้าของฟาร์มหนุ่มกล่าวไปแบบไม่ได้คิดอะไรมาก สำหรับมีอา เขาถือว่าเป็นแขกที่คู่ค้าของเขา ส่งมาเพื่อดูแลบริหารธุรกิจจึงควรได้รับการต้อนรับเป็นพิเศษ แต่นั่นกลับทำให้แม็กซ์ อองรี และเมโลเอ้ถึงกับอึ้งไปพร้อมกัน“หืม? พวกเจ้าเป็นอะไรไป?” ภามถามเหล่าผู้ช่วยด้วยความสงสัย“อ๋อ...เปล่าๆไม่มีอะไรขอรับ เดี๋ยวข้ายกเข้าไปให้เองของรับ” แม็กซ์ที่ไม่ได้รับรู้ว่าใครแอบชอบใครเป็นคนตั้งสติได้ก่อนแล้วตอบรับคำสั่งเจ้านาย แต่มันก็ทำให้ชายหนุ่มผู้นี้อดคิดไม่ได้ว่าเจ้านายของเขานั้นมีใจให้แก่หญิงสาวที่พามาด้วยแน่นอนแต่อดีตบารอน และบุตรสาวคนเล็กไม่ได้เพียงคิดเช่นเดียวกับแม็กซ์ ทั้งสองยังกลัวว่าถ้าวานีลรู้เธอคงจะเสียใจมากที่บุรุษที่ตนหลงรักนั้นกลับชอบพอกับเพื่อนสนิทของตัวเอง เวลา 05.00 น. ณ ฟาร์มกลางหุบเขาลึกลับ“ท่านภามตื่นเช้าจังเลยนะเจ้าคะ?” หญิงสาวผมสีน้ำตาลอ่อนในชุดนอนบางเบากำลังนั่งดื่มชาอยู่ที่โต๊ะในครัวของชายหนุ่ม“แต่ก็ยังสายกว่าเจ้านะมีอา เมื่อคืนนอนหลับสบายรึเปล่า?” ภามที่เพิ่งตื่น และเพิ่งออกมาจากห้องนอนกำลังจะไปเข้าห้องน้ำ กล่าวกับผู้มาอยู่ใหม่ที่นั่งจิบชาผ่อนคลายอยู่ตรงหน้าเขา“หลับสบายมากเลยเจ้าค่ะ ข้าก็ไม่คิดเหมือนกันว่ามาอยู่แปลกที่แบบนี้จะรู้สึกผ่อนคลายสบายใจมากกว่าอยู่บ้านตัวเองเสียด้วยซ้ำ” หญิงสาวกล่าวออกมาจากใจ เธอรู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูกตั้งแต่ก้าวเข้ามาในฟาร์มแห่งนี้ครั้งแรก“ฮ่ะๆ ก็คงต้องดูกันต่อไปก็แล้วกัน ว่าจะผ่อนคลายอยู่รึเปล่า เพราะงานคงจะไม่สบายเท่าไร ยิ่งตอนนี้คนที่มีความรู้เรื่องวิติสมีเพียงเจ้าคนเดียว กว่าจะสอนงานคนอื่นจนเป็นก็คงต้องใช้เวลาหน่อยล่ะนะ ถึงแม้ที่นี่จะมีเครื่องมืออำนวยความสะดวกมากมายก็ตาม” ชายหนุ่มเจ้าของฟาร์มกล่าวตามจริง แม้การปลูกพืชที่นี่จะไม่ยาก แต่การทำจนถึงขั้นแปรรูปเป็นไวน์ได้ คงไม่ใช่เรื่องง่ายๆแน่นอน“ท่านก็ขู่ข้าจังเลยนะเจ้าคะ ถึงข้าจะเป็นลูกพ่อค้าไวน์แต่ตระกูลเราก็เป็นผู้ผลิตด้วย ข้าเรียนรู้ตั้งแต่การปลูกวิติสจนถึงการหมักไวน์มาตลอดชีวิต ลงมือทำเองทุกขั้นตอนแม้แต่การสร้างเครื่องมือหลายๆอย่างข้าก็สามารถทำได้เช่นกัน อย่าคิดว่าข้าเป็นลูกคุณหนูแต่งตัวสวยไปวันๆสิเจ้าคะ” หญิงสาวกล่าวไปเคลื่อนตัวไป แล้วหยุดที่ตรงหน้าของชายหนุ่ม จนเมื่อเธอพูดจบก็จ้องเข้าไปในดวงตาทั้งสองของชายหนุ่มพร้อมขยิบตาให้เขาทีหนึ่งแล้วก็รีบเดินจากไปทันที จนทำให้เจ้าของฟาร์มถึงกับอึ้งไปชั่วขณะเลยทีเดียวมีอาถึงกับอายหน้าแดงกับการกระทำของตน สิ่งที่เธอทำเมื่อครู่เป็นการเล่นหูเล่นตากับผู้ชายครั้งแรกของเธอ ตั้งแต่เด็กนั้น พ่อแม่ของเธอสอนให้ต้องเป็นกุลสตรีรักนวลสงวนตัวมาตลอด เพื่อจะได้มีผู้ชายดีๆที่เป็นสุภาพบุรุษมาชื่นชอบ แต่เมื่อมีอาโตขึ้นก็ได้เข้าใจโลกมากขึ้นเช่นกันว่าผู้ชายดีๆที่ว่านั้นไม่ได้หากันง่ายๆ