หลังจากได้สิ่งที่ต้องการแล้วไผ่ก็ออกจากที่นี่ไปทันทีเพราะว่าสมบัติที่เหลืออยู่นั้นไม่มีอะไรที่น่าสนใจแล้ว แม้ว่าจะมีสมบัติระดับสูงมากมายให้แลกเปลี่ยนแต่คะแนนของไผ่ก็คงไม่พอไผ่จึงเก็บคะแนนเอาไว้ใช้โอกาสหน้าเมื่อมีมากพอ
เมื่อไม่มีอะไรต้องทำแล้วไผ่จึงตั้งใจจะกลับบ้านทันทีเนื่องจากเขาคิดถึงน้องทั้งสองแล้ว แต่ไผ่ก็ไม่ลืมที่จะซื้อทั้งขนมและของเล่นมากมายรวมทั้งเกมใหม่เพื่อไปฝากน้องของเขา
การที่ไผ่ออกมาจากบ้านหลายวันแบบนี้น้องของเขาจะต้องงอลอย่างแน่นอนโดยเฉพาะฟ้า ไผ่จึงต้องซื้อของพวกนี้เพื่อนำกลับไปง้อ
เมื่อมาถึงคฤหาสน์ในขณะที่ไผ่กำลังจะลงจากรถไผ่ก็หันไปมองหน้าแสงแล้วพูดขึ้น “บอกอาทิตย์ให้ตามหาคนคนหนึ่งเขาชื่อปกรณ์ ดำรงสุข เขาเป็นชายหนุ่มร่างอ้วนอายุน่าจะไม่ต่างจากผมมากนัก อาศัยอยู่กับแม่และน้องชายน้องสาวในชุมชนฝั่งตะวันตกของเมืองช่วยเหลือและดูแลเขาให้ดีด้วย”
ในเมื่อเขาแย่งชิงโชคชะตาของอีกฝ่ายมาเขาก็จำเป็นที่จะต้องชดเชยกลับคืนให้อีกฝ่ายเช่นกันไม่เช่นนั้นเขาจะรู้สึกผิด แต่นั้นก็ต้องดูด้วยว่าคนที่เขาแย่งชิงโชคชะตามาเป็นคนดีหรือไม่ในชีวิตก่อน
ถ้าไม่เขาก็ไม่จำเป็นต้องสนใจหรือชดเชยอะไรให้กับอีกฝ่ายเหมือนกับที่เขาแย่งชิงหินปลุกพลังระดับGมานั้นเอง นี้คือสิ่งที่ไผ่คิดและยึดมั่น
ส่วนในเรื่องของใครดีไม่ดีนั้นไม่สนใจแม้ว่าในสายตาคนอื่นคนคนนั้นจะถูกมองว่าเป็นคนดีแต่ถ้าเขามองว่าไม่ดีคนคนนั้นก็คือไม่ดีก็แค่นั้น
“รับทราบครับแล้วนายน้อยมีอะไรจะสั่งเพิ่มเติมเกี่ยวกับชายคนนี้ไหมครับ”แสงถามขึ้น
แม้ตัวเขาจะไม่รู้ว่าทำไมอยู่ ๆ นายน้อยถึงได้ถามหาชายคนนี้แต่เขาก็ไม่คิดจะถามหาสาเหตุ เพราะยังไงในสายตาของเขานั้นทุกการกระทำของนายน้อยมักจะมีเหตุผลของมันเสมอ
“ถ้าเห็นว่ามีความสามารถก็ช่วยฝึกฝนเขาด้วยก็แล้วกัน”ไผ่ตอบกลับด้วยสีหน้าเรียบเฉย
ไผ่เดินเข้ามาในบ้านเป็นเวลาใกล้เที่ยงพอดีเขาจึงเข้าไปในครัวเพื่อเตรียมทำกับข้าวให้เมฆกับฟ้า ถ้ามีกับข้าฝีมือเขากับของฝากที่ซื้อมาไผ่เชื่อว่าจะทำให้ฟ้าอารมณ์ดีได้
ไผ่ใช้เวลาทำของที่ฟ้ากับเมฆชอบหลายอย่างเตรียมเอาไว้บนโต๊ะพร้อมกับของฝากที่ซื้อมา เมื่อเตรียมทุกอย่างเรียบร้อยแล้วไผ่ก็เดินไปหาทั้งสองคนที่ห้องเล่นเกม
เมื่อเดินมาถึงหน้าประตูเสียงโต้เถียงกันของเด็กสองคนก็ดังออกมาเหมือนอย่างทุกที ไผ่เผยรอยยิ้มเล็กน้อยก่อนจะเปิดประตูเข้าไปอย่างแผ่วเบาเพื่อไม่ให้ทั้งสองรู้ตัว ไผ่ส่ายหัวห้ามทุกไม่คนไม่ให้บอกเมฆกับฟ้าว่าเขาเดินเข้ามา
แม้ว่าไผ่จะยืนมองจากด้านหลังอยู่นานแล้ว แต่เนื่องจากทั้งสองที่กำลังมีสมาธิกับเกมจึงไม่รู้ตัวว่าไผ่ยืนดูอยู่
“ไม่เจอแค่ไม่กี่วันฝีมือของน้องเก่งขึ้นมากเลยนะ”เมื่อเห็นว่าเกมจบแล้วไผ่จึงเอยขึ้นด้วยรอยยิ้มอบอุ่น
ทั้งสองสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อได้ยินเสียงที่คุ้นเคย ทั้งสองรีบหันกลับมามองเมื่อเห็นว่าเป็นไผ่กำลังยืนส่งยิ้มให้อยู่ทั้งสองตะโกนเสียงดังอย่างมีความสุข “พี่ไผ่กลับมาแล้ว” แล้วจึงรีบวิ่งเข้ามากอด
หลังจากที่กอดพอหายคิดถึงฟ้ารีบถอยออกมาจากนั้นก็หันหลังแล้วกอดอกก่อนจะพูดอย่างน้อยใจ “พี่บอกไปจะไม่นานแต่นี้กลับไปตั้งหลายวันหนูไม่รักพี่แล้ว”
เมฆมองไปที่ฟ้าทำท่าทางเหมือนอยากจะพูดอะไรบางอย่างแต่ก็เลือกที่จะเงียบไม่พูดออกมา
ไผ่จับไหล่ของเมฆแล้วยิ้มให้จากนั้นก็เดินไปคุกเข่าข้างหนึ่งข้างหลังฟ้าแล้วพูดด้วยสีหน้ารู้สึกผิด “พี่ขอโทษนะครับเจ้าหญิงน้อย พี่ต้องทำยังไงน้องถึงจะหายโกรธ”
เมื่อได้ยินคำพูดของไผ่ฟ้าที่กำลังหันหลังให้ไผ่อยู่ก็แสดงรอยยิ้มที่น่ารักออกมาเล็กน้อยจากนั้นก็กลับมาแสดงสีหน้าเคร่งครึมอีกครั้งก่อนจะหันมาหาไผ่แล้วพูดขึ้น “ถ้าอยากให้หนูหายโกรธพี่ต้องทำกับข้าวที่หนูชอบให้หนูกินแล้วก็ต้องพาหนูกับพี่เมฆไปเที่ยว”
ไผ่ได้ยินแบบนั้นก็แกล้งคิดเล็กน้อยก่อนจะพูดออกมา “ตกลงครับ แต่พี่พึ่งกลับมาถึงน้องช่วยไปเอาน้ำชาที่อยู่ในห้องครัวมาให้พี่กินหน่อยไหม”
“เย้! หนูรู้อยู่แล้วว่าพี่ไผ่ดีที่สุดเดี๋ยวหนูจะรีบไปเอาน้ำมาให้นะ”เมื่อเห็นว่าไผ่ตกลงฟ้าก็ตะโกนอย่างมีความสุขก่อนจะวิ่งไปเปิดประตูแล้ววิ่งตรงไปที่ห้องครัวอย่างมีความสุข
“ไปกินข้าวกันเถอะ”ไผ่ลุกขึ้นเดินมาลูบหัวเมฆเบา ๆ ด้วยความรัก
“ครับ”เมฆตอบรับเบา ๆ ด้วยรอยยิ้มมีความสุข
“พี่เหนื่อยไหมครับ บาดเจ็บตรงไหนไหม”เมฆเอยถามขณะที่ขี่หลังของไผ่เดินไปห้องครัว
เมื่อได้ยินคำถามของเมฆไผ่ก็ยิ้มออกมาอย่างมีความสุขพร้อมกับตอบกลับด้วยใบหน้าอ่อนโยน “พี่สบายดีไม่ได้บาดเจ็บตรงไหน อีกทั้งตอนนี้พี่แข็งแกร่งขึ้นมากเลยนะน้องไม่ต้องเป็นห่วงไป”
“พี่อยากให้เมฆกับฟ้าใช้ชีวิตให้มีความสุขโดยไม่ต้องกังวลอะไรเข้าใจไหม”น้ำเสียงของไผ่ที่เอยออกมานั้นเต็มไปด้วยความห่วงใย
“เข้าใจแล้วครับ แต่พี่ไผ่อย่าโกรธเลยฟ้านะครับเวลาที่ฟ้าเอาแต่ใจตัวเอง ทุกครั้งที่ฟ้าเป็นแบบนั้นเพราะฟ้ากลัวว่าพี่จะเป็นอะไรไปเมื่อเช้าพวกเราดูทีวีกันอยู่ก็เห็นข่าวเกี่ยวกับสัตว์อสูรทะเลบุกเมืองฟ้าก็ร้องไห้ออกมาเพราะรู้ว่าพี่ออกไปต่อกับสัตว์อสูรพวกนั้น”
ไผ่ชะงักเล็กน้อยก่อนจะพูดอย่างจริงจัง “พี่ไม่เคยโกรธพวกเราเลยนะเพราะสำหรับพี่แล้วเมฆกับฟ้าคือคนที่สำคัญที่สุดในชีวิตของพี่ พี่จะทำทุกอย่างเพื่อให้น้องใช้ชีวิตอย่างมีความสุขและไร้ความกังวล”
เมฆเอาหน้าซบหลังของไผ่พร้อมกับน้ำตาไหลออกมา.