หนึ่งเดือนผ่านไปเฟยหรงก็ได้ให้ทุกคนเข้ามาฝึกในมิติธาตุแทบทุกวัน ช่างล่าง ชางลี่ และ หลิงอี้มักจะฝึกยุทธด้วยกันบ่อยๆ
ชางลี่นั้นเป็ผู้ฝึกให้ทุกคนโดยเฉพาะผู้นำตระกูลเว่ยช่างล่างที่พึ่งกลับมาใช้พลังปรานได้แม้จะแขนพิการแต่ก็ไม่เป็ปัญญาใดสำหรับเขา ซึ่งบางครั้งเฟยหรงก็จะร่วมฝึกด้วยรวมทั้งสอนกระบวนท่าวิทยายุทธต่างๆที่ได้รู้มาให้กับทุกคน แม้นางจะมีความรู้มากมายแต่เื่การต่อสู้นี้นางก็ยังรู้สึกไม่อินกับมันอยู่ดีทั้งต้องเจ็บตัวและเสียแรง แต่ให้ทำอย่างไรได้ หากต้องแข็งแกร่งขึ้นก็มีแต่ต้องฝึกเท่านั้น
อีกด้านหนึ่ง หลิงเฟย ฉือเฉิงและมี่ถง ก็มาเรียนรู้วิธีการปรุงยาจากเฟยหรงเพื่อที่จะสามารถเลื่อนขั้นแพทย์โอสถได้อีกทั้งนางยังช่วยสอนเคล็ดลับต่างๆในการปรุงยาให้ทุกขั้นตอนอีกด้วย
"หรงเอ๋อวันนี้เป็วันสร้างร้านเสร็จใช่ไหม" ฉือเฉิงเอ่ยถาม
"ใช่เ้าค่ะข้าจะออกไปตรวจดูความเรียบร้อยเสียหน่อย พวกท่านก็ฝึกในมิติกันไปก่อนนะเ้าคะอ๊ะท่านแม่ ใส่ผงไข่มุกประกายแสงไปหนึ่งหยิบมือก็พอเ้าค่ะ" เฟยหรงเอ่ยพลางหันไปสอนมารดาของตนเองไปด้วยหลิงเฟยเองก็พยักหน้ารับคำสอนอย่างตั้งใจจนเฟยหรงคลี่ยิ้มออกมา
"แล้วเ้าจะเปิดร้านเมื่อไหร่หรือ"ฉือเฉิงถามขึ้นอีกครั้ง
"น่าจะอีก2วันเ้าค่ะ ต้องตกแต่งร้านเสียก่อน" เฟยหรงเอ่ยขึ้น
"อืม เช่นนั้นเ้าออกไปเถอะนายช่างใหญ่คงมารออยู่ที่จวนแล้ว"
"งั้นเดี๋ยวข้ากลับมานะเ้าคะขอออกไปตรวจความเรียบร้อยในร้านเสียหน่อยหากมีปัญหาหรืออยากออกมาจากมิติพวกท่านก็ใช้หยกสื่อสารติดต่อมานะเ้าคะ"ไม่ทันไรร่างของนางก็หายไปจากตรงนั้นแล้ว ทำเอาคนในมิติส่ายศีรษะให้กับนางเบาๆเพราะเฟยหรงเองก็มักจะเข้าๆออกๆในมิติเป็ว่าเล่น บ้างก็หายไปหลายวันบ้างก็กลับมาพร้อมกับของแปลกๆ ถ้าหากหากพวกเขาอยากออกไปนอกมิติก็เพียงใช้หยกสื่อสารที่เ้าตัวให้มาติดต่อไปเท่านั้น
หลังจากที่เฟยหรงออกมาจากมิติแล้ว ก็โผล่ออกมาในห้องของนางจากนั้นก็สาวเท้าออกไปด้านนอกเพื่อที่จะพูดคุยกับนายช่างใหญ่ ไม่นานร่างของเฟยหรงก็มาหยุดอยู่ตรงหน้าร้านโอสถขนาดใหญ่ข้างจวนตัวอาคารทำด้วยไม้ มีสี่ชั้นด้วยกัน
"มาแล้วหรือแม่นางน้อย"เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นจากด้านในของร้าน ปรากฏร่างชายวัยกลางคนรูปร่างกำยำเดินออกมาสีหน้าและแววตาบ่งบอกให้รู้ว่าเป็คนอบอุ่นใจดี เพียงแต่ใบหน้าดูเครียดและเหนื่อยล้าเขามีส่วนที่คล้ายกับฟู่ฉางที่เฟยหรงเจอที่โรงช่างไม้เมื่อคราวก่อนไม่น้อย
"คารวะท่าน เทียนมู่หลิว "เฟยหรงเอ่ยแล้วค้อมตัวลง มู่หลิวจึงยกยิ้มขึ้น
"เรียกซะเต็มยศเลยแม่นางน้อยเรียกข้าลุงมู่หรือท่านลุงก็ได้" มู่หลิวหัวเราะเบาๆแล้วเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเอ็นดู
"เ้าค่ะท่านมู่หลิวแล้วท่านฟู่ฉางไม่มาด้วยหรือเ้าคะ" เฟยหรงเอ่ยถามเพราะทั้งสองคนเป็พี่น้องกัน แต่เพียงมู่หลิวคนพี่เกิดจากฮูหยินใหญ่ตระกูลเทียนส่วนนั้นฟู่ฉางเกิดจากฮูหยินรอง แต่ทั้งสองก็ยังเป็พี่น้องที่รักและเข้าใจกันดีทั้งยังมาเปิดร้านด้วยกัน
"เ้าฟู่ฉางไปเตรียมเครื่องมืออุปกรณ์สำหรับสร้างสำนักยุทธของเ้าน่ะ"มู่หลิวเอ่ย
จากนั้นทั้งสองก็เดินเข้าไปสำรวจด้านในร้านโอสถที่พึ่งสร้างเสร็จเฟยหรงกวาดตามองไปรอบๆอย่างพึงพอใจ ทั้งความกว้างที่สามารถจุคนได้ถึง200คนและโครงสร้างบางส่วนในร้านนั้นก็มาจากความคิดของนางอีกส่วนก็มาจากความคิดของนายช่างทั้งสองที่อาสาต่อเติมให้เฟยหรงเอ่ยชมนายช่างใหญ่ไม่ขาดปากจนเขายิ้มจนหน้าบานแล้วยืดอกอย่างภูมิใจ
"ตรงส่วนนี้คือชั้นสี่ของร้านเปิดโล่ง ระบายอากาศได้ดี ทั้งยังมองเห็นวิวทั่วทั้งเมือง"มู่หลิวเอ่ยขึ้นเมื่อทั้งสองขึ้นมายังชั้นสี่ เป็ชั้นลอยคล้ายๆดาดฟ้ามีเพียงหลังคากันฝนและระเบียงติดที่นั่งกั้นรอบๆเท่านั้นเหมาะที่จะเป็ชั้นรับแขกและชมวิวอย่างยิ่ง
"ข้าชอบยิ่งนัก"เฟยหรงชื่นชม นางเดินไประเบียงแล้วมองไปรอบๆอย่างพอใจ
"เ้าชอบ ข้าก็ดีใจ"มู่หลิวเอ่ยขึ้น
"นี่ถือเป็ของตอบแทนเล็กๆน้อยๆจากข้าให้ท่านมู่หลิวและท่านฟู่ฉางเ้าค่ะ"เฟยหรงนำขวดแก้วขนาดเท่าฝ่ามือออกมา
"นั้นคือสิ่งใดหรือ"มู่หลิวมองขวดแก้วที่สีน้ำสีใสในมือเฟยหรงอย่างไม่เข้าใจ
"ข้าเห็นว่าพวกท่านหน้าตาไม่ค่อยสดชื่นไหล่และกล้ามเนื้อแข็งเกร็ง คงเกิดจากความเครียดในเื่ต่างๆที่สั่งสมมามากนี่คือโอสถที่ทำมาจากสมุนไพรบำรุงเืลมหลายชนิดเอาไปผสมกับน้ำเปล่าหรือน้ำชาสักสองสามหยดแล้วดื่มช่วยให้ผ่อนคลายและรู้สึกสดชื่นขึ้นนะเ้าคะ"เฟยหรงยื่นขวดแก้วให้เข้า มู่หลิวจึงรับมาด้วยความดีใจ
"ไม่นึกว่าเ้าจะดูออกด้วย"มู่หลิวเอ่ย เพราะเขาและฟู่ฉางมีความเครียดจากเื่ในจวนไม่น้อยทั้งเื่ภรรยาของเขาทั้งสองที่ไม่ถูกกันทั้งเื่อนุและลูกๆอีกที่ก่อความวุ่นวายไม่เว้นแต่ละวัน ที่
พวกเขามีเวลาออกมาทำงานได้ก็ดีเท่าไหร่แล้ว เขาคิดในใจแล้วจ้องมองขวดยาน้ำในมือพลันต้องเบิกตากว้าง
"นี่มันยาระดับหายากใช่หรือไม่!"เขาไม่เคยเห็นยาระดับนี้มาก่อนจึงรู้สึกตกตะลึงไม่น้อย
"ใช่เ้าค่ะ"เฟยหรงพยักหน้าเบาๆ
"เ้าให้สิ่งนี้กับข้าจะดีหรือ"มู่หลิวเอ่ยขึ้น ถึงเขาจะไม่รู้เื่การปรุงโอสถแต่ก็ไม่ใช่ไม่รู้ว่าสิ่งนี้มันหายากมากเพียงใด
"ดีสิเ้าคะหากพวกท่านมาทำงานให้ข้าในสภาพแบบนั้น สักวันคงเครียดจนตายแน่ๆ"เฟยหรงเอ่ยแซวแล้วหัวเราะอย่างอารมณ์ดี
"เดี๋ยวเถอะมาแช่งกับแบบนี้ไม่น่ารักเอาเสียเลยเ้าเนี่ย"มู่หลิวเองก็พลอยอารมณ์ดีไปด้วย
"แล้วใครบอกว่าข้าน่ารักกัน"เฟยหรงเอ่ยขึ้นทำให้มู่หลิวส่ายศีรษะเบาๆแต่ก็ทำให้เขาพลอยอารมณ์ดีไปด้วย
จากนั้นทั้งสองก็ลงมาจากร้านโอสถ
"ข้าคงต้องไปแล้วหากไม่มีสิ่งใดผิดพลาด อีก2-3วันคงได้เริ่มงานสร้างโรงฝึกของเ้า"มู่หลิวเอ่ย
"ต้องขอบคุณมากนะเ้าคะ"เฟยหรงค้อมตัวเล็กน้อย
"ไม่หรอกเ้าเป็ผู้ว่าจ้างไม่ต้องเอ่ยสิ่งใดหรอก เพียงแค่จ่ายเงินมาให้ก็พอ"พูดเสร็จมู่หลิวก็หัวเราะลั่น ทำเอาเฟยหรงขมวดคิ้วมุ่ยปากให้ความหน้าเงินของชายวัยกลางคนตรงหน้า
"เ้าค่ะ!"เฟยหรงกระแทกเสียงเบาๆ
"ฮ่าๆ ข้าล้อเล่นหรอกข้าเพียงจะบอกว่า ข้าต่างหากที่ต้องขอบคุณเื่โอสถ"มู่หลิวเอ่ยขึ้นจึงทำให้เฟยหรงมีสีหน้าดีขึ้นเล็กน้อย
"ถือว่าเป็ของเล็กๆน้อยๆที่ข้าสามารถให้ได้นอกจากเงินนั่นแหละเ้าค่ะ"แม้จะเป็คำพูดธรรมดาแต่ก็แฝงด้วยความประชดประชัน
"ฮ่า ฮ่า เอาน่าๆยังไงก็ต้องขอบคุณแม่นางน้อยอยู่ดี งั้นข้าขอตัวก่อนล่ะ" มู่หลิวเอ่ย
"ข้าเฟยหรงน้อมส่งท่านมู่หลิวเ้าค่ะ"เฟยหรงค้อมตัวมู่หลิวพยักหน้าเล็กน้อยแล้วเดินออกไปโดยมีลูกน้องที่รออยู่ด้านนอกเดินขนาบข้างไปด้วยเฟยหรงเห็นดังนั้นจึงเปิดประตูร้านโอสถทันที
"วันนี้ตกแต่งชั้นแรกก่อนแล้วกัน"นางยกยิ้มขึ้น
เฟยหรงมองไปรอบๆแล้วนำตู้กระจก5ชั้นขนาดใหญ่ออกมาวางไว้ด้านซ้ายมือและขวามือจากนั้นก็นำขวดยาต่างๆ ป้ายชื่อสรรพคุณและราคามาติดไว้แล้วลงอักขระป้องกัน นางทำแบบนี้ทั้งสองตู้
ในส่วนของตู้ทางซ้ายนี้เป็ตู้เม็ดยาระดับสูงและระดับหายากมีราคาไม่ต่ำกว่า1หมื่นเหรียญทองทั้งสิ้นมีทั้งยาทะลวงปรานระดับสูงกว่าขั้นจอมทัพขึ้นไปราคาแต่ละเม็ดมากกว่า1พันเหรียญทอง ยาสลายพิษธาตุครบทุกธาตุที่มีราคามากกว่า3หมื่นเหรียญทองซึ่งนางทำในระหว่าง1เดือนนั้นเองทั้งยังมีขวดยาสลายพิษทุกธาตุผสมกันมีราคาไม่ต่ำกว่า1แสนเหรียญทองแต่ก็ถูกกว่าซื้อยาสลายพิษทุกธาตุรวมกันยังมีผลึกปรานและผลึกธาตุที่นางนำมาวางเรียงในชั้นบนสุดอีกด้วย ที่นางนำผลึกมาขายนั้นเป็ความคิดของท่านแม่ของนางเพราะผลึกธาตุ1ชิ้นนั้นจะมีราคาอยู่ที่2-3พันเหรียญทองแล้วแต่ค่างวดที่ซื้อมาจากพ่อค้าคนกลาง ทั้งนี้ผลึกปราน1ชิ้นมีราคามากถึง 1หมื่นเหรียญทองเลยทีเดียว
ส่วนตู้ทางขวานั้นเป็ยาเช่นเดียวกันแต่มีระดับต่ำกว่าตู้ทางซ้ายมากทั้งยังเป็ยาสามัญประจำบ้านทั่วไปเพราะ้าให้พวกชาวเมืองธรรมดาๆสามารถหยิบจ่ายใช้สอยได้ มีทั้งยาสมานแผลภายนอกยาแก้ร้อนใน ยาแก้ช้ำใน ยาแก้ไข้หวัด ยาแก้อักเสบ ยาบำรุงครรภ์และยาต่างๆอีกมากมายโดยในตู้นี้เฟยหรงกะราคาให้ต่ำกว่า1ร้อยเหรียญทองโดยส่วนมากยาเม็ดหนึ่งจะมีราคาอยู่ที่1เหรียญทองขึ้นไปหากมียาที่ราคาสูงกว่านั้นก็จะมีราคาเพียง10หรือ20เหรียญทองเท่านั้น
เมื่อเฟยหรงนำยาต่างๆออกมาใส่ตู้เสร็จแล้วนางก็นำโคมไฟอักขระออกมาแขวนประดับตกแต่งบนเพดานร้านเพิ่มความสว่างไสวทั้งยังนำไม้ประดับต่างๆมาแขวนในร้านเพิ่มความสวยงามและความหรูหรา
จากนั้นเฟยหรงก็เดินเข้าไปด้านในสุดซึ่งเป็ส่วนของโต๊ะจ่ายเงินเป็โต๊ะไม้ที่มีไม้กั้นยาวั้แ่ผนังด้านซ้ายไปจนสุดขอบผนังด้านขวาช่องทางเข้าไปด้านในจะอยู่ด้านขวาซึ่งตรงกับประตูที่ขึ้นไปชั้นบนเฟยหรงนำเอาตู้กระจก2ชั้นขนาดท่อนแขนมาวางลงบนโต๊ะไม้5-6ตู้แล้วนำโอสถระดับสูงมาวางประดับแต่ก็มีราคาไม่เกิน1พันเหรียญทองเท่านั้น
ผ่านไปสองวัน
"ข้าได้ยินมาว่าร้านโอสถของตระกูลเว่ยจะเปิดยามอุ้ยนะเ้าจะไปดูกับข้ารึเปล่า" หญิงสาวนางหนึ่งเอ่ยขึ้นขณะจิบชา
"ไปสิไป!"หญิงสาวที่นั่งอยู่ด้วยเอ่ยขึ้นอย่างตื่นเต้น
ไม่นานด้านหน้าร้านโอสถก็เต็มไปด้วยชาวเมืองเฟยหรงที่มองลงมาจากชั้นสี่นั้นยกยิ้มด้วยความพึงพอใจแล้วหันไปมองครอบครัวของนางข้างๆที่ดูจะดีใจไม่แพ้กัน
"ไม่นึกว่าจะมีคนมาเยอะขนาดนี้นะเนี่ย"หลิงอี้เอ่ยพลางมองไปยังฝูงชนด้านล่าง
"แหมก็ชาวเมืองเล่นพูดกันปากต่อปาก ทั้งยังเกินจริงไปเยอะ จะคนเยอะก็ไม่แปลกหรอก"เฟยหรงเอ่ยขึ้นแล้วหัวเราะขึ้นมา เพราะใน่ที่ทุกคนฝึกอยู่ในมิติ นางเองก็แอบออกมาเดินเล่นในเมืองบ่อยๆทั้งยังได้ยินข่าวลือเื่ร้านโอสถตระกูลเว่ยไม่น้อย
"เอาล่ะคงได้เวลาเปิดร้านแล้ว พวกเราก็ไปทำหน้าที่กันเถอะ" ฉือเฉิงเอ่ยขึ้นทุกคนจึงยกยิ้มขึ้นมา
"ไปกันเถอะ"
ชาวเมืองต่างก็มารอกันอยู่ด้านล่างอย่างใจจดใจจ่อบ้างก็มาเพื่อหาซื้อยาดีๆกลับไป บ้างก็มาเพื่อพบคุณชายตระกูลเว่ยบ้างก็มาเพื่อชมบารมีของตระกูลเว่ยที่กำลังจะรุ่งโรจน์อีกครั้งหรือบางกลุ่มที่เป็ศัตรูกับตระกูลเว่ยก็มาเพื่อก่อความวุ่นวาย
แอ๊ดดดดดดดด
เสียงเปิดประตูบานใหญ่ทำให้ทุกคนเงียบลงแล้วมองเข้าไปภายในตัวร้านก็ปรากฏร่างของหญิงสาวนางหนึ่งบางคนที่จำได้ว่าเป็ผู้หญิงที่เคยควงกับคุณชายตระกูลเว่ยก็แอบซุบซิบนินทากันบ้างก็ว่านางอาจจะแต่งเข้าตระกูลเว่ยแล้ว บ้างก็ว่านางอาจจะเป็สาวใช้
"ยินดีต้องรับสู่ร้านโอสถตระกูลเว่ยเ้าค่ะข้าเว่ยเฟยหรงบุตรสาวของท่านช่างล่างจะมาอธิบายกฎของร้านให้ฟังคร่าวๆก่อนนะเ้าคะ" เมื่อพูดจบก็มีเสียงฮือฮาเกิดขึ้นจนกลายเป็เสียงพูดคุยกัน
"ข้าได้ยินว่าบุตรสาวของท่านผู้นำตระกูลใช้ลมปรานไม่ได้มิใช่รึ"
"นางไม่ใช่คนรักของคุณชายหรอกหรือ"
"ข้ายังมีความหวัง!"
"อ่านางช่างน่าหลงใหลนัก"
"ข้าอยากให้นางแต่งเข้าตระกูลข้าเหลือเกินท่านพ่อ"
"เหอะ ก็ไม่เห็นจะงดงามตรงไหนเลย"
เสียงพูดคุยดังไปทั่วบริเวณมีทั้งคนพูดในทางที่ดีบ้างไม่ดีบ้าง แต่ก็ทำให้เฟยหรงยกยิ้มขึ้นอย่างพอใจ
"แฮ่ม" เฟยหรงกระแอมขึ้นเพื่อเรียกความสนใจจากทุกคนไม่นานพวกชาวบ้านก็เงียบแล้วหันมาสนใจนางต่อ
"ข้าจะอธิบายการซื้อของและเข้าชมในร้านคร่าวๆนะเ้าคะ"เฟยหรงเอ่ยขึ้น เมื่อเห็นว่าทุกคนตั้งใจฟังนางก็เอ่ยต่อ
"ภายในร้านชั้นแรกจะมียาและสรรพคุณต่างๆเขียนกำกับไว้แต่ไม่สามารถนำออกมาดูได้หาก้ายาซื้อหรือดูยาชนิดไหนก็เพียงแต่เดินไปบอกพนักงานที่โต๊ะด้านในเท่านั้น"เฟยหรงอธิบาย
"ภายในร้านมีกฎว่าห้ามทะเลาะหรือแย่งกันต่อคิวซื้อของหากเตือนแล้วไม่ฟังข้าจะเป็ผู้เชิญพี่ใหญ่มาไล่พวกท่านด้วยตนเอง"เมื่อได้ยินมาถึงตรงนี้ทุกคนก็กลืนน้ำลายดังอึกเพราะรู้ดีว่าคุณชายใหญ่ที่เป็ถึงอดีตแม่ทัพนั้นน่าเกรงขามขนาดไหน
"และชั้นสองของร้านเป็พวกอุปกรณ์อักขระทั้งหมดหาก้าขึ้นไปชมก็เพียงแจ้งแก่พนักงานที่โต๊ะแล้วจะมีคนพาขึ้นไปเป็รอบ รอบละ10คนเท่านั้นและอยู่ได้เพียงหนึ่งเค่อเพื่อให้กลุ่มอื่นๆค่อยๆหมุนเวียนขึ้นไป"เฟยหรงเอ่ยแล้วหยิบแท่งเหล็กที่นางทำขึ้นจากอักขระขึ้นมา ดูๆไปก็คล้ายปากกาไม่น้อย
"นี่เป็ตัวอย่างอุปกรณ์อักขระระดับต่ำเ้าค่ะ"นางเอ่ยแล้วนำกระดาษออกมาเขียน
"สิ่งนี้เรียกว่าปากกาอักขระสามารถใช้ขีดเขียนข้อความลงบนกระดาษโดยไม่ต้องฝนหมึกให้เมื่อยและหมึกก็ไม่มีวันหมดเช่นเดียวกัน...เว้นแต่พวกท่านจะทำหายหรือทำพังละนะ" เฟยหรงเอ่ยจากนั้นก็ยื่นปากกาอักขระไปด้านหน้าเพื่อให้ทุกคนได้ดู
"ข้าอยากได้จังเลยดูลวดลายบนด้ามนั้นสิช่างสวยงามนัก"
"หากมีแล้วข้าก็สามารถเขียนงานที่ไหนก็ได้ไม่ต้องกลัวหมึกเลอะแล้ว"
เมื่อให้ทุกคนดูจนพอใจแล้วนางก็เก็บปากกาเข้าไปในมิติ
"เอาล่ะในเมื่อข้าอธิบายกฎต่างๆไปแล้วก็เชิญพวกท่านเข้ามาชมในร้านได้เลยเ้าค่ะ"จากนั้นเฟยหรงก็ผายมือเข้าไปในร้าน
ฝูงคนทั้งหมดต่างก็เบียดเสียดกันเข้ามาด้านในแล้วก็ต้องตะลึงให้กับความงดงามของร้านโอสถด้านในจากนั้นเมื่อชมความงามของร้านเสร็จก็เดินไปเลือกดูเม็ดยาต่างๆ แล้วก็ต้องใอีกครั้งเมื่อตู้กระจกทางซ้ายนั้นมียาที่มีราคาแพงมากบางขวดก็เป็แสนเลยทีเดียวแต่เมื่อได้อ่านและรู้ถึงระดับยาต่างก็ก้มหน้าเดินไปดูอีกตู้หนึ่งเพราะไม่สามารถซื้อได้ไหวแม้จะมีสรรพคุณดีเลิศก็ตาม
เมื่อผู้คนส่วนมากเริ่มมาดูที่ตู้ทางขวาต่างก็โล่งใจเพราะราคายาแต่ละชนิดพวกตนสามารถซื้อได้โดยไม่ลำบากอะไรนักและมีบางส่วนเดินไปจ่ายเงินกับพนักงานบ้างแล้วซึ่งพนักงานที่ได้รับหน้าที่นี้คือมี่ถงและสาวใช้และหนุ่มรับใช้ในจวนอีก2คนที่ถูกเฟยหรงคัดเลือกมา
"ข้า้ายาบำรุงครรภ์ระดับสูง10เม็ดเ้าค่ะ" แม่นางคนหนึ่งเอ่ยขึ้นพลางลูบท้องที่โป่งนูนไปด้วย โดยข้างๆนั้นมีชายหนุ่มที่คาดว่าเป็สามีประคองอยู่และข้างหลังก็มีคนรับใช้เดินตามมาในตอนแรกนางเพียงอยากรู้ว่าร้านโอสถของตระกูลเว่ยจะเป็เช่นไรแต่เมื่อเห็นยาบำรุงครรภ์และสรรพคุณนางก็รีบเดินมาจ่ายเงินเป็คนแรก
"ได้เ้าค่ะ" มี่ถงเอ่ยขึ้นแล้วนำถุงยาสีชมพูลวดลายดอกไม้ออกมาจากมิติจากนั้นนางก็นำเอายาบำรุงครรภ์ออกมาใส่ในถุงแล้วยื่นให้แม่นางผู้นั้น
"ทั้งหมด100เหรียญทองเ้าค่ะ" มี่ถงเอ่ย จากนั้นบุรุษข้างกายของสตรีตรงหน้าจึงหยิบเงินออกมาจากถุงแล้วเอามาวางบนโต๊ะเมื่อมี่ถงเห็นว่าครบจึงเก็บเข้าไปในแหวนมิติ
"เดี๋ยวก่อนเ้าค่ะ"มี่ถงเอ่ยเรียกลูกค้ารายนั้น เมื่อเห็นว่าพวกเขาทำท่าจะเดินออกไปทำให้ทั้งหมดเลิกคิ้วอย่างแปลกใจ
"มีสิ่งใดอีกหรือหรือว่าข้าให้เงินไปไม่ครบ" ชายหนุ่มข้างๆขมวดคิ้ว
"ไม่ใช่เ้าค่ะคุณหนูบอกไว้ว่าคนแรกที่มาซื้อยานั้นจะได้ของแถมไป1ชิ้น"เมื่อได้ยินดังนั้นทั้งสองจึงยิ้มดีใจ ทำให้คนในร้านส่งสายตาอิจฉาไปให้
"ของแถมที่ว่าคือยาในตู้ทางซ้ายมือเ้าค่ะสามารถเลือกได้เพียง1ชิ้นเท่านั้น"ได้ยินดังนั้นผู้คนต่างก็เบิกตากว้างเพราะตู้ทางซ้ายนั้นล้วนมีแต่ของราคาแพงทั้งสิ้น
"โปรดเลือกดูได้เลยเ้าค่ะหาก้ายาอะไรก็สามารถเดินมาบอกได้" มี่ถงเอ่ยจากนั้นชายหนุ่มก็พาภรรยาไปเลือกยาในตู้อย่างตื่นเต้นทำเอาทุกคนมองหน้าด้วยความอิจฉา
"นี่ๆแม่นางถ้าข้าเป็คนซื้อคนที่สองจะมีของแถมด้วยหรือเปล่า"ชายหนุ่มอีกคนเดินมาถามมี่ถงจึงคลี่ยิ้มออกมา
"มีเ้าค่ะคนแรกจะได้ของในตู้ทางซ้าย1ชิ้น ส่วนคนที่2-10นั้นจะได้ของในตู้ทางขวาคนละ2ชั้น"เมื่อได้ยินทั้งหมดต่างก็เบิกตากว้าง แล้วรีบวิ่งมาคิดเงินทันที
"จ่ายกับอีก2คนข้างๆข้าก็ได้เ้าค่ะ"เมื่อได้ยินดังนั้นก็มีบางส่วนละจากแถวยาวๆไปต่ออีกสองคนข้างๆทันที
"คนที่10พอดีเ้าค่ะ!" มี่ถงยกยิ้มขึ้น จากนั้นคนด้านหลังก็ถอนหายใจออกมา
"ข้าเลือกได้แล้ว"ไม่นานสามีของแม่นางคนนั้นก็เดินมาหามี่ถง
"จะเอายาชนิดไหนหรือเ้าค่ะ"มี่ถงยกยิ้มขึ้น
"เอายาสลายพิษทุกธาตุขอรับ!"เกิดเสียงฮือฮาขึ้นอีกครั้ง เพราะรู้ดีว่ายาสลายพิษขวดนั้นราคาสูงกว่าหนึ่งแสนเหรียญทองเสียอีก!
แล้วแบบนี้แม่นางผู้นั้นจะยอมขายหรือ
"ได้เ้าค่ะ"ไม่ทันไรมี่ถงก็เอ่อออกมาแล้วนำแหวนวงหนึ่งออกมาจากแหวนมิติของนางสร้างความประหลาดใจให้ผู้คนในร้านยิ่ง
"ข้าลืมบอกไปเพื่อป้องกันการขโมย คุณหนูจึงบอกว่าจะแถมแหวนมิติให้1วงเ้าค่ะเพราะนอกจากเ้าของแล้วจะไม่มีใครสามารถนำของในมิติออกมาได้"ได้ยินดังนั้นเขาก็ยกยิ้มขึ้นมาอย่างตื่นเต้นเพราะไม่เคยมีแหวนมิติเป็ของตัวเอง
"ท่านต้องหยดเืลงบนแหวนก่อนนะเ้าคะ"มี่ถงเอ่ยพลางยื่นมีดเล่มเล็กให้ ชายคนนั้นหันหน้าไปมองภรรยาด้านหลัง เมื่อเห็นว่านางพยักหน้านิดๆเพื่อยกแหวนวงนั้นให้เขาเสร็จแล้วก็หยิบมีดขึ้นมากรีดนิ้วหยดเืลงบนแหวนไม่นานแหวนวงนั้นก็ส่องสว่างขึ้นแล้วก็ค่อยๆหายไปจากนั้นชายหนุ่มก็หยิบแหวนวงนั้นขึ้นมาสวม
"นี่เ้าค่ะ ยาสลายพิษ"มี่ถงหยิบขวดแก้วออกมาจากแหวนมิติแล้วยื่นให้เขา จากนั้นลูกค้าตรงหน้าก็นำยาใส่เข้าไปในแหวนมิติทันที
"ยินดีด้วยเ้าค่ะเดินทางกลับโดยสวัสดิภาพนะเ้าคะ" มี่ถงเอ่ยแล้วค้อมตัวให้ลูกค้าทั้งสอง
หลังจากลูกค้าทั้งสองออกไปก็มีคนเข้ามาซื้อยากับนางและพนักงานอีก2คนเรื่อยๆเมื่อมี่ถงรู้สึกว่าไม่มีคนจะขึ้นไปชั้นสองนางก็ขมวดคิ้วแน่น
หรือว่าทุกคนเอาแต่เลือกยาจนลืมชั้นสองไปแล้ว? คิดได้ดังนั้นนางก็เอ่ยบอกลูกค้าในร้านทันที
"ลูกค้าทุกท่านนอกจากชั้นแรกที่มียาระดับต่างๆ ร้านเรายังมีชั้นสองที่ขายอุปกรณ์อักขระอีกด้วยหากมีผู้ใดสนใจก็สามารถเกาะกลุ่ม กลุ่มละ10คนแล้วเดินตรงมาทางนี้พวกข้าจะพาท่านขึ้นไปชม้าเ้าค่ะ" เมื่อมี่ถงเอ่ยจบก็เกิดชุลมุนขึ้นในร้าน แต่สักพักก็มีกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งเดินมาที่โต๊ะพนักงาน
"พวกเราจะเป็กลุ่มแรก"ชายคนที่เดินนำมาเอ่ยขึ้น จากนั้นมี่ถงจึงสั่งให้ชายหนุ่มข้างๆพาขึ้นไปยังชั้นสองทันที
"พวกท่านมีเวลาเพียง1เค่อในการเดินดูของนะขอรับ เมื่อหมดเวลาข้าจะพาลงไป"พนักงานหนุ่มเอ่ยขึ้นระหว่างเดินขึ้นบันได
ชางลี่ที่ลงมาตรวจความเรียบร้อยก็ขมวดคิ้วอย่างแปลกใจเมื่อไม่เห็นใครในชั้นสองนอกจากพนักงานคิดเงิน
"มีใครขึ้นมาหรือยัง"เขาเอ่ยถามพนักงานทั้งสองคน
"ยังขอรับ" พวกเขาเอ่ยขึ้นพร้อมกันทำให้ชางลี่แปลกใจไม่น้อย
"อ๊ะ มากันแล้วขอรับ"ไม่นานพนักงานคนนั้นก็ชี้ไปที่กลุ่มคนที่เดินเข้ามาชางลี่จึงปรับสีหน้าให้เป็ปกติ
"อ๊ะนั้นท่านแม่ทัพนี่!" หญิงสาวในกลุ่มเอ่ยขึ้นแล้วหน้าแดงเมื่อชางลี่หันไปมองนาง
"โปรดอย่าเรียกข้าเช่นนั้นอีกเลยแม่นางตอนนี้ข้าเป็เพียงสามัญชนคนธรรมดาที่ช่วยขายของในร้านโอสถแห่งนี้เท่านั้น"ชางลี่เอ่ย ทำให้ทั้งหมดรู้สึกประทับใจในความไม่ถือตนของเขา
"หากพวกท่านจะมาชมของในชั้นนี้ก็ตามสบายเลยขอรับข้าคงไม่รบกวน ขอตัวก่อน" เมื่อเอ่ยเสร็จเขาก็เดินออกไป
จากนั้นทั้ง10คนก็เดินชมอุปกรณ์อักขระในชั้นนี้ด้วยแววตาระยิบระยับแม้อุปกรณ์ทุกชิ้นจะราคาแพงไปสำหรับพวกเขาก็ตาม
"มีแหวนมิติขายด้วยหรือ"ชายหนุ่มคนนั้นก้มมองแหวนมิติในตู้กระจกเล็กน้อยมีทั้งแหวนมิติระดับต่ำไปจนถึงแหวนมิติระดับสูง
"อ๊ะเจอแล้วปากกาอักขระ" ชายหนุ่มอีกคนเอ่ยขึ้นด้วยท่าทางตื่นเต้นแล้วมองปากกาอักขระมีทั้งสีเงิน สีทอง และเขียวหยก เพราะด้วยราคาเพียง10เหรียญทองจึงไม่แพงมากสำหรับเขา จากนั้นก็เดินไปหาพนักงานเพื่อจ่ายเงิน
"นี่ๆพวกเ้ามาดูนี่เร็ว"หญิงสาวนางหนึ่งในกลุ่มเอ่ยขึ้นทำให้คนอื่นๆเดินไปตามเสียงเรียก
"มีสิ่งใดหรือน้องรัก"ชายหนุ่มคนหนึ่งเดินมาหานาง
"ข้าเจอของน่าสนใจนะสิ" นางเอ่ยแล้วชี้ไปที่ป้ายหยกสีเขียวทรงกลมที่มีสายสีแดงผูกไว้
"มันเขียนว่า หยกสื่อสารเป็หยกที่สามารถใช้สื่อสารกับหยกอีกชิ้นของผู้ที่อยู่ห่างไกลได้" นางเอ่ยทำให้ทุกคนเบิกตากว้างเพราะไม่เคยเห็นอุปกรณ์อักขระชิ้นนี้มาก่อน
"แต่ราคามันสูงถึง5หมื่นเหรียญทองเชียวนะ" ชายอีกคนกัดปากเบาๆด้วยความอยากได้ถึงจะมีป้ายบอกว่าซื้อสองชิ้นจะลดให้2หมื่นเหรียญทองก็เถอะ
"ใกล้หมดเวลาแล้วขอรับ"พนักงานชายคนที่พาพวกเขาขึ้นมาเอ่ยทำให้ทุกคนละความสนใจจากหยกสื่อสารแล้วรีบไปดูของอย่างอื่นต่อ
ร้านโอสถของตระกูลเว่ยมีคนเข้าออกร้านเป็ว่าเล่นจนกระทั่งได้เวลาปิดร้านแล้ว ทุกคนก็ทำหน้าเสียดายไม่น้อยและตั้งใจจะมาใหม่ในวันพรุ่งนี้ให้ได้
"พรุ่งนี้จะมีการรับสมัครพนักงานในร้านโอสถและรับคนใช้เข้ามาในจวนหากผู้ใดสนใจก็สามารถเข้ามาติดต่อกับพนักงานได้"มี่ถงเอ่ยบอกลูกค้าขึ้นในขณะที่กำลังปิดร้านไม่นานทั้งหมดก็รีบออกไปกระจายข่าวเื่รับสมัครพนักงานทันที
ชั้น3ร้านโอสถ
"วันนี้ได้เงินมาเท่าไหร่กันบ้าง"เฟยหรงเอ่ยถามพนักงานทั้ง5คนที่ยืนอยู่
"ชั้นแรกได้เงินมา 2 หมื่นเหรียญทองเ้าค่ะ ส่วนมากจะได้มาจากยาฝั่งขวาเข้าค่ะ"มี่ถงเอ่ยแล้วยื่นแหวนมิติให้เฟยหรงนางรับมาแล้วนำเงินในแหวนนั้นใส่ในแหวนของนางแล้วยื่นแหวนกลับไปให้มี่ถง
"แล้วพวกเ้าละ"เฟยหรงหันไปถามพนักงานที่อยู่ชั้นสอง
"ได้มา3หมื่นเหรียญทองขอรับส่วนมากจะขายได้แต่ปากกาอักขระขอรับ"พนักงานเอ่ยขึ้นแล้วยื่นแหวนมิติให้เฟยหรง นางรับมาแล้วย้ายเงินมาไว้ในแหวนมิติของตัวเอง
"ถือว่าทำเงินได้ไม่เลวเลยวันนี้เป็วันแรกพวกเ้าทั้งยังไม่ได้พักกินข้าวจนถึงตอนนี้คงเหนื่อยกันมากนี่รางวัล"เฟยหรงเอ่ยแล้วนำถุงเงิน5ถุงที่มีเงินถุงละ20เหรียญทองออกมา
"ขอบคุณขอรับ!"พวกเขาเอ่ยขึ้นพร้อมกันแล้วเก็บเงินเข้าไปในแหวนมิติ
จากนั้นทั้งหมดก็ทยอยเดินออกจากห้องไปทิ้งให้เฟยหรงนั่งอยู่ในห้องคน แล้วคิดวางแผนการค้าต่อสักพัก ไม่นานนางก็หายตัวเข้าไปในมิติธาตุที่ครอบครัวของนางอยู่