ไม่รู้ว่าหลับไปนานแค่ไหน รู้ตัวอีกทีนางก็รู้สึกเวียนหัว ราวกับกำลังนอนยู่บนรถม้าเสียอย่างนั้น แม้จะรู้สึกไม่สบายตัวสักเท่าไหร่ แต่ความง่วงที่ถาโถมเข้ามาก็ทำให้นางเลือกที่จะนอนต่อ
จริงสิ ข้ากำลังคุยกับนายท่านหลงอยู่ไม่ใช่หรือ
เมื่อคิดได้ดังนั้นนางก็ลืมตาขึ้นมาทันที สิ่งแรกที่เห็นก็คือปลายคางของผู้ชายคนหนึ่ง เมื่อตั้งสติดูแล้วนางก็พบว่าตอนนี้นายท่านหลงกำลังอืมนางอยู่ และไม่ใช่อุ้มเฉยๆเท่านั้นแต่เป็นการอุ้มแล้วกระโดดไปบนหลังคา หลังแล้วหลังเล่า
“นี่ท่าน อุ้มข้าเช่นนี้ได้อย่างไร”
เมื่อได้ยินเสียงของคนในอ้อมกอดเขาก็ไม่ได้ก้มลงไปมองนางแม้แต่น้อย “ข้าเห็นว่าเจ้ากำลังหลับฝันดีจึงไม่กล้าปลุก”
“ปล่อยข้าลงได้แล้ว” ตอนนี้นางอับอายเป็นอย่างมาก การที่ไปนอนหลับต่อหน้าผู้ชายอื่นที่ไม่ใช่สามีเช่นนี้ถือเป็นความอับอายของสตรีเช่นนางเป็นอย่างมาก
แต่ถึงแม้นางจะพูดอย่างนั้นก็ไม่มีท่าทีว่าเขาจะปล่อยนางลงแม้แต่น้อย นอกจากนั้นยังเพิ่มความเร็วขึ้นเสียอีก นางก็ทำได้เพียงแต่โวยวายเบาๆเท่านั้น หากเสียงดังไปจนผู้อื่นตื่นขึ้นมาเห็นนางและเขาอยู่ในท่าทางเช่นนี้จะทำอย่างไรเล่า
“ชู่ววววววว”
แม้ว่าจะไม่รู้สาเหตุที่เขาให้นางเงียบ แต่นางก็เลือกที่จะเงียบตามที่เขาบอก เป็นเพราะนางอยู่ในอ้อมกอดของเขาจึงสามารถรู้สึกได้อย่างชัดเจนว่าตอนนี้ร่างกายของเขาแข็งเกร็งขึ้นเล็กน้อย ราวกับว่ากำลังเจอบางสิ่งบางอย่างที่ไม่ปกติ
“เซี่ยเหยาฮวา จำเอาไว้ว่าไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นห้ามออกห่างจากตัวข้าอย่างเด็ดขาด” เขาสั่งด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง ไม่มีวี่แววของการล้อเล่นอยู่เลย
“จะ เจ้าค่ะ” ตอนนี้นางเองก็ลืมไปแล้วว่าตนเองอยู่ในท่าที่ล่อแหลมมากแค่ไหน ตอนนี้นางเริ่มกังวลกับท่าทีของเขาแล้วเช่นกัน
นายท่านหลงเปลี่ยนจากการวิ่งบนหลังคาลงมาบนพื้นดิน ถึงอย่างไรบนพื้นก็มั่นคงและไม่เป็นที่สะดุดตาเท่าไหร่นัก เพียงแต่เลือกที่เดินทางในซอยที่ค่อนข้างเปลี่ยวไม่ค่อยมีบ้านเรือนผู้คนแทนถนนที่เป็นสายหลัก
ตึก ตึก ตึก
ตอนนี้หัวใจของนางเต้นดังจนนางรู้สึกชัดได้ชัดเจน แต่ยังดีที่เสียงหัวใจของนายท่านหลงนั้นไม่ได้เปลี่ยนแปลงไป ยังคงความสงบเอาไว้เช่นเดิม นั่นทำให้นางพอจะรู้สึกสงบลงได้บ้าง
พรึบ
ยังไม่ทันที่เขาจะได้วางนางลงจนมั่นคงก็มีชายชุดดำที่นางเองก็ไม่รู้ว่ามาจากไหนก็เข้ามาล้อมพวกนางเอาไว้ทันที
นี่มันเกิดอะไรขึ้น แล้วคนพวกนี้มาได้อย่างไร!!
ถึงแม้นางจะเป็นบุตรสาวพ่อค้าที่ร่ำรวยไม่น้อย เสี่ยงโดนปล้น โดนลักพาตัวอยู่บ้าง แต่ทั้งชีวิตก็ไม่เคยพบเจอเหตุการณ์ร้ายแรงเช่นนี้มาก่อน อีกอย่างดูแล้วกลุ่มคนชุดดำพวกนี้ก็ไม่ได้มาเพื่อพูดคุยดีๆอย่างแน่นอน
ตอนนี้นางรู้สึกเสียใจขึ้นมาแล้วที่เอาตัวเองมาเสี่ยงเช่นนี้ ไม่รู้ว่าอะไรดลจิตดลใจของนางกันแน่หากนางออกมาตามปกติถึงอย่างไรก็ยังมีคนของท่านพ่อที่มอบไว้ให้ดูแลนางพอจะช่วยเหลือได้บ้าง
“จำที่ข้าบอกได้หรือไม่” ยังไม่ทันที่นางจะทำความเข้าใจกับคำพูดของเขา เขาก็เหวี่ยงตัวออกไปโดยที่เกี่ยวเอวนางไปพร้อมกันด้วย
ไม่รู้ว่านายท่านหลงไปเอามีดสั้นมาจากไหน เพราะในมือของเขาตอนนี้ปรากฎมีดสั้นสีดำทมิฬขึ้นมาต่อสู้กับกลุ่มชายชุดดำ แม้เขาจะมีฝีมือในการต่อสู้ไม่น้อย แต่การที่ต้องมาต่อสู้กับคนจำนวนมากพร้อมกับต้องดูแลผู้หญิงอีกคนเช่นนี้ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
ตัวเซี่ยเหยาฮวาเองก็พยายามทำตัวให้เบาที่สุด เอนอ่อนไปตามการเคลื่อนไหวของเขาให้ได้มากที่สุดเพื่อไม่ให้ตนเองกลายเป็นตัวถ่วงของเขามากเกินไป
แต่ขนาดคนที่ไม่รู้ศิลปะการต่อสู้เลยแม้แต่น้อยก็ยังมองเห็นความแตกต่างของทั้งสองฝ่ายได้อย่างชัดเจน ตัวนายท่านหลงนั้นนอกจากมีอาวุธเพียงมีดสั้นแล้วยังมีนางเป็นภาระอีก แต่อีกฝ่ายนั้นนอกจากมีจำนวนที่มากกว่าแล้วอาวุธในมือก็ยังเป็นดาบยาวอีกด้วย
หลังจากทิ้งระยะห่างออกมาได้ประมาณหนึ่งเขาก็หันมาพูดกับนาง “ถือนี่เอาไว้” พูดจบนายท่านหลงก็ส่งมีดสั้นให้นางถือเอาไว้
“ตะ แต่ว่า”
“หากมีโอกาสแทงใครก็แทงได้เลย เข้าใจหรือไม่” พูดจบเขาก็พุ่งเข้าไปในวงล้อมอีกครั้งทันที ไม่ปล่อยให้นางปฏิเสธอีกต่อไป
ตอนนี้ตัวเขานั้นรู้สึกกดดันเป็นอย่างมาก แต่เขารู้ดีว่าเขาไม่สามารถหันหลังหนีไปได้ พราะหากทำเช่นนั้นจะทำให้หญิงสาวในอ้อมแขนเป็นอันตรายแน่นอน จึงทำได้เพียงปักหลักต่อสู้ไปเรื่อยๆเพื่อรอกำลังเสริมมาถึงเท่านั้น
ปกติแล้วเขาจะมีคนติดตามทั้งในที่ลับและในที่แจ้ง หากตอนนี้คนของเขาหายไปก็แสดงว่าพวกมันจะต้องใช้เล่ห์บางอย่างหลอกคนของเขาแน่
ฉึกกกกก
“อัก”
“ข้า แทง” นางได้แต่มองน้ำสีแดงที่ไหลออกมาจากร่างของชายชุดทำตามรอยมีดของนางด้วยความตกใจ นางไม่คิดมาก่อนว่าตนเองจะกล้าใช้มีดแทงคนได้
“ดีมาก แทงใหม่อีกครั้ง!!”
ฉึกก
“อัก”
เพราะมีนางคอยมองในมุมอับสายตาของเขาให้ แม้จะช่วยเหลือไม่ได้มากนัก แต่ก็ทำให้สถานการณ์ของเขาดีขึ้นเล็กน้อย หากเป็นเช่นนี้เขาก็คงจะสามารถทนต่อไปได้อีกสักระยะ หวังว่ากำลังเสริมของเขาจะมาทันเวลา
ผ่านไปเกือบหนึ่งก้านธูป ตอนนี้บนร่างกายของนายท่านหลงนั้นเต็มไปด้วยบาดแผลน้อยใหญ่ ชุดของเขาเปียกชุ่มไปด้วยเลือด ส่วนตัวนางเองนั้นปลอดภัยไร้รอยขีดข่วน มีเพียงรอยเลือดของกลุ่มชายชุดดำที่สาดกระเซ็นไปทั่วเท่านั้น ทางฝั่งชายชุดดำนั้นมีจำนวนลดลงไปไม่น้อย นี่ทำให้นางรู้สึกตะลึงในความสามารถของเขายิ่งนัก
นี่เขาเป็นใครกันแน่
ในที่สุดคนของเขาก็มาถึง สภาพของแต่ละคนดูไม่ดีนัก บางคนมีบาดแผลปรากฏไปทั่วร่าง แต่บางคนก็ดีหน่อยยังคงสามารถเข้าร่วมการต่อสู้ได้ ทำให้สถานการณ์ของเขาตอนนี้พลิกกลับมาเป็นฝ่ายได้เปรียบทันที
“ข้าทำหน้าที่บกพร่อง ขอนายท่านลงโทษขอรับ”
“ยังไม่ต้องพูดเรื่องนี้ รีบจัดการให้เรียบร้อย” เขารีบสั่งการทันที เพราะตอนนี้อาการของเซี่ยเหยาฮวาไม่ค่อยดีนัก
“ขอรับ”
หลังสั่งการคนของเขาให้จัดการจบเขาก็พาตัวเซี่ยเหยาฮวาออกมาอยู่ในตำแหน่งที่ปลอดภัย พลางค่อยๆแกะมือของนางที่กำมีดสั้นเอาไว้แน่นไม่ยอมปล่อย
“ปล่อยมือเถิด ตอนนี้พวกเราปลอดภัยแล้ว” เขากอดปลอบนางเบาๆเพื่อให้นางคลายความหวาดกลัวลง
“ตะ แต่ว่า พวกนั้น จะ จะ ฆ่า เรา” ตอนนี้นางแทบจะพูดไม่เป็นคำ แถมดวงตาก็เหม่อลอยไม่สบตาเขา
“เซี่ยเหยาฮวา เจ้าฟังข้า ได้ยินเสียงข้าหรือไม่” เขาพยายามเขย่าตัวเรียกสติของนาง แต่นางก็ไม่ได้ตอบสนองเลยแม้แต่น้อย
เมื่อเห็นว่าเซี่ยเหยาฮวามีท่าทีราวกับสติหลุดไปแล้วเขาก็อุ้มนางขึ้นก่อนจะพานางพุ่งหายไปในความมืด โดยไม่ได้ใส่ใจคนของเขาที่กำลังต่อสู้อยู่แม้แต่น้อย ถึงอย่างไรคนของเขาก็รู้ดีว่าควรจัดการต่อไปอย่างไร
ทางด้านกลุ่มคนที่ต่อสู้อยู่หลังจากจัดการกับกลุ่มคนชุดดำได้แล้วก็รีบเร่งจัดการสถานที่แห่งนั้นทันที เพียงไม่นานสถานที่ที่เคยเป็นสนามต่อสู้อันดุเดือด มีคนบาดเจ็บล้มตายมากมายก็กลับมาอยู่ในสถานการณ์ที่ปกติ ราวกับไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้นมาก่อน ก่อนกลุ่มคนเหล่านั้นจะค่อยๆหายตัวไปอย่างรวดเร็ว