มารฟ้าพิชิตสวรรค์

    ตอนที่ 129 : เขตตะวันตก

    ตอนที่ 129




    “ตระกูลหลินร่ำรวยไม่น้อยเลยนะ" ชิงเทียนแสยะยิ้มออกมา




    หลินหงชุน ขบฟันด้วยความเจ็บแค้น แม้จะไม่สามารถกร่นด่าออกมาเป็นคำพูด แต่เขาก็สาปส่งชายหนุ่มตรงหน้าภายในใจ 




    เม็ดยาอัสนีฟ้ากระจ่างที่ชิงเทียนกำลังถืออยู่ คือสิ่งที่ตระกูลหลินใช้ทรัพย์สินจำนวนมาก ประมูลซื้อมาอย่างยากลำบาก ทว่าบัดนี้มันกลับตกไปอยู่ในมือของคนอื่น เพราะความประมาทของหลินหงชุนเพียงคนเดียว




    “อันที่จริง… ข้าไม่เคยไว้ชีวิตคนที่ต้องการสังหารข้ามาก่อน แต่ในเมื่อเจ้ามอบของล้ำค่าขนาดนี้ให้ ข้าจะยกให้เป็นกรณีพิเศษแล้วกัน" ชิงเทียนชะงักคำพูดในทันที ก่อนจะกล่าวต่อด้วยรอยยิ้ม “ไม่สิ… บางทีความตายอาจเป็นตัวเลือกที่ดีกว่าก็ได้"




    ชิงเทียน ไม่คิดที่จะให้หลินหงชุน รอดไปโดยครบสามสิบสองอยู่แล้ว ซึ่งใบหน้าที่ชายหนุ่มแสดงออกมา ทำให้หลินหงชุนหวาดกลัวจนฉี่ราดเลยทีเดียว




    หลังจากผ่านไปหลายชั่วยาม ในที่สุดรุ่งเช้าก็ได้มาเยือน 




    นายน้อย ใกล้จะได้เวลาที่ผู้นำตระกูลจะกลับมาแล้วนะขอรับ ผู้ติดตามทั้งสองคนกล่าวออกมาด้วยความเคารพ ทว่า ภายในกลับไร้ซึ่งการตอบสนอง จนกระทั่งผ่านไปได้ไม่ถึงหนึ่งก้านธูป พวกเขาก็ไม่สามารถใจเย็นได้อีกต่อไป




    ประตูห้องที่ปิดผนึก ถูกทำลายภายในพริบตา จนกระทั่งเมื่อฝุ่นควันจางลง ผู้ติดตามทั้งสองคนก็ถึงกับหน้าซีดในทันที เพราะสภาพของหลินหงชุนในตอนนี้ แขนขาทั้งสี่ข้างล้วนบิดเบี้ยวจนผิดรูป อีกทั้งยังถูกทำลายกล่องเสียง จนไม่สามารถเปล่งออกมาเป็นคำพูดได้ ซึ่งสภาพที่น่าอเนจอนาถเช่นนี้ แทบจะทำให้คนทั่วไปไม่สามารถจดจำชายหนุ่มพิการคนนี้ได้ ว่าเคยเป็นนายน้อยที่คนทั่วไปต่างยำเกรง




    *************************




    ชิงเทียนทานอาหารอยู่ในโรงเตี๊ยมอย่างสบายใจ หลังจากที่ได้รับเม็ดยาล้ำค่ามาจากหลินหงชุน เขาจึงค่อนข้างอารมณ์ดีเป็นพิเศษ 




    "เสี่ยวเอ้อ!!"




    “มีอะไรให้ข้ารับใช้หรือขอรับคุณชาย"




    “เอาเหล้ากับอาหารมาอีกหนึ่งชุด"




    เสี่ยวเอ้อ รีบพยักหน้าในทันที ก่อนจะรีบวิ่งหน้าตั้งเข้าไปในครัว เพราะเหล้าและอาหารที่วางอยู่บนโต๊ะของชิงเทียน ล้วนมีราคาแพงแทบทั้งสิ้น จึงเป็นโอกาสดีที่จะรีบกอบโกยกำไร




    ผ่านไปไม่นาน อาหารหลากหลายชนิดรวมถึงเหล้าที่หมักบ่มมาเป็นอย่างดี ก็ถูกนำมาวางเรียงรายอยู่บนโต๊ะของชิงเทียน ซึ่งสิ่งที่ทำให้ทุกคนภายในร้านตื่นตะลึงก็คือ การที่ชายหนุ่มอย่างเขา สามารถยัดอาหารทั้งหมดเข้าไปในกระเพาะได้อย่างน่าอัศจรรย์




    “เจ้าเด็กนั่นตายอดตายอยากมาจากไหนกัน"




    “นั่นใช่กระเพาะคนรึเปล่า"




    “ข้าคงไม่กล้าชวนเด็กหนุ่มคนนั้นมากินข้าวที่บ้านแน่"




    ชาวบ้านที่นั่งอยู่ภายในร้าน ต่างพากันนินทากันอย่างสนุกปาก ทว่า ชิงเทียนกลับไม่ให้ความสนใจแม้แต่น้อย 




    หลังจากที่ชิงเทียนจัดการกับอาหารที่วางอยู่บนโต๊ะเรียบร้อยแล้ว เขาก็เอ่ยเรียกเสี่ยวเอ้อให้มาคิดค่าอาหาร ก่อนจะเอ่ยถามข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่แห่งหนึ่ง “ได้ยินมาว่าในเมืองนี้ มีลานประลองเป็นตาย ที่มีไว้สำหรับวางเดิมพันอยู่ใช่หรือไม่"




    เสี่ยวเอ้อที่ได้ยินเช่นนั้น เริ่มเหลียวซ้ายแลขวาในทันที แล้วกล่าวออกมาเสียงเบาว่า “ความจริงแล้วลานประลองแห่งนี้ เป็นสถานที่ที่เปิดโดยไม่ได้รับการอนุญาตจากทางการ ดังนั้นที่ตั้งจึงค่อนข้างที่จะลึกลับอยู่พอสมควร แต่ถ้าหากคุณชายต้องการจะไปจริงๆ ข้าก็สามารถวาดแผนที่คร่าวๆให้ได้นะขอรับ"




    หลังจากที่ชิงเทียนจ่ายค่าอาหาร เขาก็ยื่นศิลาปราณจำนวนหนึ่งให้กับเสี่ยวเอ้อ “อย่าทำให้ข้าเสียเวลา"




    ชิงเทียนเดินออกมาจากโรงเตี๊ยมพร้อมกับกระดาษแผ่นหนึ่ง ตลอดที่เขาอาศัยอยู่ในเมือง ล้วนได้ยินผู้คนพูดถึงลานประลองอย่างไม่ขาดปาก จนชายหนุ่มเริ่มจะให้ความสนใจขึ้นมา เพราะศิลาปราณที่เหลืออยู่ในตอนนี้เริ่มเหือดหายเข้าไปทุกที




    ชิงเทียนกางแผนกระดาษออก ทว่า ใบหน้าที่แฝงด้วยรอยยิ้ม ค่อยๆบิดเบี้ยวจนกลายเป็นอัปลักษณ์ เพราะแผนที่ที่เขาใช้ศิลาปราณแลกมา กลับมีลายเส้นไม่ต่างจากการขีดเขียนของเด็กทารก จนอยากกลับไปอัดเสี่ยวเอ้อคนนั้นเพื่อระบายความคับแค้นใจ ซึ่งหลังจากที่เขาลองถอดลายมืออยู่นาน ในที่สุดชิงเทียนก็สามารถระบุสถานที่ตั้งได้อย่างคร่าวๆ ก่อนจะรีบมุ่งหน้าไปยังทิศตะวันตก




    *****************************




    สภาพของหอนางโลมในตอนนี้ ถูกพายุสายฟ้าถล่มจนไม่เหลือเค้าเดิม ซึ่งคนที่กำลังอาละวาดในตอนนี้จะเป็นใครไปไม่ได้ นอกจากผู้นำตระกูลหลิน 




    “ใครมันทำให้ลูกข้าพิการ!!" ผู้นำตระกูลหลิน ยกหนึ่งในผู้ติดตามของหลินหงชุน ลอยขึ้นเหนือพื้นด้วยมือเพียงข้างเดียว ในขณะที่ผู้ติดตามอีกคนนอนจมกองเลือด จนไม่สามารถระบุได้ว่ายังมีชีวิตอยู่หรือไม่




    “ข...ข้าไม่ทราบจริงๆขอรับ" ชายคนดังกล่าว ฝืนพูดออกมาด้วยความยากลำบาก




    "ฮึ่ม!!" ผู้นำตะกูลหลินแค่นเสียงเย็นชา ก่อนจะหักคอผู้ติดตามของหลินหงชุนตายตกตามกันไป 




    “ท...ท่านผู้นำตระกูลหลิน ข้าไม่เคยรู้จักหญิงสาวคนนั้นมาก่อน แม้กระทั่งหญิงสาวที่อยู่ในคืนนั้น ต่างก็คิดว่านางเป็นเด็กใหม่ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ข้าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเลยนะค่ะ" หญิงวัยกลางคนกล่าวออกมาด้วยสีหน้าที่หวาดกลัว หลังจากที่เห็นผู้ติดตามของหลินหงชุน ถูกสังหารไปต่อหน้าต่อตา




    “ไม่เกี่ยวอย่างนั่นรึ ที่ลูกชายข้าต้องตกอยู่ในสภาพนีั ก็เป็นเพราะความสะเพร่าของเจ้าไม่ใช่รึไง!!" ผู้นำตระกูลหลินแผ่รังสีฆ่าฟันออกมา จนหญิงวัยกลางคนล้มทรุดลงกับพื้น 




    อัสนีอันบ้าคลั่ง ควบแน่นกลายเป็นดาบอันคมกริบ แต่ทว่า ในวินาทีที่เขากำลังจะสังหารหญิงวัยกลางคน ชายคนหนึ่งก็ปรากฏตัวขึ้นอย่างไม่คาดคิด พร้อมกับใช้กระบี่ตั้งรับการโจมตีได้อย่างฉิวเฉียด 




    แรงปะทะกระจายออกเป็นวงกว้าง ทุกสิ่งที่อยู่ในรัสมีหลายสิบจั้ง ต่างถูกผลักกระเด็นออกไปคนละทิศละทาง




    “หลินห้าวเฉิน เจ้ากล้าดียังไงถึงมาอาละวาดในเขตของข้า" ชายวัยกลางคน เอ่ยถามด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์ อานาเขตทั้งสี่ถูกแบ่งการปกครองกันอย่างชัดเจน การที่ผู้นำตะกูลหลิน สร้างความเสียหายในเขตที่ตนเองไม่ได้เป็นเจ้าของ จึงเปรียบเสมือนการใช้เท้าเหยียบลงบนในหน้าของอีกฝ่าย




    “ลั่วเทียนฉี เรื่องนี้ไม่เกี่ยวอะไรกับเจ้า ไสหัวไปซะ!!" หลินห้าวเฉิน ตะโกนออกมาด้วยความเดือดดาล สภาพของหลินหงชุนทำร้ายจิตใจเขามากเกินไป แม้ว่ากระดูกจะสามารถรักษาได้ แต่เส้นเอ็นที่ถูกตัดขาดและจุดตันเถียนที่ถูกทำลาย ย่อมหนีไม่พ้นคำว่าพิการโดยสมบูรณ์




    “ไม่ใช่ว่าข้าไม่เห็นใจเจ้าหรอกนะ แต่ที่นี่อยู่ในเขตปกครองของข้า เพราะฉะนั้น เจ้าต่างหากที่ต้องไสหัวไป!!" ลั่วเทียนฉี ใช้เพลงกระบี่อันพริ้วไหว ผลักดันอีกฝ่ายให้ถอยกลับไปจนสำเร็จ 




    หลินห้าวเฉิน จ้องมองลั่วเทียนฉีด้วยความเจ็บใจ หากไม่ใช่เพราะอาการป่วยที่กำเริบ ป่านนี้เขาคงเอาชนะลั่วเทียนฉีได้อย่างไม่ยากเย็นนัก




    “หากมาขัดขวางข้าอีกล่ะก็ ข้าไม่ปล้อยเจ้าเอาไว้แน่" หลินห้าวเฉินเดินเข้าไปประคองร่างบุตรชายเข้ามาใว้ในอ้อมแขน ก่อนจะกลายร่างเป็นสายฟ้า หายวับไปโดยทิ้งไว้เพียงภาพติดตา




    ลั่วเทียนฉีถอนหายใจอย่างโล่งอก แม้หลินห้าวเฉินจะถูกโรคภัยรุมเร้า เขาก็ไม่มั่นใจว่าตนเองจะเป็นฝ่ายชนะอยู่ดี ที่ทำไปทั้งหมดก็เพื่อรักษาภาพพจน์เพียงเท่านั้น




    **************************




    ชิงเทียน เดินวนเวียนอยู่ภายในเขตตะวันตกนานหลายชั่วยาม จนกระทั่ง มาหยุดอยู่ด้านหน้าหอการค้าแห่งหนึ่ง ซึ่งมีชื่อว่า ‘หอดาราดับ'




    “ตั้งชื่อไม่เป็นมงคลเอาซะเลย" ชิงเทียนส่ายหัวเล็กน้อย ก่อนจะเดินเข้าไปพร้อมลูกค้าคนอื่นอย่างกลมกลืน




    เมื่อเข้ามาถึงภายใน แม้ฉากหน้าจะดูเหมือนหอการค้าทั่วไป ทว่า กลิ่นเลือดและพลังปราณที่แทรกซึมอยู่ในอากาศ ก็ทำให้ชิงเทียนมั่นใจว่า สถานที่แห่งนี้ ต้องมีสนามปะลองที่เขากำลังตามหาอย่างแน่นอน




    “กำลังมองหาสินค้าชนิดไหนค่ะ?" หญิงสาวคนหนึ่ง กล่าวถามชิงเทียนด้วยความสุภาพ




    ชิงเทียนนิ่งเงียบไปชั่วขณะ ก่อนจะตัดสินใจเอ่นถามออกไปตรงๆ “ได้ยินมาว่าที่นี่มีสนามประลอง ข้าขอไปเยี่ยมชมได้หรือไม่"




    หญิงสาวคนดังกล่าวเผยรอยยิ้มออกมา “หากต้องการไปยังพื้นที่ลานประลอง ต้องจ่ายค่าผ่านทางจำนวนหนึ่งแสนศิลาปราณก่อนค่ะ"




    ชิงเทียน มอบศิลาปราณให้หญิงสาวอย่างไม่ลังเล ก่อนจะเดินตามมาจนถึงบรรไดที่ใช้สำหรับลงไปยังชั้นใต้ดิน ซึ่งมีรูปแบบวางเอาไว้หลายชั้น และเมื่อชิงเทียนลงมาถึงเบื้องล่าง บรรยากาศที่เคยเงียบสงบ ก็พลันเปลี่ยนเป็นเสียงเชียร์ดังกระหึ่มในทันที




    ----------------------------------

    คล้ายกับเรื่องมารฟ้าพิชิตสวรรค์ ที่คุณอ่าน