ตอนที่ 146 หนี้เลือด
"เป็นไปได้ไง"
กระบี่แสง ที่เกิดจากแสงย่อมมีอานุภาพเหนือกว่าพัดแสงอีกฝ่ายที่เกิดจากปราณจิตขั้น5 ธาตุแสงอย่างแน่นอน แถมด้วยความเร็วของแสง จึงไม่มีทางที่พัดแสง ของศัตรูจะป้องกัน หรือรับมือได้เลยด้วยซ้ำ
แต่กลายเป็นว่ากับปัดกระบี่แสงจนลอยเปลี่ยนทิศออกไปได้อย่างง่ายดาย
"จริงสิ การหักเหแสง"
รองเจ้าสำนักวิเคราะห์กับสิ่งที่เกิดขึ้นได้ในทันที
เมื่อแสงกระทบกับแสง ย่อมเกิดการหักเหทิศทางของแสงออกไปได้แม้ว่าพัดแสงศัตรูจะสร้างมาจากปราณจิตขั้น 5 ธาตุแสง แต่ยังไงก็มีคุณสมบัติของแสงอยู่จึงใช้ประโยชน์การหักเหของแสงได้
เมื่อรองเจ้าสำนักรู้ความจริงก็ไม่รอช้าสร้าง กระบี่แสงจำนวนหลายพันเล่มออกมาล้อมตัวเต้าซื่อ
"ทีนี้ แค่พัดแสงชิ้นเดียวก็ไม่สามารถปกป้องเจ้าได้อีก"
กระบี่แสงพุ่งจู่โจมรายล้อมรอบทิศทางศัตรูหมายปลิดชีีพ
สวบ ฉึก
กระบี่แสงเสียบศัตรูที่ไร้ทางหนีทะลุร่างกายรอบด้าน
ตอนนี้เต้าซื่อที่มีร่างกายพรุนเป็นรังผึ้งปรากฏออกมาตามร่างอย่างชัดเจน จนไม่มีทางมีชีวิตรอดตายได้แน่
"ร้ายกาจสมกับเป็นรองเจ้าสำนักอินทรี"
เต้าซื่อที่แม้จะถูกกระบี่แสงแทงทะลุพรุนทั่วร่าง ยังคงเอ่ยชื่นชมออกมาอย่างใจเย็น
"ได้ไง โดนขนาดนั้นยังไม่ตาย"
"แถมพูดออกมาได้อีกด้วย"
รองเจ้าสำนักไม่เชื่อว่าศัตรูตรงหน้าจะยังมีชีวิตรอดจากการกระหน่ำโจมตีของตนได้
"รึว่า จะบรรลุปราณจิตขั้น 7 ได้แล้ว"
รองเจ้าสำนักที่เห็นพัดแสงอยู่ในมือเต้าซื่ออย่างเหนียวแน่น ทั้งที่น่าจะสลายหายไปแล้วด้วยเสียด้วยซ้ำกับยังคงอยู่
"ไม่เลว ปราณจิตขั้น 7 ข้าบรรลุเรียบร้อยแล้ว"
เสียงตอบโต้กลับออกมาอย่างไม่แยแสอะไรแก่รองเจ้าสำนัก
"คนสำนักนอกรีต สามารถไปถึงขั้น 7 ได้ยังไงกัน"
รองเจ้าสำนักไม่อยากจะเชื่อกับสิ่งที่หูตนเองได้ยินขึ้นมา
ด้วยปราณจิตขั้น 7 สร้างจิตวิญญาณ เต้าซื่อได้ทำการสร้างจิตวิญญาณของตนลงไปในศาสตราวุธตัวเองก่อนที่จะถูกกระบี่แสงเล่นงานขึ้นมา
ทำให้รอดชีวิตขึ้นมาได้อย่างฉิวเฉียดก่อนจะตายขึ้นมาจริงๆ
เมื่อกระบี่แสงทะลุผ่านร่างกายตัวเองไปเรียบร้อยแล้วก็จัดการย้ายจิตวิญญาณในพัดเข้าสู่ร่างกายดังเดิม
"ทำไมถึงมีเลือดไหลออกมานิดเดียวกัน"
รองเจ้าสำนักก็ยังไม่เข้าใจว่าเลือดในร่างกายอีกฝ่ายต้องไหลออกมาเยอะกว่านี้เสียด้วยซ้ำแต่กับไหลออกมาเล็กน้อยถือว่าผิดธรรมชาติอย่างมาก
"เลือดของเจ้านั่นก็ถูกเก็บไว้ในนี้ไง"
เสียงใครบางคนดังออกมาพร้อมกับการปรากฏของอีกคน
"ใครกัน"
รองเจ้าสำนักรีบหันไปมองดูทิศทางของเสียงจนต้องตกใจ เมื่อมีคนเข้ามาใกล้ตนเองได้ง่ายดายเช่นนี้จนไม่ทันรู้สึกตัวเลยสักนิด
ตอนนี้บุคคลสองคนที่เป็นสหายกับเต้าซื่อได้ไล่ตามมาจนถึงสำนักอินทรีต่อหน้ารองเจ้าสำนัก
"ซือฟาง แห่งสำนักโลหิตสมิง"
"เสี่ยหาย แห่งสำนักเดือนเพ็ญ"
ชายสองคน ประกาศนามของตนเองออกมา
ตอนนี้ชายทั้งสองที่ไม่จำเป็นต้องปิดบังตัวตนอีกต่อไปแล้ว
"การที่พวกเจ้ามานี้ แสดงว่าที่อื่นเรียบร้อยแล้วสินะ"
เต้าซื่อ ได้ทำการไล่ตามอาวุโสสำนักอินทรีให้มาตายที่สำนักอินทรีต่อหน้าทุกคนในสำนักเพื่อดึงดูดคนของสำนักอินทรีไม่ให้สนใจเรื่องอื่น
ซึ่งเต้าซื่อที่ต้องการถล่มสำนักอินทรีด้วยมือตัวเองคนเดียวจึงให้คนอื่นไปกวาดล้างพรรคต่างๆ และเหล่าสำนักทั้งหลายกันในช่วงเวลาที่ตัวเองปะทะกับสำนักอินทรีอยู่
ตอนนี้แม้แต่สำนักอื่นๆและพรรคขนาดต่างๆ ล้วนถูกทำลายลงด้วยน้ำมือของสำนักนอกรีตหมดแล้ว
"หมายความว่ายังไง"
รองเจ้าสำนัก สงสัยกับคำพูดเต้าซื่ออย่างมาก
"อย่ามาโกหกให้ยากเลย คิดว่าข้าจะหลงเชื่อคำพูดสำนักนอกรีตง่ายๆรึไงกัน"
รองเจ้าสำนักไม่เชื่อคำพูดอีกฝ่ายอย่างเด็ดขาด
ต่อให้พรรคต่างๆหรือสำนักจะไม่แข็งแกร่งเท่ากับสำนักอินทรี แต่ใช่ว่าจะถูกกำจัดลงจนหมดอย่างง่ายดายแถมใช้เวลาไม่กี่ชั่วยาม ยังไม่ข้ามวันก็มาบอกว่าพรรค สำนักอื่นล่มสลายไปแล้วยิ่งไม่มีทางเชื่อเข้าไปใหญ่
"ไม่เชื่อ ก็ตามไปดูในนรกด้วยเลยละกัน"
เสี่ยหาย สร้างสามง่ามในพริบตาแทงใส่อีกฝ่ายลงอย่างรวดเร็ว จนรองเจ้าสำนักที่รับมือไม่ทันได้รับบาดแผลจากศัตรูขึ้นมา
"เลือดเจ้ามาเป็นของข้าซะ"
ซือฟาง เมื่อเห็นเลือดอีกฝ่ายไหลออกมาจัดการใช้ไหดูดเลือดอีกฝ่ายอย่างบ้าคลั่งขึ้นมาทันที
"อ๊าก"
รองเจ้าสำนัก ที่ไม่ทันตั้งตัวและยังไม่รู้จักความสามารถอีกฝ่ายดีพอ ทำให้การตอบสนองรับมือหรือตอบโต้ไม่เร็วพอ จนสุดท้ายก็พลาดท่าในที่สุด
"หึ เป็นถึงรองเจ้าสำนักดันประมาทเสียได้"
บุคคลทั้งสองที่จัดการเล่นงานรองเจ้าสำนักอินทรีได้ง่ายดาย สมเพชอีกฝ่ายขึ้นมา
ครืน
แต่ก่อนที่รองเจ้าสำนักจะถูกดูดเลือดจนหมดตัวมีคลื่นพลังจู่โจมใส่คนของสำนักนอกรีต จนต้องหยุดชะงักการดูดเลือดในทันที
"สำนักนอกรีตทั้งสาม ไม่เคยนึกเลยว่าจะมีผู้รอดชีวิตด้วย"
เสียงดังจากบนฟ้าทำให้ทุกคนต้องแหงนหน้ามองขึ้นไปดูก็พบกับใครบางคนที่กำลังขี่กระบี่จ้องมองลงมายังเบื้องล่างในตอนนี้
"มาแล้วสินะ"
บุคคลจากสำนักนอกรีตทั้งสามต่างจดจำได้ดีว่าอีกฝ่ายคือใคร
เมื่อการปรากฏตัวของบุคคลที่ขี่กระบี่อยู่คือ เจ้าสำนักอินทรี หนึ่งในแกนนำของการสังหารสำนักนอกรีตในอดีต
"สำนักจันทรคลาส สำนักเดือนเพ็ญ สำนักโลหิตสมิง"
เจ้าสำนักที่กำลังเก็บตัวบ่มเพาะอยู่ จึงทำให้ไม่รับรู้ถึงสิ่งที่เกิดขึ้นจนมีคนของสำนักเข้าไปตาม
"สามสำนักนอกรีต ที่มีผู้รอดชีวิตเอ่ยแทนที่พวกเจ้าจะกลับตัว เลิกใช้วิชานอกรีต ดันถลำลึกขึ้นเรื่อยๆจนสุดท้ายก็ถอนตัวไม่ขึ้น"
เจ้าสำนักอินทรีกล่าวอย่างเยือกเย็นลงเรื่อยๆ
สายตาเจ้าสำนักกวาดมองสำนักตัวเองในตอนนี้ ก็พบว่าแต่ละคนต่างนอนตายเกลื่อนกลาดกับพื้นจำนวนมากจนสามารถใช้เลือดที่ไหลออกมาจากตัวศพสร้างแอ่งเลือดขนาดใหญ่ได้เลย
"กลับตัว คำพูดช่างเป็นพ่อพระเหลือเกิน"
"ผิดกับตอนที่สังหารคนของสำนักนอกรีตในครั้งนั้นยิ่งนัก"
บุคคลทั้งสามปฏิเสธเสียงแข็งดังก้องออกมา
"นั่นสินะ หนี้เลือดต้องล้างด้วยเลือด"
เจ้าสำนักอินทรีที่เข้าใจความหมายที่ศัตรูต้องการสื่อออกมา
เจ้าสำนักอินทรีที่มานึกเสียใจกับเหตุการณ์ในอดีตตอนนี้ก็สายเกินไปเสียแล้ว