(จบ)พฤกษาวิญญาณกับสงครามมนุษย์พิฆาตเทพมังกร

    ตอนที่ 90 มหาวิถีเจ็ดเทพมังกรมายา

            ไม่นานนัก เวลาก็ไหลผ่านไปกว่าหลายชั่วโมง แสงไฟตามทางเดินของมหาวิทยาลัยเทพอสูรดับลงเหลือเพียงบางจุด


            ลานกว้างที่เคยคึกคักยามกลางวันกลับเงียบสงัดราวกับโลกทั้งใบกำลังหลับใหล เสียงฝีเท้า เสียงสนทนา และเสียงหัวเราะของนักเรียนชั้นปีต่างๆเลือนหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงสายลมบางเบาที่พัดผ่านยอดไม้ให้เกิดเสียงเสียดสีแผ่วเบา


            รัตติกาลแผ่คลุมอาณาบริเวณทั้งหมดอย่างลึกซึ้ง


            ภายในบ้านพักแห่งหนึ่ง แสงจันทร์ลอดผ่านม่านบางตกกระทบพื้นไม้เป็นลวดลายสีเงิน


            หวงเยี่ยยังคงนั่งนิ่งอยู่บนโซฟาของตน ร่างกายตั้งตรงไม่เอนพิง ดวงตาไม่หลับแม้แต่วินาทีเดียว มือข้างหนึ่งของเขากำแผ่นป้ายศิลาสีดำในมือแน่น แน่นเสียจนปลายนิ้วซีดขาว ประหนึ่งกับว่าหากปล่อยสิ่งนี้หลุดออกจากอุ้งมือ ชีวิตทั้งหมดที่ยึดโยงอยู่จะพังทลายลงทันที


            เพราะถึงอย่างไร ตอนนี้ระบบกลืนกินมังกรก็ได้เข้าสู่การรีเซ็ตรากฐานครั้งใหญ่


            ความเงียบของมันไม่ใช่ความเงียบธรรมดา หากเป็นความว่างเปล่าที่กดทับจิตใจ


            หลายชั่วโมงนับจากการปรับเปลี่ยน ระบบไม่ตอบสนอง ไม่มีเสียงแจ้งเตือน ไม่มีหน้าต่างข้อมูลปรากฏขึ้นแม้เพียงเสี้ยววินาที


            ห้องทั้งห้องเหมือนถูกตัดขาดจากสิ่งลึกลับที่เคยอยู่เคียงข้างเขามาตลอด


            หัวใจของหวงเยี่ยเต้นระรัวอย่างไม่เป็นจังหวะ ความกังวลจำนวนมากผุดขึ้นในความคิดซ้อนทับกันไปมา


            หากระบบไม่กลับมาเล่า


            หากข้อมูลทั้งหมดสูญหายเล่า


            หากการรีเซ็ตครั้งนี้กลายเป็นการลบเลือนอย่างถาวรเล่า


            ตัวของเขาไม่เคยตระหนักมาก่อนว่าการมีอยู่ของระบบนั้นฝังรากลึกในชีวิตเพียงใด จนกระทั่งช่วงเวลานี้ที่มันเงียบงัน


            เสียงลมหายใจของเขาหนักขึ้นเล็กน้อย ขณะที่นิ้วมือที่กำศิลาก็หนาแน่นยิ่งกว่าเดิม


            เวลายังคงเคลื่อนผ่านอย่างไม่ปรานี


            จนกระทั่งในที่สุด เสียงที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นอย่างเริงร่า


            【เรียบร้อยแล้วคะโฮสต์!】


            【ตอนนี้ระบบกลืนกินมังกรรีเซ็ตรากฐานใหม่ทั้งหมด โดยที่ข้อมูลของโฮสต์ทั้งหมดยังคงเป็นเหมือนเช่นเดิม】


            【เพราะงั้นสบายใจได้แล้วนะเจ้าคะ】


            น้ำเสียงอันคุ้นเคยที่ดังก้องขึ้น มันได้หวงเยี่ยชะงักไปชั่วขณะ ก่อนที่แรงตึงเครียดซึ่งกดทับหัวใจมาหลายชั่วโมงจะสลายหายไป


            สีหน้าและแววตาของเขาเต็มไปด้วยความโล่งใจ ราวกับภาระหนักมหาศาลถูกยกออกจากบ่าจนหมดสิ้น


            เขาหลุดหัวเราะออกมา


            “ฮ่าฮ่าฮ่า ถ้าไม่มีเธอละก็.. หลังจากนี้ข้าหวงเยี่ยก็ไม่รู้เลยว่าจะต้องก้าวเดินไปในเส้นทางไหน”


            ระบบหัวเราะคึกคักในทันที

            

            【หลงรักดิฉันแล้วสินะคะ?】


            【แต่ก็ต้องประมาณนั่นแหละนะ เพราะดิฉันน่ะสูงส่งอย่างไร้คู่เปรียบ งดงามดั่งเทพมังกรในตำนาน เพราะงั้นแล้ว.. คิกคิก】


            ถ้อยคำหยอกเย้านั้นทำให้บรรยากาศที่เคร่งเครียดกลับผ่อนคลายลงอย่างน่าประหลาด


            หวงเยี่ยเผยรอยยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว


            แม้จะเป็นเพียงระบบ แต่การมีเสียงตอบรับ มีการโต้ตอบ มีการหัวเราะ มันทำให้ความโดดเดี่ยวในยามค่ำคืนลดลงย่างมาก


            เขาส่ายหน้าเล็กน้อย


            “อย่าเพิ่งหลงตัวเองนักเลย”


            【อ้าว แค่พูดความจริงนะคะ】


            “ความจริงที่เธอแต่งเองทั้งนั้น”


            【ไม่จริงหรอกเจ้าค่ะ】


            【โฮสต์ต่างหากที่ใจอ่อน】


            การหยอกล้อสั้นๆทำให้บรรยากาศภายในห้องมีชีวิตชีวาขึ้น


            ทว่าหลังจากนั้น แววตาของหวงเยี่ยก็เปลี่ยนไป รอยยิ้มจางหาย ความจริงจังฉายชัดในดวงตา


            เขาก้มมองแผ่นป้ายศิลาสีดำที่ยังคงอยู่ในมือ ผิวมันสะท้อนแสงจันทร์อย่างเงียบงัน


            วัตถุชิ้นเล็กนี้ทำให้ระบบต้องรีเซ็ตรากฐานทั้งหมด เพียงคิดถึงจุดนั้น ความระมัดระวังก็เพิ่มพูนขึ้นทันที


            เขากระชับนิ้วมืออีกครั้ง


            “ระบบคนสวย.. เริ่มต้นการตรวจสอบไอ้แผ่นศิลาสีดำนี้ในทันที!”


            โฮโลแกรมสีน้ำเงินอ่อนปรากฏขึ้นอีกครั้ง เส้นแสงจำนวนมากขยายออกเป็นวงกลมล้อมรอบวัตถุในมือของเขา


            【รับทราบค่ะโฮสต์ เริ่มกระบวนการตรวจสอบรอบใหม่】


            สิ้นคำสั่งนั้น ระบบกลืนกินมังกรก็เริ่มตรวจสอบด้วยความรวดเร็ว


            ประกายแสงโฮโลแกรมที่ลอยอยู่กลางอากาศแปรเปลี่ยนเป็นวงแหวนซ้อนทับกันหลายชั้น


            เส้นข้อมูลจำนวนมหาศาลไหลเวียนอย่างเป็นจังหวะ คล้ายกระแสน้ำวนที่เร่งความเร็วขึ้นเรื่อยๆ แผ่นป้ายศิลาสีดำในมือของหวงเยี่ยถูกโอบล้อมด้วยลำแสงละเอียดนับไม่ถ้วน ทุกอณูถูกวิเคราะห์อย่างลึกซึ้ง เหมือนกำลังผ่าชั้นความลับที่ซ่อนอยู่ทีละชั้น


            ทว่าครานี้มันไม่เป็นเหมือนรอบก่อน ไม่มีเครื่องหมายคำถามยาวเหยียดปรากฏขึ้น ไม่มีคำว่าไม่อาจระบุได้


            ทันใดนั้นเสียงแจ้งเตือนก็ดังขึ้นชัดเจน


            【ตรวจพบหนึ่งในเจ็ดเศษเสี้ยวจิตเทพมังกรมายาบรรพกาล มหาวิถีเจ็ดเทพมังกรมายา มนตราอัคคีจักรพรรดิมังกรกลืนฟ้า】


            ทั้งเขาและระบบกลืนกินมังกรต่างต้องชะงักค้างไปชั่วขณะ


            บรรยากาศภายในห้องเงียบลงอย่างฉับพลัน


            【นะ.. นี่มันบ้าไปแล้วค่ะ】


            ระบบสั่นไหวอย่างไม่เคยเป็น


            【โฮสต์รู้ไหมว่าสิ่งนี้คืออะไร!】


            หวงเยี่ยส่ายหัวช้าๆด้วยความมึนงง


            แม้ไม่เข้าใจทั้งหมด แต่เพียงได้ยินคำว่า “เทพมังกรมายาบรรพกาล” ก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้หัวใจเต้นแรง


            คำว่า “บรรพกาล” หมายถึงยุคสมัยที่ไกลเกินกว่าประวัติศาสตร์ใดๆจะบันทึก


            คำว่า “เทพมังกร” คือการคงอยู่ที่ทั้งอารยธรรมมนุษย์ต้องแหงนหน้าขึ้นมองและไม่เคยได้รับรู้หรือสัมผัส ตัวตนที่เรียกว่าเทพเจ้า


            ดวงตาของเขาหรี่ลงเล็กน้อย


            “มันยิ่งใหญ่ขนาดนั้นเลยหรือ?”


            ระบบกลืนกินมังกรตอบกลับอย่างตื่นเต้นจนแทบคลั่ง


            【นี่คือมหาวิถีเจ็ดเทพมังกรมายา สุดยอดวิชาแห่งตำนานที่หายสาบสูญไปจากหน้าประวัติศาสตร์นับหลายหมื่นล้านปี】


            【ว่ากันว่าในอดีตมีมนุษย์ที่แข็งแกร่งคนนึงและมังกรตนนึงได้สรรสร้างวิชาที่ท้าทายกฎเกณฑ์แห่งมหาจักรวาลขึ้นร่วมกัน】


            【และวิชานั้นถูกเรียกว่ามหาวิถีเจ็ดเทพมังกรมายาเจ้าค่ะ】


            คำอธิบายถูกถ่ายทอดออกมาอย่างรวดเร็ว ภาพข้อมูลในหน้าต่างระบบเปลี่ยนเป็นสัญลักษณ์โบราณที่ลุกไหม้ด้วยแสงสีทอง


            【มันแบ่งออกได้เป็นเจ็ดวิชาหลักที่สนับสนุนซึ่งกันและกันอย่างสมบูรณ์แบบ】


            【มนตราธรณีจักรพรรดิมังกรกดสวรรค์】


            【มนตรานทีหลอมวิญญาณมังกรนิรันดร์】


            【มนตราสายลมสวรรค์มังกรไร้ขอบเขต】


            【มนตราอัคคีจักรพรรดิมังกรกลืนฟ้า】


            【มนตราสายฟ้ามังกรแยกสวรรค์เก้าชั้น】


            【มนตราเกล็ดทองเทพมังกรป้องภพ】


            【และมนตราวิถีไม้เทพมังกรผลิบานไร้สิ้นสุด】


            ชื่อแต่ละวิชาดังก้องในห้องราวกับคำประกาศจากยุคโบราณ


            หวงเยี่ยยืนฟังอย่างเงียบงัน แผ่นป้ายศิลาสีดำในมือของเขาเหมือนหนักขึ้นอย่างประหลาด


            【ดินคือราก น้ำคือการไหล ลมคือการเคลื่อน ไฟคือการแปรเปลี่ยน สายฟ้าคือเจต ทองคือรูป พฤกษาคือการเติบโต】


            【ผู้ใดรวมทั้งเจ็ดได้..】


            【ผู้นั้นคือเทพมังกรเหนือฟ้า】


            【มันถูกเรียกว่าเป็นวิชาที่จะทำให้มนุษย์กลายมาเป็นเทพมังกรมายาบรรพกาล】


            หวงเยี่ยสูดลมหายใจลึกอย่างตกตะลึง เพราะเพียงคำว่ากลายเป็นเทพมังกร มันก็เพียงพอที่จะทำให้ทั้งมังกรและมนุษย์ต้องคลุ้มคลั่ง


            “แล้วสิ่งที่อยู่ในมือข้าล่ะ”


            ระบบตอบทันทีอย่างตื่นเต้น


            【มนตราอัคคีจักรพรรดิมังกรกลืนฟ้า หนึ่งในเจ็ดแกนหลักของมหาวิถีเจ็ดเทพมังกรมายาค่ะ】


            【ทว่าอยู่ดีๆวิชาที่สมบูรณ์แบบก็ได้แตกสลายกลายเป็นเศษเสี้ยวแห่งจิตเทพมังกรมายาบรรพกาลทั้งเจ็ด กระจายไปทั่วทั้งมหาจักรวาลและหายสาบสูญไปในที่สุด แต่ไม่คิดเลยว่าพวกเราจะโชคดีจนได้พบเจอหนึ่งในเจ็ดชิ้นส่วนในวิชาแห่งตำนานนี้】


    คล้ายกับเรื่อง(จบ)พฤกษาวิญญาณกับสงครามมนุษย์พิฆาตเทพมังกร ที่คุณอ่าน