ไม่นานนัก เวลาก็ไหลผ่านไปกว่าหลายชั่วโมง แสงไฟตามทางเดินของมหาวิทยาลัยเทพอสูรดับลงเหลือเพียงบางจุด
ลานกว้างที่เคยคึกคักยามกลางวันกลับเงียบสงัดราวกับโลกทั้งใบกำลังหลับใหล เสียงฝีเท้า เสียงสนทนา และเสียงหัวเราะของนักเรียนชั้นปีต่างๆเลือนหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงสายลมบางเบาที่พัดผ่านยอดไม้ให้เกิดเสียงเสียดสีแผ่วเบา
รัตติกาลแผ่คลุมอาณาบริเวณทั้งหมดอย่างลึกซึ้ง
ภายในบ้านพักแห่งหนึ่ง แสงจันทร์ลอดผ่านม่านบางตกกระทบพื้นไม้เป็นลวดลายสีเงิน
หวงเยี่ยยังคงนั่งนิ่งอยู่บนโซฟาของตน ร่างกายตั้งตรงไม่เอนพิง ดวงตาไม่หลับแม้แต่วินาทีเดียว มือข้างหนึ่งของเขากำแผ่นป้ายศิลาสีดำในมือแน่น แน่นเสียจนปลายนิ้วซีดขาว ประหนึ่งกับว่าหากปล่อยสิ่งนี้หลุดออกจากอุ้งมือ ชีวิตทั้งหมดที่ยึดโยงอยู่จะพังทลายลงทันที
เพราะถึงอย่างไร ตอนนี้ระบบกลืนกินมังกรก็ได้เข้าสู่การรีเซ็ตรากฐานครั้งใหญ่
ความเงียบของมันไม่ใช่ความเงียบธรรมดา หากเป็นความว่างเปล่าที่กดทับจิตใจ
หลายชั่วโมงนับจากการปรับเปลี่ยน ระบบไม่ตอบสนอง ไม่มีเสียงแจ้งเตือน ไม่มีหน้าต่างข้อมูลปรากฏขึ้นแม้เพียงเสี้ยววินาที
ห้องทั้งห้องเหมือนถูกตัดขาดจากสิ่งลึกลับที่เคยอยู่เคียงข้างเขามาตลอด
หัวใจของหวงเยี่ยเต้นระรัวอย่างไม่เป็นจังหวะ ความกังวลจำนวนมากผุดขึ้นในความคิดซ้อนทับกันไปมา
หากระบบไม่กลับมาเล่า
หากข้อมูลทั้งหมดสูญหายเล่า
หากการรีเซ็ตครั้งนี้กลายเป็นการลบเลือนอย่างถาวรเล่า
ตัวของเขาไม่เคยตระหนักมาก่อนว่าการมีอยู่ของระบบนั้นฝังรากลึกในชีวิตเพียงใด จนกระทั่งช่วงเวลานี้ที่มันเงียบงัน
เสียงลมหายใจของเขาหนักขึ้นเล็กน้อย ขณะที่นิ้วมือที่กำศิลาก็หนาแน่นยิ่งกว่าเดิม
เวลายังคงเคลื่อนผ่านอย่างไม่ปรานี
จนกระทั่งในที่สุด เสียงที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นอย่างเริงร่า
【เรียบร้อยแล้วคะโฮสต์!】
【ตอนนี้ระบบกลืนกินมังกรรีเซ็ตรากฐานใหม่ทั้งหมด โดยที่ข้อมูลของโฮสต์ทั้งหมดยังคงเป็นเหมือนเช่นเดิม】
【เพราะงั้นสบายใจได้แล้วนะเจ้าคะ】
น้ำเสียงอันคุ้นเคยที่ดังก้องขึ้น มันได้หวงเยี่ยชะงักไปชั่วขณะ ก่อนที่แรงตึงเครียดซึ่งกดทับหัวใจมาหลายชั่วโมงจะสลายหายไป
สีหน้าและแววตาของเขาเต็มไปด้วยความโล่งใจ ราวกับภาระหนักมหาศาลถูกยกออกจากบ่าจนหมดสิ้น
เขาหลุดหัวเราะออกมา
“ฮ่าฮ่าฮ่า ถ้าไม่มีเธอละก็.. หลังจากนี้ข้าหวงเยี่ยก็ไม่รู้เลยว่าจะต้องก้าวเดินไปในเส้นทางไหน”
ระบบหัวเราะคึกคักในทันที
【หลงรักดิฉันแล้วสินะคะ?】
【แต่ก็ต้องประมาณนั่นแหละนะ เพราะดิฉันน่ะสูงส่งอย่างไร้คู่เปรียบ งดงามดั่งเทพมังกรในตำนาน เพราะงั้นแล้ว.. คิกคิก】
ถ้อยคำหยอกเย้านั้นทำให้บรรยากาศที่เคร่งเครียดกลับผ่อนคลายลงอย่างน่าประหลาด
หวงเยี่ยเผยรอยยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว
แม้จะเป็นเพียงระบบ แต่การมีเสียงตอบรับ มีการโต้ตอบ มีการหัวเราะ มันทำให้ความโดดเดี่ยวในยามค่ำคืนลดลงย่างมาก
เขาส่ายหน้าเล็กน้อย
“อย่าเพิ่งหลงตัวเองนักเลย”
【อ้าว แค่พูดความจริงนะคะ】
“ความจริงที่เธอแต่งเองทั้งนั้น”
【ไม่จริงหรอกเจ้าค่ะ】
【โฮสต์ต่างหากที่ใจอ่อน】
การหยอกล้อสั้นๆทำให้บรรยากาศภายในห้องมีชีวิตชีวาขึ้น
ทว่าหลังจากนั้น แววตาของหวงเยี่ยก็เปลี่ยนไป รอยยิ้มจางหาย ความจริงจังฉายชัดในดวงตา
เขาก้มมองแผ่นป้ายศิลาสีดำที่ยังคงอยู่ในมือ ผิวมันสะท้อนแสงจันทร์อย่างเงียบงัน
วัตถุชิ้นเล็กนี้ทำให้ระบบต้องรีเซ็ตรากฐานทั้งหมด เพียงคิดถึงจุดนั้น ความระมัดระวังก็เพิ่มพูนขึ้นทันที
เขากระชับนิ้วมืออีกครั้ง
“ระบบคนสวย.. เริ่มต้นการตรวจสอบไอ้แผ่นศิลาสีดำนี้ในทันที!”
โฮโลแกรมสีน้ำเงินอ่อนปรากฏขึ้นอีกครั้ง เส้นแสงจำนวนมากขยายออกเป็นวงกลมล้อมรอบวัตถุในมือของเขา
【รับทราบค่ะโฮสต์ เริ่มกระบวนการตรวจสอบรอบใหม่】
สิ้นคำสั่งนั้น ระบบกลืนกินมังกรก็เริ่มตรวจสอบด้วยความรวดเร็ว
ประกายแสงโฮโลแกรมที่ลอยอยู่กลางอากาศแปรเปลี่ยนเป็นวงแหวนซ้อนทับกันหลายชั้น
เส้นข้อมูลจำนวนมหาศาลไหลเวียนอย่างเป็นจังหวะ คล้ายกระแสน้ำวนที่เร่งความเร็วขึ้นเรื่อยๆ แผ่นป้ายศิลาสีดำในมือของหวงเยี่ยถูกโอบล้อมด้วยลำแสงละเอียดนับไม่ถ้วน ทุกอณูถูกวิเคราะห์อย่างลึกซึ้ง เหมือนกำลังผ่าชั้นความลับที่ซ่อนอยู่ทีละชั้น
ทว่าครานี้มันไม่เป็นเหมือนรอบก่อน ไม่มีเครื่องหมายคำถามยาวเหยียดปรากฏขึ้น ไม่มีคำว่าไม่อาจระบุได้
ทันใดนั้นเสียงแจ้งเตือนก็ดังขึ้นชัดเจน
【ตรวจพบหนึ่งในเจ็ดเศษเสี้ยวจิตเทพมังกรมายาบรรพกาล มหาวิถีเจ็ดเทพมังกรมายา มนตราอัคคีจักรพรรดิมังกรกลืนฟ้า】
ทั้งเขาและระบบกลืนกินมังกรต่างต้องชะงักค้างไปชั่วขณะ
บรรยากาศภายในห้องเงียบลงอย่างฉับพลัน
【นะ.. นี่มันบ้าไปแล้วค่ะ】
ระบบสั่นไหวอย่างไม่เคยเป็น
【โฮสต์รู้ไหมว่าสิ่งนี้คืออะไร!】
หวงเยี่ยส่ายหัวช้าๆด้วยความมึนงง
แม้ไม่เข้าใจทั้งหมด แต่เพียงได้ยินคำว่า “เทพมังกรมายาบรรพกาล” ก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้หัวใจเต้นแรง
คำว่า “บรรพกาล” หมายถึงยุคสมัยที่ไกลเกินกว่าประวัติศาสตร์ใดๆจะบันทึก
คำว่า “เทพมังกร” คือการคงอยู่ที่ทั้งอารยธรรมมนุษย์ต้องแหงนหน้าขึ้นมองและไม่เคยได้รับรู้หรือสัมผัส ตัวตนที่เรียกว่าเทพเจ้า
ดวงตาของเขาหรี่ลงเล็กน้อย
“มันยิ่งใหญ่ขนาดนั้นเลยหรือ?”
ระบบกลืนกินมังกรตอบกลับอย่างตื่นเต้นจนแทบคลั่ง
【นี่คือมหาวิถีเจ็ดเทพมังกรมายา สุดยอดวิชาแห่งตำนานที่หายสาบสูญไปจากหน้าประวัติศาสตร์นับหลายหมื่นล้านปี】
【ว่ากันว่าในอดีตมีมนุษย์ที่แข็งแกร่งคนนึงและมังกรตนนึงได้สรรสร้างวิชาที่ท้าทายกฎเกณฑ์แห่งมหาจักรวาลขึ้นร่วมกัน】
【และวิชานั้นถูกเรียกว่ามหาวิถีเจ็ดเทพมังกรมายาเจ้าค่ะ】
คำอธิบายถูกถ่ายทอดออกมาอย่างรวดเร็ว ภาพข้อมูลในหน้าต่างระบบเปลี่ยนเป็นสัญลักษณ์โบราณที่ลุกไหม้ด้วยแสงสีทอง
【มันแบ่งออกได้เป็นเจ็ดวิชาหลักที่สนับสนุนซึ่งกันและกันอย่างสมบูรณ์แบบ】
【มนตราธรณีจักรพรรดิมังกรกดสวรรค์】
【มนตรานทีหลอมวิญญาณมังกรนิรันดร์】
【มนตราสายลมสวรรค์มังกรไร้ขอบเขต】
【มนตราอัคคีจักรพรรดิมังกรกลืนฟ้า】
【มนตราสายฟ้ามังกรแยกสวรรค์เก้าชั้น】
【มนตราเกล็ดทองเทพมังกรป้องภพ】
【และมนตราวิถีไม้เทพมังกรผลิบานไร้สิ้นสุด】
ชื่อแต่ละวิชาดังก้องในห้องราวกับคำประกาศจากยุคโบราณ
หวงเยี่ยยืนฟังอย่างเงียบงัน แผ่นป้ายศิลาสีดำในมือของเขาเหมือนหนักขึ้นอย่างประหลาด
【ดินคือราก น้ำคือการไหล ลมคือการเคลื่อน ไฟคือการแปรเปลี่ยน สายฟ้าคือเจต ทองคือรูป พฤกษาคือการเติบโต】
【ผู้ใดรวมทั้งเจ็ดได้..】
【ผู้นั้นคือเทพมังกรเหนือฟ้า】
【มันถูกเรียกว่าเป็นวิชาที่จะทำให้มนุษย์กลายมาเป็นเทพมังกรมายาบรรพกาล】
หวงเยี่ยสูดลมหายใจลึกอย่างตกตะลึง เพราะเพียงคำว่ากลายเป็นเทพมังกร มันก็เพียงพอที่จะทำให้ทั้งมังกรและมนุษย์ต้องคลุ้มคลั่ง
“แล้วสิ่งที่อยู่ในมือข้าล่ะ”
ระบบตอบทันทีอย่างตื่นเต้น
【มนตราอัคคีจักรพรรดิมังกรกลืนฟ้า หนึ่งในเจ็ดแกนหลักของมหาวิถีเจ็ดเทพมังกรมายาค่ะ】
【ทว่าอยู่ดีๆวิชาที่สมบูรณ์แบบก็ได้แตกสลายกลายเป็นเศษเสี้ยวแห่งจิตเทพมังกรมายาบรรพกาลทั้งเจ็ด กระจายไปทั่วทั้งมหาจักรวาลและหายสาบสูญไปในที่สุด แต่ไม่คิดเลยว่าพวกเราจะโชคดีจนได้พบเจอหนึ่งในเจ็ดชิ้นส่วนในวิชาแห่งตำนานนี้】