ชายสูงวัยรูปร่างผอมเล็กคนหนึ่งลากหลินเอ้อร์เป่าเข้ามาอย่างโมโหพร้อมใช้เสียงแหบแห้งะโโหวกเหวก“อู๋ซื่อเ้าออกมาเดี๋ยวนี้! นี่เ้ามีลุงเพียงคนเดียวหรืออย่างไร? เหตุใดจึงเอาปลาแห้งเต็มตะกร้าให้เขาเพียงคนเดียว? เขาเอาไปขายให้บ้านสวี่ซื่อได้แผ่นทองแดงมาตั้งห้าอันทั้งยังไม่ยอมแบ่งให้ข้าสักอัน เ้าดูสิ มีเื่ไม่มีเหตุผลเช่นนี้ด้วยหรือ?”
“เ้าเศษสวะ! ไสหัวไปเดี๋ยวนี้!”หลินเอ้อร์เป่าก็โมโหจนหนวดเคราสีขาวกระดิกเช่นกันเขาผลักหลินซานเป่าอย่างแรงพร้อมชี้หน้าด่าว่า “คราวที่แล้วที่เ้าป่วย เหตุใดจึงไม่ป่วยตายไปเสียทั้งยังติดเงินค่ารักษาให้พวกข้าตามใช้หนี้อีกเงินที่ข้าชนะพนันมาข้าได้ใช้จ่ายเพื่อตัวเองแล้วหรือยัง? ข้าเตรียมไว้จ่ายหนี้ให้เ้าทั้งนั้น!”
“ถุย! พูดเสียดิบดีใครไม่รู้บ้างว่าพอเ้ามีเงินเพียงเล็กน้อยก็วิ่งแจ้นไปบ้านแม่หม้ายสาวฝั่งตะวันออกของหมู่บ้านเพื่อปรนเปรอนางข้าขอเตือนเ้าให้เ้าถอดใจเสียเถอะ!” หลินซานเป่าก็ไม่น้อยหน้าด่ากลับอย่างทันควัน“ดูสารรูปเ้าสิ ไม่รู้จักดูตัวเองเสียบ้าง อายุก็ไม่น้อยแล้ว ดินถมจะท่วมคออยู่แล้วยังจะคิดเื่พวกนี้อีก เ้ามันหน้าไม่อาย!”
“ข้ามันหน้าไม่อายแล้วเ้าจะทำไม?”หลินเอ้อร์เป่าโดนพูดแทงใจดำก็ยิ่งโมโหขึ้นไปอีกทันใดนั้นก็เงื้อหมัดตรงเข้าต่อยหลินซานเป่าทันที
หลินซานเป่าเห็นว่าพี่ชายของเขาเอาจริงแล้วก็ไม่พูดไม่จา หยิบท่อนไม้หลังประตูขึ้นมาตีกลับไปสองพี่น้องต่อยตีกันชุลมุนไปหมด
“ท่านลุงสองท่านลุงสาม พวกท่านหยุดเถิด อย่าทะเลาะกันเลย”อู๋ซื่อรีบเข้าไปห้าม
ม่ายซุ่ยกลัวว่าอู๋ซื่อจะพลาดท่าโดนลูกหลงเข้า จึงรีบเข้าไปช่วยพูดให้ทั้งสองคนหยุดมือ
สองพี่น้องไม่ฟังคำเกลี้ยกล่อม แต่กลับออกแรงขึ้นคร่อมอีกฝ่ายแล้วพยายามต่อยตียิ่งต่อยยิ่งแรงขึ้นเรื่อยๆ
สองแม่ลูกเมื่อพูดเกลี้ยกล่อมห้ามทั้งสองคนไม่ได้ ก็รู้สึกร้อนใจจนเหงื่อเปียกชุ่ม
บรรยากาศภายในบ้านเต็มไปด้วยความชุลมุน
ในตอนนั้นเองประตูบ้านเปิดออกอีกครั้ง
เซียวจิ่งเถียนเดินเข้ามาในบ้านด้วยท่าทางองอาจ เต็มไปด้วยความมั่นใจ
เมื่อม่ายซุ่ยเห็นเขาก็ใเป็อย่างมากนางรีบวิ่งมาหาเขาโดยไม่สนใจคนสองคนที่ตีกันพร้อมถามอย่างประหลาดใจว่า“ท่าน...ท่านมาได้อย่างไร?”
หรือว่าเซียวจิ่งเถียนผู้เย่อหยิ่งจะมีญาณทิพย์ สามารถล่วงรู้ได้ว่าภรรยาของเขาเดือดร้อนจึงเหาะเหินเดินอากาศมาช่วยเหลือ?
“ข้าผ่านมาทางนี้ จึงแวะมารับเ้ากลับบ้าน”เซียวจิ่งเถียนมองไปยังชายชราทั้งสองคนที่กำลังต่อยตีกันอย่างเ็าเขาพูดอย่างไม่สนใจว่า “หากเ้าเก็บของเตรียมพร้อมแล้ว พวกเราก็ออกเดินทางกันเสียตอนนี้”
อู๋ซื่อเมื่อเห็นชายหนุ่มแปลกหน้าเดินเข้ามาคุยกับบุตรสาวถึงในบ้านก็ไม่สนใจคนทะเลาะกันแล้วรีบเดินเข้ามาอย่างรวดเร็วพร้อมถามว่า “ซุ่ยเอ๋อร์ เขาเป็ใครกัน!”
“ท่านแม่...เขาคือเซียวจิ่งเถียน” ม่ายซุ่ยแนะนำ“เขาผ่านมาทางนี้ จึงแวะรับข้า”
ดีที่เซียวจิ่งเถียนไม่ได้หักหน้านางแต่กลับหันไปคำนับทำความเคารพอู๋ซื่ออย่างมีมารยาท “คำนับท่านแม่ภรรยา”
ม่ายซุ่ยเห็นว่าเขารู้จักและมีมารยาทนางก็วางใจเนื่องจากก่อนหน้านี้นางเคยบอกกับมารดาว่าสามีของนางดีต่อนางมาก หากเซียวจิ่งเถียนไม่สนใจไยดีนางเช่นนั้นนางก็เหมือนโดนหักหน้าอย่างรุนแรง
“ดีๆๆ” อู๋ซื่อใเป็อย่างมากนางไม่คิดว่าลูกเขยที่คนเขาลือกันกว่าเป็โจรจะรูปร่างหน้าตาดีและอ่อนวัย ทั้งยังมีบุคลิกที่ดูดีมีภูมิฐานเช่นนี้จึงบังเกิดความประทับใจขึ้น “ไหนๆ ก็มาแล้ว เช่นนั้นก็อย่าเพิ่งรีบกลับกินข้าวด้วยกันก่อนเถิด” นางรีบพูด
“ไม่เป็ไร ท่านแม่จัดการเื่ภายในบ้านก่อนเถิด” เซียวจิ่งเถียนพูดเรียบๆ พร้อมก้าวเท้าออกจากบ้านไป
ในบ้านยังมีชายชราสองคนนั้นที่กำลังต่อยตีกันอย่างอลเวง!
“ท่านแม่พวกเราไปก่อนนะ วันหน้าจะมาเยี่ยมท่านใหม่” ม่ายซุ่ยรีบเดินตามเซียวจิ่งเถียนออกไป
ภูมิประเทศของหมู่บ้านซานเหลียงไม่ราบเรียบเหมือนหมู่บ้านหยวีจุ่ย
ทั้งหมู่บ้านสร้างอยู่ตามเนินสูงต่ำที่ไม่เท่ากันบนไหล่เขาบ้านก็สร้างขึ้นอย่างกระจัดกระจาย ด้านตะวันออกหลังหนึ่ง ด้านตะวันตกอีกหลังหนึ่งไม่ได้สร้างอยู่รวมกันเป็ชุมชนเช่นหมู่บ้านหยวีจุ่ย
ทั้งสองคนเดินตามกันมาตามทางที่ขรุขระไม่ราบเรียบบนเนินเขาตามทางเต็มไปด้วยดอกไม้ริมทางที่มีสีสันสดใสและส่งกลิ่นหอมหวานอ่อนโชยไปทั่วบริเวณ
ม่ายซุ่ยไม่มีกะจิตกะใจชื่นชมทิวทัศน์ที่สวยงามรอบกายแม้แต่น้อยนางถลกกระโปรงวิ่งตามเซียวจิ่งเถียนมาตลอดทาง
เนื่องจากเซียวจิ่งเถียนขายาวก้าวเดินไปอย่างรวดเร็วนางจึงถูกทิ้งห่างอยู่ด้านหลังไกลๆ
ม่ายซุ่ยเดินตามเซียวจิ่งเถียนจนหมดแรงนางทั้งเหนื่อยทั้งหิวจนไม่มีแรงเดินจึงนั่งพักบนหลังก้อนหินข้างทางนางมองไปยังด้านหลังของชายผู้นั้นที่ยิ่งเดินก็ยิ่งไกลออกไปในใจก็อดน้อยใจไม่ได้ว่าถึงแม้นางจะไม่ใช่ผู้หญิงที่เขาชอบพอ แต่อย่างน้อยนางก็เป็ถึงภรรยาที่เขาแต่งเข้าบ้านอีกทั้งยังอาศัยอยู่ในห้องเดียวกัน เขาจะเดินให้ช้าลงสักนิดเพื่อเห็นแก่เพื่อนร่วมห้องเช่นนางหน่อยไม่ได้เชียวหรือ?
ในขณะที่นางกำลังคิดอยู่นั้นเซียวจิ่งเถียนที่เดินนำอยู่ด้านหน้าก็หยุดเดินแต่ก็ไม่หันกลับมามอง พร้อมพูดว่า“ผ่านเนินเขาลูกนั้นไปค่อยพัก”
จากนั้นเขาก็เดินหน้าต่อและหายตัวไปตรงด้านหลังหินั์ตรงปากทางอย่างรวดเร็ว
ม่ายซุ่ยได้แต่ดึงสติตนเอง พร้อมทั้งใช้แรงทั้งหมดที่เหลือพยายามเดินต่อไปข้างหน้าอย่างทุลักทุเลไม่ใช่ว่านางไม่ทรหดอดทน แต่เป็เพราะนางเดินทางทั้งขาไปและขากลับบนทางไหล่เขาที่ยาวไกลเช่นนี้ทั้งยังปะทะฝีปากกับชายชราทั้งสองและหลานชายจอมป่วนของอู๋ซื่อมารดาของนางที่บ้านตระกูลหลินอีกแม้แต่ข้าวสักคำก็ไม่ได้กิน พลังงานทั้งหมดของนางจึงถูกใช้ไปจนหมดแล้ว
ด้านล่างของเนินเขาเป็ทะเลสาบดอกบัวขนาดใหญ่ที่มีชื่อเสียงในรัศมีสิบลี้
ในเดือนสี่เป็่ต้นของฤดูร้อน ใบบัวสีเขียวเข้มอ่อนในทะเลสาบกองทับถมกันดูสดชื่นน่ามองดอกบัวตูมสีชมพูต่างชูชันดูสวยงามละลานตาจนไม่อาจถอนสายตาได้
หากผ่านทะเลสาบนี้ไปและเดินข้ามเขาไปอีกลูกก็ถึงหมู่บ้านหยวีจุ่ย
บรรยากาศบริเวณข้างทะเลสาบใกล้ค่ำจึงดูอึมครึม
เซียวจิ่งเถียนนั่งอยู่บนก้อนหินกำลังพลิกไม้ที่เสียบปลากลับไปกลับมาอยู่ในกองไฟเมื่อได้ยินเสียงเดินก็รู้ว่าม่ายซุ่ยมาถึงแล้วจึงสั่งว่า “ไปเก็บฟืนมาอีก”
ม่ายซุ่ยเมื่อเห็นว่ามีปลาให้กินก็มีชีวิตชีวาขึ้นมาทันทีนางรีบไปเก็บฟืนตรงบริเวณป่าข้างๆ ทางเดินมาเติมใส่ในกองไฟอย่างกระฉับกระเฉงสายตาจับจ้องไปที่ปลาหลี่ตัวใหญ่สองตัวที่กำลังส่งกลิ่นหอมเมื่อโดนย่างไฟพร้อมถามว่า“ท่านจับปลามาได้อย่างไร?”
อยู่บนเขาก็กินไก่ อยู่ริมทะเลสาบก็กินปลา
นางเริ่มจะยอมรับนับถือคุณลุงเซียวผู้นี้ขึ้นทุกวันแล้ว
“แน่นอนว่าใช้มือจับ” เซียวจิ่งเถียนตอบเบาๆ
ในสมองปรากฏภาพที่เขากำลังใช้มือจับปลา ม่ายซุ่ยก็ยิ้มออกมา “ท่านเก่งมากเลย!ทะเลสาบลึกเช่นนี้ท่านยังสามารถใช้มือเปล่าจับปลาได้!”
เซียวจิ่งเถียนหันมองนางอย่างช้าๆ โดยไม่พูดอะไร
ม่ายซุ่ยรู้สึกกระดากอายขึ้นมาทันที
เขาคงจะไม่คิดว่านางกำลังประจบประแจงเขาหรอกนะ?
นางสาบานได้ว่านางไม่ได้คิดเช่นนั้นแม้แต่น้อยนางก็แค่พูดตามนิสัยของนางเท่านั้น
ปลาที่ย่างสุกแล้วกรอบนอกนุ่มใน ถูกโรยด้วยเกลือและเครื่องเทศไว้้าส่งกลิ่นหอมเย้ายวน
ม่ายซุ่ยหิวโหยเป็อย่างมากนางกินปลาย่างอย่างเอร็ดอร่อยโดยไม่ถามแม้กระทั่งว่าเกลือและเครื่องเทศนั้นมาจากที่ใดปลาย่างทั้งตัวถูกนางกินหมดภายในระยะเวลาพริบตาเดียวนางรู้สึกว่านี่เป็ปลาที่อร่อยที่สุดเท่าที่นางเคยกินมา
เมื่อทั้งสองคนกลับถึงบ้านก็เป็เวลาที่ฟ้ามืดแล้ว
เซียวอวิ๋นเหนียงได้ยินเสียงดังมาจากหน้าประตูบ้าน ก็รีบวิ่งออกมาพร้อมกระซิบบอกกับเซียวจิ่งเถียนว่า“พี่สามหนิวอู่พาท่านลุงหลงมา พวกเขารอท่านตั้งนานแล้ว!”
หลงป้าเทียนเป็ชาวประมงมือฉมังที่มีชื่อเสียงโด่งดังโดยที่บ้านของเขามีกิจการเรือหาปลาขนาดใหญ่เกือบสิบลำ ซึ่งเขามักจะนำสินค้าเข้าไปส่งในเมืองหลวงฐานะทางบ้านของเขาค่อนข้างดีและมีเงินทุน อีกทั้งยังรู้จักและมีความสัมพันธ์อันดีกับผู้คนอย่างกว้างขวางโดยปกติแล้วชาวบ้านคนธรรมดาหลงป้าเทียนไม่สนใจ แต่วันนี้เขากลับลดตัวลงมาเยี่ยมหาถึงที่บ้านเรียกได้ว่าตระกูลเซียวได้รับเกียรติเป็อย่างมากทีเดียว!
เมื่อสมัยที่เซียวจงไห่ยังหนุ่ม เขาและหลงป้าเทียนก็เคยมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันไม่น้อยบวกกับอายุที่ไล่เลี่ยกันจึงทำให้รู้สึกเป็ธรรมชาติชายสูงวัยทั้งสองคุยกันอย่างออกรสโดยมีเสียงหัวเราะแทรกมาเป็ระยะ
เซียวฝูเถียนและเซียวกุ้ยเถียนตื่นเต้นดีใจเป็อย่างมากที่ตระกูลของตนได้รับความสนใจจากหลงป้าเทียนจึงคอยปรนนิบัติยกน้ำเติมชาให้อย่างเต็มอกเต็มใจ แขกที่มาคือท่านลุงหลงท่านลุงหลงที่มีชื่อเสียงโด่งดังผู้นั้นเชียวนะ!
หนิวอู่ก็รู้สึกว่าตนเองมีหน้ามีตาไปด้วยเขานั่งรอกินข้าวอยู่ข้างหลงป้าเทียนอย่างสบายใจ
ถึงแม้ว่าบางครั้งเขาจะต้องมาฝากท้องกินข้าวที่บ้านตระกูลเซียว แต่ครั้งนี้จะค่อนข้างตรงไปตรงมา
เมิ่งซื่อกำลังหุงข้าวทำอาหารอยู่ในครัวโดยมีสองสะใภ้เป็ลูกมือหลงป้าเทียนหน้าใหญ่ใจป้ำนำขาหมูมาเป็ของกำนัลถึงบ้านพวกนางจึงคิดว่าจะต้องทำอาหารหลายๆ อย่างเพื่อต้อนรับเขาอย่างสมเกียรติ
เมื่อเห็นม่ายซุ่ยเข้ามาในครัว เฉินซื่อก็พูดยิ้มๆ ว่า“น้องสะใภ้เล็กเ้าเดินทางไปกลับไกลขนาดนั้นคงจะเหนื่อยแล้วสิ่งอื่นเ้าไม่ต้องทำหรอก เ้าก่อไฟอย่างเดียวก็พอแล้ว”
“ใช่แล้ว เ้านั่งพักสักหน่อยเถอะ!” เฉียวซื่อก็พูดกับนางด้วยน้ำเสียงใจดี
บ้านบิดามารดาของเฉินซื่อและเฉียวซื่ออยู่ห่างจากหมู่บ้านหยวีจุ่ยไม่ไกลนักระยะทางเพียงแค่สามสี่ลี้เท่านั้น ถนนหนทางก็ดีไม่ขรุขระเพียงพูดคุยกันสักพักหนึ่งก็ถึงแล้ว
จะกลับบ้านบิดามารดาสักครั้งก็เป็เื่ง่ายเหมือนเดินทะลุประตู
พวกนางได้ยินว่าม่ายซุ่ยไม่ได้กลับไปที่หมู่บ้านม่ายเจียวาแต่ไปที่หมู่บ้านซานเหลียงแทนก็รู้สึกสะใจและสมน้ำหน้าม่ายซุ่ยเป็อย่างมากพวกนางรู้ดีว่าหมู่บ้านซานเหลียงอยู่ห่างไกลออกไป ถนนหนทางก็ไม่ดี เดินทางไม่สะดวกเป็หมู่บ้านที่มีชื่อเสียงโด่งดังในเื่ของความยากจน
“ขอบคุณท่านพี่สะใภ้ทั้งสองมากที่เป็ห่วง”ม่ายซุ่ยยิ้มรับพร้อมถลกแขนเสื้อขึ้นแล้วนั่งลงก่อไฟ ในใจเกิดความรู้สึกไม่ใช่เื่จริงเหมือนกับพระอาทิตย์ที่ขึ้นมาจากทางทิศตะวันตกนางออกจากบ้านไปยังไม่ทันข้ามวัน เกิดสิ่งใดขึ้นกับพวกนาง?
“ม่ายซุ่ยมารดาของเ้าสบายดีหรือ?” เมิ่งซื่อถาม
“นางสบายดีเ้าค่ะ” ม่ายซุ่ยตอบ
“เช่นนั้นก็ดีแล้ว” เมิ่งซื่อถอนหายใจพร้อมพูดว่า “มารดาของเ้าก็ลำบากไม่น้อยมีเวลาว่างก็แวะไปเยี่ยมเยียนนางเสียหน่อย”
ม่ายซุ่ยพยักหน้ารับคำ
เฉินซื่อและเฉียวซื่อมองสบตากัน ในใจแอบเบะปากอย่างหมั่นไส้
มีใครไม่รู้บ้างว่าหมู่บ้านซานเหลียงเป็สถานที่ที่มสมญานามสมกับชื่อหมู่บ้านชายโสดขึ้นคานผู้ชายหมู่บ้านนี้ล้วนแต่งงานหาภรรยาแทบไม่ได้ เพราะขึ้นชื่อเื่กินเหล้าเมายาและเป็ผีพนันที่ยิ่งพนันยิ่งจน
มารดาของนางจะมีชีวิตที่ดีได้อย่างไรกัน?
******ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/989b72eeb7cc486fe81b7f5e2bdce5a8
******เวลาแชร์หรือเมาท์มอยนิยายเื่ Fisherman หนุ่มประมงที่รักที่ไหนขอฝากแฮชแท็ก #Fishermanหนุ่มประมงที่รัก #readAwrite ด้วยน้า