บทที่ 64ตัวต่อตัว
ภายใต้โลกสีขาวดำที่ถูกรังสรรค์ด้วยทักษะสมาธิเลเวล 10ผมรู้สึกราวกับตนเองหลุดพ้นจากพันธนาการของทุกสรรพสิ่งอารมณ์และความรู้สึกที่เคยพลุ่งพล่านล้วนสงบนิ่งอยู่ภายใต้การควบคุมอย่างสมบูรณ์
ฝ่าเท้าเปลือยเปล่าของผมสัมผัสลงบนพื้นดินที่ถูกแผดเผาจนร้อนระอุทว่าความร้อนเหล่านั้นกลับกลายเป็นเพียงข้อมูลอย่างหนึ่งที่ผมจะเลือกรับรู้หรือเพิกเฉยก็ได้
ผมดึงเอาความขุ่นเคืองที่ฝังลึกขึ้นมาพิจารณาอย่างเยือกเย็นมุมปากหยักลึกเป็นรอยยิ้มหยันขณะจ้องมองอสูรกายเบื้องหน้า
“รู้ไหมว่าฉันต้องจ่ายไปเท่าไหร่...กว่าจะมายืนตรงนี้”
ผมพึมพำเสียงเรียบ
เจ้าหมีไม่ได้เข้าใจภาษาที่ผมพูดมันเพียงแต่จ้องกลับมาด้วยสัญชาตญาณนักล่าที่กระหายเลือด
“ที่ผ่านมาฉันอาจจะเอาแต่หนี...แต่ตอนนี้ มาดูกันว่าใครจะเป็นผู้ล่าที่แท้จริง”
สิ้นคำพูดผมเลิกสะกดกั้นมานาในร่างกายทันที มวลมานามหาศาลปะทุออกมาอย่างบ้าคลั่งบาดแผลตามตัวปริแตกจนเลือดสีแดงฉานอาบย้อมไปทั่วร่างเส้นเลือดตามแขนและขมับปูดโปนจนแทบจะฉีกขาด
ร่างกายในตอนนี้ไม่ต่างจากเครื่องยนต์ที่กำลังถูกมานาเผาไหม้และฉีกกระชากจากภายใน
หากเป็นเวลาปกติความเจ็บปวดระดับนี้คงทำให้ผมสลบไปแล้วแต่ด้วยสมาธิระดับ 10 ความทรมานเจียนตายกลับเป็นเพียงแค่ความรู้สึกไม่สบายตัวเล็กน้อยเท่านั้น
เจ้าหมีเถ้าถ่านระเบิดมานาโต้กลับสะเก็ดไฟนับสิบดวงลอยวนรอบตัวมันดุจดวงดาวแห่งความตาย
ผมสร้างลูกปัดมานาพุ่งเข้าปะทะกึ่งกลางสนามรบทันทีแรงระเบิดมหาศาลแผ่กระจายออกมาจนเกือบซัดร่างของผมให้ปลิวคว้าง
แต่ในสภาวะสมาธิอันเฉียบคมผมมองเห็นทิศทางของแรงอัดอากาศได้อย่างทะลุปรุโปร่งจนหลบหลีกได้ทั้งหมด
ภายใต้โลกที่มีเพียงสีขาวและดำเส้นสายมานาที่เคยเบาบางในสะเก็ดไฟลูกหนึ่งที่ยังไม่ระเบิดเริ่มควบแน่นจนเห็นเป็นเส้นใยเด่นชัดในที่สุดผมก็มองเห็นร่องรอยการเคลื่อนที่ผ่านมิติของเจ้าหมีเถ้าถ่านตัวนี้จนได้!
มันโผนทะยานออกจากสะเก็ดไฟเข้าใส่ผมในชั่วพริบตาพร้อมกรงเล็บมหึมาที่กระหน่ำฟาดลงมาอย่างต่อเนื่องราวกับพายุคลั่ง
ผมเห็นร่องรอยมานาที่ไหลเวียนไปตามกล้ามเนื้อของมันอย่างชัดเจนทำให้ตอบสนองได้ทันท่วงที
กรงเล็บตะบบลงมาพลาดเป้าห่างจากตัวผมไปไม่ถึงมิลลิเมตรจนพื้นดินแตกกระจุย
ผมอาศัยจังหวะที่แรงปะทะตกกระทบพื้นดูดซับพลังงานจลน์เอาไว้แล้วใช้แรงนั้นดีดตัวออกมาตั้งหลัก พร้อมสร้างลิ่มมานาแหลมโปร่งแสงขึ้นในมือ
เจ้าหมียักษ์ไม่หยุดเพียงแค่นั้นไอความร้อนระเบิดออกมาจากร่างก่อนที่มันจะกระทืบเท้าพุ่งเข้าชนด้วยความเร็วสูง
ผมทำได้เพียงเบี่ยงตัวหลบศีรษะขนาดใหญ่ที่พุ่งผ่านไปอย่างหวุดหวิดแต่ไม่สามารถแทงอาวุธกลับไปได้เลยเพราะร่างมหึมานั้นผ่านระยะไปเร็วเกินไป
เจ้าหมีเหวี่ยงตัวกลับมาอีกครั้งคราวนี้มันเงื้อกรงเล็บทั้งสองข้างระดมตะบบลงมาไม่ยั้งผมกัดฟันใช้สมาธิอ่านทางและหลบพายุกรงเล็บอย่างยากเย็นท่ามกลางไอร้อนที่เริ่มเผาผิวหนังจนสุก
ทว่าในจังหวะที่กำลังหลบหลีกอย่างเอาเป็นเอาตายผมเริ่มสังเกตเห็นรูปแบบมานาที่ส่งผ่านจากหน้าอกไปยังแขนของมัน
เมื่อกะจังหวะได้ผมจึงใช้พลังงานจลน์ที่สะสมไว้พุ่งตัวสวนเข้าไปยังซีกที่มันไร้การป้องกันเอี้ยวตัวหลบแขนมหึมาแล้วแทงลิ่มมานาเข้าที่สีข้างเต็มแรง!
ทว่าลิ่มมานากลับหยุดกึกราวกับแทงโดนหินผาผมต้องรีบสลายอาวุธและดีดตัวหนีทันทีก่อนจะโดนสวนกลับ
เจ้าหมีคำรามต่ำในลำคอก่อนที่สะเก็ดไฟจำนวนมากจะระเบิดออกจากร่างและกระจายตัวไปทั่วบริเวณมันจ้องมองผมด้วยสายตาอาฆาตชั่วครู่ก่อนจะกระโจนหายเข้าไปในกลุ่มสะเก็ดไฟเหล่านั้น
ผมกวาดสายตามองไปรอบกายเส้นสายมานาเริ่มก่อตัวล้อมรอบสะเก็ดไฟดวงต่างๆแล้วดับวูบลงสลับไปมาด้วยความเร็วสูง
ผมรู้ทันทีว่ามันกำลังหาจังหวะกระโจนออกมาจากสะเก็ดไฟเหล่านั้นเพื่อปลิดชีพผม
ผมจึงไม่รอช้า รีบสร้างลูกปัดมานาออกมาและควบคุมมันให้พุ่งเข้าปะทะกับสะเก็ดไฟ จนเกิดการระเบิดต่อเนื่องเป็นลูกโซ่เพื่อทำลายเส้นทางเคลื่อนที่ของมัน
คลื่นความร้อนมหาศาลแผ่ซ่านไปทั่วลานกว้างจนฝุ่นควันตลบอบอวลเกราะมานาที่ผมสร้างเอาไว้ก่อนเกิดการระเบิดแตกกระจายทันที
เจ้าหมียักษ์ที่ถูกตัดเส้นทาง กลับไปปรากฏตัวออกมาจากชายป่าด้านที่รอดพ้นจากรัศมีระเบิด
มันคำรามกึกก้องด้วยปากที่ไร้ขากรรไกรลมหายใจที่พ่นออกมามีเพียงเสียงขู่ฟ่อและเขม่าเถ้าถ่านที่ร้อนระอุเส้นสายมานาบนร่างของมันปะทุชัดขึ้นเรื่อยๆ ราวกับเถาวัลย์ปีศาจที่ชอนไชไปทั่วร่าง
ผมสัมผัสได้ในวินาทีนั้นเลยว่ามันโกรธจัดจนถึงขีดสุดแล้ว
วินาทีต่อมามันกระทืบพื้นจนดินยุบตัวแล้วพุ่งเข้าใส่ด้วยขาสี่ข้างอย่างบ้าคลั่งความร้อนจากร่างมันสูงจัดจนอากาศบิดเบี้ยวและส่งกลิ่นไหม้รุนแรง
ผมตัดสินใจเดิมพันในสิ่งที่เคยล้มเหลวนับครั้งไม่ถ้วนคือการพยายามผสานทักษะ การสั่นพ้อง เข้ากับอาวุธมานา
ทว่าแม้จะมีสมาธิระดับ 10คอยช่วยประคองโครงสร้างไว้อย่างสุดกำลัง แต่มวลมานาก็ยังคงสั่นไหว และพังทลายลงในพริบตา
ความเร็วของเจ้าหมีเถ้าถ่านที่โกรธจัดนั้นน่าขนลุกยิ่งกว่าครั้งไหนๆ
แม้ภายใต้สภาวะสมาธิผมจะอ่านวิถีการโจมตีของมันออกได้อย่างทะลุปรุโปร่งทว่าการมองเห็นกับการตอบสนองให้ทันท่วงทีนั้นกลับกลายเป็นคนละเรื่องกันเลย
ผมพยายามบิดตัวหลบกรงเล็บที่ฟาดฟันมาราวกับพายุแต่ผ่านไปเพียงสามครั้งร่างกายที่อ่อนล้าของผมก็เริ่มตอบสนองช้าลงจนตามความคิดไม่ทัน
ในจังหวะที่กรงเล็บที่สี่ตะบบลงมาผมเบี่ยงตัวหลบไม่พ้น ปลายเล็บคมกริบอันร้อนระอุฉีกกระชากเฉียดผ่านหน้าอกไปเพียงเล็กน้อย
ทว่าความรุนแรงของมันกลับมหาศาลจนแผ่นอกของผมเหวอะหวะเป็นทางยาวอย่างโหดเหี้ยมเลือดสีแดงฉานสาดกระจายออกมาเพียงเสี้ยววินาทีก่อนที่ไอร้อนหฤโหดจากร่างมันจะช่วยจี้ปิดปากแผลจนไหม้เกรียมไปในตัว
แรงปะทะมหาศาลซัดร่างของผมจนกระเด็นไถลไปตามพื้นดินอย่างอ่อนแรง
การฝืนปลดปล่อยมานามหาศาลในร่างกายที่มีค่าความทนทานไม่เพียงพอเริ่มส่งผลกระทบอย่างรุนแรงจนมัดกล้ามเนื้อเริ่มแข็งค้าง และตอบสนองยากขึ้นทุกที
เจ้าหมีเถ้าถ่านเหลือบมองร่างของผมที่กระเด็นออกมาร่างกายที่เคยน่าเกรงขามของมันในตอนนี้เองก็เริ่มแสดงอาการอ่อนแรงให้เห็น
ลมหายใจของมันหอบถี่จนฝุ่นเถ้าถ่านฟุ้งกระจายไปทั่วมานาที่เคยหนาแน่นราวกับเถาวัลย์เริ่มจางลงแม้แต่สะเก็ดไฟที่เคยลอยวนอยู่รอบกายก็เลือนหายไปจนหมดสิ้น
ผมไม่แน่ใจว่านั่นเป็นเพราะมันใช้พลังงานไปมหาศาลหรือเพราะอาการบาดเจ็บที่สั่งสมมาเริ่มย้อนกลับมาเล่นงานกันแน่
ทว่าท่ามกลางความอ่อนล้านั้นแววตาสีส้มแดงของมันกลับยังคงเต็มไปด้วยความอาฆาตและแน่วแน่เช่นเดิม มันค่อยๆหันกายกลับมาอย่างช้าๆ ก่อนจะก้าวสามขุมเข้ามาหาหมายจะปิดบัญชีผมลงเสียที่นี่
ในตอนนี้ ต่อให้อ่านวิถีการโจมตีออกแต่ผมกลับไม่มีทักษะใดที่รุนแรงพอจะปลิดชีพมันได้เลย
ทางออกเดียวที่เหลืออยู่คือผมต้องผลักดันทักษะการควบคุมมานา ให้ก้าวข้ามขีดจำกัดไปสู่เลเวล 10ให้ได้เท่านั้น!
เมื่อคิดได้เช่นนั้นผมจึงตัดสินใจกระตุ้นมานามหาศาลในร่างกายให้ไหลเวียนรุนแรงถึงขีดสุดเท่าที่จะทำได้ปล่อยให้พลังงานมหาศาลล้นทะลักอย่างบ้าคลั่งราวกับมวลน้ำหลากที่กำลังพังทลายทำนบกั้น
เส้นเลือดฝอยใต้ผิวหนังเริ่มปริแตกจนปรากฏจุดจ้ำแดงน่าสยดสยองเลือดกำเดาไหลซึมลงมาตามริมฝีปาก
ทว่าผมกลับเพิกเฉยต่ออาการเหล่านั้น ผมยื่นแขนขวาออกไปเพื่อพยายามผสานทักษะทั้งสองเข้าด้วยกันอีกครั้ง
ตึง... ตึง...
เสียงอุ้งเท้าของเจ้าหมีที่กระทบพื้นดินหนักๆเป็นจังหวะ ราวกับเสียงเข็มนาฬิกามรณะที่กำลังนับถอยหลัง
ครั้งแล้วครั้งเล่าที่ลิ่มมานาแหลกสลายลงต่อหน้าต่อตาความพยายามครั้งที่ห้ายังคงลงเอยด้วยความล้มเหลวในขณะที่ร่างกายของผมเริ่มพังทลายลงจากภายใน
มานาที่คลุ้มคลั่งบดขยี้อวัยวะจนหูเริ่มมีเลือดซึมออกมาสายตาเริ่มพร่ามัวปนไปด้วยสีแดงฉานจากเส้นเลือดในดวงตาที่แตกออกมา
เจ้าหมีเถ้าถ่านก้าวเข้ามาใกล้จนเงาของมันทาบทับร่างของผมความร้อนระอุจากลมหายใจของมันปะทะเข้าที่ใบหน้า
ในวินาทีที่มันมาหยุดอยู่ตรงหน้า และเงื้อมือขึ้นหมายจะเผด็จศึกนั่นคือความพยายามครั้งที่หกของผม
จู่ๆกระแสมานาที่เคยบ้าคลั่งดุจพายุร้ายพลันถูกบีบอัดจนนิ่งสงบมันถูกปรับทิศทางใหม่ให้ไหลเวียนสอดประสานไปตามจังหวะการเต้นของหัวใจอย่างน่าอัศจรรย์!
[การควบคุมมานา เลเวล 9 >เลเวล 10]
วินาทีนั้น ร่างกายของผมเปลี่ยนไปมานาถูกส่งไปยังมือขวาอย่างลื่นไหลอาวุธมานาถูกสร้างขึ้นพร้อมเคลือบด้วยการสั่นพ้องในพริบตา!
ในจังหวะที่เจ้าหมีเถ้าถ่านอ้าปากที่แหว่งวิ่นหมายจะเผด็จศึกผมใช้แรงทั้งหมดที่มีพยายามแทงลิ่มมานาสวนเข้าไปทันที
ทว่าสัญชาตญาณอสูรร้ายที่ระวังตัวอยู่แล้วทำให้มันยกอุ้งเท้าขึ้นปัดป้องจนอาวุธหลุดกระเด็นออกจากมือผมไป
แต่ในตอนนี้ความเร็วในการควบแน่นพลังของผมพัฒนาขึ้นหลายเท่าตัวผมจึงสร้างลิ่มอันใหม่ขึ้นมาทดแทนได้ในพริบตา
ลิ่มที่สองถูกสร้างขึ้นมาแทนที่ทันทีผมกัดฟันแทงมันเข้าที่กลางแผงอกของเจ้าหมีอย่างจังจนเจ้าอสูรกายถึงกับชะงักและผงะถอยไป
ด้วยการควบคุมมานา เลเวล 10 ผมจึงจัดสรรพลังงานเข้าเสริมกำลังแขนที่สั่นเทาได้อย่างน่าอัศจรรย์ลิ่มมานาเล่มต่อมาถูกควบแน่นขึ้นในพริบตา ก่อนที่ผมจะอาศัยจังหวะที่มันเสียหลักแทงซ้ำเข้าไปที่สีข้างของมันอย่างสุดแรง!
พลังสั่นพ้องทำให้ลิ่มมานาเจาะทะลุผิวหนังหนาของมันราวกับแทงผ่านเนยแข็ง
และในวินาทีตัดสินผมรวบรวมเรี่ยวแรงเฮือกสุดท้ายที่ยังหลงเหลืออยู่ใช้สองเท้าถีบตัวทะยานขึ้นจากพื้นดินและแทงลิ่มมานาเล่มที่สี่ในมือเข้าไปในอุโมงค์ปากที่อ้ากว้าง และลำคอของมันจนสุดแขน!
เปรี้ยง!
แรงตบสวนสุดท้ายจากเจ้าหมีซัดร่างของผมจนกระเด็นไถลไปนอนนิ่งจมกองเลือด
ผมขยับร่างกายไม่ได้อีกต่อไปทำได้เพียงนอนนิ่งมองดูเจ้าอสูรร้ายที่ยืนโงนเงนอยู่เบื้องหน้าเลือดสีเข้มของมันไหลทะลักออกจากบาดแผลที่ลำคอราวกับน้ำตกจนย้อมพื้นดินโดยรอบให้กลายเป็นบึงเลือดขนาดย่อม
แม้อยู่ในสภาพปางตายแต่มันยังคงจับจ้องมาที่ผมด้วยดวงตาสีส้มแดงที่อัดแน่นไปด้วยความอาฆาตแค้น
มันพยายามฝืนสังขารก้าวเดินเข้ามาเพื่อปลิดชีพผมทว่าร่างกายที่พังทลายจนถึงขีดสุดกลับทำให้มันเสียหลักล้มตึงลงห่างออกไปเพียงเมตรเดียวเท่านั้น
ไอความร้อนที่เคยแผ่ซ่านอย่างดุดันเริ่มเบาบางลงลมหายใจที่พ่นเถ้าถ่านออกมาก็เริ่มแผ่วจางจนแทบปลิดปลิวทว่าดวงตาคู่นั้นยังคงจับจ้องมาที่ผมไม่วางตาและผมเองก็จ้องลึกเข้าไปในดวงตาของมันเช่นกัน
ภาพที่เห็นในตอนนี้อาจดูน่าตลกในสายตาคนอื่นแต่นี่คือการต่อสู้ครั้งสุดท้ายระหว่างผมกับมันเป็นการเดิมพันด้วยชีวิตที่เหลืออยู่เพียงเฮือกเดียว
เรากำลังแข่งกันว่า...เปลวไฟแห่งชีวิตของใครจะมอดดับลงไปก่อนกัน
ภายใต้ดวงตาคู่นั้นที่กำลังหม่นแสงลงผมมองเห็นทั้งความเกลียดชัง ความเจ็บปวดและความดื้อดึงที่จะลากผมลงนรกไปพร้อมกับมันให้ได้
แต่มันก็น่าแปลก ที่ในวินาทีสุดท้ายผมกลับรู้สึกเหมือนเราสองคนเข้าใจกันได้อย่างประหลาด
ทุกนาทีที่เคลื่อนผ่านลมหายใจของผมแผ่วเบาลงเรื่อยๆ เช่นเดียวกับเจ้าอสูรร้าย
ทว่าดูเหมือนผมจะเป็นฝ่ายได้เปรียบเพราะมวลมานามหาศาลที่ยังเหลืออยู่ช่วยประคองสภาวะสมาธิให้คงอยู่จนถึงตอนนี้ ส่งผลให้ผมยังคงดูสงบเยือกเย็นราวกับไร้ความรู้สึก
ผิดกับเจ้าหมีเถ้าถ่านที่แววตาเริ่มฉายแววแห่งความเหนื่อยล้าออกมาให้เห็น
และในที่สุดแสงสีส้มแดงในดวงตาของมันก็หม่นลง พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนที่ดังขึ้นในหัว
เปลวไฟของมัน...
ดับลงก่อนผมแล้ว
[คุณสังหาร หมีเถ้าถ่าน - เลเวล 26สำเร็จ]
[เลเวล 23 >เลเวล 24]