“เจ้าต้องการพบข้าด้วยเรื่องใด” ฉินจื่อฉิงถาม
ผ่านไปหลายวันแล้วอาการของเสียนซิ่วจึงดีขึ้นบ้างเล็กน้อย ทำให้เวลานี้เขาสามารถลุกขึ้นมานั่งเก้าอี้โดยไม่ต้องนอนติดเตียงอีกต่อไป อีกทั้งตลอดหลายวันที่ผ่านมา ฉิงอ๋องไม่ได้ปล่อยให้เขานอนรอความตายเพียงอย่างเดียว เพราะพระชายาฉิงอ๋องได้มาตรวจดูอาการให้เขาเป็นระยะ แม้ต่อจากนี้เขาอาจต้องถูกประหารต่อหน้าทหารทุกคนก็ตาม แต่การกระทำของฉิงอ๋องและพระชายาช่วยให้เขาได้มีลมหายใจต่ออีกหลายวัน และในระยะหลายวันนี้ก็มากพอที่จะทำให้เขารู้แล้วว่าพี่ชายที่เขาเคารพรักมาตลอดนั้นเห็นแก่ตัวและใจดำมากเพียงใด
เสียนซิ่วไม่ได้หวาดกลัวความตาย เพราะในวันแรกที่พี่ชายหลบหนี เขายังหวังว่าพี่ชายจะกลับมารับเขาเพื่อหนีไปด้วยกัน แต่ผ่านไปแล้วหลายวันเขายังไม่เห็นแม้แต่เงาของพี่ชาย เสียนซิ่วจึงคิดว่าพี่ชายคงหนีไปแคว้นชิงได้สำเร็จแล้ว
เสียนซิ่วหมดหวังและแค้นใจพี่ชายเป็นอย่างมากเพราะไม่คิดว่าพี่ชายเลือกที่จะหลบหนีโดยปล่อยให้เขารอเผชิญหน้ากับฉิงอ๋องเพียงลำพัง ทั้งที่พี่ชายก็รู้ดีว่าด้วยสภาพร่างกายเช่นเขาย่อมไม่อาจหลบหนีออกไปได้ มีเพียงความตายเท่านั้นที่รอเขาอยู่ ผิดกับเขาที่แม้วันนั้นจะบาดเจ็บปางตาย แต่เขายังพาร่างกายที่เต็มไปด้วยบาดแผลมาเตือนพี่ชายว่าฉิงอ๋องได้เดินทางมาถึงชายแดนเหนือแล้ว
เขาคิดว่าเมื่อพี่ชายรู้พี่ชายจะพาเขาหลบหนี แต่พี่ชายกลับไม่เชื่อคำพูดของเขา พี่ชายยังเชื่อคำโกหกของหันกุ้ยมากกว่าคำพูดของเขาเสียอีก ไม่เท่านั้น...เมื่อพี่ชายรู้ความจริงว่าฉิงอ๋องได้เดินทางมาถึงชายแดนเหนือแล้วและฉิงอ๋องเตรียมจะลงโทษพวกตนต่อหน้าทหารในค่าย แทนที่พี่ชายจะพาเขาหนี และเป็นอีกครั้งที่พี่ชายเชื่อคำพูดของคนอื่นมากกว่า เพราะพี่ชายเลือกที่จะเชื่อคำพูดของหลินจี้เหยาว่าเขาคือตัวภาระ สุดท้ายพี่ชายก็ทิ้งเขาแล้วหนีเอาตัวรอดไปคนเดียว
ในเมื่อพี่ชายเลือกที่จะหนีเพื่อเอาชีวิตรอด เขาก็จะไม่ปล่อยให้พี่ชายได้สมหวัง อย่างไรความผิดฐานยักยอกเงินสนับสนุนกองทัพและลักลอบขายเสบียงของกองทัพก็ต้องถูกประหารทั้งตระกูลอยู่แล้ว เช่นนั้นก่อนที่เขาจะตาย เขาจะลากพี่ชายให้ตายไปด้วยกัน
“ท่านอ๋องกำลังตามหาตัวเสียนเซิ่งอยู่ใช่หรือไม่” เสียนซิ่วพูดพร้อมกับมองฉิงอ๋องอย่างพิจารณา แต่น่าเสียดายที่เขากลับไม่เห็นความผิดปกติหรือความสนใจใดบนใบหน้านิ่งเรียบนั้นแม้แต่น้อย
“เจ้าอยากพูดสิ่งใด” ฉินจื่อฉิงยังพูดอย่างใจเย็น
“หากเป็นอย่างที่ข้าเดา ข้าว่าท่านเรียกคนของท่านกลับมาเถิดขอรับ เพราะข้าคิดว่าเวลานี้เสียนเซิ่งน่าจะหนีไปแคว้นชิงแล้ว”
“หนีไปแคว้นชิงอย่างนั้นหรือ? ด่านชายแดนมีจุดตรวจที่เข้มงวดเป็นอย่างมาก ทันทีที่ข้าออกคำสั่งให้จับตัวเสียนเซิ่ง คนที่ด่านย่อมไม่ปล่อยให้เขาผ่านไปได้โดยง่าย”
“ท่านคิดว่าเสียนเซิ่งโง่พอที่จะใช้เส้นทางปกติหรือขอรับ”
ฉิงอ๋องส่ายหน้า “ข้าก็ไม่คิดว่าเขาจะโง่เพียงนั้น แต่คนของข้าได้กระจายกำลังไปเฝ้าตามจุดสำคัญตลอดแนวชายแดนแล้ว เสียนเซิ่งจึงไม่น่าจะหนีรอดไปได้”
เสียนซิ่วยิ้ม “แล้วพื้นที่ที่เป็นแหล่งซ่องสุมของกลุ่มโจรเล่า ท่านได้ส่งคนไปเฝ้าระวังที่นั่นไว้หรือยัง”
ฉิงจื่อฉิงขมวดคิ้วและเริ่มเดาบางอย่าง “พวกเจ้ารู้จักกับโจรกลุ่มนั้นหรือโจรกลุ่มนั้นเป็นคนของพวกเจ้า”
“ท่านอ๋องช่างเฉลียวฉลาดสมคำร่ำลือ ข้าพูดเพียงนิดเดียวท่านก็เดาทุกอย่างได้ หากข้าต้องตายภายใต้คมดาบของท่านก็นับว่าข้ามีบุญวาสนามากแล้ว” เสียนซิ่วยกมือขึ้นคารวะ “น่าเสียดายที่เราได้รู้จักกันในสถานการณ์ที่ไม่ควร ไม่เช่นนั้นข้าคงขอติดตามรับใช้ท่านไปแล้วขอรับ”
“อย่ามัวพูดนอกเรื่องให้เสียเวลา ตกลงเจ้าอยากบอกอะไรกับข้ากันแน่” ฉินจื่อฉิงถามเสียงเข้ม
“ท่านอ๋องอย่าเพิ่งโมโห ข้าจะพูดเดี๋ยวนี้ขอรับ” เสียนซิ่วรีบบอกเพราะทนกับน้ำเสียงกดดันนั้นไม่ไหว “ท่านอ๋องคงรู้เรื่องที่ข้ากับพี่ชายยักยอกเงินสนับสนุนกองทัพกับเรื่องที่เราลักลอบขนเสบียงของกองทัพไปขายแล้วกระมัง เช่นนั้นก็มีอีกเรื่องหนึ่งที่ข้าต้องบอกให้ท่านทราบ นั่นคือโจรกลุ่มนั้นเป็นทหารของแคว้นชิง เป็นเพราะหลายปีมานี้แคว้นชิงประสบปัญหาภัยแล้ง การจะเรียกเก็บภาษีจากราษฎรเพิ่มก็ทำได้ยาก อีกทั้งสภาพภูมิประเทศของแคว้นชิงก็ไม่เหมาะกับการทำเกษตร เมื่อราษฎรและทหารในกองทัพกำลังจะอดตาย รัชทายาทแคว้นชิงจึงส่งให้คนมาติดต่อข้ากับพี่ใหญ่เพื่อขอซื้อเสบียง
ข้ากับพี่ใหญ่เห็นว่าชายแดนสุขสงบและไม่มีสงครามมานานแล้ว ด้วยความโลภเราจึงนำเสบียงของกองทัพไปขายให้กับแคว้นชิง โจรกลุ่มนั้นคือทหารของแคว้นชิงที่ข้ามมาขนเสบียง ส่วนพื้นที่กบด้านของกลุ่มโจรก็คือสถานที่สำหรับพักเสบียงไว้รอขนย้ายขอรับ”
“ที่พวกเจ้าทำเช่นนี้มันต่างอะไรกับการก่อกบฏ!” ฉินจื่อฉิงพูดขึ้นอย่างโมโห “เพราะเงินทองเพียงเล็กน้อยถึงกับทำให้พวกเจ้ากล้าทรยศแคว้น แล้วพวกเจ้าไม่กลัวว่านั่นจะเป็นแผนของแคว้นชิงบ้างหรือ บางทีพวกเขาอาจไม่ได้ขาดแคลนเสบียง แต่พวกเขากำลังทำลายกองกำลังของเราช้าๆ ทหารของเราไม่มีกินจนถึงขั้นจะอดตาย ชาวบ้านที่อยู่รอบค่ายก็กำลังจะอดตายเช่นกัน หากแคว้นชิงส่งกองทัพมาเปิดฉากรบ คนไร้เรี่ยวแรงเหล่านี้ยังจะปกป้องแคว้นได้อีกหรือ!”
เสียนซิ่วหน้าซีดเมื่อได้ยิน เขากับพี่ชายไม่ได้คิดถึงจุดนี้จริงๆ แต่การกระทำของพวกเขาก็ไม่ใช่เพราะเงินเพียงอย่างเดียว “ความ...ความจริงแล้วข้ากับพี่ชายไม่ได้ทำไปเพราะต้องการเงินเพียงอย่างเดียว แต่เรา...เราทำทุกอย่างเพื่อเสียนอ๋องด้วยขอรับ”
“เรื่องนี้เกี่ยวอะไรกับเสียนอ๋อง” ฉินจื่อฉิงถาม “เจ้ารีบพูดมาและอย่าได้คิดที่จะโกหกข้า”
“ตระกูลเสียนเราเตรียมพร้อมสำหรับการขึ้นรับตำแหน่งรัชทายาทของเสียนอ๋องเป็นอย่างมาก หลังจากเสียนกุ้ยเฟยกับหัวหน้าตระกูลได้ปรึกษากัน หัวหน้าตระกูลจึงสั่งให้ข้ากับพี่ใหญ่พยายามสานสัมพันธ์และทำข้อเสนอเรื่องการสงบศึกที่ชายแดนให้สำเร็จ เพื่อเป็นการสร้างผลงานให้เสียนอ๋องขอรับ
จากนั้นข้ากับพี่ใหญ่ก็มีโอกาสได้เจรจากับรัชทายาทแคว้นชิง จึงเป็นที่มาเรื่องการลักลอบขายเสบียงเพื่อแลกกับการพักรบ รอจนกระทั่งเสียนอ๋องถูกแต่งตั้งให้เป็นรัชทายาท ถึงตอนนั้นจะมีการเจรจาเรื่องผลประโยชน์ครั้งใหญ่กันอีกที ซึ่งข้าคิดว่าน่าจะเป็นเรื่องผลประโยชน์ของเหมืองหยก แต่น่าเสียดายที่เสียนอ๋องป่วยตายไปเสียก่อน แผนที่เตรียมไว้จึงต้องล้มเลิกไปขอรับ”
ฉินจื่อฉิงถอนหายใจเพราะไม่คิดว่าเสียนอ๋องจะโง่เขลาถึงเพียงนี้ กล้าแม้กระทั่งให้คนของตนเองลักลอบขายเสบียง เขาไม่คิดบ้างหรือว่าหากเกิดสงครามขึ้นจริงๆ ทหารของตนจะเอาเรี่ยวแรงใดไปรบกับศัตรู อย่าว่าแต่เจรจาผลประโยชน์ในภายหลัง แม้แต่แผ่นดินก็คงจะปกป้องไว้ไม่ได้แล้วกระมัง
“เอาล่ะ ตอนนี้ข้ารู้แล้วว่าที่เจ้าคงอยากให้ข้าตามไปสังหารเสียนเซิ่งเพื่อเป็นการแก้แค้นที่เขาไม่ได้พาเจ้าหนีไปด้วยใช่หรือไม่” ฉินจื่อฉิงถามเมื่อเดาเหตุการณ์ทุกอย่างออกแล้ว
“อย่างไรโทษของการยักยอกเงินและลอบขายเสบียงต้องถูกประหารชีวิตทั้งตระกูล เสียนเซิ่งก็เป็นลูกหลานตระกูลเสียนเช่นกัน เช่นนั้นเขาย่อมต้องถูกนำตัวมาประหารร่วมกับคนในตระกูลสิขอรับ” เสียนซิ่วขอร้อง “ท่านอ๋องพาเสียนเซิ่งกลับมารับโทษให้ได้นะขอรับ”
“ข้าไม่ปล่อยเสียนเซิ่งให้รอดไปได้แน่” ฉินจื่อฉิงจ้องเสียนซิ่ว “เห็นแก่ที่เจ้านำเรื่องสำคัญมาบอก ข้าก็มีเรื่องสำคัญเรื่องหนึ่งอยากบอกให้เจ้าได้รู้ก่อนที่เจ้าจะตาย”
“เรื่องสำคัญใดหรือขอรับ” เสียนซิ่วถามอย่างสงสัย
“ต่อให้เสียนอ๋องยังมีชีวิตอยู่ ตระกูลเสียนของพวกเจ้าก็ไม่อาจเสวยสุขกับผลประโยชน์จากเหมืองหยกนั้นได้หรอก หรือแม้พวกเจ้าจะทำลายหลักฐานเกี่ยวกับการทุจริตทั้งหมดไปได้ แต่สุดท้ายพวกเจ้าก็ต้องถูกตัดสินประหารชีวิตทั้งตระกูลอยู่ดี” ฉินจื่อฉิงจ้องเสียนซิ่ว “เพราะเสียนอ๋องร่วมมือกับโหราจารย์เถียนอู้ชิงบัลลังก์ แต่ที่ฝ่าบาทประกาศออกไปว่าเขาป่วยก็เพราะไม่อยากให้เสียนอ๋องถูกเรียกว่ากบฏ แต่หากฝ่าบาทรู้ว่าตระกูลเสียนของพวกเจ้าร่วมมือกับแคว้นชิงมาทำลายกองทัพ พระเมตตาที่เคยให้คงต้องเรียกคืนแล้ว”
เสียนซิ่วคิดว่าเสียนกุ้ยเฟยกับผู้นำตระกูลเพียงแค่ต้องการสร้างผลงานไว้ให้เสียนอ๋อง ส่วนเหมืองหยกคงเป็นผลพลอยได้ เขากับพี่ชายจึงทุ่มสุดตัวเพื่อทำตามคำสั่งให้สำเร็จ เพราะพวกเขาอยากทำให้ตระกูลเสียนขึ้นมาเป็นตระกูลใหญ่ในเมืองหลวง แต่ไม่คิดว่าการกระทำของเขากับพี่ชายจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของการก่อกบฏ คิดถึงตรงนี้เสียนซิ่วก็กระอักเลือดออกมาในทันที
ฉินจื่อฉิงสั่งให้คนของตนเลิกตามหาเสียนเซิ่งหลังจากที่รู้ว่าเสียนเซิ่งหลบหนีไปแคว้นชิง ส่วนเสียนซิ่วถูกตัดสินประหารชีวิตต่อหน้าทหารและครอบครัวทหารที่มาร่วมฟังคำตัดสิน
ทันทีที่เสียนซิ่วถูกประหาร ทหารในค่ายรวมถึงชาวบ้านที่มาร่วมเป็นสักขีพยานต่างคุกเข่าโขกศีรษะพร้อมกับกล่าวยกย่องฉิงอ๋องของพวกเขา เพราะหากฉิงอ๋องไม่เดินทางมาชายแดนเหนือก็ไม่รู้ว่าพวกเขาต้องถูกเสียนเซิ่งกับเสียนซิ่วทำให้ตายวันใด
ส่วนสถานการณ์ทางเมืองหลวงก็ได้รับความสนใจไม่แพ้กัน ฝ่าบาททรงมีรับสั่งให้เปิดเผยสาเหตุการเสียชีวิตของเสียนอ๋องและเสียนกุ้ยเฟยโดยไม่คิดจะปิดบังอีก
ป้ายวิญญาณของเสียนอ๋องและเสียนกุ้ยเฟยถูกนำมาไว้ที่ลานประหารด้วย เมื่อคนตระกูลเสียนถูกประหารชีวิต ป้ายวิญญาณของเสียนอ๋องและเสียนกุ้ยเฟยก็ถูกทำลายทิ้งไปต่อหน้าราษฎรที่มาดูเหตุการณ์ ตระกูลเสียนในแผ่นดินต้าสุ่ยนับว่าจบสิ้นแล้ว
เสียนเซิ่งที่หลบหนีไปอยู่แคว้นชิงเมื่อรู้ว่าตระกูลเสียนของเขาถูกประหารชีวิตทั้งตระกูลในข้อหากบฏ นอกจากเขาจะไม่สำนึกในความผิด เขายังโทษว่าทั้งหมดเป็นความผิดของฉินจื่อฉิง เสียนเซิ่งจึงร่วมมือกับรัชทายาทแคว้นชิงเพื่อเตรียมนำกำลังไปบุกชายแดน อย่างไรเสียนเซิ่งก็เป็นทหารมาหลายปี มีพื้นที่ใดเป็นจุดอ่อนที่เขาไม่รู้บ้าง ต่อให้ฉินจื่อฉิงจะได้ชื่อว่าเทพสงครามที่รบไม่เคยแพ้ แต่เขาไม่เชื่อหรอกว่าคนรักภรรยาเช่นฉินจื่อฉิงจะไม่สนใจชีวิตของพ่อตาและแม่ยาย ไม่ใช่ใครๆ ต่างก็พูดกันว่าฉินจื่อฉิงรักพระชายาของตนมากหรอกหรือ
“หากยึดเมืองทั้งสามเมืองตามชายแดนเหนือมาได้ เราจะมอบให้เจ้าเป็นเจ้าเมืองดูแลทั้งสามเมืองนั้น และยังจะมอบรายได้จากเหมืองหยกให้เจ้าด้วยสองส่วน” ชิงเจี้ยนบอก
“ขอบพระทัยพ่ะย่ะค่ะ” เสียนเซิ่งตอบรับอย่างยินดี
“แต่เจ้าอย่าลืมที่สัญญาไว้ เราอนุญาตให้เจ้าสังหารฉินจื่อฉิงได้ แต่เจ้าต้องพาซูหยุนหรานกลับมาหาเรา” ชิงเจี้ยนเกือบเผลอเอามือไปจับบริเวณนั้นของตนเข้าแล้ว ตั้งแต่พบความผิดปกติที่บริเวณนั้น เขาก็ไม่เคยมีสัมพันธ์กับสตรีนางใดอีกเลย จนเกิดข่าวลือตามมามากมายว่าเขาเบี่ยงเบนไปชอบเพศเดียวกันแล้วด้วยซ้ำ
“กระหม่อมรับบัญชา กระหม่อมจะสังหารฉินจื่อฉิงให้ได้ และจะพาซูหยุนหรานกลับมารักษาโรคประหลาดของพระองค์ให้ได้เช่นกันพ่ะย่ะค่ะ” เสียนเซิ่งกล่าวอย่างหนักแน่น