ย้อนเวลามาเป็นเซียนหุ้น ( จบภาค )

    บทที่ 46 & เชียร์ลีดเดอร์


               ณรัชต์ยืนดูสองพ่อลูกคุยกันด้วยความสนใจ

               คงเพราะแปลกดีล่ะมั้ง พ่อพูดอังกฤษไป ลูกสาวก็ตอบกลับมาด้วยภาษาไทย แต่ก็คุยกันรู้เรื่อง เหมือนจะได้ยินภาษาอังกฤษบวกกับศัพท์คำนามเป็นภาษาอีสานในประโยคของคนพ่อด้วย ฟังแล้วสนุกดี


                มิสเตอร์มิลเลอร์หันมาเห็นณรัชต์ยังไม่ไปไหน จึงถอดกล้องที่คล้องคอออกมาวานให้เขาช่วยถ่ายรูปคู่กับลูกสาวให้ด้วย

                ณรัชต์รับกล้องแล้วถอยออกมาให้ได้ระยะที่พอเหมาะเพื่อถ่ายรูป


                มองผ่านเลนส์แล้วชุดเชียร์ลีดเดอร์สีชมพูก็สวยดี แขนยาวจรดข้อศอก ดูจะเรียบร้อยกว่าชุดเชียร์ลีดเดอร์สีอื่น ๆ

               ถ่ายเสร็จไปหนึ่งรูป มิสเตอร์มิลเลอร์ก็พูดกับลูกสาวอีกประโยคสองประโยค เหมือนจะให้ชวนเพื่อน ๆ ของลูกสาวมาถ่ายรูปด้วย เขาจึงเห็นคนลูกสาวหันไปเรียกกลุ่มเพื่อน ๆ ที่นั่งพักอยู่แถว ๆ นั้นให้มาถ่ายรูปด้วยกัน

               

                เขาเห็นเพื่อนของเธอที่คุ้นหน้าคุ้นตาหลายคนเฮโลเข้ามาล้อมถ่ายรูปร่วมกัน


                ณรัชต์นับหนึ่ง สอง สาม แล้วกดชัตเตอร์


                'ทำไมกดถ่ายไม่ได้หว่า' ณรัชต์ก้มมองกล้องในมือด้วยความฉงน


                'หืม กล้องฟิล์มแบบนิ้วหมุนเลื่อนฟิล์ม จะคลาสสิคไปไหนเนี่ย ว่าแต่....มันต้องหมุนไปทางไหนนะ'เขาคิดด้วยความฉงน


                 ลูกสาวมิสเตอร์มิลเลอร์ดูเหมือนจะเข้าใจความงงงวยของณรัชต์ จึงเดินเข้ามาใกล้ ๆ ตากล้องแล้วใช้ปลายนิ้วเตะที่นิ้วโป้งของเขาแล้วเลื่อนบอกว่าต้องหมุนไปทิศทางไหน

                  เขาพยักหน้าเข้าใจแล้วหมุนเลื่อนฟิล์มไปเพื่อเตรียมถ่ายรูปต่อ


                 พอคนบอกเดินกลับไปณรัชต์มองตามแล้วก็อดร้อง อื้อหือในใจไม่ได้

                 เมื่อมองตามรุ่นน้องก็ไปเห็นชุดเชียร์ลีดเดอร์ที่ดูเหมือนเรียบร้อยแต่ด้านหลังเว้าลึก โล่งมาก ขาวโพลนเลยทีเดียว


                 นับหนึ่ง สอง สาม ถ่ายรูป แล้วตามด้วยรูปเผื่อกันเสียอีกหนึ่งรูปแล้วเขาก็เตรียมคืนกล้อง

                 แต่เพื่อนของรุ่นน้องเชียร์ลีดเดอร์คนหนึ่งที่ณรัชต์มักเห็นอยู่ด้วยกันบ่อย ๆ วิ่งออกมาจากกลุ่มถ่ายรูปมาหาเขาแล้วบอกขึ้นว่า


                 "มาพี่ ตานี้พี่ไปยืนแทนที่หนูเลยนะ"รุ่นน้องบอกเขาพร้อมยื่นมือรับกล้องถ่ายรูป


                 ณรัชต์รับคำอย่าง งงๆ ก่อนเดินเข้าเฟรมไปถ่ายรูปร่วมด้วย 'ตากล้องเกี่ยวไรด้วยหว่า'

                 ถ่ายรูปกลุ่มหนึ่งรูปเสร็จ ตากล้องก็ร้องบอกกำกับมาอีก


                 "คราวนี้ขอรูปคู่ค่ะ" ทุกคนค่อย ๆ ถอยออกจากเฟรมปล่อยให้เชียร์ลีดเดอร์ถ่ายรูปคู่กับพ่ออีกใบ


                  "ไม่ใช่ค่ะ ขอรูปคู่กับตากล้องด้วยค่ะ จะไปไหนคะนั่น"เสียงเรียกมาทางณรัชต์


                 'หือ ต้องมีถ่ายคู่กับตากล้องด้วยเหรอ' เขาเดินเข้าไปแทนที่มิสเตอร์มิลเลอร์ที่ถอยออกจากเฟรมอย่างงงๆ


                 ถ่ายรูปคู่ไปหนึ่งรูปเสร็จ ตากล้องเพื่อสนิทเชียร์ลีดเดอร์ก็ร้องบอกขึ้นมาอีก


                "ถ่ายอีกรูปค่ะ ขอยืนชิดๆ ด้วย ขยับชิดๆ กันนิดนึง ภาพจะได้สวย ๆ "

                 เสียงคนถ่ายรูปกำกับการยืนราวกับตากล้องมืออาชีพร้องบอกมา สองคนในเฟรมขยับเข้ามาชิดกันตามคำสั่งตากล้อง


                ณรัชต์คิดถึงช่วงชีวิตที่แล้ว เขาก็เคยมีรูปถ่ายกับน้องบีน่า

                เป็นรูปถ่ายงานสังสรรค์ศิษย์เก่าของโรงเรียนเขาในปีหนึ่งที่จัดในกรุงเทพฯ ทำให้ปีนั้นเขาได้ถ่ายรูปใกล้ ๆ เธอด้วย

                เมื่อเอามาอวดลูกน้องกับแม่บ้านโรงงาน ทุกคนต่างอิจฉา ที่เขาได้ถ่ายรูปร่วมกับดาราดัง


                นึกขึ้นได้ณรัชต์จึงหันไปพูดกับรุ่นน้องที่ยืนข้าง ๆ


                "อ้อ น้องบีน่า พี่ขอฝากอัดรูปเผื่อพี่ด้วยนะ"

                'คราวนี้เขาได้ถ่ายรูปคู่ด้วย อนาคตเขาอวดได้มากกว่าเดิมอีก หึ หึ' คิดในใจด้วยความปลื้มปริ่ม


                "ค่ะ" เสียงรุ่นน้องตอบมาเบา ๆ ณรัชต์มองรุ่นน้องที่ยืนหน้าแดงหูแดงอยู่ข้างๆ 'ยืนนานสงสัยจะร้อนแดดละ' เขาจึงบอกลา

                ก่อนหันไปเซย์กู๊ดบายกับมิสเตอร์มิลเลอร์ที่ยืนอยู่ไม่ห่างด้วย แล้วเดินออกจากแถวสแตนด์สีชมพู


                เดินผ่านสแตนด์สีชมพู ตรงไปหาสีเหลืองของเขาที่อยู่ถัดไปอีกสองสแตนด์

                ตอนนี้เป็นช่วงพักเที่ยง ฝ่ายต่าง ๆ ล้วนกำลังพักทานข้าว หรือพักผ่อนอิริยาบถกัน ณรัชต์เดินเลี้ยวเข้าไปที่โต๊ะ ๆ หนึ่งที่ตั้งหลังสแตนด์สีเหลือง แจ้งเพื่อนฝ่ายอำนวยการของสีที่นั่งอยู่หน้าโต๊ะถึงจำนวนของข้าวกล่องที่ต้องการ

                เบิกข้าวกล่องใส่ถุงตามจำนวนสตาฟกับนักกีฬาแล้วเขาก็เดินออกจากโต๊ะเพื่อกลับไปหานักกีฬาของเขา


                เดินผ่านกลุ่มเชียร์ลีดเดอร์ของสีเหลืองณรัชต์ก็มองเห็นส้ม กำลังนั่งใช้มือข้างหนึ่งทุบที่ขาตัวเองเบา ๆ แก้เมื่อย อีกมือกำลังกวักเรียกเขาอยู่

                มองไปแล้วเห็นคนเรียกทำหน้าบึ้ง ๆ เขาจึงส่ายหัวตอบ ยกถุงข้าวกล่องในมือทั้งสองข้างให้ดูเป็นข้ออ้าง พร้อมรีบเดินหนีไปอย่างรวดเร็ว


                กลับมาถึงที่ข้างสนามกีฬาจุดที่สตาฟกับนักกีฬานั่งรวมกัน นักกีฬาของพวกเขาล้างหน้าล้างตากันเรียบร้อยและกำลังนั่งคุยกันอยู่ ณรัชต์เดินแจกจ่ายข้าวกล่องให้ทุกๆ คนจนครบ ก่อนกินมื้อเที่ยงไปนั่งคุยกันไปด้วยความสนุกสนาน


                "คราวนี้พวกหนูชนะอีก ได้เหรียญทองด้วย พี่นะจะมีรางวัลอะไรเพิ่มอีกหรือเปล่าคะ" เสียงรุ่นน้องนักกีฬามองหน้าเขาด้วยแววตามีความหวัง


                "น้องปิ่นอยากได้อะไร" ณรัชต์หันไปถามรุ่นน้องที่ออกแรงทุ่มเทในการแข่งขันมากที่สุด


               "หนูแล้วแต่พี่นะเลยค่ะ" รุ่นน้องที่ว่าง่ายตอบกลับมา


                "งั้นอาทิตย์หน้าไปดูหนังกันนะ แฮรี่พอตเตอร์ฯ เข้าโรงฯ พอดี พี่เลี้ยงทั้งหนังทั้งบุฟเฟ่เลย"เขาบอกรุ่นน้องอย่างใจป้ำเพราะเห็นทุกคนตั้งใจซ้อมกันมาเป็นเดือนจึงอยากให้รางวัล


                เสียงเฮของรุ่นน้องและสตาฟที่มั่วนิ่มดีใจด้วยดังขึ้น


                กินมื้อเที่ยงเสร็จ กรรมการก็มาเรียกขึ้นไปทำพิธีรับเหรียญและถ้วยพอดี

                พวกเขาตามไปที่แท่นพิธีหน้าสนามกีฬาที่เป็นฝั่งกรรมการและอาจารย์ทั้งหลาย ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามสแตนด์เชียร์ที่เชียร์ลีดเดอร์กับกองเชียร์ที่ตอนนี้กำลังทยอยกันขึ้นสแตนด์เพื่อเริ่มแข่งเชียร์กันต่อในรอบบ่าย


                ณรัชต์มองนักกีฬาของพวกเขาที่กำลังชูถ้วยอยู่บนแท่นอันดับหนึ่ง

               ถ้วยที่ได้มาก็ได้เอาไว้ชูไปงั้นๆ ล่ะ เพราะสุดท้ายก็ต้องคืนอยู่ดี ที่พอเป็นรูปธรรมหน่อยก็คงเป็นขนมปี๊บที่เป็นรางวัลแถมพ่วงมา


                เฮ้อ!!! ทุ่มเวลากันมากมายเพื่อขนมปี๊บนี่อ่ะนะ เขาอดขำไม่ได้


                ได้ถ้วยมา กลุ่มสตาฟกับนักกีฬาก็เอามาถ่ายรูปกันสักหน่อย ก่อนจะส่งคืนคณะกรรมการเลย

                ส่วนขนมปี๊บที่ได้เป็นรางวัลมา พวกเขาถามนักกีฬาแล้ว แต่ไม่มีใครสนใจสักคน สุดท้ายเล้งจึงอาสาเอาไปเอง นัยว่าไปแจกน้องชายที่บ้าน


                หลังจากนั้นพวกเขาก็ปล่อยนักกีฬาทุกคนให้เป็นอิสระไปเดินเที่ยวงานกีฬาสีกันตามสบาย


                เขาเดินดูกีฬาต่างๆ ที่แข่งกันตลอดบ่ายจนถึงเย็น จนถึงเวลาประกาศสรุปเหรียญของสีต่าง ๆ

                หลังจากนั้นก็เป็นการประกาศคะแนนลำดับการประกวดต่าง ๆ ของสี


                ซึ่งก็ยังคงเหมือนเดิมไม่ต่างจากช่วงชีวิตที่แล้วของเขา โดยสีเหลืองของพวกเขาได้อันดับหนึ่งด้านความสวยงามของสแตนด์เชียร์ ส่วนกองเชียร์ได้ที่สอง และเชียร์ลีดเดอร์ก็ได้ที่สอง รู้สึกจะแพ้สีชมพูซึ่งรวมดาวโรงเรียนที่ได้อันดับหนึ่งไป


                เมื่อจบงานกีฬาสี เพื่อนสนิทของเขาต่างคนต่างแยกย้ายกันไปทำธุระกันตามอัธยาศัย



                ณรัชต์จึงไปร้านอินเทอร์เน็ตคนเดียวในตอนเย็น

                วันนี้เป็นวันสุดท้ายของการส่งงบการเงินให้ตลาดหลักทรัพย์ของไตรมาสนี้แล้ว  ดังนั้นเขาจึงต้องไปตรวจงบการเงินพวกหุ้นที่เขาถืออยู่สักหน่อย

                สิ้นวันนี้ หุ้นโรงพยาบาล R ของเขายังคงค้างอยู่ที่ราคาซิลลิ่งที่ 72 โดยไม่มีคนเทขายกดราคาหุ้นลงมาได้เลย ส่วนหุ้นโรงพยาบาลที่เหลือก็มีบางตัวที่ราคาขยับขึ้นแรงเล็กน้อยก่อนตลาดจะปิดในตอนเย็น

                 สงสัยจะมีบางคนเห็นงบก่อนที่จะมีประกาศออกมา


                 ณรัชต์นั่งเล่นเน็ตหาข่าวหุ้นโรงพยาบาล R ไปพลาง ๆ ระหว่างรอการอัปเดตข่าวงบการเงินของหุ้นโรงพยาบาลต่างๆ ที่เขาถือหุ้นอยู่ เขาเห็นข่าวลือในเน็ตบ้างแล้ว เป็นประเด็นที่เขาคาดไว้จริง ๆ มีข่าวซุบซิบในหนังสือพิมพ์หุ้นข่าวหนึ่ง ลงข่าวว่า มีข่าวจาก'แหล่งข่าว' ประมาณว่าจะมีการเทคโอเวอร์ โรงพยาบาล R จากโรงพยาบาลขนาดใหญ่ในตลาดหุ้นโรงพยาบาลหนึ่ง

                  ซึ่งโรงพยาบาลนี้เป็นโรงพยาบาลที่เขาตัดออกตั้งแต่ต้นไม่ได้ซื้อเพราะเป็นหุ้นขนาดใหญ่เกินไป ที่อาจราคาจะขึ้นลงน้อยไม่ทันใจการเก็งกำไรคราวนี้ของเขา


                  กลับไปดูงบการเงินของโรงพยาบาลต่าง ๆ ที่ประกาศออกมาแล้ว ก็เป็นไปตามคาด

                  หุ้นแต่ละตัวล้วนกำไรเพิ่มจากปีที่แล้วไม่ต่ำกว่า 20 เปอร์เซ็นต์ โดยเฉพาะโรงพยาบาล M กำไรถึงกับเพิ่มขึ้นเท่าตัวคือ 100 เปอร์เซ็นต์


                  มิน่า.....ก่อนปิดตลาดถึงราคาวิ่งแรงขนาดนั้น


                  ระหว่างดูงบตัวเลขต่าง ๆ ของหุ้นโรงพยาบาลทั้งหลายที่เขาถืออยู่จนหมดแล้ว


                  ณรัชต์ก็เปิดดูความเคลื่อนไหวของราคาหุ้นตัวอื่นคร่าว ๆ จนไปสะดุดหุ้นที่เขาเห็นบ่อย ๆ เป็นประจำตัวหนึ่งเข้า


                 เฮ้ย!!!! นี่เขาลืมหุ้นตัวนี้ไปได้ยังไงเนี่ย

                 หุ้นตัวนี้ต่อให้เป็นชีวิตที่แล้วของเขาก็ยังรู้จักความเคลื่อนไหวของราคาหุ้นตัวนี้แทบจะในทุกช่วงเวลาแม้กระทั่งตอนที่เขายังไม่ได้เข้าตลาดหุ้นก็ตาม

                เพราะหุ้นบางตัวมันก็ดังจนคนเล่นหุ้นแทบจะส่วนใหญ่รู้จักความเคลื่อนไหวของราคาในอดีตแทบทั้งนั้น


                 ดูเหมือนว่าคราวนี้ หุ้นตัวต่อไปของเขา จะไม่ต้องลำบากคิดมากเหมือนพวกตัวก่อน ๆ สินะเนี่ย


                มีเป้าหมายหุ้นตัวใหม่รอไว้แล้ว คราวนี้เขาสบายเลย ณรัชต์ผิวปากอารมณ์ดีก่อนปิดคอมฯ



    --------------------------------

    Name : ณรัชต์

    Asset : เงินสดในบัญชีหุ้น 48,400 บาท

             : ตึกแถว 2 ห้อง ราคาปัจจุบัน 850,000 บาท

             : เงินสดในบัญชีธนาคาร 100,000 บาท

    -หุ้นโรงพยาบาล K จำนวน 60,000 หุ้น จากราคา 14.5 บาท ราคาปัจจุบัน 15 บาท

    -หุ้นโรงพยาบาล M จำนวน 72,000 หุ้น จากราคา 16 บาท ราคาปัจจุบัน 20 บาท

    -หุ้นโรงพยาบาล N จำนวน 28,800 หุ้น จากราคา 29 บาท ราคาปัจจุบัน 30 บาท

    -หุ้นโรงพยาบาล R จำนวน 18,000 หุ้น จากราคา 56 บาท ราคาปัจจุบัน 72 บาท


    มูลค่าสินทรัพย์รวม : 48,400 + 850,000 + 100,000 + 900,000 + 1,440,000 + 864,000 + 1,296,000

                              = จาก 5,151,600 บาท ปัจจุบัน 5,498,400 บาท


    คล้ายกับเรื่องย้อนเวลามาเป็นเซียนหุ้น ( จบภาค ) ที่คุณอ่าน

    บันทึกสงครามวอร์เทนเนีย (Wortenia Senki)

    บันทึกสงครามวอร์เทนเนีย (Wortenia Senki)

    นิยาย แฟนตาซี
    64K 246
    เลเวลอัพ

    เลเวลอัพ

    นิยาย เกมออนไลน์
    738K 4984
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    นิยาย แฟนตาซี
    1K 34
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    ข้าจะเป็นเศรษฐีแห่งราชวงศ์หมิง

    ข้าจะเป็นเศรษฐีแห่งราชวงศ์หมิง

    นิยาย แฟนตาซี
    81K 280
    เหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 1 เหนือพิภพ)

    เหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 1 เหนือพิภพ)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.45M 659
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810