ณรัชต์ยืนดูสองพ่อลูกคุยกันด้วยความสนใจ
คงเพราะแปลกดีล่ะมั้ง พ่อพูดอังกฤษไป ลูกสาวก็ตอบกลับมาด้วยภาษาไทย แต่ก็คุยกันรู้เรื่อง เหมือนจะได้ยินภาษาอังกฤษบวกกับศัพท์คำนามเป็นภาษาอีสานในประโยคของคนพ่อด้วย ฟังแล้วสนุกดี
มิสเตอร์มิลเลอร์หันมาเห็นณรัชต์ยังไม่ไปไหน จึงถอดกล้องที่คล้องคอออกมาวานให้เขาช่วยถ่ายรูปคู่กับลูกสาวให้ด้วย
ณรัชต์รับกล้องแล้วถอยออกมาให้ได้ระยะที่พอเหมาะเพื่อถ่ายรูป
มองผ่านเลนส์แล้วชุดเชียร์ลีดเดอร์สีชมพูก็สวยดี แขนยาวจรดข้อศอก ดูจะเรียบร้อยกว่าชุดเชียร์ลีดเดอร์สีอื่น ๆ
ถ่ายเสร็จไปหนึ่งรูป มิสเตอร์มิลเลอร์ก็พูดกับลูกสาวอีกประโยคสองประโยค เหมือนจะให้ชวนเพื่อน ๆ ของลูกสาวมาถ่ายรูปด้วย เขาจึงเห็นคนลูกสาวหันไปเรียกกลุ่มเพื่อน ๆ ที่นั่งพักอยู่แถว ๆ นั้นให้มาถ่ายรูปด้วยกัน
เขาเห็นเพื่อนของเธอที่คุ้นหน้าคุ้นตาหลายคนเฮโลเข้ามาล้อมถ่ายรูปร่วมกัน
ณรัชต์นับหนึ่ง สอง สาม แล้วกดชัตเตอร์
'ทำไมกดถ่ายไม่ได้หว่า' ณรัชต์ก้มมองกล้องในมือด้วยความฉงน
'หืม กล้องฟิล์มแบบนิ้วหมุนเลื่อนฟิล์ม จะคลาสสิคไปไหนเนี่ย ว่าแต่....มันต้องหมุนไปทางไหนนะ'เขาคิดด้วยความฉงน
ลูกสาวมิสเตอร์มิลเลอร์ดูเหมือนจะเข้าใจความงงงวยของณรัชต์ จึงเดินเข้ามาใกล้ ๆ ตากล้องแล้วใช้ปลายนิ้วเตะที่นิ้วโป้งของเขาแล้วเลื่อนบอกว่าต้องหมุนไปทิศทางไหน
เขาพยักหน้าเข้าใจแล้วหมุนเลื่อนฟิล์มไปเพื่อเตรียมถ่ายรูปต่อ
พอคนบอกเดินกลับไปณรัชต์มองตามแล้วก็อดร้อง อื้อหือในใจไม่ได้
เมื่อมองตามรุ่นน้องก็ไปเห็นชุดเชียร์ลีดเดอร์ที่ดูเหมือนเรียบร้อยแต่ด้านหลังเว้าลึก โล่งมาก ขาวโพลนเลยทีเดียว
นับหนึ่ง สอง สาม ถ่ายรูป แล้วตามด้วยรูปเผื่อกันเสียอีกหนึ่งรูปแล้วเขาก็เตรียมคืนกล้อง
แต่เพื่อนของรุ่นน้องเชียร์ลีดเดอร์คนหนึ่งที่ณรัชต์มักเห็นอยู่ด้วยกันบ่อย ๆ วิ่งออกมาจากกลุ่มถ่ายรูปมาหาเขาแล้วบอกขึ้นว่า
"มาพี่ ตานี้พี่ไปยืนแทนที่หนูเลยนะ"รุ่นน้องบอกเขาพร้อมยื่นมือรับกล้องถ่ายรูป
ณรัชต์รับคำอย่าง งงๆ ก่อนเดินเข้าเฟรมไปถ่ายรูปร่วมด้วย 'ตากล้องเกี่ยวไรด้วยหว่า'
ถ่ายรูปกลุ่มหนึ่งรูปเสร็จ ตากล้องก็ร้องบอกกำกับมาอีก
"คราวนี้ขอรูปคู่ค่ะ" ทุกคนค่อย ๆ ถอยออกจากเฟรมปล่อยให้เชียร์ลีดเดอร์ถ่ายรูปคู่กับพ่ออีกใบ
"ไม่ใช่ค่ะ ขอรูปคู่กับตากล้องด้วยค่ะ จะไปไหนคะนั่น"เสียงเรียกมาทางณรัชต์
'หือ ต้องมีถ่ายคู่กับตากล้องด้วยเหรอ' เขาเดินเข้าไปแทนที่มิสเตอร์มิลเลอร์ที่ถอยออกจากเฟรมอย่างงงๆ
ถ่ายรูปคู่ไปหนึ่งรูปเสร็จ ตากล้องเพื่อสนิทเชียร์ลีดเดอร์ก็ร้องบอกขึ้นมาอีก
"ถ่ายอีกรูปค่ะ ขอยืนชิดๆ ด้วย ขยับชิดๆ กันนิดนึง ภาพจะได้สวย ๆ "
เสียงคนถ่ายรูปกำกับการยืนราวกับตากล้องมืออาชีพร้องบอกมา สองคนในเฟรมขยับเข้ามาชิดกันตามคำสั่งตากล้อง
ณรัชต์คิดถึงช่วงชีวิตที่แล้ว เขาก็เคยมีรูปถ่ายกับน้องบีน่า
เป็นรูปถ่ายงานสังสรรค์ศิษย์เก่าของโรงเรียนเขาในปีหนึ่งที่จัดในกรุงเทพฯ ทำให้ปีนั้นเขาได้ถ่ายรูปใกล้ ๆ เธอด้วย
เมื่อเอามาอวดลูกน้องกับแม่บ้านโรงงาน ทุกคนต่างอิจฉา ที่เขาได้ถ่ายรูปร่วมกับดาราดัง
นึกขึ้นได้ณรัชต์จึงหันไปพูดกับรุ่นน้องที่ยืนข้าง ๆ
"อ้อ น้องบีน่า พี่ขอฝากอัดรูปเผื่อพี่ด้วยนะ"
'คราวนี้เขาได้ถ่ายรูปคู่ด้วย อนาคตเขาอวดได้มากกว่าเดิมอีก หึ หึ' คิดในใจด้วยความปลื้มปริ่ม
"ค่ะ" เสียงรุ่นน้องตอบมาเบา ๆ ณรัชต์มองรุ่นน้องที่ยืนหน้าแดงหูแดงอยู่ข้างๆ 'ยืนนานสงสัยจะร้อนแดดละ' เขาจึงบอกลา
ก่อนหันไปเซย์กู๊ดบายกับมิสเตอร์มิลเลอร์ที่ยืนอยู่ไม่ห่างด้วย แล้วเดินออกจากแถวสแตนด์สีชมพู
เดินผ่านสแตนด์สีชมพู ตรงไปหาสีเหลืองของเขาที่อยู่ถัดไปอีกสองสแตนด์
ตอนนี้เป็นช่วงพักเที่ยง ฝ่ายต่าง ๆ ล้วนกำลังพักทานข้าว หรือพักผ่อนอิริยาบถกัน ณรัชต์เดินเลี้ยวเข้าไปที่โต๊ะ ๆ หนึ่งที่ตั้งหลังสแตนด์สีเหลือง แจ้งเพื่อนฝ่ายอำนวยการของสีที่นั่งอยู่หน้าโต๊ะถึงจำนวนของข้าวกล่องที่ต้องการ
เบิกข้าวกล่องใส่ถุงตามจำนวนสตาฟกับนักกีฬาแล้วเขาก็เดินออกจากโต๊ะเพื่อกลับไปหานักกีฬาของเขา
เดินผ่านกลุ่มเชียร์ลีดเดอร์ของสีเหลืองณรัชต์ก็มองเห็นส้ม กำลังนั่งใช้มือข้างหนึ่งทุบที่ขาตัวเองเบา ๆ แก้เมื่อย อีกมือกำลังกวักเรียกเขาอยู่
มองไปแล้วเห็นคนเรียกทำหน้าบึ้ง ๆ เขาจึงส่ายหัวตอบ ยกถุงข้าวกล่องในมือทั้งสองข้างให้ดูเป็นข้ออ้าง พร้อมรีบเดินหนีไปอย่างรวดเร็ว
กลับมาถึงที่ข้างสนามกีฬาจุดที่สตาฟกับนักกีฬานั่งรวมกัน นักกีฬาของพวกเขาล้างหน้าล้างตากันเรียบร้อยและกำลังนั่งคุยกันอยู่ ณรัชต์เดินแจกจ่ายข้าวกล่องให้ทุกๆ คนจนครบ ก่อนกินมื้อเที่ยงไปนั่งคุยกันไปด้วยความสนุกสนาน
"คราวนี้พวกหนูชนะอีก ได้เหรียญทองด้วย พี่นะจะมีรางวัลอะไรเพิ่มอีกหรือเปล่าคะ" เสียงรุ่นน้องนักกีฬามองหน้าเขาด้วยแววตามีความหวัง
"น้องปิ่นอยากได้อะไร" ณรัชต์หันไปถามรุ่นน้องที่ออกแรงทุ่มเทในการแข่งขันมากที่สุด
"หนูแล้วแต่พี่นะเลยค่ะ" รุ่นน้องที่ว่าง่ายตอบกลับมา
"งั้นอาทิตย์หน้าไปดูหนังกันนะ แฮรี่พอตเตอร์ฯ เข้าโรงฯ พอดี พี่เลี้ยงทั้งหนังทั้งบุฟเฟ่เลย"เขาบอกรุ่นน้องอย่างใจป้ำเพราะเห็นทุกคนตั้งใจซ้อมกันมาเป็นเดือนจึงอยากให้รางวัล
เสียงเฮของรุ่นน้องและสตาฟที่มั่วนิ่มดีใจด้วยดังขึ้น
กินมื้อเที่ยงเสร็จ กรรมการก็มาเรียกขึ้นไปทำพิธีรับเหรียญและถ้วยพอดี
พวกเขาตามไปที่แท่นพิธีหน้าสนามกีฬาที่เป็นฝั่งกรรมการและอาจารย์ทั้งหลาย ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามสแตนด์เชียร์ที่เชียร์ลีดเดอร์กับกองเชียร์ที่ตอนนี้กำลังทยอยกันขึ้นสแตนด์เพื่อเริ่มแข่งเชียร์กันต่อในรอบบ่าย
ณรัชต์มองนักกีฬาของพวกเขาที่กำลังชูถ้วยอยู่บนแท่นอันดับหนึ่ง
ถ้วยที่ได้มาก็ได้เอาไว้ชูไปงั้นๆ ล่ะ เพราะสุดท้ายก็ต้องคืนอยู่ดี ที่พอเป็นรูปธรรมหน่อยก็คงเป็นขนมปี๊บที่เป็นรางวัลแถมพ่วงมา
เฮ้อ!!! ทุ่มเวลากันมากมายเพื่อขนมปี๊บนี่อ่ะนะ เขาอดขำไม่ได้
ได้ถ้วยมา กลุ่มสตาฟกับนักกีฬาก็เอามาถ่ายรูปกันสักหน่อย ก่อนจะส่งคืนคณะกรรมการเลย
ส่วนขนมปี๊บที่ได้เป็นรางวัลมา พวกเขาถามนักกีฬาแล้ว แต่ไม่มีใครสนใจสักคน สุดท้ายเล้งจึงอาสาเอาไปเอง นัยว่าไปแจกน้องชายที่บ้าน
หลังจากนั้นพวกเขาก็ปล่อยนักกีฬาทุกคนให้เป็นอิสระไปเดินเที่ยวงานกีฬาสีกันตามสบาย
เขาเดินดูกีฬาต่างๆ ที่แข่งกันตลอดบ่ายจนถึงเย็น จนถึงเวลาประกาศสรุปเหรียญของสีต่าง ๆ
หลังจากนั้นก็เป็นการประกาศคะแนนลำดับการประกวดต่าง ๆ ของสี
ซึ่งก็ยังคงเหมือนเดิมไม่ต่างจากช่วงชีวิตที่แล้วของเขา โดยสีเหลืองของพวกเขาได้อันดับหนึ่งด้านความสวยงามของสแตนด์เชียร์ ส่วนกองเชียร์ได้ที่สอง และเชียร์ลีดเดอร์ก็ได้ที่สอง รู้สึกจะแพ้สีชมพูซึ่งรวมดาวโรงเรียนที่ได้อันดับหนึ่งไป
เมื่อจบงานกีฬาสี เพื่อนสนิทของเขาต่างคนต่างแยกย้ายกันไปทำธุระกันตามอัธยาศัย
ณรัชต์จึงไปร้านอินเทอร์เน็ตคนเดียวในตอนเย็น
วันนี้เป็นวันสุดท้ายของการส่งงบการเงินให้ตลาดหลักทรัพย์ของไตรมาสนี้แล้ว ดังนั้นเขาจึงต้องไปตรวจงบการเงินพวกหุ้นที่เขาถืออยู่สักหน่อย
สิ้นวันนี้ หุ้นโรงพยาบาล R ของเขายังคงค้างอยู่ที่ราคาซิลลิ่งที่ 72 โดยไม่มีคนเทขายกดราคาหุ้นลงมาได้เลย ส่วนหุ้นโรงพยาบาลที่เหลือก็มีบางตัวที่ราคาขยับขึ้นแรงเล็กน้อยก่อนตลาดจะปิดในตอนเย็น
สงสัยจะมีบางคนเห็นงบก่อนที่จะมีประกาศออกมา
ณรัชต์นั่งเล่นเน็ตหาข่าวหุ้นโรงพยาบาล R ไปพลาง ๆ ระหว่างรอการอัปเดตข่าวงบการเงินของหุ้นโรงพยาบาลต่างๆ ที่เขาถือหุ้นอยู่ เขาเห็นข่าวลือในเน็ตบ้างแล้ว เป็นประเด็นที่เขาคาดไว้จริง ๆ มีข่าวซุบซิบในหนังสือพิมพ์หุ้นข่าวหนึ่ง ลงข่าวว่า มีข่าวจาก'แหล่งข่าว' ประมาณว่าจะมีการเทคโอเวอร์ โรงพยาบาล R จากโรงพยาบาลขนาดใหญ่ในตลาดหุ้นโรงพยาบาลหนึ่ง
ซึ่งโรงพยาบาลนี้เป็นโรงพยาบาลที่เขาตัดออกตั้งแต่ต้นไม่ได้ซื้อเพราะเป็นหุ้นขนาดใหญ่เกินไป ที่อาจราคาจะขึ้นลงน้อยไม่ทันใจการเก็งกำไรคราวนี้ของเขา
กลับไปดูงบการเงินของโรงพยาบาลต่าง ๆ ที่ประกาศออกมาแล้ว ก็เป็นไปตามคาด
หุ้นแต่ละตัวล้วนกำไรเพิ่มจากปีที่แล้วไม่ต่ำกว่า 20 เปอร์เซ็นต์ โดยเฉพาะโรงพยาบาล M กำไรถึงกับเพิ่มขึ้นเท่าตัวคือ 100 เปอร์เซ็นต์
มิน่า.....ก่อนปิดตลาดถึงราคาวิ่งแรงขนาดนั้น
ระหว่างดูงบตัวเลขต่าง ๆ ของหุ้นโรงพยาบาลทั้งหลายที่เขาถืออยู่จนหมดแล้ว
ณรัชต์ก็เปิดดูความเคลื่อนไหวของราคาหุ้นตัวอื่นคร่าว ๆ จนไปสะดุดหุ้นที่เขาเห็นบ่อย ๆ เป็นประจำตัวหนึ่งเข้า
เฮ้ย!!!! นี่เขาลืมหุ้นตัวนี้ไปได้ยังไงเนี่ย
หุ้นตัวนี้ต่อให้เป็นชีวิตที่แล้วของเขาก็ยังรู้จักความเคลื่อนไหวของราคาหุ้นตัวนี้แทบจะในทุกช่วงเวลาแม้กระทั่งตอนที่เขายังไม่ได้เข้าตลาดหุ้นก็ตาม
เพราะหุ้นบางตัวมันก็ดังจนคนเล่นหุ้นแทบจะส่วนใหญ่รู้จักความเคลื่อนไหวของราคาในอดีตแทบทั้งนั้น
ดูเหมือนว่าคราวนี้ หุ้นตัวต่อไปของเขา จะไม่ต้องลำบากคิดมากเหมือนพวกตัวก่อน ๆ สินะเนี่ย
มีเป้าหมายหุ้นตัวใหม่รอไว้แล้ว คราวนี้เขาสบายเลย ณรัชต์ผิวปากอารมณ์ดีก่อนปิดคอมฯ
--------------------------------
Name : ณรัชต์
Asset : เงินสดในบัญชีหุ้น 48,400 บาท
: ตึกแถว 2 ห้อง ราคาปัจจุบัน 850,000 บาท
: เงินสดในบัญชีธนาคาร 100,000 บาท
-หุ้นโรงพยาบาล K จำนวน 60,000 หุ้น จากราคา 14.5 บาท ราคาปัจจุบัน 15 บาท
-หุ้นโรงพยาบาล M จำนวน 72,000 หุ้น จากราคา 16 บาท ราคาปัจจุบัน 20 บาท
-หุ้นโรงพยาบาล N จำนวน 28,800 หุ้น จากราคา 29 บาท ราคาปัจจุบัน 30 บาท
-หุ้นโรงพยาบาล R จำนวน 18,000 หุ้น จากราคา 56 บาท ราคาปัจจุบัน 72 บาท
มูลค่าสินทรัพย์รวม : 48,400 + 850,000 + 100,000 + 900,000 + 1,440,000 + 864,000 + 1,296,000
= จาก 5,151,600 บาท ปัจจุบัน 5,498,400 บาท