ตำนานผู้วิเศษ

    [MageLegend] ตอน 56 : ความแค้นลึกล้ำของเซี่ยซีหาน

    !ตูมมมม!ปัง!ตูมมม!ปัง


    "ท่านพ่อนั่นมันเสียงอะไร"


    นายป้อมถางอี้ยิ้มเมื่อลูกชายถาม ตอนนี้ทั้งสองกำลังก้าวขึ้นไปบนกำแพงเขตแดนของป้อมปราการยุทธภัณฑ์ เมื่อเดินไปข้างบนสุด นายป้อมถางอี้ก็เอามือชี้ไปที่ที่กลุ่มคนหนาแน่นที่สุด


    "นั่นคือเสียงของคนที่เจ้าต้องการพบ เขากำลังฝึกฝนศิลปะการต่อสู้ ตอนนี้เขาอยู่ในช่วงสร้างลากฐานแห่งขอบเขตก่อร่าง ลุงเจียตัวของเจ้าได้ถ่ายทอดซึ่งเคล็ดวิชากายอมตะให้กับเจ้าลูกชายตัวน้อยของเขา ซึ่งข้าไม่เคยคิดเลยว่า จะมีศิลปะการต่อสู้ส่วนรากฐานปราณใดๆ ที่จะมีการฝึกบ้าระห่ำแบบนี้"


    ดวงตาถางเทียนเจี๋ยเป็นประกายเมื่อมองไปที่เซี่ยซีหาน ทุกครั้งที่เซี่ยซีหานถูกค้อนทุบ ร่างที่แดงก่ำในส่วนนั้นจะเห็นไอปราณทักลักออกจากร่างได้ ในฐานะที่ถางเทียนเจี๋ยเป็นผู้ฝึกศิลปะการต่อสู้ เขาไม่เคยเห็นการฝึกปราณวิเศษขอบเขตก่อร่างใดๆ ที่น่าสนใจแบบนี้มาก่อน


    และในขณะนั้นเอง


    "ยาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาก" เสียงเซี่ยซีหานแผดดัง ทั่วร่างที่สั่นระริกไปด้วยความเจ็บปวด และมันสัมผัสได้ถึงการเปลี่ยนแปลง ร่างกายของเซี่ยซีหานบวมเปล่งครู่สั้นก่อนจะเริ่มหดตัว จากนั้นเซี่ยซีหานก็หลับตา


    แต่ถึงอย่างนั้นผู้คนและนักรบรอบตัวเซี่ยซีหานก็ยังสังเกตเห็น ปราณบริสุทธิ์จากร่างกายของเซี่ยซีหาน ที่ลอยออกจากร่าง กลั่นเป็นไอหมอกโลหิตสีแดงได้ นี่คือเคล็ดวิชากายอมตะ เซี่ยซีหานเข้าถึงส่วนของการตระหนักรู้อันลึกล้ำอีกครั้ง และทุกครั้งที่เซี่ยซีหานเกิดการตระหนักรู้ คนรอบตัวเขาจะเห็นสิ่งนี้


    สำหรับคนรอบตัวเซี่ยซีหาน นี่ไม่ใช่สิ่งแปลกเสียแล้ว เจ้าเด็กนี่เป็นแบบนี้ทุกๆ เจ็ดแปดวัน นี่คือการพัฒนาการในการฝึกฝนอย่างรวดเร็วเกินจินตนาการของคนทั่วไป


    "เจ้าเด็กเซี่ยซีหานมันทำสำเร็จอีกแล้วรึ มันบรรลุสู่การหลอมร่างขั้นสูงได้ในหนึ่งเดือนจริงๆ เหรอ ทั้งๆ ที่ข้าใช้เวลาเกือบสิบปีกว่าจะมาอยู่ในจุดนี้"


    "ข้าไม่คิดว่า เจ้าเด็กนี่เป็นมนุษย์ธรรมดา มันอาจจะเป็นบุตรของเทพนักรบ ไม่ก็ปีศาจ ข้าไม่เคยเห็นใครบรรลุศิลปะการต่อสู้พื้นฐานได้รวดเร็วแบบนี้ ดูรอบร่างกายเจ้านั่นสิ ปราณสีแดงนั้นคือปราณวิเศษที่บริสุทธิ์จริงๆ"


    "ในอนาคตเขาต้องจดจำพวกเราได้ ด้วยค้อนในมือพวกเรา ที่ทุบร่างของเขาอย่างไม่ยอมเหน็ดไม่ยอมเหนื่อย ทำให้เขาบรรลุการฝึกฝนนี้ นายช่างใหญ่ซีหานต้องขอบคุณพวกเราที่ช่วยเขา และเขาจะมอบหรือหลอมอาวุธชั้นดีที่สุดของเขาให้พวกเรา"


    เหล่านักรบฉกรรจ์ถอดเสื้อถือค้อนใหญ่พูดกันอย่างมีความสุข พวกเขาดีใจที่เซี่ยซีหานประสบความสำเร็จ ก่อนที่พวกเขาจะเดินจากไป เพราะต่างรู้ว่า ในสภาวะเช่นนี้ เซี่ยซีหานต้องใช้เวลาในการปรับตัวเป็นระยะเวลานาน


    ถางเทียนเจี๋ยมองไปที่เซี่ยซีหาน นัยน์ตาเป็นประกายอย่างไม่อาจจะปกปิด อัจฉริยะมักตามหาอัจฉริยะด้วยกัน


    ...


    ค่ำคืน ตอนนี้ไร้ผู้คน


    "ฮะฮาฮาฮะฮาฮา" เสียงหัวเราะของปีศาจดังสนั่น


    เซี่ยซีหานลืมตาตื่นขึ้นจากภวังค์จิต มันมองหน้าจอระบบ จากนั้นมันก็รับรู้ได้ว่า มันได้ฝึกฝนพื้นฐานศิลปะการต่อสู้ 'กายอมตะ' มาสู่ขอบเขตก่อร่างขั้นสูงที่ 59.95%


    สิ่งนี้มีความสำคัญอะไรกับเซี่ยซีหาน มันคือขอบเขตการฝึกฝนที่เซี่ยซีหานตั้งใจว่า เมื่อมันฝึกฝนสำเร็จขอบเขตนี้ เซี่ยซีหานมันจะเริ่มการออกเดินทางจากป้อมปราการยุทธภัณฑ์ขาว และใช้เวลาในการตามหาวัตถุดิบสำหรับการปรุงยาวิเศษให้เจียตัว


    นอกจากนั้น... นี่ยังเป็นวันที่มันตั้งใจจะแก้แค้น เหล่าคนที่อยู่ในบัญชีหนังหมาทั้งหลาย


    จากที่เซี่ยซีหานสืบมา นักรบที่มีตราสัญลักษณ์หนึ่งดาบบนอกนั้น พวกมันส่วนใหญ่ต่างก็เป็นผู้ฝึกศิลปะการต่อสู้พื้นฐาน ที่ส่วนใหญ่อยู่ในขอบเขตก่อร่างขั้นต่ำถึงสูง


    และเมื่อเป็นแบบนั้น หากเซี่ยซีหานจะกระทืบพวกมันให้สำเร็จดังเป้าหมายในใจ ในระดับอัดไอ้พวกฉิบหายนั่นฝ่ายเดียว


    อย่างน้อยๆ เซี่ยซีหานก็คิดว่า มันจำต้องมีฝีมือที่เทียบเท่าพวกมันเป็นอย่างน้อย ไม่สิต้องให้พูดตรงๆ เซี่ยซีหานคิดว่า ตัวเองต้องเหนือกว่าพวกในบัญชีหนังหมาอย่างท่วมท้นแล้ว ทำไมนะเหรอ ก็มันถึงกับฝึกเคล็ดวิชากายอมตะเลยนะ มันฝึกยากขนาดนี้ ดังนั้น มันต้องเก่งกว่าคนอื่นมากๆ สิจริงไหม


    และเมื่อเซี่ยซีหานมั่นใจแล้วว่า มันเก่งกว่าไอ้พวกสารเลวบนบัญชีหนังหมา มันก็ถึงเวลาแห่งการแก้แค้น


    "คิกคิกคิก" เสียงเซี่ยซีหานดังเบาๆ ในลำคอไม่หยุด พรุ่งนี้ฉากการอัดเละได้ปรากฏในใจมันแล้ว


    ในระหว่างหัวเราะ เซี่ยซีหานหันมองซ้ายขวา เป็นอีกครั้งที่มันรู้สึกเปล่าเปลี่ยวหัวใจ ทำไมหลังการฝึกฝนเสร็จทุกคนทิ้งมันแบบไม่ไยดีแบบนี้ทุกครั้ง ตื่นขึ้นมาทีไรไม่มีใครอยู่ในสนามฝึกและสนใจมันเลย นอกจากนั้นไอ้โซ่บ้าๆ นี่ ก็ไม่มีใครคิดถอดให้มัน ตอนนี้ความสัมพันธ์ของเซี่ยซีหานและเจียตัวเริ่มสั่นคลอนเล็กๆ เซี่ยซีหานคิดว่า มันควรออกเดินทางไปตามหาตัวยาเพื่อมารักษาเจียตัวดีรึเปล่า


    นี่คือพ่อที่วางแผนฆ่าลูกตัวเองตลอดสองเดือน เซี่ยซีหานเจ็บแค้นเจียตัวเล็กๆ แต่เขาเก็บมันไว้ในใจ


    "คืนนี้ดวงดาวสวยจังแฮะ มันทอดยาวเป็นทางช้างเผือกเลย นานเท่าไหร่แล้วที่ไม่ได้มีเวลาชื่นชมมัน ช่างเถอะ ช่างเถอะ ถึงข้าจะมีพ่อที่ไม่ใส่ใจตัวข้า แต่ครั้งนี้ข้าจะให้อภัยเขา อย่างน้อยๆ เขาก็ทำให้ข้าได้เห็นทิวทัศน์อันสวยงามของยามค่ำคืนของแดนเหนือแห่งนี้ เสียแต่ว่ามันหนาวไปนิด หากได้อะไรมาห่มอุ่นๆ หน่อยก็คงจะดี"


    และเพียงแค่เซี่ยซีหานพูดลอยๆ


    ตึง ตึง ตึง


    เสียงการก้าวเท้าของสัตว์ร้ายดัง สัญชาตญาณแห่งปีศาจร้องเตือนเซี่ยซีหาน มันรีบหันมองไปทิศทางที่มีเสียงฝีเท้าดัง ตงตงหมียักษ์สีขาวที่มีเบ้าตาข้างหนึ่งเป็นสีน้ำตาลอ่อนปรากฏตัว ใบหน้ามันสดใส มันวิ่งมาด้วยลิ้นที่ห้อยไปด้านข้าง เมื่อมาถึงมันดมตัวเซี่ยซีหานอย่างคุ้นเคย จากนั้นมันก็ยกขาขึ้นข้างหนึ่งและเริ่มทำสิ่งที่คุ้นเคย


    ร่างกายของเซี่ยซีหานได้รับไออุ่นระอุบางอย่างจากตงตงอย่างต่อเนื่อง


    แต่ความแค้นของทั้งสองลึกล้ำกว่าเดิม


    ...


    เช้าวันใหม่


    เจียตัว เหอหมิ่นเดิมมาพร้อมกับชายหนุ่มรูปหล่อผมสีน้ำตาล ทั้งสามพูดคุยกันอย่างเป็นกันเอง


    "ท่านลุงเจียให้ข้าช่วยถือค้อนใหญ่ในมือท่านเถอะ" ถางเทียนเจี๋ยบุตรชายนายป้อมถางอี้พูดกับเจียตัวอย่างนอบน้อม


    "ขอบใจ" เจียตัวพูดพร้อมยื่นค้อนใหญ่ในมือให้ถางเทียนเจี๋ย โดยค้อนใหญ่นี้คือสิ่งที่เอาไว้ใช้ในการฝึกกายอมตะของเซี่ยซีหาน


    "ท่านลุงเจีย ท่านลุงเหอหมิ่น ความสำเร็จทั้งหมดของข้าเป็นพวกท่านได้สั่งสอนแท้ๆ" ถางเทียนเจี๋ยพูดไปยิ้มไปรำลึกความหลังในอดีตของตัวเองกับเจียตัวและนักรบอาวุโสเหอหมิ่น


    เจียตัวหัวเราะและตอบอย่างมีความสุข "เทียนเจี๋ยมันคือพรสวรรค์ของเจ้าเอง สิ่งที่ข้าและเหอหมิ่นสอนให้เจ้านั้น ทั้งหมดมีแต่เรื่องพื้นฐาน"


    ถางเทียนเจี๋ยส่ายหน้า


    "ไม่เลยท่านลุงเจีย หากไม่มีพวกท่าน ข้าคงไม่มีวันปลุกจิตนักรบสำเร็จ และเพราะการมีจิตนักรบทำให้ข้านั้นแตกต่างจากนักรบคนอื่นๆ ในสำนักศึกษาศิลปะการต่อสู้ของอาณาจักรชั้นสองแห่งนั้น ข้าก้าวหน้ามากที่นั่น ข้าเอาชนะนักรบห้าดาบที่อยู่ใน 'ขอบเขตสร้างปราณ' ได้แทบจะทั้งหมด นอกจากนั้นข้ายังเอาตัวรอดจากเหล่านักรบใน 'ขอบเขตเปลี่ยนเลือด' ได้ทั้งหมด ก็เพราะได้พวกท่านทั้งสองคนสอนข้าในอดีต"


    เจียตัวและเหอหมิ่นยิ้มและตบไหล่ถางเทียนเจี๋ยเบาๆ นี่คือความผูกพันของศิษย์อาจารย์ ทั้งสามเดินผ่านกลุ่มทหารนักรบกล้าของป้อมปราการยุทธภัณฑ์ขาวคนแล้วคนเล่า


    ก่อนที่นักรบทุกคนจะเริ่มเดินตามทั้งสามไปที่สนามฝึก ทุกคนเริ่มคุ้นชินกับกิจวัตรเช่นนี้ในช่วงเช้า


    ...


    ลานหิมะกว้างโล่ง สนามฝึกของเหล่านักรบแห่งป้อมปราการยุทธภัณฑ์ขาว


    "กลิ่นเหม็นนี่มันอะไร" เจียตัวทำจมูกฟุดฟิด


    "นายช่างใหญ่เจียตัว ขออภัย ขออภัย ตงตงดื้ออีกแล้ว มันคงแอบมาฉี่ใส่ในช่างใหญ่ซีหานลูกชายของท่านอีกแล้ว ข้าขอโทษแทนตงตงลูกชายที่แสนดื้อของข้าจริงๆ"


    เจียตัวหัวเราะอย่างอารมณ์ดี มันคิดว่านี่เป็นเรื่องปกติไปซะแล้ว


    "!!!ซีหาน" เจียตัวแผดเสียง


    เซี่ยซีหานที่หลับสนิทตื่นขึ้นทันที หลังจากได้ยินเสียงของเจียตัว


    "ท่านพ่อ" เซี่ยซีหานพูดพร้อมกับหันไปที่เจียตัว ก่อนมันจะมีรอยยิ้มชั่วร้าย พร้อมทำแขนโชว์หมัดกล้ามเล็กๆ ของมันให้เจียตัวเห็น น่าเสียดายเจียตัวไม่เห็นมัน แต่เขารับรู้ได้ด้วยสัญชาตญาณอันแสนพิเศษของเขา


    "ข้ารับรู้ได้ว่าเจ้าได้บรรลุสู่ขอบเขตก่อร่างขั้นสูงแล้ว ดังนั้น ข้าจะทำตามคำสัญญาที่ได้ให้ไว้กับเจ้า ข้าจะให้เจ้าได้ประลองกับนักรบหนึ่งดาบของป้อมปราการยุทธภัณฑ์ขาวแห่งนี้ทุกคนที่เจ้าต้องการ และนี่จะเป็นการต่อสู้ที่เต็มไปด้วยเกียรติและเลือดอย่างที่เจ้าขอ จนกว่าจะพูดยอมแพ้ออกมา จะไม่มีการออมมือให้กันอย่างเด็ดขาด"


    เซี่ยซีหานได้ยินแบบนี้ มันก็ยิ้มชั่วร้าย  นี่คือแผนของมันที่ขอไว้กับเจียตัว เป็นแผนการจัดการทุกคนในบัญชีหนังหมาของมัน


    เซี่ยซีหานตั้งใจจะอัดพวกมันทุกคนหลังบรรลุการฝึกฝนกายอมตะ และมันจะไม่ยอมให้ใครพูดยอมแพ้แม้แต่คนเดียว มันจะเอามืออุดปากทุกคน จากนั้นก็กระทืบ กระทืบพวกมันซ้ำๆ จนกว่าพวกมันจะกระอักเลือด


    ...


    'ฮะฮาฮา ในที่สุดวันที่รอคอยของข้าก็มาถึง แต่ข้าควรจะเริ่มจากใครดี' ไม่ช้าเซี่ยซีหานก็สังเกตเห็นใครบางคน มันช่างกล้า นี่มันกำลังคิดจะถือค้อนยักษ์เอามาอัดบิดาอีกแล้วงั้นรึ เลว เลวมากมาก


    เซี่ยซีหานได้เป้าหมายแรกของมันแล้ว


    ...

    คล้ายกับเรื่องตำนานผู้วิเศษ ที่คุณอ่าน