Jong Lua เกรียนเทพ!!! เย้ยฟ้าข้าคือตำนาน

    พลิกผัน จบบทที่ 3

    พลิกผัน จบบทที่ 3


                     จงลั่วหน้าตาเหยเกทันทีที่ได้ยิน แต่กำไลที่อยู่ในมือเป็นหลักฐานชั้นดี มาคัสที่จมอยู่ในควันไฟกำจัดโกเลมไปได้สองตัวแล้วมีเพียงผู้พิทักษ์เท่านั้นที่เขายังไม่อาจทำอะไรมันได้ เมื่อมาคัสได้ยินเสียงเอะอะว่ามีคนร้าย ในใจก็นึกถึงวิโอล่า เพราะตอนนี้ร่างกาย รวมถึงพลังของหล่อนตกลงไปอย่างมหาศาล และแน่นอนเขาต้องช่วยหล่อนให้ได้ แม้ต้องแลกมาด้วยชีวิตก็ตาม


     


                    ชั่วเสี้ยววินาทีที่เสียงตะโกนจากภายนอกดังเข้ามา จิตใจที่กระวนกระวายของมาคัสก็สั่งให้เขาต้องตัดสินใจบางอย่าง มาคัสเลือกละทิ้งผู้พิทักษ์ที่กำลังโจมตีเข้ามา เขาเกร็งออร่าเกราะจนทั่วร่าง รับการโจมตีของผู้พิทักษ์ และพุ่งตัวเข้าใส่จงลั่วที่ยืนนิ่งเป็นเงาตะคุ่ม ๆ อยู่ มาคัสไม่รอให้จงลั่วส่งเสียง เขาใช้แขนซ้ายหนีบร่างของเด็กสาว พุ่งตัวออกจากหน้าต่าง และมุ่งตรงหนีไปตามทางที่วิโอล่าให้ดูก่อนหน้า


     


                    เหล่าอาจารย์ของอวาเรส ต่างก็เดือดดาลกับสิ่งที่เกิดขึ้น ศาสตราจารย์ลูเซียโน่สั่งการให้อาจารย์หลายคนตามติดมาคัสไป และอีกส่วนตรึงกำลังควบคุมความสงบอยู่ภายในโรงเรียน


     


                    ที่ด้านล่างห้องสมุด ลูกแก้วสีรุ้งถูกห่อหุ้มอยู่ในผ้าแปลกประหลาดที่เปลี่ยนสีอยู่ตลอดเวลา ผ้าผืนนี้เป็นของวิเศษที่วิโอล่าขโมยมาจากของอาจารย์หล่อน มันช่วยให้กลไกเตือน หรือปกป้องอะไรก็ตามที่ร่ายเอาไว้ไม่ทำงาน หล่อนเก็บห่อผ้าที่มีลูกแก้วสีรุ่งอยู่ด้านในเอาไว้ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นไปมองบนฟ้าอย่างประหลาดใจ เพราะมาคัสกำลังหอบหิ้วเด็กสาวคนหนึ่งพุ่งทะลุหน้าต่างจากไป แม้หล่อนอยากจะตะโกนเตือน แต่ตอนนี้รอบ ๆ ห้องสมุดก็เต็มไปด้วยอาจารย์ และนักเวทที่ทำงานในโรงเรียนอวาเรส


     


                    มาคัสไม่สนใจการโจมตีใด ๆ ทั้งสิ้น แม้เขาจะได้รับบาดเจ็บหลายแห่งแล้วก็ตาม แต่สองเท้าวิ่งต่อไม่หยุด


     


                    "ระวังงงง!" เสียงจงลั่วตะโกน เมื่อพลังเวทสายหนึ่งกำลังวิ่งมาทางด้านเขา มาคัสเรียกโล่ขึ้นมาที่แขนด้านขวา และปัดพลังเวทสายนั้นออกไป


     


                    "อะไรกันนี่"มาคัสเพิ่งจะรู้ตัวว่าคนที่เขาแบกมาไม่ใช่วิโอล่า "เจ้า ๆ ๆเป็นใครกัน แล้ววิ..." มาคัสลืมตัวเกือบจะเผลอหลุดชื่อวิโอล่าออกไป


     


                    เปรี้ยง ! สายฟ้าที่ร่ายตามหลังมากระทบถูกพื้นหินจนแตกกระจาย ตัดบทสนทนาของมาคัสและจงลั่วเอาไว้แค่นั้น ก่อนที่ทั้งคู่จะวิ่งหนีกันต่อไป


     


                    "เราต้องไปที่ทิ้งขยะ จงลั่วรีบวกออกไปยังอีกทางทันที ที่ทิ้งขยะอยู่ห่างจากจุดที่เขาแยกกับมาคัสไม่ถึงหนึ่งกิโลเมตร แต่ก่อนหน้านั้นเขาจะหนีการตามล่าได้ยังไงกัน "ต้องเสี่ยงกันละ" จงลั่วรู้ดีว่าเขาไม่ได้มีพลังป้องกันรวมถึงความเร็วเทียบเท่ากับมาคัส แต่เขามีความสามารถที่มนุษย์ไม่มี "สกิลดำดิน"


     


                    แต่หากเขาใช้มันให้เหล่าผู้ตามล่าเขาเห็น ต่อให้ดำลงไปลึกแค่ไหนก็ไม่อาจรอดพ้นการตามล่าอยู่ดี เพียงพวกเขาอัดพลังเข้าใส่หลุมที่จงลั่วขุดเอาไว้ นั่นก็เพียงพอที่จะทำร้ายจงลั่วจนบาดเจ็บสาหัส


     


                    สายตาของจงลั่วเห็นโรงเก็บของที่อยู่ห่างไปไม่ไกล จงลั่วจึงรีบเปลี่ยนเส้นทางหลบหนี เป็นวิ่งเข้าตามซอกของอาคารเพื่อหลบสายตาผู้ไล่ล่าแทน แม้จะเป็นการออกนอกเส้นทาง แต่เป้าหมายของเขาไม่ใช่การหนีเป็นเส้นตรงอีกต่อไป


     


                    "เอาละ พุ่มไม้ตรงนี้ละ" จงลั่วจดจำตำแหน่งของห้องเก็บอุปกรณ์ได้แล้ว ด้วยทักษะที่เพิ่มขึ้นตลอดหลายเดือนที่อยู่ในโรงเรียน ทำให้เข้าสามารถมองภาพเป็นวงกว้างรอบ ๆ ตัวได้


     


                    "หายไปไหนแล้ว" ผู้ติดตามกลุ่มที่ไล่ติดจงลั่วมา ลดตัวลงมาจากกลางอากาศ เพื่อมาหยุดยืนอยู่บนพื้น ก่อนจะแยกย้ายกันตามหาต่อไป


     


                    "แฮก แฮก" จงลั่วที่โผล่ขึ้นมาเหนือพื้นในห้องเก็บอุปกรณ์ เขาพอจะจดจำเส้นทางไปสู่นอกกำแพงได้ แต่นั่นก็เกินระยะที่เขาจะสามารถมุดดินหนีออกไปภายในครั้งเดียว และเพื่อปกปิดเส้นทางหลบหนี จงลั่วจึงจงใจขุดอ้อมกลับมาที่ห้องเก็บอุปกรณ์แห่งนี้ เมื่อพักหายใจเรียบร้อย จงลั่วก็มุดลงดินต่อไปอีกครั้ง แต่ครั้งนี้เขามาโผล่บริเวณเนินเตี้ยใกล้กับกำแพงด้านตะวันตกแล้ว จงลั่วพักหอบหายใจ ก่อนที่จะลงมือมุดลงดินอีกครั้ง


     


                    ความวุ่นวายจบลงแล้ว แต่ความผิดหวังยังคงอยู่ ห้องประชุมภายในโรงเรียนอวาเรส ถูกใช้งานแม้ว่าตอนนี้ จะล่วงข้ายามเที่ยงคืนไปแล้ว ผู้บุกรุกทั้งสองต่างหนีหายไปได้ทั้งคู่ ของที่หายไปเป็นของล้ำค่าหนึ่งคือลูกแก้วประกายรุ้งที่ใช้ล้างคำสาปได้เกือบจะทุกชนิด ซึ่งมีเพียงชิ้นเดียวในอาณาจักรแห่งนี้ แต่ที่น่าปวดหัวกว่าคือกำไลแห่งหายนะ แม้ตัวกำไลจะไม่มีประโยชน์อะไรให้ใช้สอยได้อีก เพราะมันคือผนึกคุ้มขัง แต่ที่สำคัญคืออสูรที่ถูกผนึกอยู่ด้านในต่างหาก อสูรที่ครั้งหนึ่งเคยทำลายล้างหลาย ๆ อาณาจักรโบราณของมนุษย์จนพินาศ จนกระทั่งผู้กล้าในตำนานเอริค เซเลทีน ต้นตระกูลเซเลทีนจะปราบมันได้ และผนึกมันเอาไว้ในไอเทมกำไลแห่งกาลเวลา แต่เพราะพลังที่มากเกินไปของอสูรตนนี้ ก็ทำให้กำไลผนึกเปลี่ยนสภาพเป็นไอเทมต้องสาป และถูกกล่าวขานเป็นกำไลแห่งหายนะ แม้จะสูญเสียไอเทมไป ก็ยังไม่ปวดใจเท่ากับที่พวกเขารู้ว่าคนร้ายคือเด้กผู้มากพรสวรรค์จงหลิง เพราะพวกเขาคาดหวังกับจงหลิงมาก มากเกินกว่าที่จะทำใจรับได้ว่าหล่อนคือคนร้าย


     


                    แต่เมื่ออาจารย์ซีลายืนยันเช่นนั้น และจากการตรวจสอบจงหลิงก็หายไปจากหอพักจริง ๆ ทำให้ไม่มีใครโต้แย้งข้อกล่าวหาของอาจารย์ซีลาต่อเด็กสาวผู้เปี่ยมพรสวรรค์คนนี้


     


                    รุ่งอรุณผ่านไปจงหลิงก็ยังคงไม่กลับมา ทำให้อาจารย์นาโอมิผิดหวังมาก แต่หล่อนก็ยอมรับความจริงในที่สุด พร้อมกับเข้าร่วมทีมไล่ล่า ที่โรงเรียนอวาเรสจะร่วมกับเจ้าหน้าที่จากจักรวรรดิเพื่อติดตามสืบสวน จับตัวคนร้ายรวมถึงของวิเศษทั้งสองกลับคืนมา


    คล้ายกับเรื่องJong Lua เกรียนเทพ!!! เย้ยฟ้าข้าคือตำนาน ที่คุณอ่าน