ระบบจักรพรรดิแห่งวันสิ้นโลก-วิวัฒนาการไร้ขีดจำกัด 【จบ】

เล่มที่ 6 บทที่ 159 สัตว์กลายพันธุ์แห่งท้องทะเล

        เมื่อมองดูเกลียวคลื่นซัดสาดเข้ากระทบกับท่าเรือที่ว่างเปล่าแล้วสีหน้าของถังฮ่าวก็กลายเป็นเคร่งขรึม

        จ้าวฮุ่ยจื่อเย่ชิงเฉิง จางอวิ๋นจือเองก็มีสีหน้าหนักใจไม่แพ้กัน!

        ไม่รู้ว่าเป็นเพราะพายุฝนครั้งก่อนหรือเป็นเพราะสาเหตุอื่นแต่น้ำทะเลในตอนนี้สูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัดแค่เห็นจากขั้นบันไดที่ท่าเรือที่ตอนนี้เห็นเพียงชั้นบนสุดที่โผล่พ้นน้ำขึ้นมาก็รู้แล้วสถานการณ์เช่นนี้เคยเกิดขึ้นเมื่อนานมาแล้วในช่วงที่เกิดน้ำท่วมใหญ่!

        หากเพียงแค่น้ำทะเลสูงขึ้นก็คงไม่น่ากลัวเท่าไร!

        แต่สิ่งที่น่ากลัวคือ...ใต้เกลียวคลื่นที่โหมกระหน่ำนี้ บางครั้งตอนที่คลื่นน้ำซัดสาดขึ้นมายังเกิดเป็นคลื่นยักษ์ที่โหมซัดขึ้นมาจากผิวน้ำทะเลอันเงียบสงบที่ห่างไกลออกไป และใต้เกลียวคลื่นยักษ์นั้นก็ปรากฏเงาร่างขนาดมหึมาเคลื่อนตัวเข้ามาใกล้

        สัตว์ทะเล!

        สัตว์ทะเลกลายพันธุ์!

        ใบหน้าของทุกคนเริ่มตึงเครียด!

        เดิมทีถังฮ่าวและคนอื่นๆยังมีความหวังอยู่บ้าง พวกเขาหวังว่าสัตว์ทะเลจะไม่กลายพันธุ์แต่ตอนนี้ความหวังได้พังทลายลง!

        สิ่งมีชีวิตในทะเลก็ไม่ต่างอะไรกับสิ่งมีชีวิตบนบกเพราะเวลานี้พวกมันต่างก็เกิดการกลายพันธุ์ไปหมดแล้ว

        เย่ชิงเฉิงนึกถึงปลาไหลยักษ์กลายพันธุ์ที่อยู่ในทะเลสาบบนยอดเขาของฐานที่มั่นเถาหยวนแล้วใบหน้าสวยก็ซีดเผือดทันที

        มหาสมุทรคือพื้นที่ที่มนุษย์ไม่สามารถเอาชนะได้อย่างแท้จริงแม้จะใช้เทคโนโลยีที่ล้ำสมัยที่สุดในยุคก่อนวันสิ้นโลกช่วยก็ตามแต่ก็ยังไม่อาจออกสำรวจได้หมด ยิ่งเป็นสัตว์ทะเลขนาดใหญ่แล้วรูปร่างของพวกมันจึงไม่ใช่ระดับที่สัตว์บกจะเทียบได้

        เมื่อพวกมันเกิดการกลายพันธุ์เช่นนั้นก็คงยากจะจินตนาการได้ว่าแปรเปลี่ยนเป็นสัตว์ประหลาดขนาดมหึมาเพียงใด!

        แม้แต่ถังฮ่าวเย่ชิงเฉิง และคนอื่นๆ ที่เป็นถึงผู้วิวัฒนาการระดับ 6 แม้ว่าตอนนี้ทุกคนจะแข็งแกร่งเหมือนสัตว์ร้ายในคราบมนุษย์บนพื้นดินก็ตามแต่เมื่อก้าวลงไปในทะเลแล้ว พวกเขาก็ใช้พลังได้เพียงหนึ่งในสิบส่วนเท่านั้น

        เมื่อคิดว่าพ่อของเธออาจจะประสบอุบัติเหตุและไม่มีวันได้ไปเก็บศพพ่อที่เกาะหยางหมิงแล้ว เย่ชิงเฉิงก็รู้สึกปวดใจขึ้นมา

        จ้าวฮุ่ยจื่อมองดูเกลียวคลื่นที่สาดซัดกระทบฝั่งจนเกิดเสียงดังสนั่นแล้วก็ถอนหายใจเบาพร้อมกับมองไปยังจุดที่ห่างไกลออกไปด้วยแววตาเศร้าสร้อย ก่อนจะรำพึงรำพันในใจ

        “หมิงอวี่...ขอให้คุณไปสู่สุคตินะ ฉันกับชิงเฉิงสบายดี ไม่ต้องเป็นห่วงพวกเรานะตอนนี้ชิงเฉิงเป็นถึงผู้วิวัฒนาการระดับสูงของประเทศจีน เธอโตแล้วละ ไม่เพียงแต่ไม่ต้องการให้พวกเราดูแลเท่านั้นแต่เธอยังสามารถปกป้องพวกเราได้อีก แต่เสียดาย... ที่คุณไม่อาจได้เห็น...”

        จ้าวฮุ่ยจื่อหันหน้าไปทางทะเลก่อนจะมองไปยังทิศทางของเกาะหยางหมิงที่อยู่ห่างไกลออกไป ในใจก็รำลึกถึงสามีที่อยู่กินกันมานานกว่ายี่สิบปีตอนที่เงยหน้าขึ้นอีกครั้ง ใบหน้าของเธอก็มีรอยยิ้มบางปรากฏ ก่อนจะเอ่ยออกมา

        “ไปกันเถอะ!”

        หลังจากที่จ้าวฮุ่ยจื่อพูดจบ!

        จางหยุนเจียนและถงฟางก็ทนไม่ไหวพวกเขาทรุดตัวลงเพื่อคุกเข่าบนท่าเรือพร้อมกับร้องไห้โฮออกมา

        “พ่อแม่ น้าสาว น้าเขย!”

        ดวงตาของจางอวิ๋นจือแดงก่ำและคลอไปด้วยน้ำตา

        เธอสูดหายใจเข้าลึกๆก่อนจะปาดน้ำตาบนใบหน้า และจ้องมองไปที่พี่ชายกับพี่สะใภ้พร้อมกับเอ่ยสั่งเสียงเย็นชา

        “ลุกขึ้น!พวกเราไปกันเถอะ!”

        เมื่อเห็นเงาร่างขนาดมหึมาในทะเลแล้วจางอวิ๋นจือก็รู้ว่าการไปเกาะหยางหมิงในตอนนี้เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ ต่อให้หาเรือได้ก็คงไปไม่ถึงเกาะหยางหมิงอยู่ดี!

        ยิ่งไปกว่านั้นนับตั้งแต่วันสิ้นโลกมาเยือนก็ผ่านมาหนึ่งเดือนเต็มแล้ว น้ำทะเลก็สูงขึ้นจนท่วมถึงท่าเรือชั้นบนสุดดังนั้นภายในเกาะหยางหมิงก็คงจะมีอาคารไม่กี่หลังที่ยังไม่ถูกน้ำท่วมขังพอเป็นเช่นนี้แล้วจึงทำให้โอกาสรอดของคนที่ติดอยู่บนเกาะลดต่ำลงมามากบางทีอาจจะไม่ถึง 10% ด้วยซ้ำ!

        ผู้ที่จากไปก็จากไปแล้วหากคนที่ยังมีชีวิตอยู่ต้องมาจบชีวิตลงอีก คาดว่าพ่อแม่และน้าสาวที่อยู่ในปรโลกก็คงไม่เห็นด้วย

        ถังฮ่าวถอนหายใจเบาๆ

        “พี่เซวี่ยพี่พาคนอื่นๆ ไปหาที่พักแถวนี้ก่อนแล้วกัน ผมจะออกไปสำรวจรอบๆ หน่อย!”

        “หัวหน้าผมไปด้วย!” จางเสี่ยวเหาสาวเท้ายาวเข้ามาหาถังฮ่าว!

        เชียนมู่เซวี่ยมองดูแผ่นหลังของทั้งสองที่จากไปแล้วก็หันกลับมาและเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา

        “ไปกันเถอะ!”

        “อวิ๋นเหยียนเธอขับรถนะ!”

        ชิวอวิ๋นเอียนพยักหน้าก่อนจะยื่นแขนออกไปพยุงจางอวิ๋นจือขึ้นรถ ส่วนคนอื่นๆ ก็ก้าวขึ้นรถสามคันตามลำดับ

        ...

        จางเสี่ยวเหามองถังฮ่าว

        “พี่ฮ่าวเรื่องนี้ไม่ใช่ความผิดของพี่ ยิ่งไม่ใช่ความผิดของพวกเราด้วย เรื่องนี้จะโทษก็ต้องโทษวันสิ้นโลกที่น่ารังเกียจตอนที่วันสิ้นโลกมาเยือนใหม่ๆผมยังรู้สึกตื่นเต้นนิดหน่อยที่รู้ว่าตัวเองได้เป็นผู้วิวัฒนาการกลุ่มแรกตอนนั้นผมรู้สึกว่าตัวเองเหมือนกับตัวเอกในหนังเรื่อง TheWalking Dead กับ Resident Evil เลยแต่ตอนนี้ผมกลับเกลียดวันสิ้นโลกที่เลวร้ายนี้ เพราะมันได้พรากคนที่เรารักไปทีละคน...”

        “ไม่หรอกเสี่ยวเหา นายคิดผิดแล้ว พวกเราไม่อาจหยุดยั้งการมาถึงของวันสิ้นโลกได้ก็จริง แต่พวกเราลิขิตชะตาชีวิตของตัวเองได้ถ้าพวกเราแข็งแกร่งกว่านี้ ถ้าเรามีเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยกว่านี้ก็สามารถสร้างเรือขนาดใหญ่ที่ไม่กลัวสัตว์ทะเลกลายพันธุ์ได้ หรือถ้าพวกเรามีทักษะที่สามารถข้ามน้ำข้ามทะเลและต่อสู้ในน้ำได้อย่างน้อยๆ ก็คงไม่ต้องมานั่งสิ้นหวังแบบนี้ และสามารถเดินทางไปยังเกาะหยางหมิงได้หรืออย่างน้อยๆ ก็รู้ว่าพวกเขายังมีชีวิตหรือตายไปแล้ว!”

        “พี่ฮ่าวผมเข้าใจที่พี่พูดนะ แต่บางอย่างมันเปลี่ยนแปลงไม่ได้หรอกขอแค่พวกเราพยายามอย่างเต็มที่ก็พอแล้ว! ผมเชื่อว่าชิงเฉิงและอวิ๋นจือไม่โทษพวกเราหรอก”

        เปลี่ยนแปลงไม่ได้อย่างนั้นหรือ?

        ถังฮ่าวมองไปยังทะเลที่กำลังโหมกระหน่ำอยู่ข้างหน้า!

        ใช่แล้ว!ต้องลองพยายามดูก่อน!

        ทันใดนั้นดวงตาของเขาก็เปล่งประกายเด็ดเดี่ยว!

        ถังฮ่าวก้าวเดินไปยังท่าเรือ!

        จางเสี่ยวเหาเห็นก็ตาเป็นประกายก่อนจะรีบก้าวเท้าตามไป ไม่ว่าถังฮ่าวจะตัดสินใจอย่างไร เขาก็พร้อมจะติดตามไปโดยไม่ลังเล

        ถังฮ่าวเดินมาถึงริมฝั่งหลังจากยื่นมือซ้ายออกไป ก็มีซากศพของตุ่นกลายพันธุ์ระดับ 2 ปรากฏ!

        ถังฮ่าวหยิบมีดพลังงานออกมาเฉือนร่างของหนูตุ่นกลายพันธุ์ตัวนี้จากนั้นก็ใช้มีดที่คมกริบนี้ หั่นเนื้อเป็นชิ้นยาวครึ่งเชียะ[1]จำนวนสี่ชิ้น

        จากนั้นเขาก็นำเนื้อสามชิ้นไปวางไว้บนบันไดโดยแต่ละชิ้นวางห่างกันห้าเมตร ส่วนชิ้นสุดท้ายก็ถูกวางไว้ไกลจากชายฝั่งไปเกือบยี่สิบเมตรท้ายสุดเขาก็นำเนื้อหนูตุ่นชิ้นสุดท้ายไปเสียบไว้บนกระบองหนาม

        “เสี่ยวเหาถอยไป นายไปยืนอยู่หลังเนื้อชิ้นสุดท้ายสิบเมตร!” หลังจากที่ถังฮ่าวสั่งให้จางเสี่ยวเหาถอยไปแล้วเขาก็นำกระบองตีสุนัขที่เสียบเนื้อไว้จุ่มลงไปในน้ำทะเลและแกว่งมันไปมา!

        หลังจากนั้นเพียงหนึ่งนาทีผิวน้ำก็เกิดเสียงน้ำแตกกระจายดังขึ้นก่อนจะมีเงาดำหลายสิบสายพุ่งทะยานเข้ามาอย่างรวดเร็ว

        ชั่วขณะนั้นเองถังฮ่าวก็ยกมือซ้ายขึ้นจนกระบองหนามถูกยกขึ้นสูงพร้อมกับละอองน้ำที่สาดกระเซ็น

        ฟ้าวฟ้าว ฟ้าว!

        ปลาประหลาดสามตัวที่ยาวประมาณหนึ่งเชียะกระโดดขึ้นมาจากน้ำ พวกมันอ้าปากกว้างจนเผยให้เห็นฟันแหลมคมนับไม่ถ้วนที่เหมือนกับเลื่อยเหล็กสองอันก่อนพุ่งเข้ากัดเนื้อที่เสียบไว้บนกระบองหนาม!

        ฉับฉับ ฉับ!

        ทันใดนั้นก็มีแสงมีดสว่างวาบขึ้น!

        ปลาประหลาดสามตัวลอยละลิ่วขึ้นไปบนฝั่ง!

        ในเวลาเดียวกันก็มีเสียงของถังฮ่าวดังขึ้น

        “เสี่ยวเหารับไว้!”

        สิ้นเสียงร่างของจางเสี่ยวเหาก็ขยับไหว!

        เขาหุบนิ้วก่อนจะซัดฝ่ามือออกไป!

        ตุ้บตุ้บ ตุ้บ!

        จากนั้นก็มีเสียงดังขึ้นสามครั้ง!และพบว่าเวลานี้ปลาประหลาดทั้งสามตัวถูกกระแทกจนสลบและร่วงตกลงกับพื้น

        ทางด้านถังฮ่าวที่เพิ่งลดกระบองหนามลงต่ำเล็กน้อยก็พลันมีปลาประหลาดสามตัวกระโดดขึ้นมาจากผิวน้ำ!

        แต่คราวนี้กลับมีเพียงแสงมีดที่วูบไหวและเสียงตัดฉับดังขึ้นก่อนจะพบว่าปลาประหลาดทั้งสามตัวได้กลายเป็นชิ้นเนื้อร่วงกระจายลงไปในน้ำ!

        วินาทีต่อมาผิวน้ำก็ปั่นป่วนเพราะเศษเนื้อของปลาประหลาดทั้งสามตัวได้ถูกฝูงปลาที่อยู่ใต้น้ำกลืนกินไปจนหมดสิ้นในพริบตา!

        แม้แต่ถังฮ่าวที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดก็ยังอดที่จะขนลุกไม่ได้!

        ดูจากรูปลักษณ์ภายนอกของปลาเหล่านี้แล้วเขาจึงรู้ว่านี่ไม่ใช่ปลาปิรันย่าที่โด่งดังในยุคก่อนวันสิ้นโลก แต่ดูจากพลังการกัดและการโจมตีของปลาประหลาดเหล่านี้แล้วก็พบว่ามันรุนแรงยิ่งกว่าปลาปิรันย่าเสียอีก

        —---------------------------

        [1]เชียะ ประมาณ 33.33 เซนติเมตร

คล้ายกับเรื่องระบบจักรพรรดิแห่งวันสิ้นโลก-วิวัฒนาการไร้ขีดจำกัด 【จบ】 ที่คุณอ่าน