เฉินโจวที่ยืนยิ้มกว้างอย่างมีความสุขในตอนนี้ อดคิดไม่ได้ว่า แม้จะยังไม่ได้เอ่ยคำว่ารักออกไปตรง ๆ แต่การแสดงความรู้สึกที่เขามีต่อจื่อซวานหมิงอย่างชัดเจนขนาดนั้น เธอก็น่าจะเข้าใจความหมายที่เขาต้องการสื่ออย่างแน่นอน แม้ว่าเธอจะยังไม่ได้ตอบรับอะไรกลับมาในทันทีก็ตาม...
ทว่าหลังจากที่เขาเปิดเผยความในใจออกไป เธอก็ไม่ได้แสดงท่าทีปฏิเสธหรือรังเกียจแต่อย่างใด นั่นเป็นสัญญาณที่ดีที่ทำให้เขามั่นใจว่าเธอเองก็ไม่ได้ปิดกั้นความรู้สึกของเขา ตอนนี้เหลือเพียงแค่รอจังหวะและโอกาสที่เหมาะสม เพื่อที่จะสารภาพรักกับเธออย่างเป็นทางการ เขามั่นใจว่าโอกาสที่จะสมหวังนั้นมีสูงมากทีเดียว
เฉินโจวในตอนนี้กำลังอารมณ์ดีอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน แต่เมื่อมองไปรอบ ๆ ห้องทำงานที่เริ่มเงียบลง เขาก็ไม่รู้ว่าจะทำอะไรต่อไปดี สุดท้ายจึงตัดสินใจว่าจะกลับห้องพักเพื่อพักผ่อน
เมื่อมาถึงห้องพักที่เพิ่งย้ายเข้ามาใหม่ เฉินโจวรู้สึกว่าภาระทางใจและเรื่องราวต่าง ๆ ที่คั่งค้างอยู่ในหัวเริ่มคลี่คลายไปทีละอย่าง ตอนนี้ถึงเวลาที่เขาจะก้าวไปข้างหน้าและรับภารกิจที่สี่จากระบบได้แล้ว คิดได้ดังนั้น เขาก็หลับตาลงและเรียกใช้งานระบบพร้อมกับกดเลือกที่ปุ่ม "รับภารกิจ" ในความคิด
[ระบบเปลี่ยนชีวิต โปรดิวเซอร์ที่เก่งที่สุด]
ผู้ใช้งานระบบ: เฉินโจว
เพศ: ชาย
อายุ: 20 ปี
ระดับความสามารถ: 3 (00/100)
เงินรางวัลที่ได้จากภารกิจ: 200 แต้ม
ช่องทางสำหรับซื้อของในระบบ [เปิดใช้งานแล้วสนใจจะเข้าไปดูไหม [เข้า] ]
[การยกระดับความสามารถ และเงินรางวัล สามารถได้รับจากการทำภารกิจที่ระบบมอบหมายให้สำเร็จ ดังนั้นขอให้ผู้ใช้งานระบบตั้งใจทำภารกิจที่ได้รับมอบหมายให้สำเร็จ ในกรณีที่รับภารกิจแล้วล้มเหลว จะมีบทลงโทษ โดยบทลงโทษจะมีกำกับไว้ในภารกิจที่ได้รับ]
[ภารกิจที่ 4]
ยินดีกับผู้ใช้ระบบในการทำภารกิจที่ 3 ได้สำเร็จ ผู้ใช้ระบบประสบความสำเร็จได้แบบที่ทางระบบเองก็ไม่คาดคิดว่าจะทำได้ถึงขนาดนี้ ดังนั้นเพื่อเป็นการต่อยอดภารกิจในครั้งนี้
คำสั่งภารกิจ:
ผู้ใช้งานต้องทำวิดีโอรายการแข่งขันหาผู้ชนะและลงในแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งออนไลน์ที่สมัครไว้
โดยเงื่อนไขสำคัญ:
ต้องมีบุคคลที่สามที่ไม่ใช่ผู้ใช้งานระบบอย่างน้อย 4 ทีม ทีมละ 3 คน เข้ามามีส่วนร่วมในวิดีโอ- ยอดวิวต้องถึง 100,000 วิว ภายใน 72 ชั่วโมง (3 วัน) หลังจากที่ลงคลิป
- ลงแบบไลฟ์สด ต้องมียอดคนดูที่ 70,000 ภายใน 3 ชั่วโมง
- เนื้อหาของรายการแล้วแต่ผู้ใช้ระบบจะคิด
เวลาที่ให้ทำภารกิจคือ 100 วัน นับจากวันที่รับภารกิจ (สามารถทำภารกิจให้เสร็จได้ก่อน)
รางวัลสำหรับทำภารกิจสำเร็จ:
- คะแนนความสามารถ 100 คะแนน
- เงินจากภารกิจ 150 แต้ม
- ยาลืมเลือน 10 เม็ด
(ผลของยา:เมื่อกินไป 1 เม็ด ทำให้คนที่กินเม็ดยานี้ลืมเรื่องราวทุกอย่างในช่วง 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา)
[บทลงโทษหากภารกิจล้มเหลว]
ไม่สามารถเปิดใช้งานระบบได้เป็นเวลา 8 สัปดาห์
ทางระบบจะมีเงินให้ผู้ใช้งานระบบสำหรับภารกิจนี้ 150,000 ซานี่ (ไม่บังคับ)
ผู้ใช้ระบบจะรับเงินสำหรับภารกิจนี้หรือไม่?
[ใช่] [ไม่]
เฉินโจวที่ได้อ่านเนื้อหาของภารกิจในครั้งนี้จนจบ ก็อดที่จะถอนหายใจยาวออกมาไม่ได้ เขาไม่เข้าใจว่าระบบนั้นต้องการอะไรจากจำนวนทีมและผู้เข้าแข่งขันที่มากขนาดนี้ ทำไมถึงต้องกำหนดให้มีถึงสี่ทีม ทีมละสามคน สุดท้ายก็กลายเป็นการแข่งขันที่มีผู้เข้าร่วมถึงสิบสองคน จำนวนคนเท่ากับภารกิจที่แล้วเลย เพียงแต่คราวนี้เปลี่ยนจากการเล่นบอร์ดเกมเป็นการทำรายการแข่งขันที่มีผู้เข้าแข่งขันถึงสิบสองคน ข้อดีก็คือระบบให้อิสระในการคิดรูปแบบรายการได้อย่างเต็มที่ เรื่องนี้คงต้องนำไปปรึกษาหารือกับทุกคนในทีมอีกครั้ง
แต่เรื่องเงินสนับสนุนในครั้งนี้นับว่าระบบใจกว้างไม่น้อย ให้มาถึงหนึ่งแสนห้าหมื่นซานี่ ถือว่าน่าพอใจมากทีเดียว ส่วนรางวัลที่ได้ก็ยังคงเป็นเม็ดยาเหมือนเดิม ผลของมันในตอนนี้เขายังมองไม่เห็นประโยชน์ที่จะนำมาใช้ได้จริง แต่ก็ไม่แน่ว่าในอนาคตอาจจะมีสถานการณ์ที่จำเป็นต้องใช้มันก็เป็นได้
วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว ช่วงเวลาพักผ่อนสิ้นสุดลง ทุกคนกลับมาปฏิบัติงานตามหน้าที่ของตนเอง งานที่คั่งค้างในช่วงที่หยุดไปนั้นมีจำนวนไม่น้อยจริง ๆ ต้องใช้เวลาเกือบทั้งสัปดาห์กว่าทุกอย่างจะกลับเข้าสู่สภาวะปกติ
เฉินโจวเห็นว่าทุกคนเริ่มกลับมาตั้งใจทำงานกันแล้ว จึงตัดสินใจเปิดประเด็นเกี่ยวกับโปรเจกต์ใหม่ที่เขารับมาจากระบบ ทุกคนที่ได้ฟังต่างก็แสดงความประหลาดใจออกมา เฉินโจวจึงรีบอธิบายเพิ่มเติมว่า
“ตอนนี้รายการหลักของช่องเรามีเพียงแค่รายการแข่งขันทำอาหารของเหล่าแม่บ้าน ส่วนบอร์ดเกมนั้นเราได้ปล่อยไปเพียงแค่คลิปเดียว และมีแนวโน้มว่าจะไม่ต่อยอดในรูปแบบรายการอีกแล้ว ดังนั้นช่องของเราจำเป็นต้องมีรายการแข่งขันใหม่ ๆ เพิ่มเข้ามา
ก่อนที่รายการเก่าจะเริ่มหมดความนิยมและถูกผู้ชมเบื่อหน่ายดังนั้น ฉันขอให้ทุกคนช่วยกันคิดรูปแบบรายการใหม่ภายใต้เงื่อนไขที่ฉันพูดให้ทุกคนได้ฟัง ฉันหวังว่าจะได้รับไอเดียดี ๆ จากทุกคน เหมือนกับตอนที่เราช่วยกันสร้างสรรค์บอร์ดเกม ยังไงก็รบกวนทุกคนในส่วนนี้ด้วยนะ”
หลังจากพูดจบ เฉินโจวก็โค้งตัวเล็กน้อยให้กับทุกคนในห้อง
หลิวจื้อหมิงที่ฟังอยู่ด้วยความสงสัยก็อดไม่ได้ที่จะถามขึ้น “เฉินโจว ฉันเข้าใจนะว่านายอยากจะทำรายการใหม่เพิ่มเข้าไปในช่อง แต่ฉันไม่เข้าใจว่าทำไมต้องทำเป็นแบบทีม แถมยังต้องมีถึงสี่ทีมด้วย จำนวนคนมันจะเยอะเกินไปสำหรับรายการแข่งขันหรือเปล่า?” มีหลายคนในกลุ่มพยักหน้าเห็นด้วยกับความคิดนี้
ขณะที่เฉินโจวกำลังจะอธิบาย จื่อซวานหมิงก็ชิงพูดด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งออกมาเสียก่อน “หลิวจื้อหมิง นายลืมไปแล้วหรือเปล่าว่าบอร์ดเกมที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงของพวกเรา ก็ใช้รูปแบบทีมสามคน และสามารถเล่นได้สูงสุดถึงสี่ทีมเหมือนกัน ในเมื่อเรามีตัวอย่างที่ชัดเจนว่ารูปแบบนี้สามารถสร้างความสำเร็จได้ ทำไมเราถึงจะไม่ลองนำมาต่อยอดความสำเร็จอีกครั้งล่ะ?”
จินหงเหว่ยที่ได้ฟังก็ใช้เวลาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเสริมขึ้น “ผมเองก็เห็นด้วยกับความคิดของจื่อซวานหมิงนะ ในเมื่อเราเคยสร้างสรรค์ผลงานที่ประสบความสำเร็จมาแล้ว เราก็ควรที่จะนำแนวคิดนั้นมาปรับใช้และต่อยอดต่อไป แม้ว่าครั้งนี้จะเป็นในรูปแบบของรายการแข่งขัน ไม่ใช่บอร์ดเกม
แต่การที่เราทำรายการในรูปแบบที่ตลาดส่วนใหญ่ในตอนนี้ยังไม่ได้ทำกัน หากเราสามารถทำออกมาได้ดี ผมเชื่อว่าโปรเจกต์นี้เราประสบความสำเร็จไปกว่าครึ่งแล้วแน่นอน ส่วนในเรื่องของผู้ชม ผมเชื่อว่าพวกเขาจะมองเห็นถึงความตั้งใจและความใส่ใจที่เราพยายามมอบให้ในผลงานของเรา เหมือนกับที่พวกเขาเคยชื่นชอบบอร์ดเกมของเรา”
หลิวจื้อหมิงที่ได้ฟังก็เบ้หน้าเล็กน้อย พร้อมกับบ่นออกมาด้วยน้ำเสียงน้อยใจ “ฉันก็แค่ถามเพื่อความเข้าใจที่ชัดเจนเฉย ๆ ทำไมพวกนายถึงพูดราวกับว่าฉันเป็นคนผิดเต็มประตูขนาดนี้ล่ะ”
เฉินโจวที่เห็นบรรยากาศในห้องเริ่มตึงเครียดขึ้นเล็กน้อยจึงปรบมือเสียงดัง เพื่อให้ทุกคนหันมาสนใจที่เขา แล้วรีบพูดด้วยน้ำเสียงผ่อนคลาย “เอาล่ะทุกคน การพูดคุยกันแบบนี้มันก็ต้องมีความคิดเห็นที่ไม่ตรงกันบ้างเป็นเรื่องธรรมดา แล้วก็หลิวจื้อหมิง ที่จื่อซวานหมิงกับจินหงเหว่ยพูดเมื่อกี้นี้ก็แค่อธิบายให้นายฟังเท่านั้น อย่าเก็บไปคิดมากเลยนะ”
เมื่อเห็นว่าบรรยากาศในห้องกลับมาเป็นปกติ เฉินโจวจึงกล่าวเสริมอีกว่า
“ก็อย่างที่จื่อซวานหมิงกับจินหงเหว่ยได้อธิบายไปเมื่อครู่นี้ ฉันคงจะไม่ขอพูดอะไรเพิ่มเติมแล้วกัน ฉันอยากให้ทุกคนลองใช้เวลาคิดหาไอเดียเกี่ยวกับเงื่อนไขนี้ดู ยังไงก็ลองเสนอความคิดเห็นออกมาดูก่อนได้ ไม่มีการตัดสินว่าถูกหรือผิด สุดท้ายเราก็ต้องมาถกเถียงกันอยู่ดีว่าควรจะทำเกมแข่งขันที่มีเงื่อนไขแบบนี้ออกมาในรูปแบบไหน”
ทุกคนที่ได้ฟังก็พยักหน้าและส่งเสียงตอบรับด้วยความเข้าใจ
เฉินโจวที่เห็นว่าทุกคนเข้าใจและพร้อมที่จะร่วมมือกันแล้วก็รู้สึกโล่งใจ เพียงแค่ทุกคนร่วมแรงร่วมใจกันออกความคิดเห็นเหมือนกับตอนที่พวกเขาสร้างสรรค์บอร์ดเกม เขาก็เชื่อมั่นว่ารายการแข่งขันที่มีเงื่อนไขเกี่ยวกับจำนวนทีมและผู้เข้าแข่งขันที่เหมือนกันนี้ จะสามารถสร้างความสำเร็จได้เช่นเดียวกับบอร์ดเกมอย่างแน่นอน
หลังจากนั้นทุกคนก็เปลี่ยนไปพูดคุยกันในเรื่องงานส่วนอื่น ๆ ต่อ จนกระทั่งถึงช่วงเย็น ทุกคนก็แยกย้ายกันกลับไปทำธุระส่วนตัว เหลือเพียงแค่เขากับจื่อซวานหมิงในห้องทำงานตามปกติ
เฉินโจวเอ่ยขอบคุณเธอที่ช่วยพูดสนับสนุนความคิดของเขา การพูดคุยกันในตอนนี้ระหว่างเขากับจื่อซวานหมิงดูเหมือนจะมีความสนิทสนมและเป็นกันเองมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด หลังจากที่เขาได้เปิดเผยความรู้สึกในใจให้เธอได้รับรู้ การสนทนาในครั้งนี้หากมีคนภายนอกได้ยิน คงจะสามารถรับรู้ได้ทันทีว่าเป็นการพูดคุยของคู่รักที่กำลังคบหาดูใจกันอย่างแน่นอน
ทั้งสองพูดคุยกันจนค่ำมืดก็ได้เวลาที่เฉินโจวจะต้องไปส่งจื่อซวานหมิงที่จุดจอดรถดังเช่นทุกครั้ง และกล่าวคำร่ำลากันก่อนที่เธอจะขึ้นรถกลับบ้าน
ในตอนนี้เฉินโจวคงเหลือเพียงแค่รอคอยไอเดียที่น่าสนใจจากเพื่อนร่วมทีมของเขา ว่าจะมีแนวคิดดี ๆ อะไรมานำเสนอเขาอีกบ้างในโปรเจกต์ใหม่นี้...