ตอนที่ห้าสิบสาม สิ่งที่ซ่อนอยู่ของเวทย์
มือของผมสั่นกึกกึกจากแรงสะเทือนของมานาและความรู้สึกแบบพระเอกอิเซไคที่รู้ว่าทักษะเวทมนตร์ต่างๆคิดค้นขึ้นมาเองได้
ผมดันตกบ่วงการคิดแบบเกมส์มากเกินไปว่าจะต้องไม่โกงต้องเล่นตามกติกา
หมายความว่าหากผมศึกษาเวทย์ดีดีจะสามารถใช้เวทย์ทำเรื่องราวแบบที่ตนเองคิดได้สินะแต่ผมเป็นคนขี้ระแวงขอเลือกฝึกเวทมนตร์ขั้นพื้นฐานก่อนละกันแทนที่จะทดลองตามความคิดสองสามอย่างที่ผมมีว่าจะทำได้หรือเปล่า?
หากทำได้ผมอาจจะไม่ต้องพึ่งมาเรียในการ One Hit Kill จอมมารเลยก็ได้
ผมมองดูแสงสีขาวกลมๆที่มือ
หรือดยุกหมูอ้วนมันก็เป็นระดับวีรบุรุษผู้กล้าแห่งยุคเหมือนกัน?
แต่เผอิญไม่ต้องทำอะไรก็แข็งแกร่งอยู่แล้วและมีคนรับใช้จำนวนมากอยู่แล้วเลยไม่คิดว่าตนเองจะต้องเหนื่อยออกแรงฝึกนั่นเอง
แบบเดียวกับฟรีซเซอร์ที่อาละวาดครองจักรวาลได้ยังไม่เคยต้องลำบากออกแรงฝึกจนเหนื่อยเลยแม้แต่วันเดียว
“อะแฮ่มมาเรียเดี๋ยวคืนนี้เรามีเรื่องที่ต้องคุยกันเยอะเลยนะ”ผมเก็บสมุดโน๊ตลงในกระเป่าเก็บของราคาสองแสนที่เก็บของได้มากกว่ากระเป๋าราคาสองหมื่นเท่าตัว
มาเรียหน้าแดงกอดงวงของมูมักไมเนอร์อย่างอับอาย
“ดะได้ค่ะ”
เอ่อหน้าแดงทำไมเห็นไหมมูมักไมเนอร์มันเจ็บงวงแล้ว
มูมักไมเนอร์ส่งสายตออ้อนวอนมาทางผมเมื่อโดนมาเรียกอดงวงจนขยับไม่ได้
ผมแค่พยายามจะหลอกถามเอาความรู้เรื่องเวทมนตร์จากเธอไม่ต้องหน้าแดง
แต่ผมเห็นอาการน้ำตาไหลออกมานิดๆของมูมักไมเนอร์ผมคิดว่าผมควรทำให้เธอดีใจไว้สักหน่อยดีกว่า
อีกเรื่องหนึ่งที่ผมรู้คือมาเรียมีแรงมากวก่าที่ผมคิดเอาไว้แฮะ หรือตัวเลขที่ผมมองไม่ใช่ทุกอย่างแต่พลังจะแปรผันกับจิตใจ?
และอีกอย่าง งวงเป็นจุดอ่อนของมูมักจริงๆหากโดนจับไว้จะเกิดความเจ็บปวด
อันที่จริงมูมักไมเนอร์พอจะสลัดได้แต่เพราะมันโดนมาเรียกล่อมให้เชื่องด้วยCharm เสน่ห์แล้ว มันจึงไม่กล้าทำอะไรมาเรีย
ผมทำได้แค่ทำเรื่องที่โง่ในระยะยาว
คือการทำให้มาเรียแข็งแรงเพิ่มขึ้น
“พวกเรามาแบกอิฐฝึกซ้อมกันต่อเถอะ”
มาเรียปล่อยงวงของมูมักไมเนอร์และทำหน้าผิดหวัง
“นายท่านล่ะก็ไม่เอาแล้วมาดามอินกริดบอกว่าผู้หญิงไม่ควรจะออกแรงมาก ผู้ชายไม่ค่อยชอบ”
ฟวั่บ
ผมเอาแส้ฟาดดึงมาเรียที่ยืนอยู่ตรงมูมักเข้ามาหาตนเอง
ว้าย
มาเรียร้องขณะโดนดึงเข้ามาแต่ไม่ได้ขัดขืนแส้ที่ลากตัวเธอเข้ามาแต่ประการใด
ผมกอดร่างของเธอไว้
ร่างของเธอน้ำหนักไม่เยอะนี่คือสิ่งที่ชวนให้ตกใจกับพละกำลังของเธอที่ดูไม่เหมาะสมกับร่างกายแต่นี่คือโลกที่คนร่างเล็กนิดเดียวก็สามารถเสกคาถาทำลายกองทหารได้ก็ไม่แปลกแต่ประการใด
มาเรียในอ้อมแขนของผมกอดคอผมและขาเกี่ยวข้างหลังของผมไว้
“ไม่ต้องห่วงเจ้าจะเป็นทาสอุ่นเตียงคนโปรดของข้าเสมอ”
“นายท่าน”มาเรียทำตาพริ้มและหวังว่าผมจะจูบเธอแต่
“เอ่อ มาเรียปล่อยก่อนตอนนี้พวกเราจะฝึกฝนต่อ”
ผมหันไปมองเหล่าพี่กล้ามที่กลั้นหัวเราะมีแต่มูมักไมเนอร์เท่านั้นที่ไม่กลั้นหัวเราะ
แปร๋น แปร๋น
(ดูสิไม่ยอมมีอะไรกับตัวเมียของตนเองด้วย) มูมักไมเนอร์กล่าว