ยอดยุทธชุดชมพู

    60.องค์หญิงอาณาจักรเฉิน!

    60.องค์หญิงอาณาจักรเฉิน!

                   การเดินทางขามาของฮ่องเต้เฟยเต็มไปด้วยความเร่งรีบพระองค์มีองครักษ์ติดตามมาแค่สิบคนรีบร้อนควบม้าเร็วออกจากพระราชวัง พระองค์จึงรู้สึกเหน็ดเหนื่อยอยู่บ้าง...

                   ขากลับยังไม่ทันที่ฮ่องเต้เฟยจะสั่งการให้คนเตรียมรถม้าเพื่อจะได้อาศัยหลับพักผ่อน จ้าวหอจิวหรงกลับเตรียมรถม้าไว้พร้อม...รถม้าสองคันคันหนึ่งสำหรับฮ่องเต้เฟย และอีกคันสำหรับสกุลฮุ่ยของนาง

                   จ้าวหอจิวหรงผู้นี้ร้ายกาจมาก ราวกับคาดเอาไว้แล้วว่าทุกอย่างจะต้องลงเอยแบบนี้นางถึงได้เตรียมรถม้าเผื่อฮ่องเต้เฟยอย่างเขาด้วย! นางช่างมั่นใจเหลือเกินว่าทุกอย่างต้องออกมาอย่างที่นางคิด...ฮึนางจิ้งจอก!

                   ฮ่องเต้เฟยได้แต่ถลึงตามองจ้าวหอจิวหรงด้วยความโมโหก่อนจะเสด็จขึ้นรถม้าพลางปลอบใจตัวเองว่าอย่างน้อยสตรีผู้นี้ก็ไม่มีทางได้เป็นสะใภ้ของพระองค์ อย่างน้อยเรื่องของนางกับเฟยหานตงจะไม่มีวันได้สมหวัง!

                   “หลานรักหลายเดือนมานี้ข้าได้ยินข่าวเจ้าถูกลอบสังหารครั้งแล้วครั้งเล่าจนปวดใจ...โดยเฉพาะเมื่อหกเดือนก่อนข้าได้ยินว่าเจ้าบาดเจ็บสาหัส...ซ้ำยังเสียโฉม”อ๋องฮุ่ยกล่าวขณะนั่งอยู่ในรถม้าที่กำลังเดินทางเข้าสู่เมืองหลวงอาณาจักรเฟย

                   อ๋องฮุ่ยทำสีหน้าเจ็บปวดเมื่อคิดถึงเรื่องนี้เพียงแค่นางออกจากอาณาจักรฮุ่ยก็ต้องเสี่ยงตายครั้งแล้วครั้งเล่า...พระองค์แทบจะบุกไปถลกหนังนิกายทมิฬให้สิ้นซาก...หากไม่ใช่เพราะเคยรับปากว่าจะให้จิวหรงเป็นคนจัดการเองพระองค์คงทำลายล้างนิกายนี้ไปนานแล้ว...        

                   แม้แต่แม่ทัพหงซือจงผู้นั้นพระองค์ก็อยากลากมาตัดหัวยิ่งนักคนที่กล้าหลอกลวงเบื้องสูงปล่อยให้นักโทษสมควรตายอย่างจ้าวนิกายคนปัจจุบันหนีรอดไปได้.... หากไม่ใช่เพราะหงซือจงปล่อยสตรีนางนั้นไปวันนี้จิวหรงหรือหนิงหรงก็คงไม่ต้องถูกลอบสังหารจากนิกายทมิฬครั้งแล้วครั้งเล่า!

                   ยังมีเรื่องที่นางเสียโฉมอีกดีที่คนลงมือถูกจิวหรงสังหารไปแล้วหาไม่พระองค์จะกรีดหน้าสตรีผู้นั้นเองเพื่อแก้แค้นที่มันกล้าเตะต้องหลานสาวคนสวยของพระองค์... ที่บัดนี้ต้องซ่อนใบหน้าอยู่ภายใต้หน้ากากสีขาวนี้...

                   ฮ่องเต้ฮุ่ยเองก็มีสีหน้าเจ็บปวดเช่นกันจิวหรงผู้นี้คือผู้ที่สวรรค์ประทานมาให้อาณาจักรฮุ่ย เพราะมีสตรีผู้นี้อาณาจักรฮุ่ยจึงร่ำรวย แข็งแกร่งยิ่งกว่าอาณาจักรใดในใต้หล้า... ดีที่หลายปีก่อนพระองค์เชื่อในคำทำนายของโหรเฒ่าเชื่อในสัญชาตญาณของตัวเองผลตอบแทนจากการที่พระองค์รักและตามใจสตรีตรงหน้าจากใจจริงจึงส่งผลให้อาณาจักรฮุ่ยมีวันนี้....

                   จิวหรงถูกสายตาของญาติผู้ใหญ่ทั้งสองที่รักเธอเหมือนลูกหลานแท้ๆทำให้อดรู้สึกตื้นตันไม่ได้... เพราะทั้งสองพระองค์มอบความรักความเอ็นดูให้มากมายมากยิ่งกว่าผู้เป็นรัชทายาทของอาณาจักรดังนั้นทุกๆวันเธอจึงทำและคิดเพื่ออาณาจักรฮุ่ย และเพื่อให้เทียนหลงญาติผู้น้องของเธอ ได้นั่งบัลลังก์ที่มั่นคงในอนาคต...เป็นฮ่องเต้ผู้ไม่ต้องคอยหวาดระแวงภัยจากอาณาจักรอื่นๆ หรือเหล่าขุนนางคนใด...

                   ‘เมื่อพวกท่านทำเพื่อข้ามากมายถึงเพียงนี้...ข้าก็จะทำเพื่อพวกท่าน และรัชทายาทของพวกท่านเช่นกันเพื่อตอบแทนบุญคุณที่พวกท่านดูแลข้าเป็นอย่างดี...’นั่นคือปณิทานแน่วแน่ที่เธอมีตลอดหลายปีท่านผ่านมา...

                   “ขออภัยที่หลานทำให้พวกท่านเป็นห่วง”จิวหรงกล่าว“ถึงอย่างไรทุกอย่างก็ผ่านไปแล้ว... แน่นอนว่านิกายทมิฬต้องถูกกวาดล้างให้สิ้นซาก...คราวนี้พวกมันจะไม่มีโอกาสผงาดขึ้นมาเป็นครั้งที่สอง!”จิวหรงกล่าวด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าวแววตาลุกวาวด้วยความอาฆาต... “จะต้อง ฆ่า ฆ่า และฆ่าเท่านั้น!”

                   อากาศในรถม้าพลันเย็นเยือกขึ้นทันทีเมื่อจิวหรงแผ่กลิ่นอายฆ่าฟัน...

                    ผู้เฒ่าสกุลฮุ่ยทั้งสองรู้สึกขนลุกกับจิตสังหารที่รุนแรงนี้

                   “ตามีเรื่องจะถาม...ขอให้หลานตอบด้วยความสัจจริง”อ๋องฮุ่ยปั้นสีหน้าเคร่งขรึมยามเอ่ยวาจา

                   คนถูกถามเลิกคิ้วขึ้นด้วยความสงสัย“เชิญท่านตาถามได้เลย”

                   “ตาได้ยินข่าวลือของเจ้ากับเฟยหานตงมากมายตาอยากรู้ว่าเจ้ารักเฟยหานตงหรือเปล่า”อ๋องฮุ่ยน้ำเสียงเคร่งขรึมจริงจังจ้องมองหลานสาวอย่างรอคอยคำตอบ

                   จิวหรงเหลือบมองผู้เฒ่าทั้งสองที่มองมาด้วยท่าทีจริงจังขณะเธอรู้สึกกดดันกับสายตาของผู้เฒ่าทั้งสองที่คาดคั้นเอาคำตอบ

                   “ข้า...”จิวหรงลากเสียงขณะนึกย้อนคิดถึงช่วงเวลาที่ผ่านมาทั้งหมดโดยเฉพาะหลายเดือนมานี้ที่เฟยหานตงไม่เคยโผล่หน้ามาให้เห็นทำให้เธอรู้สึกว่าบางสิ่งบางอย่างขาดหายไป และรู้สึกคิดถึงคนผู้นี้

                   ขณะที่ผู้เฒ่าทั้งสองมีสีหน้าจดจ่อเฝ้ารอคำตอบจิวหรงก็พลันขมวดคิ้ว “เหตุใดพวกท่านต้องการรู้เรื่องนี้”จิวหรงไม่ตอบคำถามซ้ำยังโยนคำถามกลับไปให้อีกฝ่ายตอบ

                   สองผู้เฒ่าหันไปสบตากับคล้ายจะบอกว่าเจ้าพูดสิ เจ้าพูด โยนกันไปมา จนจิวหรงขมวดคิ้วเริ่มสงสัยว่าผู้เฒ่าสองคนนี้คงกำลังวางแผนอะไรบางอย่างไว้...

                   จิวหรงถอนหายใจในที่สุดเธอก็ต้องเป็นฝ่ายยอมแพ้ ตอบคำถามก่อน หากรอให้ทั้งสองพระองค์ตอบคำถามของเธอเกรงว่านั่งรอครึ่งค่อนวันก็คงไม่ได้คำตอบ ในเมื่อทั้งสองพระองค์ทำท่าโยนให้อีกฝ่ายตอบ

                   “ข้าไม่แน่ใจว่าข้ารักเฟยหานตงหรือไม่”

                   ทันทีที่คำตอบหลุดออกจากปากของจิวหรงท่านผู้เฒ่าทั้งสองก็หันขวับไปมองคนพูดทันที

                   แววตาของผู้เฒ่าต่างลุกวาว“หมายความว่าเจ้าอาจจะรักหรือไม่รักก็ได้ใช่ไหม”ฮ่องเต้ฮุ่ยตรัสถามน้ำเสียงเต็มไปด้วยความหวัง

                   จิวหรงขมวดคิ้วนึกสงสัยว่าสองผู้เฒ่าดีใจออกนอกหน้าเกินไปหรือไม่แต่กระนั้นเธอก็พยักหน้าเป็นคำตอบ

                   แววตาของผู้เฒ่าทั้งสองฉายความยินดีไว้เด่นชัดขณะที่ลางสังหรณ์ของเธอกำลังบอกว่าเรื่องยุ่งๆกำลังจะตามมาในอีกไม่ช้า

                   “สรุปว่าทำไมพวกท่านจึงอยากรู้เรื่องที่ข้ารักเฟยหานตงหรือไม่...พวกท่านวางแผนอะไรไว้หรือเปล่า”จิวหรงหรี่ตามองผู้เฒ่าทั้งสองอย่างจับผิด

                   ทำให้สองผู้เฒ่ารีบตีสีหน้าเคร่งขรึมทันที....เพื่อกลบเกลื่อนท่าทางดีใจจนออกนอกหน้า

                   “แต่เดิมฮ่องเต้เฟยและพวกข้าเป็นคู่แข่งกันมาตั้งแต่สมัยเรียนหากเป็นไปได้ก็ไม่อยากให้เจ้าไปเกี่ยวข้องกับเฟยหานตง”ฮ่องเต้ฮุ่ยกล่าวขณะสังเกตสีหน้าของจิวหรงเมื่อเห็นคนตรงหน้าขมวดคิ้วคล้ายไม่ชอบใจกับสิ่งที่ได้ยิน ก็รีบกล่าวต่อ“แต่หากเจ้ารักชอบกันพวกข้าก็ไม่มีสิทธิ์ไปขวาง”

                   แน่นอนว่าพระองค์ไม่อยากได้คนสกุลเฟยเป็นหลานเขย! แค่คิดว่าต้องดองกับลูกชายของคนผู้นั้นก็รู้สึกไม่ดีแล้ว!แต่ถ้า...จิวหรงนางรักชอบเฟยหานตงจริงๆละก็ พระองค์ก็จะไม่ขวางถึงอย่างไรหลายปีที่ผ่านมาจิวหรงก็ทุ่มเทให้สกุลฮุ่ยมากมาย ถึงขั้นทำให้สกุลฮุ่ยรุ่งเรือง...

                   จิวหรงได้ยินดังนั้นจึงคลายคิ้วที่ขมวดออกเรื่องของเธอกับเฟยหานตงหากยังมีผู้เฒ่าสกุลฮุ่ยยื่นมือมาขัดขวางอีกละก็เกรงว่าต่อให้เธอและเฟยหานตงมีความรักลึกซึ้งต่อกันก็คงไม่มีวันได้สมหวัง ในเมื่อผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายไม่เห็นชอบ

                   “หากว่าเจ้ารักเฟยหานตงแล้วตาเฒ่าเฟยไม่ยินยอมให้พวกเจ้าอยู่ด้วยกัน อย่างมากเจ้าก็ฉุดเฟยหานตง! แล้วมาอยู่ที่อาณาจักรฮุ่ยด้วยกันเสียเลย!”ฮ่องเต้ฮุ่ยประกาศด้วยท่าทางองอาจห้าวหาญ

                   จิวหรงฟังแล้วอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึงไม่อยากเชื่อว่าฮ่องเต้ผู้สง่างาม จะมีความคิดให้หลานสาวไปฉุดผู้ชาย!

                   ขณะที่อ๋องฮุ่ยทำสีหน้าครุ่นคิดกับสิ่งที่ได้ยิน“เสด็จพี่ท่านพูดแบบนั้นก็ไม่ถูก”อ๋องฮุ่ยว่าพลางส่ายหน้าคล้ายจะบอกว่าความคิดของฮ่องเต้ไม่เข้าท่า

                    “ต้องดูด้วยว่าเฟยหานตงยังชอบพอจิวหรงอยู่ไหม...เท่าที่ข้ารู้มาเฟยหานตงไม่ได้ตามติดจิวหรงเป็นเงาตามตัว มาหกเดือนแล้วไม่แน่ว่าตอนนี้เฟยหานตงอาจจะไม่ชอบจิวหรงแล้วก็ได้ หากว่าฉุดเฟยหานตงเกรงว่าชีวิตสมรสของจิวหรงในอนาคตจะไม่มีความสุข”

                   ฮ่องเต้ทำท่าทางครุ่นคิดก่อนจะพยักหน้าอย่างเห็นด้วย...“เจ้าพูดก็ถูก ดูเหมือนว่าตอนนี้เฟยหานตงจะไม่ได้ชอบจิวหรงแล้ว”กล่าวพลางทำสีหน้าเหยียดหยาม“เฮอะ! คงเพราะเห็นว่าจิวหรงเสียโฉมถึงได้เปลี่ยนใจไปหมั้นกับองค์หญิงสกุลเฉินที่เขาลือกันว่างดงามมาก”

                   จิวหรงยิ่งฟังคิ้วก็ยิ่งกระตุก ผู้เฒ่าสองคนนี้พดเองเออเองคล้ายกับลืมไปแล้วว่าเธอก็อยู่ตรงนี้ด้วย จิวหรงถอนหายใจ “ข้าก็บอกไปแล้วว่าไม่แน่ใจว่ารักเฟยหานตงไหมเหตุใดพวกท่านพูดจาเลยเถิดไปถึงชีวิตสมรสของข้ากัน!”

                   สองผู้เฒ่ากลับเลิกคิ้วขึ้นก่อนจะหันไปจ้องคนพูด

                   “ก็เพราะว่าเฟยหานตงผู้นั้นสมบูรณ์แบบในทุกๆด้าน ข้าไม่เชื่อว่าเจ้าจะไม่รักเฟยหานตง”อ๋องฮุ่ยตอบ

                   คราวนี้จิวหรงอ้าปากค้างเถียงไม่ออกเพราะเฟยหานตงผู้นี้ไม่มีที่ติจริงๆ เว้นเพียงนิสัยและท่าทางเย็นชา

                   “ก็ไม่แน่เพราะข้าได้ยินมาว่าเฟยหานตงมีคู่แข่ง”ฮ่องเต้ฮุ่ยตรัส พลางทำท่าครุ่นคิด“เยี่ยนเฟยเองก็หล่อเหลาไม่แพ้เฟยหานตงเลยนี่นา...”ฮ่องเต้ฮุ่ยหันไปยิ้มล้อเลียนจิวหรง

                   หกเดือนมานี้จิวหรงเยี่ยนเฟยมักไปไหนมาไหนด้วยกันบ่อยๆจนเกิดเป็นข่าวลือว่าจิวหรงเองก็มีคนรักใหม่แล้ว ซ้ำยังรูปงามไม่แพ้เฟยหานตงซ้ำเป็นบุรุษที่มีอายุและประสบการณ์มากกว่า เสน่ห์ในแบบที่วัยรุ่นสู้ไม่ได้

                   จิวหรงกล่าว “ดูเหมือนพวกท่านจะให้ความสนใจเรื่องผู้ชายในชีวิตข้าเป็นพิเศษ”ว่าพลางหรี่ตามองจ้องจับผิดคนทั้งคู่“คงไม่ใช่ว่าคิดจะหาผู้ชายให้ข้าดูตัว หรือคิดจะหาคู่หมั้นให้ข้าหรอกนะ”

                   ผู้เฒ่าทั้งสองเสมองไปคนละทางไม่กล้าสบตากับจิวหรง ซ้ำยังทำท่าไม่รู้ไม่ชี้ ดูไปแล้วมีพิรุธอย่างยิ่ง

                   จิวหรงเห็นดังนั้นก็ส่ายหัว...คาดว่าผู้เฒ่าทั้งสองคงกำลังวางแผนบางอย่างไว้จริงๆ!

                   เมื่อถึงวังหลวงอาณาจักรเฟยฮ่องเต้และอ๋องฮุ่ยเข้าพักในพระราชวัง ท่ามกลางสีหน้าบูดบึ้งของฮ่องเต้เฟยที่ถึงแม้จะไม่พอใจการกระทำของอีกฝ่ายที่ปั่นหัวพระองค์เล่นทว่าพระองค์ก็มิใช่ฮ่องเต้เลอะเลือน ไม่แยกเรื่องส่วนตัวกับเรื่องบ้านเมือง ดังนั้นนอกจากพระองค์ทำสีหน้าบูดบึ้งแสดงความไม่พอพระทัยและพูดจาเหน็บแนมคู่แข่งตลอดชีวิตของพระองค์แล้วนอกเหนือจากนั้นก็ให้เกียรติและให้การต้อนรับแบบที่เจ้าบ้านพึงกระทำ

                   ไป๋หลงส่งคนทั้งสามที่หน้าพระราชวังก่อนจะควบม้ามุ่งกลับสำนักพยัคฆ์ทมิฬ ระหว่างทางผ่านตลาดกลับได้ยินคนร้องเรียก

                   “ไป๋หลง! คุณหนูไป๋หลง!”

                   ไป๋หลงหยุดม้าก่อนจะพบว่าที่แท้คนเรียกก็คือเยี่ยนเฟยนั่นเองคนผู้นี้รูปร่างสูงโปร่ง มองไปแล้วโดดเด่นท่ามกลางฝูงชน ไม่ว่าจะรูปร่างหน้าตาหรือบุคลิก ล้วนทำให้คนทั้งหลายต้องเหลียวมอง

                   ไป๋หลงยิ้มให้เยี่ยนเฟยผู้หล่อเหลาก่อนจะฉีกยิ้มกว้างยิ่งขึ้น เมื่อพบว่าคนที่กำลังเดินมาพร้อมกับเยี่ยนเฟยคือหวงเหวิน อาจารย์ผู้สอนวิชาแพทย์ให้เธอตั้งแต่เด็กเป็นเวลาเกือบหนึ่งปีเต็มนับตั้งแต่หวงเหวินมาส่งเธอเข้าเรียนเธอก็ไม่ได้พบหวงเหวินอีกเลย เพราะท่านอาจารย์ได้รับภารกิจ ไปดูแลหอจิวหรงที่ตั้งอยู่ในอาณาจักรสุยซึ่งห่างไกลออกไปใช้เวลาเดือนทางถึงสามเดือน

                   “ท่านอาจารย์!”ไป๋หลงร้องเรียก ด้วยความดีใจขณะยิ้มจนแก้มแทบปริอยากอวดความสามารถล่าสุดของตัวเองที่คิดค้นตัวยาใหม่ได้ให้อาจารย์ฟัง

                   อารามดีใจรีบร้อนลงจากหลังม้าแต่เพราะการเดินทางทั้งวันทั้งคืนทำให้ไป๋หลงอ่อนเพลียอยู่บ้างสุดท้ายขณะกระโดดลงจากหลังม้า เมื่อเท้าแตะพื้นดินกลับเข่าอ่อนเกือบหน้าทิ่มพื้นดิน หากไม่ได้เยี่ยนเฟยยื่นมือมาคว้าไว้ได้ทันดังนั้นหน้าไป๋หลงจึงซบเข้ากับอกอุ่นๆของเยี่ยนเฟย แทนที่จะเป็นพื้นดิน

                   ไป๋หลงผละออกจากหน้าอกล่ำๆของเยี่ยนเฟยขณะรู้สึกกระดากอายเล็กน้อยเมื่อสบตาวิบวับของเยี่ยนเฟย

                    “ขอบใจ”ไป๋หลงกล่าวขณะรู้สึกหน้าเห่อร้อนจนต้องเบือนหน้าหนีด้วยความกระดากอาย...

                   ทว่าจู่ๆสีหน้าของไป๋หลงก็แข็งค้าง

                   เยี่ยนเฟยและหวงเหวินเห็นสีหน้าไป๋หลงผิดปกติ จึงมองตาม สุดท้ายพบว่าไป๋หลงกำลังมองเด็กหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งหน้าตาหล่อเหลา ท่าทางเย็นชา คนผู้นี้คือเฟยหานตง!

                   เฟยหานตงกำลังจ้องมองมาทางไป๋หลงสีหน้าไม่พอใจอย่างรุนแรงคาดว่าคงเห็นเหตุการณ์เมื่อครู่ที่เยี่ยนเฟยประคองไป๋หลงไว้

                   แต่สิ่งที่ทำให้ไป๋หลงสีหน้าแข็งค้างตกตะลึงน่าจะเป็นสาเหตุมาจากสตรีข้างกายของเยี่ยนเฟยในสุดสีขาวบริสุทธิ์ รูปร่างบอบบาง เอวคอดกิ่วมีส่วนโค้งเว้าทั้งบนทั้งล่างที่สตรีทั้งหลายเห็นแล้วต้องอิจฉายังมีดวงตางดงามหวานหยดที่โผล่พ้นผ้าปิดหน้าสีขาวที่ชวนให้คนมองใจละลายกับแววตางดงาม แม้จะมีผ้าปิดหน้าบดบัง ทว่าจากเงารางๆ ที่เห็นภายใต้ผ้าคลุมหน้าก็ทำให้คนคาดเดาว่าสตรีผู้มีใบหน้ารูปไข่นี้จะต้องเป็นสาวงามอย่างแน่นอน

                   สาวงามในชุดขาวกำลังเกาะแขนเฟยหานตงฉุดรั้งเฟยหานตงผู้ที่คล้ายกำลังจะพุ่งเข้ามาหาไป๋หลงที่อยู่อีกฟากของถนนเฟยหานตงขมวดคิ้ว ไม่พอใจที่ถูกรั้ง ทว่าก็ไม่ได้สะบัดมือของหญิงสาวผู้นั้นออกทำเพียงหันไปมองสตรีชุดขาว ทว่าเมื่อสบตากับอีกฝ่ายแววตาของเฟยหานตงก็คล้ายจะอ่อนโยนลง

                   ยิ่งเมื่อสตรีชุดขาวเขย่งปลายเท้ากระซิบข้างหูเฟยหานตงถึงขั้นแย้มยิ้มให้อย่างอ่อนโยน ไม่เหลียวกลับมามองไป๋หลงอีก

                   หญิงสาวชุดขาวคล้องแขนด้วยท่าทางสนิทขณะลากจูงเฟยหานตงเดินดูข้าวของในตลาดด้วยท่าทางตื่นเต้นเฟยหานตงยิ้มให้หญิงสาวชุดขาวด้วยแววตาอ่อนโยน และรอยยิ้มงดงามโดยไม่เหลียวกลับมามองไป๋หลงอีกเลย....

                   ไป๋หลงยืนมองเฟยหานตงที่ค่อยๆลับหายไปในกลุ่มคนด้วยสีหน้าเศร้าหมอง รอยยิ้มและสายตาอ่อนโยนที่เฟยหานตงเคยมอบให้เธอคนเดียวบัดนี้กลับมอบให้หญิงอื่น ไป๋หลงรู้สึกคล้ายสูญเสียบางอย่าง ขณะเดียวกันก็เจ็บปวดผิดหวัง เสียใจ รู้ตัวอีกที มือของเยี่ยนเฟยก็ยื่นมาที่ใบหน้าเธอ

                   ไป๋หลงผงะถอยหลังหลบมือของเยี่ยนเฟยด้วยความตกใจแววตาเยี่ยนเฟยฉายความผิดหวังวูบนึง

                   เธอขมวดคิ้วเมื่อรู้สึกว่าใบหน้าคล้ายมีหยดน้ำเกาะเมื่อยกมือขึ้นเช็ดเธอพบว่าที่แท้แล้วนั่นเป็นน้ำตาของเธอเอง...ที่แท้แล้วเธอร้องไห้โดยไม่รู้ตัว
                   ไป๋หลงตกตะลึงกับความจริงนี้ดูเหมือนว่าหกเดือนที่ผ่านมาเธอจะคิดถึงเฟยหานตงอย่างมากยิ่งเมื่อเห็นอีกฝ่ายสนิทสนมกับสตรีอื่น เธอถึงกับหลั่งน้ำตาโดยไม่รู้ตัว

                   เยี่ยนเฟยและหวงเหวินขมวดคิ้วด้วยความไม่สบายใจสีหน้าของไป๋หลงเมื่อครู่นี้ เศร้าหมอง เจ็บปวดอย่างรุนแรงจนกระทั่งมีหยดน้ำตาไหลออกมา แม้กระทั่งร้องไห้นางยังไม่รู้ตัว...เกรงว่าความรู้สึกที่มีให้เฟยหานตงคงลึกซึ้งมากกว่าที่นางรู้ใจตัวเองเสียแล้ว....

                   เยี่ยนเฟยผู้มีสีหน้าอ่อนโยนเสมอบัดนี้กลับเศร้าหมอง ในใจเจ็บปวดและรู้สึกไม่ยินยอมเมื่อเห็นสตรีตรงหน้าต้องหลั่งน้ำตาเพราะบุรุษอื่น...

                   ‘ข้าเฝ้ารอ ข้าตามหาเจ้ามาเนิ่นนานจนมีโอกาสได้พบเจ้าอีกครั้ง ข้าจะไม่ยอมปล่อยมือจากเจ้าแน่!’เยี่ยนเฟยกัดฟันขณะกำมือแน่นจนเล็บจิกเนื้อรู้สึกได้ถึงความเหนอะหนะของเลือดที่ไหลออกมาจากฝ่ามือ เพราะแรงจิกเล็บที่มากเกินไป

                   เยี่ยนเฟยทำสีหน้าจริงจังขณะกล่าว “ได้ยินมาว่าช่วงนี้มีเชื้อพระวงศ์หลายอาณาจักรเข้าร่วมชมการประลองประจำปีของสำนักพยัคฆ์ทมิฬ  บัดนี้บุคคลสำคัญทั้งหลายจึงเป็นแขกอยู่ที่พระราชวัง

                   ในขณะที่เฟยหานตงได้รับมอบหมายทำหน้าที่ต้อนรับองค์หญิงจากแคว้นเฉินโดยเฉพาะมีข่าวลือว่าทั้งสองสกุลคิดจะให้ทั้งคู่หมั้นหมายกันทั้งคู่จึงเคยพบกันตั้งแต่หกเดือนก่อน หลังจากนั้นจึงมีการคุยโต้ตอบทางจดหมายมาโดยตลอดจากท่าทางของคนทั้งคู่ดูเหมือนว่าผู้ใหญ่ทั้งสองสกุลจะสมหวังแล้ว...คาดว่าการหมั้นหมายอย่างเป็นทางการคงเกิดขึ้นในไม่ช้านี้”

                   “หมั้นหรือ...”ไป๋หลงพึมพำแผ่วเบาจ้องมองทิศทางที่คนทั้งคู่เดินหายลับเข้าไปในฝูงชน

                   “พวกเขาก็ดูเหมาะสมกันดี”ไป๋หลงกล่าวขณะน้ำเสียงเศร้าโศกก่อนจะถอนหายใจ ‘ใช่เหมาะสมกันดี...หากว่าเฟยหานตงเปลี่ยนใจไปรักใครอีกคนได้ก็ถือว่าวาสนาของเราจบสิ้นกัน...’ไป๋หลงพยายามปลงตก ทว่าหัวใจกลับดิ้นรนคล้ายไม่ยินยอม...

                   แต่ถึงจะไม่ยินยอมเธอจะทำอะไรได้เรื่องของความรัก เรื่องของความรู้สึก ใครจะกำหนดและห้ามปรามมันได้...

                   หลังจากได้ยินไป๋หลงกล่าวว่าคนทั้งคู่เหมาะสมกันคล้ายว่านางกำลังทำใจยอมรับความจริง เยี่ยนเฟยก็รู้สึกยินดีอย่างยิ่งยินดีที่ต่อไปนี้ไป๋หลงจะไม่มีคนอื่นในหัวใจอีก...นี่คือโอกาส! โอกาสที่จะชิงหัวใจของไป๋หลงมาไว้ในมือ!

                   เยี่ยนเฟยส่งกระแสจิตให้ไป๋หลงขณะกุมมืออีกฝ่าย‘คนผู้นั้นอาจเปลี่ยนใจไปจากเจ้า... ทว่าข้าไม่เคยเปลี่ยนไม่ว่ากี่ภพชาติ คนที่ข้ารอยังคงเป็นเจ้า’

                   ไป๋หลงเงยหน้าสบตากับแววตาอ่อนโยนที่ห่วงหาอาทรเธอมาตลอดคนผู้นี้เธอเคยหลงรัก แต่สุดท้ายถูกหลันหลงมังกรฟ้าลบความทรงจำทำให้ลืมเลือนเรื่องของคนผู้นี้จนหมดสิ้น... ทว่าเยี่ยนเฟยผู้ถูกขังนับแสนปีกลับไม่เคยลืมเธอ ไม่เคยโทษที่เธอเป็นต้นเหตุให้เขาถูกขังอดีตคนผู้นี้เคยดีกับเธออย่างไร ปัจจุบันก็ยังดีกับเธอไม่เปลี่ยน...

                   ทว่าผ่านมาแล้วหกเดือนที่ไม่ได้เจอเฟยหานตงตลอดเวลาเฝ้าคิดถึง คะนึงหาคนผู้นั้นตลอด แม้ว่าจะมีเยี่ยนเฟยอยู่ด้วยก็ตามยิ่งเห็นเฟยหานตงเดินควงแขนกับคนอื่น เธอยิ่งรู้สึกเจ็บปวดดูเหมือนว่าเธอจะรักเฟยหานตงเข้าแล้ว... เพียงแต่ว่าดูเหมือนจะสายจนเกินไปตอนนี้เฟยหานตงมีสตรีที่เพียบพร้อมก้าวเข้ามาในชีวิตแล้ว...

                   หรือบางทีเธอควรจะหันกลับมามองคนตรงหน้าคนที่อยู่ข้างเธอเฝ้ารอเธอ...ส่วนหลันหลงมังกรฟ้าผู้นั้น...ไม่ทราบว่าใช่เฟยหานตงหรือไม่หากใช่แต่ปัจจุบันหัวใจเขามีคนอีกคน...ถ้าเช่นนั้นเธอจะยินยอมปล่อยมือ...แต่หากไม่ใช่... เธอก็ไม่คิดจะรอเขาอีกต่อไปแล้ว...หกเดือนที่ผ่านมาเธอใช้เวลาครุ่นคิดถึงทุกสิ่งทุกอย่าง ทบทวนความรู้สึกของตัวเอง

                   พุทธองค์ทรงตรัสว่าอดีตคือสิ่งที่ผ่านไปแล้ว อนาคตคือสิ่งที่ยังไม่มาถึง...ดังนั้นให้อยู่กับปัจจุบันและเพราะยึดถือคำสอนนี้ในภพชาติที่เกิดในอีกโลกหนึ่งศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ดเธอจึงมีชีวิตที่สงบสุขร่มเย็น ไม่ว่าพบเจอปัญหา เรื่องร้ายแรงเพียงใดก็สามารถปล่อยวางลงได้...ดังนั้นคราวนี้เธอก็จะปล่อยวางเช่นกัน

                   ไป๋หลงกุมมือเยี่ยนเฟยตอบขณะตอบทางกระแสจิต ‘ข้าเพิ่งรู้ว่าหลงรักเฟยหานตงซึ่งเป็นมนุษย์ธรรมดาเข้าให้แล้ว..’เยี่ยนเฟยได้ยินดังนั้นก็มีสีหน้าเศร้าหมอง ขณะที่ไป๋หลงยิ้มเศร้าๆแล้วกล่าวต่อทางกระแสจิต ‘แต่หากแม้นว่าข้ากับเฟยหานตงไร้วาสนาต่อกันเป็นเขาเปลี่ยนใจจากข้าไปแล้ว ข้าก็จะไม่ฝืนชะตา ยินยอมปล่อยวางแต่โดยดี’เยี่ยนเฟยได้ยินดังนั้นแววตาก็เต็มไปด้วยความหวัง

                   ‘ขอบคุณที่อยู่ข้างข้าเสมอเพียงแต่ว่าความรักที่ข้าเคยรู้สึกต่อท่านเป็นอดีตไปแล้ว...’เยี่ยนเฟยได้ยินดังนั้นก็ตกตะลึงสีหน้าเศร้าหมองและผิดหวัง แววตาสะเทือนใจและเจ็บปวดไป๋หลงเห็นดังนั้นก็ยิ้มปลอบโยนแล้วกล่าวต่อ ‘หากว่าท่านคิดจะทำให้ข้ารักท่านขอเพียงท่านมั่นคงเช่นนี้ต่อไปวันนึงข้าอาจจะรักท่านอีกครั้งก็ได้...’

                   เยี่ยนเฟยได้ยินดังนั้นก็ยิ้มกว้างขณะดึงคนตรงหน้าเข้ามากอด ‘ไม่เป็นไรขอเพียงข้ามีโอกาสอีกครั้ง ข้ายินดีจะเฝ้ารอเจ้าเช่นเดิม ไม่ว่านานเพียงไรขอเพียงโอกาสอีกครั้ง...’เยี่ยนเฟยตอบกลับทางกระแสจิต ก่อนจะหลบตาลงอย่างสาสมใจเมื่อเห็นคนหาบเร่ขายของที่แอบจ้องมองมาที่เขาและไป๋หลงเป็นบางครั้ง บัดนี้ผลุนผลันรีบร้อนจากไป...

                   ดูเหมือนว่าคนผู้นี้จะเป็นสายลับและคาดว่าคงเป็นคนของเฟยหานตงที่ส่งมาคอยสะกดรอยเขาตลอดเวลา...

                   ‘ฮึ...เฟยหานตง ไม่ว่าเจ้าคิดจะทำอะไรตอนนี้โอกาสก็เป็นของข้าแล้ว!!!’

     

                   ไป๋หลง ปรับอารมณ์ให้มั่นคงอยู่ครู่นึงก่อนจะหันไปพูดคุยกับหวงเหวินผู้เป็นอาจารย์และอวดถึงความสามารถของตนที่คิดค้นตัวยาล่าสุดได้ ด้วยสีหน้าและท่าทางที่ภูมิใจมากแต่แม้ว่าเธอกำลังยิ้มแย้มมากมายเพียงใด หัวใจเธอกลับเต็มไปด้วยความเศร้าหมอง

                   หวงเหวินตบบ่าไป๋หลงแล้วชมเชยว่าทำได้ดี ก่อนจะพูดคุยกับไป๋หลงอีกเล็กน้อยถึงการประลองของสำนักฝึกยุทธที่จะมาถึง

                   “กลับไปฝึกซ้อมฝีมือให้เต็มที่อย่าทำให้อาณาจักรฮุ่ยและพวกข้าที่สอนท่านฝึกยุทธมาตั้งแต่เด็กต้องขายขี้หน้า...ถึงวันประลองพวกข้าจะไปดูท่าน”หวงเหวินกล่าวก่อนจะไล่ไป๋หลงกลับสำนักฝึกยุทธเพื่อให้นางกลับไปพักผ่อนหลังจากเดินทางทั้งวันทั้งคืนจากชายแดนกลับมาเมืองหลวง...

                   “แล้วพบกัน...”ไป๋หลงกล่าวก่อนจะกระโดดขึ้นหลังม้ามุ่งตรงกลับสำนักพยัคฆ์ทมิฬ

                   หวงเหวินและเยี่ยนเฟยมองตามร่างของไป๋หลงที่ที่ควบม้าจากไป

                   “เจ้ามั่นใจหรือว่าจะแทรกกลางระหว่างพวกเขาสองคนได้...”หวงเหวินเอ่ยขึ้นขณะขมวดคิ้ว“เมื่อครู่ข้ายังเห็นว่ามีคนสะกดรอยเจ้าวิ่งแจ้นกลับไปรายงานเฟยหานตงแล้ว...ข้าคิดว่าคนผู้นั้นคงไม่ได้คิดจะปล่อยมือจากไป๋หลงจริงๆ”

                   แน่นอนว่าเยี่ยนเฟยถูกสะกดรอยตามมาหลายเดือนแล้วดังนั้นจึงสืบที่มาของคนเหล่านี้ จึงพบว่าที่แท้แล้วเป็นคนของเฟยหานตง ก่อนหน้านี้แม้ประหลาดใจที่เฟยหานตงให้คนคอยสะกดรอยตามทว่าเมื่อคนเหล่านี้เห็นไป๋หลงจะต้องรีบวิ่งกลับไปรายงานเจ้านายทันที...ที่แท้ไม่ใช่เฟยหานตงคิดจะตัดความสัมพันธ์กับไป๋หลงแต่ไม่ทราบว่ากำลังทำอะไรกันแน่

                   เยี่ยนเฟยผู้มีสีหน้าอ่อนโยนตลอดเวลาพลันทำสีหน้าดุดัน“ฮึ...แทรกกลางรึ!”เยี่ยนเฟยทำเสียงไม่พอใจ “ไม่ใช่ข้าที่แทรกกลางระหว่างพวกเขาแต่เป็นคนผู้นั้นต่างหากที่แทรกกลางความรักของข้ากับนาง!”เยี่ยนเฟยทำเสียงโกรธแค้น“หากไม่ใช่เพราะมัน นางจะลืมข้าได้อย่างไร! นางเป็นของข้า!นางเป็นของข้าเท่านั้น!”เยี่ยนเฟยกัดฟันดังกรอดด้วยความแค้น “เป็นเพราะข้าสู้พลังของเทพมังกรฟ้าไม่ได้จึงถูกจับขัง... เป็นเพราะคนผู้นั้นเล่นสกปรกจึงได้มีโอกาสแทรกกลางความรักของข้า!”   

                   หวงเหวินถอนหายใจ ‘องค์ชายรองท่านเองต่างหากที่ผิด! เป็นท่านเองที่ทำให้ผู้อื่นได้ช่องเข้ามาแทรกกลางความรักของท่านได้...’ทว่าคำพูดนี้หวงเหวินได้แต่คิดเท่านั้นไม่อาจพูดออกมาได้หาไม่องค์ชายรองจากเผ่ามารผู้นี้คงหันมาระเบิดโทสะใส่ตน...

                   ขณะที่เยี่ยนเฟยกำลังโกรธแค้นคนของเฟยหานตงที่ส่งมาคอยสะกดรอยตามเยี่ยนเฟยกำลังรายงานเหตุการณ์หลังจากที่ไป๋หลงเห็นเฟยหานตงและองค์หญิงเผ่าเฉินอยู่ด้วยกัน

                   “นางร้องไห้หรือ...”เฟยหานตงพึมพำแม้จะดีใจที่ไป๋หลงคล้ายมีใจให้ตน...ทว่าเมื่อได้ยินว่านางถึงกับร้องไห้ก็รู้สึกไม่สบายใจนัก...และเมื่อได้ยินว่าเยี่ยนเฟยผู้นั้นกล่าวอะไรกับไป๋หลงบ้าง ซ้ำยังกอดไป๋หลงเฟยหานตงก็ทำสีหน้าไม่พอใจ! ‘ฮึ! เยี่ยนเฟย เจ้าอย่าได้หวัง นางเป็นของข้า!’เฟยหานตงดวงตาลุกวาว

                   “ต้องรีบตีเหล็กในขณะที่ยังร้อน”น้ำเสียงหวานชวนฟังดังจากสตรีชุดขาวเจ้าของรูปร่างบอบบาง และมีส่วนโค้งเว้าทั้งบนและล่างที่ทำให้สตรีทั้งแผ่นดินต้องอิจฉามีหน้าอกใหญ่สวยได้รูป สะโพกผายเอวบาง... “ในเมื่อรู้แล้วว่านางมีใจให้เจ้าถึงขั้นร่ำไห้โดยไม่รู้ตัวถ้าเช่นนั้นเจ้าก็รีบลงมือขั้นต่อไป อย่าให้คนผู้นั้นฉวยโอกาสแย่งชิงนางไป”องค์หญิงเผ่าเฉินกล่าว

                   เฟยหานตงที่กำลังโกรธเมื่อได้ยินเสียงหวานนั้นกล่าวขึ้นจึงระงับความโกรธแล้วหันไปพูดกับสตรีชุดขาว “ใช่ต้องรีบลงมือ...!”

                   สตรีชุดขาวมีสีหน้าหนักใจเมื่อคิดถึงเรื่องในอดีต“ข้าคิดว่าหากไป๋หลงจำอดีตก่อนถือกำเนิดเป็นเทพมังกรได้ นางจะกลับไปรักคนที่เคยทอดทิ้งนางไปหรือไม่...”องค์หญิงเผ่าเฉินกล่าวขณะหวนนึกถึงความทรงจำในอดีต ก่อนที่ไป๋หลงจะถือกำเนิดเป็นเทพมังกรนางมีความเกี่ยวข้องกับสงครามจอมมารครั้งล่าสุด เคยเป็นสะใภ้ของจอมมารเป็นภรรยาของเยี่ยนเฟย...

                   “ข้าจะไม่ยอมให้นางกลับไปเลือกคนผู้นั้นอีก...ในภพชาตินี้แม้คนผู้นั้นจะพบเจอไป๋หลงก่อน ทว่า...ข้ามั่นใจว่าคนที่นางรักก็คือข้า...ไม่ใช่คนเห็นแก่ตัวผู้นั้น!”เฟยหานตงแววตาลุกวาวด้วยความโกรธเมื่อนึกถึงอดีต

                   “หลันหลง...ข้าเชื่อว่าความจริงใจของเจ้าที่มีจะต้องทำให้นางหันมารักเจ้าและรักเพียงเจ้าคนเดียวเท่านั้น...ดังนั้นถึงเวลาที่เจ้าต้องบอกนางแล้วว่าตัวเองเป็นใคร”สตรีชุดขาวจากเผ่าเฉินกล่าว...

                   ตามตำนานเล่าขานกันว่าเผ่าเฉินมีเชื้อสายของเทพอสูร เป็นเทพอสูรที่แต่งงานกับมนุษย์และใกล้ชิดมนุษย์มากที่สุด...ไม่เพียงแค่นั้น เผ่าเฉินยังมีพลังเทพเซียนที่แข็งแกร่งจนถึงขั้นเป็นหนึ่งในเผ่าที่เข้าร่วมสู้รบกับจอมมารครั้งล่าสุด 

    คล้ายกับเรื่องยอดยุทธชุดชมพู ที่คุณอ่าน

    มหาเทพเซียนกลับมาเกิดใหม่ในมหานคร

    มหาเทพเซียนกลับมาเกิดใหม่ในมหานคร

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    699K 1189
    (จบ) Guardian and Demon ข้านี่แหละราชาปีศาจ

    (จบ) Guardian and Demon ข้านี่แหละราชาปีศาจ

    นิยาย แฟนตาซี
    146K 134
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    ย้อนเวลามาเป็นเซียนหุ้น ( จบภาค )

    ย้อนเวลามาเป็นเซียนหุ้น ( จบภาค )

    นิยาย แฟนตาซี
    150K 136
    อสูรข้ามฟ้า

    อสูรข้ามฟ้า

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    4.46M 2294
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    [นิยายแปล] อภินิหาร หนึ่งราชันหมื่นอัตลักษณ์ Absolute Resonance

    [นิยายแปล] อภินิหาร หนึ่งราชันหมื่นอัตลักษณ์ Absolute Resonance

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.77M 1648
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    ย้อนเวลามาทำฟาร์ม

    ย้อนเวลามาทำฟาร์ม

    นิยาย แฟนตาซี
    103K 226