ซุนเอ้อร์เหนียงรอจนสู่ขุยกับซิ่วหลินออกไป จึงเข้าไปเปิดตู้เสื้อผ้าในห้อง หยิบกล่องเล็กๆ ลวดลายสีทองออกมา
นางเปิดกล่อง หยิบปิ่นหยกที่เศรษฐีจินเพิ่งมอบให้เมื่อไม่กี่วันก่อนมาลองปักผม มองเงาตัวเองจากกระจกแล้วยิ่งสงสารตัวเอง
แม้เศรษฐีจินร่ำรวยแต่ก็ตระหนี่มาแต่ไหนแต่ไร นานๆ ครั้งถึงจะมอบของมีค่าอย่างปิ่นปักผมนี้ให้ อาจเป็เพราะเื่วันที่นางยอมให้เขาทำตามใจชอบในูเาจำลองที่สวนดอกไม้จวนสกุลจินเขาจึงให้มา...
ซุนเอ้อร์เหนียงมองใบหน้างามที่ค่อนไปทางคล้ำอยู่หน้ากระจกแล้วรู้สึกร้อนผ่าว ส่งเสียงพึมพำในลำคอ คิดในใจว่าพวกอนุของเศรษฐีจินแต่ละคนสวยหยาดเยิ้มกันทั้งนั้น เกรงว่าท่านเศรษฐีจินคงไม่กล้ารุนแรงต่อพวกนางดังนั้นถึงได้มาบ้าคลั่งกับนางถึงที่นี่...
ทันใดนั้นมีเสียงเคาะประตู
ซุนเอ้อร์เหนียงรีบเก็บกล่องแล้วออกจากห้องไปเปิดประตู
คนที่มาเป็ชายหนุ่มรูปร่างสูง แต่งตัวดูดี ซึ่งก็คือฟู่อิง ลูกชายของบ้านสกุลฟู่นี่เอง
เมื่อฟู่อิงเห็นว่าคนมาเปิดประตูไม่ใช่สู่ขุยแต่เป็ซุนเอ้อร์เหนียง จึงรีบทำความเคารพ
ซุนเอ้อร์เหนียงมองชายหนุ่มรูปงามคนนี้ พูดว่า “อาอิง เ้าไม่ค่อยมาบ้านข้า มาคราวนี้มีอะไรหรือเปล่า”
ฟู่อิงหยิบหนังสือเล่มหนึ่งส่งให้ซุนเอ้อร์เหนียง “ท่านอาไป๋วานข้าช่วยหาหนังสือให้น้องสู่ขุยอ่าน วันนี้ข้าว่างเลยแวะมาส่งให้นาง ไม่ทราบว่าน้องสู่ขุยอยู่บ้านหรือไม่ขอรับท่านอาหญิง”
“นางออกไปทำธุระ” ซุนเอ้อร์เหนียงรับหนังสือ ดวงตาวาววับมองฟู่อิง “เ้าจะเข้ามารอนางในบ้านไหมล่ะ”
ฟู่อิงเป็แค่คนนอกแต่ก็เข้าใจความหมายของซุนเอ้อร์เหนียง จึงไม่อยากอยู่นาน แค่คุยไม่กี่ประโยคแล้วเดินจากไป
ซุนเอ้อร์เหนียงบ่นพึมพำ “เ้าเด็กนี่ น้องสู่ขุยของเ้าคงไม่มีโอกาสได้อ่านหนังสือเล่มนี้หรอก! ฮ่าๆ!”
นางเดินเข้าห้องตัวเองแล้วโยนหนังสือไว้หน้าโต๊ะแต่งตัว
ไม่นานมีคนมาเคาะประตูอีก ซุนเอ้อร์เหนียงจึงออกไปเปิด
คนที่มาเคาะประตูคือหยวนเป่า เป็คนสนิทของเศรษฐีจิน
หยวนเป่าไม่ได้เข้ามาในบ้าน แต่หยิบห่อกระดาษจากเสื้อส่งให้ซุนเอ้อร์เหนียง พูดเสียงเบาว่า “นายใหญ่บ้านข้าให้บอกเอ้อร์เหนียงว่า ถ้าใส่ในโจ๊ก ให้ใส่น้ำตาลไปด้วยก็ไม่มีรสชาติอะไรแล้ว!”
ซุนเอ้อร์เหนียงพูดยิ้มๆ ว่า “ข้ารู้แล้ว!”
หยวนเป่ารู้ว่าซุนเอ้อร์เหนียงเป็คนคุ้นเคยของเ้านาย แต่ก็ไม่อยากคุยอะไรมาก เมื่อซุนเอ้อร์เหนียงพูดแค่ข้ารู้แล้วพร้อมก้าวเท้าถอยหลัง เขาจึงวิ่งจากไป
หลังจากส่งหนังสือให้สู่ขุยเสร็จ ฟู่อิงก็กลับไปทำงานต่อ
นายอำเภอเยี่ยชื่อจริงว่าเยี่ยจยา ปีนี้อายุยี่สิบสอง เป็พี่ชายร่วมแม่นมกับผิงอ๋องจ้าวซีซึ่งปกครองกานโจว เมื่อสามปีก่อนอาศัยอำนาจของผิงอ๋องจ้าวซีได้มาประจำที่อำเภอจงมู่
เพราะเขาอายุยังน้อยจึงไม่ถือตัว พอเห็นฟู่อิงเดินเข้ามาในห้องก็พูดว่า “ฟู่อิงเ้าเอาหนังสือที่ข้าให้ ไปให้น้องสาวสกุลไป๋มาหรือ”
ฟู่อิงตอบยิ้มๆ ว่า “ใช่ขอรับ ขอบคุณใต้เท้า”
ใต้เท้าเยี่ยพูดยิ้มๆ ว่า "ขอเพียงเ้าทำงานขยันขันแข็ง ภายหลังถ้าน้องสาวเ้าอยากอ่านหนังสือเล่มไหน จะมายืมเองก็ได้!"
ฟู่อิงหัวเราะแฮะๆ ตอบรับ "ขอรับ"
ใต้เท้าเยี่ยวางหนังสือแล้วมองฟู่อิง “ฟู่อิงอีกหน่อยข้าจะย้ายไปประจำที่กานโจว เ้ายินดีจะตามข้าไปหรือไม่” แม้ฟู่อิงอายุยังน้อย แต่เป็คนฉลาดและละเอียดอ่อน เขาจึงเอ็นดูฟู่อิงเป็พิเศษ อยากพาฟู่อิงไปสถานที่ประจำตำแหน่งใหม่ของเขา
ฟู่อิงก้มหน้าตอบว่า “ข้าน้อยยินดีขอรับใต้เท้า” สำหรับฟู่อิงแล้ว นี่ถือเป็โอกาสที่ดีทีเดียว เขาอยากรักษาไว้
ใต้เท้าเยี่ยหรี่ตา ยกน้ำชาจิบ พูดว่า “เ้าลองไปส่งจดหมายให้ข้าที่กานโจวดูก่อน ่เย็นจะมีเรือพ่อค้าผ่านมาเทียบท่าที่จงมู่ ตอนเที่ยงเ้ากลับไปบอกคนที่บ้านให้รู้ แล้วขึ้นเรือเที่ยวนี้ไปกานโจว”
ฟู่อิงรีบตอบรับ “ขอรับ” พร้อมยกกาน้ำชาเติมชาลงถ้วยให้ใต้เท้าเยี่ย
่เที่ยงไป๋ซิ่วหลินไม่กลับมากินอาหารที่บ้าน สู่ขุยทำหลู่เมี่ยน แล้วทำตามความเคยชิน ห่อใส่กล่องไปส่งให้ซิ่วหลินที่สำนักศึกษา
พอส่งอาหารเสร็จนางกลับมาถึงบ้านพบว่า แม่เลี้ยงจัดโต๊ะอาหารเรียบร้อยรอให้นางกลับมากินพร้อมกัน
สู่ขุยสงสัยว่าทำไมวันนี้แม่เลี้ยงถึงทำดีด้วยนัก สรุปแล้วมีอะไรกันแน่
ซุนเอ้อร์เหนียงเห็นสู่ขุยถือตะเกียบแต่ลังเลไม่กล้ากิน จึงยิ้มแล้วคีบหลู่เมี่ยนกิน จากนั้นถามสู่ขุยว่า “สู่ขุยทำไมไม่กินล่ะ หรือว่าหลู่เมี่ยนไม่อร่อยหรือ”
หลู่เมี่ยนใส่หัวไชเท้าหั่นฝอยผัดกับเนื้อแกะนึ่ง รสชาติดีมาก ความจริงแล้วสู่ขุยหิวมากเมื่อเห็นแม่เลี้ยงกินจึงรีบกิน
หลังกินหลู่เมี่ยนเสร็จ ซุนเอ้อร์เหนียงตักโจ๊กใส่ถั่วแดง ถั่วลิสง กับเมล็ดบัวให้ตัวเองกับสู่ขุยคนละชาม “สู่ขุยรีบกินเสีย ข้าใส่น้ำตาลเยอะเลย อร่อยมากนะ”
เมื่อเห็นซุนเอ้อร์เหนียงยกขึ้นกิน นางจึงค่อยชิม แล้วรู้สึกว่าหวานอร่อยจริงด้วย
นางชอบกินของหวานอยู่แล้ว
แม้สู่ขุยยังกินไม่หมดชาม ซุนเอ้อร์เหนียงก็ยังใช้ช้อนตักเพิ่มให้อีก “หวานมากไหมสู่ขุย กินอีกเยอะๆ”
นางรู้อยู่แล้วว่าสู่ขุยชอบกินหวาน จึงแอบเก็บน้ำตาลกับน้ำผึ้งไว้ตลอด สู่ขุยจึงไม่มีโอกาสได้กินของหวาน
สู่ขุยสงสัยอยู่ในใจว่าทำไมวันนี้แม่เลี้ยงดูใจดีเป็พิเศษ นางวางชาม เลียริมฝีปาก ตั้งใจว่าจะไม่กินอีก
ซุนเอ้อร์เหนียงมองชามของสู่ขุยแล้วคิดว่า ในที่สุดนางเด็กผีอดอยากก็กินยาสลบจนได้!
สู่ขุยลุกขึ้นจะเก็บชามกลับรู้สึกเวียนหัว สองตาเริ่มปิด ร่างกายอ่อนแรง...
นางอยากพูดแต่พูดไม่ออก ไม่มีเสียงเลย
สู่ขุยใช้สองมือจับโต๊ะ พยายามเบิกตากว้าง เห็นซุนเอ้อร์เหนียงที่นั่งข้างๆ ยิ้มพอใจ...
หลังจากนั้นสู่ขุยก็ไม่รับรู้อะไรอีก
ตกเย็นวันนั้นเฉียนผอจื่อนำเกี้ยวเข้ามาในตรอกหลิ่วจือ เปิดประตูบ้านสกุลไป๋ สักพักชายสองคนก็แบกเกี้ยวออกจากบ้านสกุลไป๋ เฉียนผอจื่อรีบตามเกี้ยวไป
หลี่อวี้จือออกมาซื้อของกับแม่
นางเห็นเกี้ยวหลังนั้นห่างออกไปเรื่อยๆ ก็ยิ่งสงสัย พอเห็นซุนเอ้อร์เหนียงยืนอยู่ตรงประตูบ้าน จึงถามว่า “ท่านอาหญิงไป๋ สู่ขุยล่ะ”
ซุนเอ้อร์เหนียงตอบว่า “สู่ขุยไปต่างถิ่น นี่ข้าก็จะไปรับซิ่วหลินแล้วล่ะ!”
เมื่อเห็นซุนเอ้อร์เหนียงเดินจากไปพร้อมยิ้มอย่างมีความสุข หลี่อวี้จือก็รู้สึกไม่ดีขึ้นมาทันที
่เวลาดวงอาทิตย์กำลังจะตกดิน ท่าเรือถูกปกคลุมไปด้วยแสงสีทองของดวงอาทิตย์ มีเรือเดินทางไปมามากมาย ดูวุ่นวายมาก
ฟู่อิงไม่้าให้คนไปส่ง จึงถือเพียงถุงผ้าห่อเดียว เขาะโขึ้นเรือของพ่อค้าที่จะไปกานโจว
ขณะทั้งสองคนคุยกันอยู่ มีเรือลำหนึ่งมาทอดสมอ บนเรือมีธงผืนใหญ่เขียนว่า ‘จวนไช่ไท่เว่ย’
เมื่อเห็นฟู่อิงมองเรือลำนั้น เถ้าแก่เ้าของเรือจึงพูดว่า “นี่เป็เรือของจวนไท่เว่ยจากเมืองหลวง ได้ยินว่ามาเลือกซื้อเด็กสาวกันที่ริมฝั่งแม่น้ำอวิ้น”
ฟู่อิงกำลังคิดแต่เื่ที่จะทำเมื่อไปถึงกานโจว จึงพยักหน้าตอบเถ้าแก่คนนั้นไปส่งๆ
ขณะที่เสียงลมพัดหวีดหวิว เรือลำที่ฟู่อิงนั่งกับเรือลำใหญ่ของจวนไท่เว่ยที่แค่มาจอดเทียบท่าก็แยกกันไป ฟู่อิงกับไป๋สู่ขุยก็เช่นกัน
**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/003a2929fa2dd28f0e5a0bbc981a208f