ข้าจะเป็นเศรษฐีแห่งราชวงศ์หมิง

    บทที่ 122 จบการประมูล

            บทที่122

            จบการประมูล

            200,000ตำลึงเงินจำนวนมหาศาลถูกประมูลที่ดินผืนนั้นไปในราคา 200,000ตำลึง

            เงินจำนวนมากขนาดนี้เรียกได้ว่าเป็นเงินจำนวนมหาศาลขณะที่ผู้คนจำนวนมากไม่มีผู้ใดสามารถหามาได้

            แต่มันเองก็จะมีผู้ใดคิดว่าจะมีคนที่บ้าขนาดที่สามารถนำเอาเงินจำนวนมากมายมหาศาลมาประมูลที่ดินผืนหนึ่งไปในราคา200,000 ตำลึงจริงๆ

            ภายในงานมีเสียงโหร้องดังขึ้นมากมายผู้คนกำลังตื่นเต้นกับเงินจำนวนมากที่ถูกนำออกมาประมู

            จางหยวนเองก็นั่งเงียบอยู่บริเวณตำแหน่งที่นั่งของตนด้วยความสงสัย

            บนใบหน้าของเขามีความคิดมากมายปรากฏในตอนนี้กำลังคิดบางอย่างอยู่ภายในใจของตนเอง

            เขาไม่รู้ว่าในตอนนี้ทางด้านของโม่เยี่ยนต้องการอะไรกันแน่เหตุใดถึงนำเงินจำนวนมากมายขนาดนั้นมาประมูลที่ดินผืนเดียว

            เงิน200,000 ตำลึงไม่ใช่จำนวนเงินน้อยๆถ้ามองถึงการใช้ชีวิตของคนทั่วไปเงิน200,000 ตำลึงสามารถทำให้เขาอยู่ดีกินดีไปทั้งชีวิต

            แล้วอะไรล่ะที่เป็นสิ่งที่สามารถทำให้คนผู้นั้นยอมแลกเงินจำนวนมหาศาลขนาดนี้กับที่ดินผืนเดียวได้

            นี่เป็นสิ่งที่จางหยวนคิดไม่ตกเขากำลังคิดอยู่ว่าเหตุผลอะไรที่อีกฝ่ายนั้นยอมแลกเงินจำนวนมหาศาลกับที่ดินผืนเดียว

            ภายในหัวของเขาคิดว่ามันน่าจะมีบางอย่างอย่างแน่นอนที่ดินผืนนั้นมันคงจะไม่ใช่ที่ดินธรรมดาทั่วไป

            ถึงแม้ว่าอีกฝ่ายที่เป็นคนประมูลที่ดินผืนนี้ไปจะเป็นคนบอกกล่าวออกมาแล้วว่ามันมีแร่ทรัพยากรอันล้ำค่าอยู่ภายในนั้น

            แต่ว่าจางหยวนเองก็ไม่เข้าใจว่ามันจะล้ำค่ามากขนาดไหน

            เพราะว่าถ้ามองตามหลักความเป็นจริงแล้วเงิน200,000 ตำลึงเองก็เป็นสิ่งที่ล้ำค่าเช่นเดียวกัน

            มันคงเป็นกองเงินที่สูงเท่าศรีษะแล้วก็สามารถนำไปซื้อหลายหลายอย่างได้มากมาย

            แต่เพราะว่าโม่เยี่ยนไม่ใช่คนโง่ในตอนนี้จางหยวนเลยคิดว่ามันน่าจะมีปริศนาบางอย่างกับที่ดินผืนนั้นอย่างแน่นอน

            จางหยวนคุณคิดไม่ตกเกี่ยวกับเรื่องนี้แต่เขาเองก็ต้องละทิ้งความคิดนี้ไปก่อนชั่วคราวแล้วก็หันกลับมาสนใจกับสิ่งที่อยู่บริเวณด้านหน้า

            การประมูลมันจำเป็นจะต้องดำเนินต่อไป

            เขาเองก็จำเป็นจะต้องทำการประมูลที่ดินที่ยังคงเหลืออยู่และเป็นที่ดินที่ตนเองต้องการหลังจากที่ดินผืนนั้นมันเองก็มีที่ดินอีกจำนวนมากที่ถูกนำออกมา

            ที่ดินพวกนั้นถูกประมูลไปโดยเศรษฐีคนอื่นๆ

            โดยเศรษฐีภายในงานคนที่มีเงินทองมากพอก็ได้ที่ดินไปจับจองคนละผืนหรือสองผืน

            โจวผิงที่เดินทางมากลับจางหยวนเข้าร่วมการประมูลในครั้งนี้ก็ได้ที่ดินไปหนึ่งผืนเช่นเดียวกัน

            โดยในการประมูลที่ดินครั้งนี้โจวผิงได้รับที่ดินแห่งเมืองเสี่ยวหนานที่อยู่ห่างออกไปทางทิศตะวันออกไกลพอสมควรจากเมืองหลวง

            เขาได้ที่ดินผืนนั้นในการประมูลมาโดยที่ให้ราคาในการประมูลประมาณสามพันตำลึงซึ่งถือว่าเป็นจำนวนเงินที่เยอะ

            แต่เมื่อเทียบกับจำนวนและก็ปริมาณรวมไปถึงราคาของที่ดินที่ถูกมาประมูลภายในสถานที่แห่งนี้มันเป็นราคาที่พอจะรับได้

            เพราะว่าที่ดินแต่ละผืนของเมืองต่างๆดูแล้วเป็นที่ดินที่มีความอุดมสมบูรณ์

            ถึงแม้ว่าจะซื้อเอาไว้แล้วก็ไม่ได้ทำอันใดแต่ในวันข้างหน้ามูลค่าของมันก็คงจะเพิ่มขึ้นหลายเท่า

            เศรษฐีมากมายได้รับที่ดินไปในการประมูลโดยการนำเอาที่ดินจำนวนมากออกมาประมูลในครั้งนี้

            จางหยวนเขาเริ่มทำการประมูลที่ดินอีกผืนหนึ่งที่ตนเองต้องการนั่นคือที่ดินของเมืองไห่หลง

            แน่นอนว่าเข้าได้รับที่ดินผืนนั้นได้ราคาใกล้เคียงกับที่ดินแห่งเมืองไท่ซานเพียงแต่ว่าราคามันจะสูงกว่าเล็กน้อย

            โดยที่ดินของทั้งสองเมืองมีขนาดที่ใกล้เคียงกันเป็นอย่างมากเป็นที่ดินที่มีขนาดความกว้างประมาณห้าสิบหมู่มีความกว้างขวาง

            โดยได้รับที่ดินของเมืองทั้งสองมาถือว่าเป็นผลประโยชน์ที่เข้านั้นคาดหวังเอาไว้อย่างสูงสุด

            ในตอนนี้ได้รับที่ดินทั้งสองผืนมาเรียบร้อยสูญเสียเงินไปประมาณหนึ่งหมื่นสองพันตำลึงรวมค่าใช้จ่ายต่างๆแล้วก็ถือว่าคุ้มเสียยิ่งกว่าคุ้ม

            เงินที่เขาจัดเตรียมมาในครั้งนี้มันยังมีอีกมันเป็นส่วนเงินที่เหลือจากการซื้อขายโอสถซึ่งเงินเหล่านี้เมื่อเดินทางกลับไปแล้วสามารถนำเอาเงินพวกนี้ไปขยับขยายกิจการได้

            เขาคงจะสามารถขยับขยายกิจการได้อย่างรวดเร็วเมื่อมีเงินทุนที่หลงเหลือจากการประมูลในครั้งนี้

            ที่ดินแห่งไห่หลงที่เขาได้มาเป็นที่ดินที่มีความกว้างประมาณหกสิบโมงตั้งอยู่บริเวณเขตนอกเมืองเป็นที่ดินที่อุดมสมบูรณ์เชื่อมโยงอยู่กับถนนเส้นหลักที่จะเดินทางมายังเมืองหลวง

            โดยตัวของเมืองนี้ตั้งอยู่ห่างไกลจากเมืองจินหยวนไม่มากนักและก็อยู่ห่างไกลจากเมืองหลวงใหม่มากด้วยเช่นเดียวกัน

            จางหยวนคิดเอาไว้หมดแล้วว่าเขาจะนำเอาที่ดินพวกนี้ไปลงมือทำอะไร

            การประมูลจบลงที่ดินหลายร้อยผืนถูกนำออกมาประมูลเหล่าเศรษฐีได้รับที่ดินที่ตนเองต้องการไป

            แต่มันเองก็มีบางคนที่ผิดหวังกลับไปเช่นเดียวกันบางคนผิดหวังกับการประมูลเพราะว่าพวกมันไม่ได้รับที่ดินที่ตนเองต้องการ

            ถึงเวลาเลิกการประมูลรวมแล้วเงินสะพัดที่ไหลเวียนอยู่ภายในการประมูลครั้งนี้คงจะไม่ต่ำกว่าห้าแสนดำรงอย่างแน่นอนรวมที่ดินทั้งหมดที่ทำการค้าขาย

            รายได้จากการทำการประมูลที่ดินแน่นอนว่าส่วนหนึ่งแบ่งให้กับผู้ที่นำเอาที่ดินมาประมูลส่วนอีกส่วนหนึ่งถือว่าเป็นค่าใช้จ่ายที่ทางการจัดงานประมูลในครั้งนี้ขึ้นมาให้

            พวกทางการมีเงินส่วนนี้ไหลเวียนแล้วเป็นเงินใช้จ่ายในแต่ละปีร่วมกับเงินภาษี

            เพราะแบบนั้นในตอนนี้ทางด้านการคลังและราชสำนักยังสามารถรักษาสมดุลของราชวงศ์นี้ได้อยู่

            พวกพ่อค้าไม่ได้มีอำนาจมากเกินไป 

            พวกพ่อค้าเองก็กำลังกังวลเก็บพวกราชสำนักเองก็กำลังกันกังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้เช่นเดียวกัน

            ในช่วงประมาณหลายเดือนก่อนที่จะมีการประมูลถูกจัดขึ้นมาทางด้านราชสำนักกำลังกังวลเกี่ยวกับพ่อค้าที่เริ่มมีอำนาจมากขึ้น

            กังวลพวกพ่อค้าเหล่านั้นว่าจะมีอำนาจมากกว่าขุนนางหรือว่าราชสำนัก

            เพราะว่าในช่วงยุคหลังมานี้พ่อค้าถือว่าเป็นอาชีพมีอำนาจมากขายหรือเพราะว่าเงินผมก็หมุนอยู่ภายในมือของพวกมัน

            จนตอนนี้ภายในถ้าเกิดกังวลกับเรื่องที่เกิดขึ้นมีการหารือเกี่ยวกับเรื่องนี้หลายต่อหลายครั้งจนปัจจุบันก็ยังไม่ข้อสรุป

            พ่อค้ามากมายเดินทางเหล่าผู้ที่เข้าร่วมประมูลเดินทางออกมาจากโรงประมูลขนาดใหญ่หลังจากจบการประมูล

            การประมูลที่ดินกินเวลาทั้งวันหลังจากที่เดินออกมาท้องนภาด้านบนก็เปลี่ยนสีกลายเป็นสีส้มอมแดง 

            ดวงอาทิตย์ยามอัสดงส่องแสงสว่างไสวเศรษฐีที่เดินออกมาต่างมีใบหน้ายิ้มแย้ม

            จางหยวนเดินออกมาจากภายในนั้นหลังจากที่เดินออกมาจากภายในโรงประมูลเขาหยุดเท้าทั้งสองข้างของตนเองลงด้านหน้าโรงประมูลเพื่อรอใครบางคน

            หลังจากที่ยืนรออยู่สักพักผ่านไปไม่นานเป้าหมายของเขาก็ได้เดินออกมาจากบริเวณด้านในนั้น

            ผู้ที่เดินออกมาจากบริเวณด้านในโรงประมูลเป็นลำดับท้ายๆนั้นก็คือโม่เยี่ยน

            โม่เยี่ยนเดินออกมาจากบริเวณด้านในลงประมูลพร้อมกับผู้ติดตามประมาณสองถึงสามคนที่อยู่ด้านหลัง

            จางหยววนเดินตรงเข้าไปอย่างรวดเร็วเข้าหาโม่เยี่ยน

            เท้าทั้งสองข้างของเขาหยุดลงบริเวณด้านหน้าของมันยกมือทั้งสองข้างขึ้นมาประสานกันก้มศีรษะและคารวะ“ คาราวะนายท่านโม่ ”

            โม่เยี่ยนหยุดเท้าของตนเองมองบุรุษหนุ่มที่เข้ามาคารวะยกยิ้มทักทายแล้วก็พูดขึ้น“ เดินทางมาที่เมืองหลวงไม่คิดเลยว่าจะได้พบกัน ”

            “ ในตอนนี้งานประมูลจบแล้วคงมีเรื่องมากมายที่อยากจะสนทนาสินะไปดื่มด้วยกันหน่อยเป็นอย่างไร”

            จางหยวนหน้าตอบรับกลับไปอย่างรวดเร็ว“ ขอรับ!! ”

            จบบท 

    คล้ายกับเรื่องข้าจะเป็นเศรษฐีแห่งราชวงศ์หมิง ที่คุณอ่าน