ตอนที่ห้าสิบสอง A Soul for A Soul
“ไม่น่าจะใช่เรื่องใหญ่--” ผมหยุดพูดไปจากการที่ท่าทางตอนนี้การมีพลังสายฟ้าจะทำให้ผมติดนิสัยแนวเทพเจ้าสายฟ้าที่จะติดนิสัยใจร้อนโอ้อวดตนเองขึ้นมา
ผมมองว่าเป็นเรื่องธรรมดาที่ท่านข่านพูดกับผมแต่นึกดูดีดีแล้วมันไม่ธรรมดา
ผมสบตาคุณโธมัส
“A soul for asoul วิญญาณต่อวิญญาณ ไม่มีอะไรที่เกิดขึ้นโดยไม่มีเหตุผลหรอกนะการเรียกสิ่งอื่นมาจากโลกอื่น มีสิ่งตอบแทนเสมอมีคนหนุ่มหลายคนที่โง่เขลาคิดว่าตนเองฉลาดได้ทำเรื่องผิดพลาดที่ไม่น่าอภัยลงไปก็เพราะอย่างนี้”ผมรู้ว่าคุณโธมัสไม่ได้หมายถึงผม แต่หมายถึงตัวของเขาเองในวัยหนุ่ม
แต่ปัญหาคือเขาจะเอาความรู้สึกผิดของเขามาลงที่ผมนั่นล่ะที่เป็นปัญหา
ผมอาจจะติดภาพปัญหาจากในซีรี่ย์ที่เห็นแอนนาเสียชีวิตไปแล้วก็ยังโดนพิธีคืนชีพเรียกกลับมาได้ หรือแนวเทพเจ้าปีศาจคืนชีพมาเต็มไปหมดในซี่รี่ย์ตอนหลังๆ
จนลืมนึกไปว่านี่คือช่วงเวลาแรกๆที่”การคืนชีพของปีศาจโบราณ”ยังเป็นอะไรที่ดูน่าตกใจอยู่
“สมมติว่าการคืนชีพคนอย่างแอนนาจะทำให้สิ่งมีชีวิตจากโลกอื่นหรือมิติอื่นที่แข็งแกร่งเท่ากันมาสู่โลกเราได้หรือเปล่าครับ?”
ผมถามคุณโธมัสในคำถามที่เหล่าแฟนด้อมถามกันเองมาตลอดว่าไอ้การที่มีเหล่าเทพเจ้าเดินไปเดินมาในเรื่องช่วงหลังๆและกฎเกณฑ์ช่วงแรกเหมือนไม่มีใครเคารพกันแล้วนี่เพราะพิธีการคืนชีพของบุคคลสำคัญอย่างแอนนาหรือเปล่า?
คุณโธมัส ชะงักมือที่เช็ดแว่นตาอยู่อ้าปากค้างไปเล็กน้อย แต่ก็กลับมาเป็นปรกติได้
“มัน..มีความเป็นไปได้การแลกเปลี่ยนที่เท่าเทียมกันนั้นมีผลอยู่เสมอในเรื่องของเวทย์พิธีกรรมต่างๆ”
คุณโธมัสกล่าวอย่างครุ่นคิดความเป็นเนิร์ดด้านเวทย์ของคุณโธมัสทำให้เขาครุ่นคิดและตอบตามความเป็นจริงเสมอถ้าโดนถามนั่นเอง
ผมพยักหน้าขอบคุณคุณโธมัส
“แสดงว่าคุณโธมัสกังวลเรื่องที่ท่านข่านมาปรากฎตัวจะเป็นลางบอกเหตุของตัวตนที่ยิ่งใหญ่เท่าเทียมกันปรากฎบนโลกสินะครับ?”
คุณโธมัสพยักหน้ารับและมีสีหน้าครุ่นคิด
นี่คือโลกที่คำพยากรณ์มีอยู่จริงและเทพเจ้าและปีศาจมีอยู่จริง
เราล้อเลียนโวลเดอมอร์มามากมายในเรื่องคำพยากรณ์แต่หากเราเป็นเขาที่ศึกษาในเรื่องนี้มากว่าห้าสิบปีเราจะไม่เชื่อมั่นสักนิดเลยหรือในเรื่องเกี่ยวกับคำทำนาย
ต่อให้ไม่เชื่อคำทำนายก็เชื่อในเรื่องความสามารถในการค้นคว้าและความรู้ของตัวเราเองว่าเหนือกว่าคนที่เคยศึกษาเรื่องนี้มาทุกคน
คุณโธมัสจะเชื่อในเรื่องนี้มากกว่าผมเพราเขาศึกษามามากกว่าก็คงไม่แปลกอะไรแต่ว่านะ..
“ผมยังยืนยันคำเดิมครับไม่อย่างนั้นผมก็คงเป็นคนที่หน้าไหว้หลังหลอกตอนที่กล่าวกับแอนนา”ผมพยักหน้าไปทางแอนนา ซึ่งเธอก็ตกใจแต่ก็พยักหน้ายอมรับ
“เราต้องเลือกทางของเราเองและไม่ทำให้คำทำนายมาส่งผลต่อการที่เราต้องตัดสินใจการที่มีคำทำนายว่าผมเป็นผู้กวาดล้างของพระเจ้า ก็ไม่ได้ทำให้ผมจะละเว้นการส่งการบ้านต่ออาจารย์ดมิธรี่ในวันจันทร์ได้ใช่ไหมล่ะครับ?“
ผมพยักหน้าไปทางอาจารย์ดมิธรี่
“เอ่อ ในกรณีนี้ความเห็นของชั้นนั้นชั้นว่าเธอควรใส่ใจกับการป้องกันโลกล่มสลายดีกว่าจะมาใส่ใจการบ้านของอาจารย์แก่ๆอย่างชั้นนะ”
อาจารย์ดมิธรี่ก็เอาผ้าเช็ดหน้ามาเช็ดหน้าผากของตนเอง
ผมนึกว่าอาจารย์ดมิธรี่จะช่วยสนับสนุนความคิดผมเรื่องการส่งการบ้านและใช้ชีวิตตามปรกติของนักเรียนแบบเฮอร์ไมโอนี่เสียอีก
แต่ท่าทางอาจารย์จะมองความเป็นจริงมากกว่าผมหรือแอนนาแฮะ