ชายผมยาวเริ่มกล่าวบ้าง “ข้าไม่เคยวางแผนเดาใจใครได้ถูกต้องเลย จนมาเจอพวกแก ข้าลองวัดใจในความโลภ เริ่มจากปล่อยข่าวเื่การเดินเรือสินค้าและขนส่งบุคคลสำคัญระหว่างอาณาจักรตะวันกับอาณาจักรจันทราใหม่เพราะล้มเหลวจากการถูกปล้น โดยสินค้าและบุคคลสำคัญที่มากกว่าเดิม หวังหลอกล่อพวกแกออกมา แล้วพวกแกก็ติดกับพวกเราด้วยความโลภและชั่วร้ายจนได้ จริงอย่างที่เื่อนข้าบอก ครั้งนี้ข้าลงทุนไปมาก ในฐานะผู้เสียหายแห่งอาณาจักรจันทราทีถูกปล้นสินค้า แต่ยังสืบไม่ได้ว่าข่าวหลุดไปทางใด เื่ที่ไม่อยากเดาก็คือทุกครั้งที่การเดินเรือสำคัญ พวกข้าจะแจ้งกับกองกำลังปราปมารเพื่อ้าการคุ้มครองเสมอ ทั้งยังต้องจ่ายค่าคุ้มครองเสมอมา กลังไม่รับการดูแลเลย ในครั้งนี้ก็ด้วย พวกข้าเดินทางออกจากอาณาจักรจันทราเกือบ 3 วันวนมาถึงน่านน้ำนี้ แต่ไม่มีเรือติดตามจากกองกำลังปราปแม้แต่ลำเดียว”
การมาเจอพวกแก หวังว่าจะได้คำตอบทั้งหมด จากฝีมือการโดดลงสู่พื้นเรือที่เงียบมาก โต๊ะเหล้าพวกข้าไม่ะเืเลย
หนึ่งในกองโจรสวมหน้ากากเหล็กพิมพ์นูนลายเสือรมดำ กล่าวตอบชายผมยาวด้วยท่าทางและน้ำเสียงมีความเคารพ แต่ไม่เกรงกลัวน้ำเสียงเปี่ยมด้วยพลัง แสดถึงถึงพลังปราณที่สูงล้ำ แม้น้ำเสียงเรียบไม่ได้ะโ แต่สุราในจอกถ้วยเคลือบชั้นดี กลับสั่นกระเพื่อมตามจังหวะการกล่าว ว่า
“พวกข้าก็แค่คนทำมาหากินตามความสามารถที่มี การฝึกยุทธอย่างหนัก หากไม่ได้นำมาใช้ให้เกิดประโยชน์กับตัวเองก็เสียกล่าว พวกข้าไม่ใช่วีรบุรุษที่ช่วยเหลือผู้คนโดยไม่คาดหวังสิ่งตอบแทน พวกข้าลำบากยุคแห่งาระหว่าง 3 เผ่าพันธุ์ ต่างจากชนชั้นสูงอย่างพวกท่านที่ไม่ต้องลำบากเื่ปากท้องทั้งตัวเองและคนในครอบครัว เื่สังหารเหยื่อที่ปล้นก็เป็เื่ปกติของโจรสลัดอย่างพวกเราอยู่แล้ว เราคงไม่เลี้ยงเหยื่อให้ต้องสิ้นเปลืองอยู่แล้ว และไม่นิยมจับคนเรียกค่าไถ่ พวกท่านหากไม่สมบัติติดตัวก็ไม่ใช่ เป้าหมายของพวกเรา แต่เมื่อมีเจตนาหลอกล่อพวกเราขึ้นมาก็ต้องยอมรับผลที่ตามด้วย หากแม้มีวรยุทธสูงก็คงต้องใช้เวลาบนเรือลำนี้นานหน่อย แต่คงต้องบอกไว้เป็การตอยแทนความใจกล้า พวกเราทั้ง 18 บรรลุปราณ 7 อัศจรรย์ขั้นต่ำสุดคือ ขั้นที่ 3 ตัดศิลา ส่วนวิชาดาบก็แต่ส่วนบุคคลคงต้องพบเจอเอง”
ชายผมยาวยืนตัวตรงมือข้างหนึ่งวางบนโต๊ะเพื่อสยบปราณเสียงที่ข่มขวัญ “ข้า 2 คนกับเพื่อนทราบดีว่าพวกโจรอย่างพวกแกต้องมีฝีมือระดับสูง และคงไม่สำนึกผิดหรือสงสารเหยื่องแม้แต่น้อย มองเห็นแต่ประโยชน์ที่ตัวเองจะได้ ฆ่าคนที่คิดว่าตัวเองสามารถฆ่าได้ง่ายๆ โดยไม่คิด มาก ขอเพียงได้ปล้น ได้ข่มขืนเหยื่อ
ก็ถือว่าเป็เื่ดีที่พวกข้าจะได้ไม่ลำบากใจที่ต้องสังหารพวกแกทั้งหมด โดยไม่ต้องลังเลอะไร จากความชั่วร้ายนี้ ปกติพวกข้าจะให้โอกาส ได้กลับตัวโดยการมอบตัวก่อน แต่พวกแกคงเป็ยกรณียกเว้น ยิ่งพวกแกอ้างถึงวรยุทธที่บรรลุปรารณ 7 อัศจรรย์ทุกคน ยิ่งเป็เื่ที่ท้าทายสนุกสนานสำหรับพวกข้ายิ่งนัก ”
หนึ่งใน18กองโจรพุ่งทะยานใส่ชายผมยาวทั้งที่ยืนค้ำโต๊ะอาหารด้วยความรำคาญในการกล่าวถามแดกดันปราณดาบก่อเกิด ปลายดาบ สร้างความคมอันตราย ที่ตัดได้แม้แต่เหล็ก
แสงสีขาวฟ้าก่อเกิดรวดเร็จดุจสายฟ้าหมุนรัดดาบไม่ให้ทำร้ายจากการขยับของชายผมยาว ในมื อที่ขยับดาบยาวเล่นเสียงเสียดสีอย่างน่ารำคาญกลังบเปลี่ยนเป็กำที่ด้ามดาบอย่างกระชับฉับไวไม่มีใครมองตามทันตอนนี้ทุกคนเห็นคมดาบที่เบาบางม้วนรัดดาบเหมือนเส้นริบบิ้น ดาบของโจรร้ายไม่สามารถขยับได้แม้แต่น้อย แม้จะออกแรงดึงอย่างสุดกำลังก็ตาม ไอปราณสีฟ้าก่อเกิดจากข้อมือแต่ไม่อาจดึงดาบคืนได้คมดาบคลายตัวอย่างรวดเร็ว เส้นริบบิ้นเหล็กกลับคืนรูปทรงเป็ดาบดาบยาวคมกล้าส่องแสงเป็ประกายเมื่อกระทบแสงไฟ จังหวะเดียบกับที่ทั้งดาบของผู้โจมดึงกลับก็ล้มหงายกลับเข้ากลุ่มของตนอย่างเสียเชิง
ชายผมยาวพุ่งทะยานเข้าหากลุ่มกองโจรอย่างรวดเร็ว พร้อมฟาดดาบคมยาวผ่านลำคอกองโจรทั้ง5คนที่เสียหลักจากการล้มกระแทกของพวกเดียวกันโดย2คนแรกที่คมดาบฟาดฟัน ด้วยวรยุทธที่สูงล้ำ ยกกอาบุธป้องกันลำคอได้ทันทิ้งไว้เพียงรอยกรีดจากแรงฟาดผ่านอากาศที่ลำคอเืซึมบางๆแต่รอดตายไป แต่3คนจากนั้นหัวขาดกระเด็นทันที เืพุ่งไหลทะลักน่าสยดสยอง แต่กระบวนท่ายังไม่สิ้นสุดชายผมยาวหมุนตัวกลับจากแรงเหวี่ยงดาบเปลี่ยนเป็แทงเสียบเป้าหมายคือ2คนที่รอดจากการฟันในครั้งแรก ก่อนปลายจะแทงเข้าร่างมีคมดาบ3เล่มพร้อมใจฟาดปกป้องการแทงปัดเบี่ยงจนพ้นอันตราย เ้าของดาบยาวรั้งดาบกลับมือทีกำดาบสั่นชาด้วยปราณดาบจากทั้ง3ที่แฝงมาพร้อมปัดเบี่ยง แต่ทั้ง3ที่ปัดป้องก็มือสั่นชาเช่นกันด้วยปราณดาบจากชายผมยาว บ่งบอกถึงปราณดาบอันสูส่ง แรงปะทะส่งถึงพื้นไม้ผ่าแตกตามรัศมีเหวี่งปัดดาบ แต่มีอี4คนในกองโจรพุ่งทยานพร้อมคมดาบรุนแรงเป้าหมายที่ดวงตาทั้ง2ข้างหน้าผากและลำคอของชายผมยาว อันเป็จุดตายอย่างรวดเร็วราวกับฝึกซ้อมกันไว้ก่อน
แต่ครั้งนี้ก็มีอาวุธฟาดออกมารับคมดาบทั้ง4ด้วยสันด้านแบนของดาบอย่างรวดเร็วปลายดาบแทงเข้ากับสันดาบเล่มั์ของชายหนวดเคราสีแดงเสียงดังราวะเิด้วยพลังปราณที่พุ่งกระแทกพร้อมกัน4สาย
แต่มือขอชายหนวดเคราแดงงถือเล่มั์ไม่ได้สั่นสะท้านเลย บ่งบอกถึงพลังปราณที่สูงล้ำกว่ทั้ง4มากมายนัก พริบตาก่อนที่ทั้ง4จะคิดทำสิ่งใดต่อคมดาบยาวสีขาวเงินของชายผมยาวเปลี่ยนเป็เหมือนเส้นริบบิ้นปลิวไหวต้านอากาศก่อนจะกลับแข็งเป็ดาบเงินคมกล้าฟาดใส่ลำคอของทั้ง4อย่างไม่ทันตั้งตัว คอทั้ง4ร่วงสู่พื้นกลิ้งรวมกลับ3หัวแรกงที่ขาดก่อนหน้านั้น ไม่ถึง4กระบวนท่าจากดาบยาว สังหารกองโจรสลัดพยัคฆ์ทะเลทราบถึง7คน ที่มีวรยุทธระดับสูงส่ง
เืยังคงไหลทะลักทั่วพื้นเรือ ตอนนี้กองโจรพยัคฆ์ทะเลทรายจาก18คนเหลือ11คน แต่ทั้ง11ยังคงกำลังใจดีเยี่ยม ชายผู้สวมหน้ากากเงินรมดำ คล้ายหัวหน้ากลุ่ม ตัดสินใจเจรจาเพื่อถ่วงเวลาให้พวกได้ตั้งสมาธิกลับมาก่อน
ข้าแม้เร้นกายอยู่บนเกาะไม่ได้กลับสู่แผ่นดินใหญ่เนิ่นนานแต่ก็พอจะทราบถึงเื่ราวของ5เทพยุทธที่มีฝีมือสูงล้ำทัดเทียม ปรมาจารย์3ผู้ไร้พ่าย ผู้เป็ตำนานพวกข้าแม้โง่เง่าแต่ก็พอเดาได้แม้ไม่เคยพบเห็นพวกท่านมาก่อน ท่านผมยาว ดาวิเศษชื่อสายรุ้งแฝงนภา ที่เปลี่ยนแปลงรูปร่างเป็เส้นริบบิ้นได้ คือท่านคมสันต์ ผู้ฉายาดาบสายลมแฝงนภา ผู้บรรลุปราณดาบ7อัศจรรย์ถึงขั้นสลักเพชรเทียบเท่าอันดับหนึ่งแห่ง 5เทพยุทธ และอีกท่านนั้น ข้าเดาไม่ผิดคงต้องเป็ท่านวิโรจน์ ฉาญาดาบสยบจักรวาล ผู้ครองครองดาบวิเศษ ดาบปราณจักวาล
ข้อมืออันแข็งแกร่งถือดาบเล่มั์กวัดแกว่งราวไร้น้ำหนัก ก่อเกิดปาณเรืองแสงล้อมรอบตัว เหล่ากองโจรทั้ง11คนขยับถอยตั้งท่าเตรียมพร้อมเป็3แถว แถวหน้า3คนและ4คนอีก2แถว ลักษณะที่วางแปนซ้อมไว้ก่อนแล้ว
7คนที่ตายไปแม้บรรลุปราณ7อัศจรรย์ขั้นตัดศิลา แต่ยังขาดประสพการณ์จากการออกปล้น เมื่อเจอนักดาบระดับสูงส่ง จึงขาดการระวังตัว เพราะเคยแต่เจอเหยื่อที่ไร้ฝีมือ ที่ปล้นฆ่าง่ายๆ ซ้ำประมาทว่ามีพรรคพวกมากกว่า
ส่วน11คนที่เหลือ เคยรับตำแหน่งระดับสูงในกองกำลังปราบมารมาก่อน ก่อนจะถอนตัวมาเป็ผู้คุมบ่อกักมาร และรวมตัวกันออกปล้นในนามโจรสลัดพยัคฆทะเลทรายที่ใช้ชื่อเดียวกันกับทีมของสมา เพื่อสร้างชื่อเสียง หวังจัดตั้งกองกำลังเพื่อต่อสู้กับาาอิสสระ ในอนาคต ค่อยๆดึงเอา พวกกองกำลังปราบมานที่มีความโลภชื่นชอบความรุนแรง ฆ่าฟัน ข่มขืนออกปล้นมาเป็พวก และสายลับไปในตัว
การตั้งกระบวนของเหล่าโจรพยัคฆ์ทะเลทราย เป็การจัดกระบวนทั้งรุกและรับได้ในเวลาเดียวกัน โดยเน้รการตั้งรับที่พร้อมโจมตีกลับ
วิโรจน์กุมดาบมั่นตั้งท่าเตรียมพร้อม โต๊ะสุราระเนระนาดด้วยแรงปะทะเมื่อครู่ วิโรจน์และคมสันต์โด่งดังด้วยเพลงดาบเฉพาะ ช่วยเหลือผู้คน แม้อยู่ต่างกันพื้นที่ แต่ก็สนิทสนมกันด้วยนิสัยที่ชอบความสนุกสนาน ทั้งชื่อเสียงด้านวรยุทธที่โด่งดังในฐานะ 5เทพยุทธที่เทียบเคียงกัน เพลงดาบที่ต่างกัน คนหนึ่งดุดันรุนแรง เปี่ยมด้วยพลังอละความแข็งแกร่ง ส่วนอีกหนึ่ง พลิ้วไหวนุ่มนวลรวดเร็วเฉียบคม เมื่อผสานกัน จึงแทบไร้เทียมทาน เื่นี้บดินทร์ยังเคยยกย่องทั้งคู่
คนที่ปะทะกับวิโรจน์ตั้งแถว ในแถวที่2 ส่วน3คนแถวหน้า ตั้งกระบวนท่าเพลงดาบ เป้าหมายที่คมสันต์ ลมปราฯก่อเกิดรอบอาวุธของทั้ง3
มสันต์ผู้ใช้ดาบยาวฟาดใส่ทั้ง3เปิดศึกก่อนปราณดาบไม่สิ้นพุ่งใส่เห็นเป็คมต้องแสงจน8คนด้านหลังต้องะโหลบให้พ้นปราณคมดาบ ปราฯพุ่งแหวกลงทะลถูอสรพิษทะเลที่ชูร่างกายเหมือนงูที่ยาวสูงพร้อมจู่โจมใส่เรือที่เป๋นเหมือนเหยื่อ ร่างยาวสีดำคล้ำ ถูกปราณคมดาบ ฟสฟาดใส่ เืสีม่วงปนพิษข้นไหลทะลัก ทั่วเรือ อสรพิษทะเลไม่ตาย พุ่งหายลงทะเลอย่างรวดเร็ว ดาบนี้
ผลเหมือนเป็การช่วยเหล่าโจรสลัด แต่ความจริง้าป้องกันเรือ ดาบยาวควงหมุน เหมือนผ้าพลิว ฟาดใส่1ใน3โจรสลัดแถวหน้าดาบวิเศษปะทะเสียงดังสนั่นเกิดแรงกระแทก ต่างถอยตามแรง ชายหน้ากากเหล็กสีขาวแดง พลิกดาบท่าบุกเตรียมแทงสวนกลับ
ปลายดาบคมวาวเมื่อต้องแสงพุ่งใส่หน้าอกคมสันต์อย่างรวดเร็ว คมสันต์ใช้พลังปราณควบคุมดาบวิเศษ เปลี่ยนเป็บางเบาม้วนรัดดาบที่พุ่งเข้ามาแต่ไม่อาจหยุดได้ ด้วยดาบที่พุ่งมาเปี่ยมด้วยปราณดาบพลังธาตุลมหมุนควงเป็เกราะให้ดาบ นับเป็วิธีแก้กระบวนท่ารัดดาบที่ได้ผล
แต่ความเร็วคมสันต์นับว่าเหนือกว่า เมื่อกระบวนท่ารัดดาบที่ใช้ทุกครั้งเพื่อกระชากอาวุธศัตรูไม่ได้ผล ก็เปลี่ยนดาบเป็แข็งแกร่งเหมือนเดิมตั้งรับด้วยสันดาบด้านแบนได้ทันท่วงที ดาบต้องแรงกระแทกพลักคมสันต์กระเด็น ในท่าทางเหมือนเสียหลัก ก็พลิกตัวฟาดในท่ากลับหลังโต้ตอบป้องกันถูกซ้ำ อีกฝ่ายคิดว่าได้เปรียบแต่ก็ต้องดึงดาบกลับมาป้องกันคมดาบเสียงปะทะดังสนั่น คมสันต์บุกอย่างต่อเนื่อง กระบวนท่า ของสำนักดาบสายลมแฝงนภา รวดเร็วทรงพลังแม่นยำ
ด้วยระดับฝีมือและลมปราณ 7 ดาบอัศจรรย์ขั้นสลักเพชร จึงเป็ที่ยกย่องถึงขั้น 1ใน5 เทพยุทธ
กระบวนท่าของสำนักดาบสายลมแฝงนภา ประกอบ
จอมโจรพลิกดาบต้านรับอย่างดุเดือดปราณลมหมุนก่อเกิดไม่มีที่สิ้นสุด ทั้งคู่ต่างใช้ปราณธาตลมเหมือนกัน ลมผสานเพลงดาบอย่างไร้ที่ติดทั้งคู่ ต่างฝ่ายออกอาวุธแต่เพลงดาบนับร้อยกระบวนท่าคมดาบไม่อาจสร้างาแให้กับทั้งคู่ได้แม้แต่น้อย เพลงดาบของคมสันต์ โหมใส่ ไม่สิ้นสุด จอมสลัดะจารณาหาช่องโหว่จากกระบวนท่า
จากนั้นเริ่มแทรกจากปราณที่ตั้งรับ ก่อเกิดสะสมลมหมุนล้อมรอบคมสันต์ ปราณรวมตัวล้อมเป็กลุ่มปราณพายุคมดาบขนาดเล็กๆ ฟาดฟันใส่คมสันต์ พายุเล็กๆหมุนวนเป็คมดาบล้อดกรัดร่างคมสันต์อย่างดุเดือด ร่างคมสันต์น่าจะขาดกระจุยด้วยแรงดาบแต่ปราณเกราะของคมสันต์ก่อเกิดั้แ่เริ่มต่อสู้อย่างไม่ประมาท ป้องกันร่างกายได้เกือบสมบูรณ์แบบ จุดสำคัญบนร่างกาย
เสื้อผ้าคมสันต์ขาดวิ่น รู้สึกเสียหน้าต่อเพื่อนที่ถูกโจมตีจนเสื้อผ้าแสนแำงขาด ทั้งคู่แม้เป็เพื่อนรักกะนแต่ก็ยังแข่งขันเื่ฝีมือกะนอยู่ตลอด คมสันเชื่อมะนมาตลอดว่าตนเหนือกว่ามาโดยตลอด
คมดาบถูกกวัดแกว่งอย่างต่อเนื่อง สังเกตได้ถึงความเหนื่อยล้าที่เกิดจากฝ่ายตรงกันข้าม ดาบเหล็กเปลี่ยนเป็เส้นริบบิ้น ตวัดผ่านหน้ากากเหล็กขาดร่วงตกพื้นเรือเผยให้เห็นใบหน้าใต้หน้ากากเป็ชราสูงอายุ ไม่น่าจะต่ำกว่า 60ปี แต่ร่างกายยังคงกำยำแข็งแรง แต่ด้วยอายุที่มากจึงเหนื่อยง่ายกว่าอีกฝ่ายเป็ธรรมดา ที่ต้องตั้งรับและโจมตีอย่างต่อเนื่องไม่ต่ำกว่า10นาทีทที่ผ่านมา แม้แต่คมสันต์เองก็รู้สึกเหนื่อย แต่เก็บอาการได้ดีกว่า
ชายชราาไม่ได้รู้สึกอะไรทั้งสิ้นแม้หน้าที่แท้จริงจะถูกเผยออกมา ซ้ำยังหายใจได้โล่งขึ้นโดยไม่มีหน้ากากกั้นเพียงถุยน้ำลายลงพื้นที่เหมือนสะสมมานาน
วิโรจน์ตรงเข้ามาเคียงข้าง คมสันต์ด้วยความรวดเร็ว ชายที่เหลืออีก2คนเดินแยกซ้ายขวา ในลักษณะล้อม2เทพยุทธ
ดาบถูกชักจากฝักรวดเร็ว ราวสายฟ้าแทงเข้าหน้าของทั้งคู่ ทั้ง2เทพยุทธ พร้องใจกันหลบคมดาบในท่า พุ่งเข้าหาฝ่ายตรงข้ามที่โจมตีเพื่อนของตน คู่ต่อสู้จึงสลับกัน คมสันต์ใข้ไหล่กระแทกจนศัตรูกระเด็นก่อนจะฟันซ้ำด้วยดาบวิเศษ ปราณดาบพุ่งเข้าหาศัครูคนใหม่ด้วยคมเร็วสูง แต่อีกฝ่ายก็ออกอาวุธเป็ปราณดาบธาตุลมพุ่งหักล้างพลังดาบได้ทันท่วงที
ฝ่ายวิโรจน์พุ่งโจมตีด้วยกระบวนท่าฟันในลักษณะผ่าแนวราบก่อเกิดปราณเรืองแสงสีม่วง ฟาดใส่ศัตรู อีกฝ่ายป้องกันตัวด้วยกาะบวนท่าปราณธาตุลมฟาดผ่าขวางแรงปะทะะเิจนฝ่ายโจรสลัดตัวลอย แต่ฝืนทรงตัวสบัดดาบพุ่งโจมตีต่อเนื่อง ดาบใหญ่ของวิโรจน์ดูหนักไม่น่าคล่องตัว แต่วิโรจน์กลับสมารถควงป้องกัน ได้คล่องแคล่วนัก
อีก9คนที่เฝ้าดูอยู่ ต่างวิจารณ์ฝีมือของ2เทพยุทธ ว่า พวกมันฝีมือร้ายกาจ แต่ถ้าเทียบกับลิขิต 2คนนี้ยังด้อยกว่าประมาณ 2ขั้น ทั้งคูได้ยินหารเปรียบเทียบว่าพวกตนด้อยกว่าลิขิต อย่างชัดเจน ก็ยังเกิดแรงโกรธแค้นมาอย่างสูงสุดดทั้งคู่ เพราะไม่พอใจที่ทุกคนยกย่องว่าอันดับ1ใน5เทพยุทธที่อายุยังน้อยทั้ง4คนยกเว้นบดินทร์ที่ทุกคนยกย่องให้เป็อันดับที่หนึ่ง กลับยกย่องลิขิตว่าเป็อันดับ1จาก4คนที่เหลือ
ปราณจักรวาลก่อเกิด หมุนรอบดาบและตัววิโรจน์ พร้อมชูดาบด้วย2มือฟาดใส่ศัตรูกลุ่มที่วิจารณ์โดยไม่ระวังศัตรูปัจจุบันเลย
พลังดาบฟาดลงผ่ากลางกลุ่มคน ฝูงชน แตกกระจาย 9คนะโหลบกัน เหมือนไร้ระเบียบ แต่ทั้งหมดระหว่างที่หลบ ก็ฝากคมดาบไว้กับวิโรจน์ แผลแม้ไม่ลึก แต่รอยที่ฝากไว้สร้างความอับอายที่เ็ปยิ่งกว่าาแ