“เหนือสวรรค์ ยังมีข้า”

    ตอนที่ 71 : เมื่อโลกเริ่มมองเห็น


    ยังไม่ทันแตะพื้นดี—

    โลกก็ “ชะงัก”

    ไม่ใช่การหยุดของเวลาแต่เป็นความรู้สึกเหมือนฟ้าดินลังเลว่าจะอนุญาตให้ก้าวนั้นเกิดขึ้นหรือไม่

    เฉินหยวนรับรู้ได้ทันทีแรงต้านบางอย่างที่ไม่ใช่พลัง ไม่ใช่กฎเป็น ความระแวง

    เหมือนโลกกำลังถามตัวเองว่า

    “ข้าควรปล่อยให้สิ่งนี้เดินต่อไปจริงหรือ?”

    เขาไม่เร่งไม่ฝืนเพียงวางเท้าลงอย่างเป็นธรรมชาติ

    และในเสี้ยวอึดใจนั้น—

    แรงสั่นสะเทือนแผ่วเบาแผ่กระจายออกไปไม่ถึงขั้นเขย่าฟ้าไม่ถึงขั้นฉีกมิติ

    แต่พอจะทำให้ “บางคน” รู้สึกได้

    เมืองชายแดนแห่งหนึ่งห่างออกไปหลายพันลี้หลิวซืออวี่กำลังปรับลมปราณในยามค่ำ

    นางรู้สึกตั้งแต่ตอนที่ฟ้าสงบผิดปกติความเงียบนั้นไม่เหมือนคืนธรรมดามันเงียบแบบที่ “อะไรบางอย่างผ่านไปแล้ว”

    และเมื่อเฉินหยวนวางเท้า—

    ลมปราณในร่างนางก็หยุดชะงักทันที

    ไม่ใช่เพราะถูกสะกดแต่เหมือนลมปราณเอง “ไม่กล้าขยับ”

    หลิวซืออวี่ลืมตาขึ้นหัวใจเต้นแรงโดยไม่มีเหตุผล

    ท้องฟ้ายังเหมือนเดิมดาวยังอยู่ที่เดิม

    แต่ในม่านตาของนางมีเส้นบาง ๆ ปรากฏขึ้น

    เส้นที่เหมือนรอยแตกบนกระจกโปร่งใสแต่ชัดเจนจนน่าหวาดหวั่น

    “นี่มัน…ต่อเนื่องจากเมื่อครู่?”

    นางไม่รู้ว่าทำไมถึงเข้าใจแต่สัญชาตญาณบอกว่าสิ่งที่เห็นไม่ใช่เหตุการณ์ใหม่

    มันคือ คลื่นที่มาถึงช้ากว่า

    เส้นเหล่านั้นค่อย ๆ บรรจบไปยังจุดเดียวไกลลิบ…แต่กลับใกล้เกินจริง

    ชายผู้หนึ่งยืนอยู่ตรงนั้น

    ไม่แผ่พลังไม่สะกดฟ้าไม่กดดันใคร

    แต่โลกโดยรอบเขาเหมือนจัดตำแหน่งตัวเองใหม่โดยอัตโนมัติ

    หลิวซืออวี่ตัวแข็งความคิดเดียวผุดขึ้นในหัว

    “เขา…คือคนที่ทำให้ฟ้าเงียบในตอนนั้น?”

    ในขณะเดียวกันเฉินหยวนก็หยุดเดิน

    เขารับรู้ได้ไม่ใช่การจ้องมองแบบผู้แข็งแกร่งไม่ใช่การสอดแนม

    แต่เป็น “สายตาของมนุษย์ธรรมดา”ที่บังเอิญมองทะลุช่องว่างของโลก

    เขาหันศีรษะเล็กน้อย

    สายตาทั้งสองสบกันผ่านระยะทางที่กฎไม่ควรอนุญาต

    หัวใจของหลิวซืออวี่แทบหยุดเต้นดวงตาคู่นั้นไม่เย็นไม่ดุดัน

    แต่มันเหมือนก้นเหวที่มองไม่เห็นก้น

    “อย่ามองลึกเกินไป”

    เสียงหนึ่งดังขึ้นในจิตนางไม่ใช่คำขู่ไม่ใช่คำสั่ง

    เป็นคำเตือนของคนที่ “รู้ว่าผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร”

    “สิ่งที่เจ้าเห็น…ยังไม่ควรถูกเห็น”

    หลิวซืออวี่ฝืนถาม ทั้งที่ริมฝีปากสั่น

    “ท่าน…เป็นใคร”

    เฉินหยวนเงียบไปครู่หนึ่งสายตาเขาไม่หลบแต่ก็ไม่กดทับ

    “ข้า คือคนที่โลกยังไม่ตัดสินว่าจะเรียกว่าอะไร”

    ทันทีที่คำพูดนั้นจบลง—

    เส้นรอยแตกในม่านตานางสลายแรงกดดันทั้งหมดหายไปเหมือนไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น

    ชายผู้นั้นหายไปแล้ว

    หลิวซืออวี่ทรุดตัวลงหายใจแรงหัวใจเต้นรัว

    แต่ในจิตใจนางมีรอยร้าวเล็ก ๆ หลงเหลืออยู่

    รอยร้าวที่ไม่อาจซ่อมด้วยคำสอนเดิมไม่อาจปิดด้วยเหตุผลเก่า

    ไกลออกไปเฉินหยวนเดินต่อฝีเท้าเขายังคงมั่นคง

    แต่โลก…ไม่เหมือนเดิมแล้ว

    “คนแรกแล้วสินะ”

    เขาพึมพำเบา ๆ

    ตั้งแต่วินาทีที่ใครบางคน “เห็นเขา”เส้นแบ่งระหว่างเงากับความจริงก็เริ่มพร่าเลือน

    โลกไม่อาจแกล้งทำเป็นไม่รู้และเขาเองก็ไม่อาจเดินอย่างไร้ร่องรอยได้อีก

    เหนือสวรรค์ยังคงนิ่งแต่ภายใต้ความนิ่งนั้นมีบางสิ่งเริ่มขยับ

    และเฉินหยวนรู้ดี—

    ก้าวที่โลกยอมรับแต่ยังไม่อาจควบคุม

    คล้ายกับเรื่อง“เหนือสวรรค์ ยังมีข้า” ที่คุณอ่าน