ยังไม่ทันแตะพื้นดี—
โลกก็ “ชะงัก”
ไม่ใช่การหยุดของเวลาแต่เป็นความรู้สึกเหมือนฟ้าดินลังเลว่าจะอนุญาตให้ก้าวนั้นเกิดขึ้นหรือไม่เฉินหยวนรับรู้ได้ทันทีแรงต้านบางอย่างที่ไม่ใช่พลัง ไม่ใช่กฎเป็น ความระแวงเหมือนโลกกำลังถามตัวเองว่า
“ข้าควรปล่อยให้สิ่งนี้เดินต่อไปจริงหรือ?”
เขาไม่เร่งไม่ฝืนเพียงวางเท้าลงอย่างเป็นธรรมชาติและในเสี้ยวอึดใจนั้น—
แรงสั่นสะเทือนแผ่วเบาแผ่กระจายออกไปไม่ถึงขั้นเขย่าฟ้าไม่ถึงขั้นฉีกมิติแต่พอจะทำให้ “บางคน” รู้สึกได้
เมืองชายแดนแห่งหนึ่งห่างออกไปหลายพันลี้หลิวซืออวี่กำลังปรับลมปราณในยามค่ำนางรู้สึกตั้งแต่ตอนที่ฟ้าสงบผิดปกติความเงียบนั้นไม่เหมือนคืนธรรมดามันเงียบแบบที่ “อะไรบางอย่างผ่านไปแล้ว”และเมื่อเฉินหยวนวางเท้า—
ลมปราณในร่างนางก็หยุดชะงักทันที
ไม่ใช่เพราะถูกสะกดแต่เหมือนลมปราณเอง “ไม่กล้าขยับ”หลิวซืออวี่ลืมตาขึ้นหัวใจเต้นแรงโดยไม่มีเหตุผลท้องฟ้ายังเหมือนเดิมดาวยังอยู่ที่เดิมแต่ในม่านตาของนางมีเส้นบาง ๆ ปรากฏขึ้นเส้นที่เหมือนรอยแตกบนกระจกโปร่งใสแต่ชัดเจนจนน่าหวาดหวั่น“นี่มัน…ต่อเนื่องจากเมื่อครู่?”
นางไม่รู้ว่าทำไมถึงเข้าใจแต่สัญชาตญาณบอกว่าสิ่งที่เห็นไม่ใช่เหตุการณ์ใหม่มันคือ คลื่นที่มาถึงช้ากว่า
เส้นเหล่านั้นค่อย ๆ บรรจบไปยังจุดเดียวไกลลิบ…แต่กลับใกล้เกินจริงชายผู้หนึ่งยืนอยู่ตรงนั้น
ไม่แผ่พลังไม่สะกดฟ้าไม่กดดันใครแต่โลกโดยรอบเขาเหมือนจัดตำแหน่งตัวเองใหม่โดยอัตโนมัติหลิวซืออวี่ตัวแข็งความคิดเดียวผุดขึ้นในหัว“เขา…คือคนที่ทำให้ฟ้าเงียบในตอนนั้น?”
ในขณะเดียวกันเฉินหยวนก็หยุดเดินเขารับรู้ได้ไม่ใช่การจ้องมองแบบผู้แข็งแกร่งไม่ใช่การสอดแนมแต่เป็น “สายตาของมนุษย์ธรรมดา”ที่บังเอิญมองทะลุช่องว่างของโลกเขาหันศีรษะเล็กน้อย
สายตาทั้งสองสบกันผ่านระยะทางที่กฎไม่ควรอนุญาตหัวใจของหลิวซืออวี่แทบหยุดเต้นดวงตาคู่นั้นไม่เย็นไม่ดุดันแต่มันเหมือนก้นเหวที่มองไม่เห็นก้น
“อย่ามองลึกเกินไป”
เสียงหนึ่งดังขึ้นในจิตนางไม่ใช่คำขู่ไม่ใช่คำสั่งเป็นคำเตือนของคนที่ “รู้ว่าผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร”
“สิ่งที่เจ้าเห็น…ยังไม่ควรถูกเห็น”
หลิวซืออวี่ฝืนถาม ทั้งที่ริมฝีปากสั่น
“ท่าน…เป็นใคร”
เฉินหยวนเงียบไปครู่หนึ่งสายตาเขาไม่หลบแต่ก็ไม่กดทับ“ข้า คือคนที่โลกยังไม่ตัดสินว่าจะเรียกว่าอะไร”
ทันทีที่คำพูดนั้นจบลง—
เส้นรอยแตกในม่านตานางสลายแรงกดดันทั้งหมดหายไปเหมือนไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้นชายผู้นั้นหายไปแล้ว
หลิวซืออวี่ทรุดตัวลงหายใจแรงหัวใจเต้นรัวแต่ในจิตใจนางมีรอยร้าวเล็ก ๆ หลงเหลืออยู่รอยร้าวที่ไม่อาจซ่อมด้วยคำสอนเดิมไม่อาจปิดด้วยเหตุผลเก่าไกลออกไปเฉินหยวนเดินต่อฝีเท้าเขายังคงมั่นคงแต่โลก…ไม่เหมือนเดิมแล้ว
“คนแรกแล้วสินะ”
เขาพึมพำเบา ๆ
ตั้งแต่วินาทีที่ใครบางคน “เห็นเขา”เส้นแบ่งระหว่างเงากับความจริงก็เริ่มพร่าเลือนโลกไม่อาจแกล้งทำเป็นไม่รู้และเขาเองก็ไม่อาจเดินอย่างไร้ร่องรอยได้อีกเหนือสวรรค์ยังคงนิ่งแต่ภายใต้ความนิ่งนั้นมีบางสิ่งเริ่มขยับและเฉินหยวนรู้ดี—
ก้าวที่โลกยอมรับแต่ยังไม่อาจควบคุม