เจียงเยี่ยน ดับเทพพิฆาตมาร

    ตอนที่ 84 เทพอสูรสำเร็จยุทธ์!


    ไป๋เหวินโจวซึ่งแบกเจียงเยี่ยนไว้ที่ไหล่ ถูกพวกหลี่กวนหยางโอบล้อม หลี่กวนหยางกล่าวว่า“ไป๋เหวินโจว เคยคิดว่าจะมีวันนี้หรือไม่?”ไป๋เหวินโจวกล่าวว่า“เจ้าจงใจให้ลู่เซียงออกมาพบข้าและเจียงเยี่ยน เพื่อให้นางตายแต่แรก”หลี่กวนหยางหัวร่อ “ใช่ วันที่นางพบหน้าเจียงเยี่ยนคือวันที่นางต้องตาย”ไป๋เหวินโจวจ้องมองมันอย่างเย็นชา หลี่กวนหยางกล่าวต่อ“คนแซ่ไป๋ การทหารไม่เบื่ออุบาย บรรพบุรุษข้าเหลิ่งเถียน หากไม่ใช่ถูกซูหลิงเอ๋อร์ทรยศเสียก่อน ด้วยพลังและความสามารถของเขา สามารถครอบครองแผ่นดินได้ไม่ยากนัก น่าเสียดายโชคชะตากลับเล่นตลก ให้เขาพ่ายแพ้สตรีนางหนึ่ง เจียงเยี่ยนก็เช่นกัน มันหลงกลข้าเพราะสตรีนางหนึ่ง”“ครอบครองแผ่นดินแล้วได้อะไร?” ไป๋เหวินโจวถาม“ได้บัญชาผู้คน เป็นใหญ่เหนือคนทั้งปวง” หลี่กวนหยางตอบ“แต่หากคนทั้งแผ่นดินสาปแช่งเจ้าเล่า?” ไป๋เหวินโจวถามอีก“เสียงนกเสียงกา ไหนเลยจะสะเทือนถึงพญามังกร”

    ไป๋เหวินโจวทะยานกายกลางอากาศ มันฝ่าวงล้อมหนีไป ส่วนหลี่กวนหยางก็ทะยานกายตามติด เหล่าสาวกเทพธรณินก็วิ่งตามต่อขณะที่ทั้งหมดไล่ตามไป๋เหวินโจว ได้ยินเสียงโห่ร้องกึกก้องจากป่านอกเมือง คนกลุ่มใหญ่สองกลุ่มโห่ร้องเสียงดังเคลื่อนกำลังเข้ามาอย่างรวดเร็ว โจมตีใส่พวกเทพธรณินหลี่กวนหยางใจหายวาบ มันกวาดตามองที่แท้เป็นทหารของทางการ!เจิงหลุนขี่ม้า ยกทัพราวสองหมื่นคนเข้าตีเหล่าสาวกเทพธรณิน เพลงทวนของมันสังหารสาวกเทพธรณินอย่างรวดเร็ว ทหารทางการนับหมื่นก็เข้าตี ทั้งสองฝ่ายต่างเข้าทำศึกกัน เสียงฆ่าฟันดังลั่น

    หลี่กวนหยางงุนงงยิ่ง ได้รับรายงานมาว่าพวกไป๋เหวินโจวจะเข้าเมืองมาเพียงสามคน แต่ทหารทางการมาได้อย่างไร?มันทะยานกายดุจโผบิน ไปขวางไป๋เหวินโจวไว้อีกครั้ง “คนแซ่ไป๋ เจ้าหลอกลวงข้า!”“ข้ารู้อยู่แล้วว่าราชสำนักมีไส้ศึก เพียงแต่ไม่รู้ว่าเป็นใคร ข้าจึงบอกเจิงหลุนให้ยกทัพมาโดยตรง”หลี่กวนหยางขมวดคิ้ว สีหน้ามีโทสะยิ่ง ไป๋เหวินโจวยังกล่าว“ผู้ที่รู้ว่าพวกข้าจะมาที่นี่ มีเพียงฮ่องเต้ เจิงหลุน และขันทีโฉดหลิวจิ่นเท่านั้น แสดงว่าไส้ศึกเป็นหลิวจิ่นจริงๆ”หลี่กวนหยางคำรามด้วยโทสะ มันกระแทกมือออกเกิดเป็นพลังพายุ ไป๋เหวินโจวรีบสะบัดมือตอบโต้พายุนั้นก็สลายเป็นสายลมอ่อนๆ แต่ไป๋เหวินโจวยังคงถอยกายไปก้าวหนึ่งหลี่กวนหยางร่ายรำฝ่ามือวัฎจักรภพผสานพลังเทพดับสูญ เกิดเป็นพลังลูกกลมสีดำขนาดใหญ่ มันชูมือขึ้นเหนือศีรษะ ลูกพลังก็ส่งแรงดึงดูดมหาศาลดูดกลืนฝ่ายตรงข้าม มีทหารทางการหลายสิบคนถูกดูดเข้าไปในลูกพลัง ร่างถึงแหลกละเอียดสลายไปทหารทางการแม้มีกำลังมาก แต่ก็เกรงอานุภาพหลี่กวนหยางยิ่ง หลี่กวนหยางคล้ายราชันย์อสูรลงมาอาละวาดที่โลกมนุษย์ ไม่มีผู้ใดต้านทานอานุภาพของมันได้

    หลี่กวนหยางยิ่งฆ่ายิ่งพอใจ มันหัวร่อเสียงดัง คลื่นเสียงทำให้ผู้อยู่บริเวณใกล้ต่างต้องยกมืออุดหู หลี่กวนหยางแตะมือลงพื้นดิน ผืนพสุธาก็แตกสูบทหารลงไปอีกหลายสิบนาย บางครั้งมันชูมือขึ้น สายฟ้าทมิฬนับร้อยสายก็เกิดขึ้นเหนือมือกระจายสังหารตรงข้ามทั้งสี่ทิศแปดทางสมรภูมิเต็มไปด้วยซากศพที่ซ้อนกันดุจขุนเขา ขณะที่หลี่กวนหยางอาละวาดอยู่กลางสนามรบ ไป๋เหวินโจวรีบพาเจียงเยี่ยนออกนอกสมรภูมิ มันไปถึงเนินสูงแห่งหนึ่งวางร่างเจียงเยี่ยนลง ทาบฝ่ามือที่หน้าอกเจียงเยี่ยน ถ่ายทอดพลังให้“อา..อาจารย์” เจียงเยี่ยงเสียงอ่อนล้าไป๋เหวินโจวถามว่า “เจ้าอย่าเพิ่งพูด เจ้าได้รับบาดเจ็บสาหัสยิ่ง”“ข้าทำให้ท่าน..ลำบาก”“เจ้าเงียบก่อน” ไป๋เหวินโจวถ่ายทอดพลังให้เจียงเยี่ยนไม่หยุด ไม่นานเจียงเยี่ยนก็มีสติแจ่มใสขึ้น เด็กหนุ่มลุกขึ้นนั่ง สีหน้าอิดโรย ไป๋เหวินโจวกล่าวว่า“ยังดีที่เจ้ายังพอมีพลังเทพดับสูญหลงเหลืออยู่เล็กน้อย ทำให้รอดตายมาได้ แต่ว่า..”“แต่ว่าอะไร?” เจียงเยี่ยนถาม“จุดชีพจรเทพดับสูญเจ้าไม่มีแล้ว ลมปราณเจ้าแทบไม่หลงเหลือ”เจียงเยี่ยนพยักหน้า กล่าวว่า“หลี่กวนหยางดูดพลังข้าในระหว่างต่อสู้ ทำให้มันได้รับพลังชีพจรเทพดับสูญไปไม่หมด แตกต่างกับพวกประมุขวังนิรมลแต่ละรุ่นที่ถ่ายทอดให้กัน จึงได้พลังไปเต็มที่”

    ไป๋เหวินโจวอยู่บนเนินสูง เห็นหลี่กวนหยางคล้ายพยัคฆ์ท่ามกลางฝูงแกะ หากเป็นเช่นนี้ทหารทางการต้องพ่ายแพ้แน่ เจียงเยี่ยนกล่าวว่า“ท่านไปช่วยพวกเขาเถอะ ไม่ต้องห่วงข้า”

    ปราชญ์มารบริสุทธิ์พยักหน้า ร่างเป็นแสงสีขาวพุ่งวาบเข้าไปสมรภูมิ มันตะกุยกรงเล็บอย่างรวดเร็ว สังหารฝ่ายตรงข้ามไปหลายสิบราย จากนั้นเข้าหาหลี่กวนหยาง ประมุขเทพธรณินกางสองมือ ทันใดนั้นเพลิงทมิฬก็พุ่งขึ้นมาจากดินล้อมตัวมันไว้ ปราชญ์มารบริสุทธิ์ใจสั่นสะท้าน พลิ้วกายถอยทันทีหลี่กวนหยางตามติด มันใช้ลมปราณคุมจักรวาลผสานพลังเทพดับสูญ อากาศบริเวณนั้นแปรปรวน แผ่นดินสั่นสะเทือน แม้แต่ท้องฟ้าก็คล้ายจะคำรามลั่น แรงดึงดูดอันมหาศาลออกจากฝ่ามือ ดูดร่างไป๋เหวินโจวเข้าหามัน ปราชญ์มารบริสุทธิ์อาศัยแรงดูดพุ่งเข้าหาหลี่กวนหยาง ด้วยความรวดเร็วเป็นสองเท่า จากนั้นกวาดกรงเล็บใส่เกิดเป็นแสงสีขาวขนาดใหญ่ห้าสาย หลี่กวนหยางต่อยหมัดด้วยพลังเกรี้ยวกราดปานอัสนีฟาด ทำลายท่ากรงเล็บปราชญ์มารบริสุทธิ์รีบหดกรงเล็บกลับ ขณะจะเปลี่ยนแปลงกระบวนท่า หลี่กวนหยางใช้ลมปราณคุมจักรวาลหยุดทุกสิ่งไว้ จากนั้นมันสะบัดฝ่ามือฟาดใส่หน้าอกไป๋เหวินโจวทันทีขณะที่ฝ่ามือจะกระทบถูกอีกฝ่าย ฝ่ามือหลี่กวนหยางพลันเบี่ยงเบนไป จากนั้นมีบุปผาสีชมพูนับพันพุ่งใส่มัน แต่มันเพียงแค่โบกแขนเสื้อก็สลายลมปราณบุปผาไปได้

    สตรีชุดชมพูนางหนึ่งยืนขวางไป๋เหวินโจวกับหลี่กวนหยางไว้ นางคือซูโหยวเสวียนเอง นางพาพวกคุนหลุนไปส่งได้ระยะหนึ่งแล้วก็รีบมาสมทบกับพวกไป๋เหวินโจวที่เมืองเฝิง“เจ้ามาจนได้” ไป๋เหวินกล่าว“ข้าเร่งที่สุดแล้ว” ซูโหยวเสวียนมีสีหน้าเคร่งเครียด นางทราบว่าหลี่กวนหยางฝีมือรุดหน้าขึ้นอีกหลี่กวนหยางแค่นหัวร่อ“ประเสริฐ สกุลซูเจ้าคิดร้ายต่อบรรพบุรุษข้า วันนี้จะสะสางทีเดียว”หลี่กวนหยางพุ่งกายอย่างรวดเร็วเป็นแสงสีดำ ซูโหยวเสวียนกางมือออกใช้ลมปราณสลายดาราขั้นสูงเกิดเป็นเส้นใยลมปราณนับพันควบคุมร่างหลี่กวนหยางไว้ หลี่กวนหยางตวาดคำหนึ่ง เส้นใยลมปราณก็สลายไปทันที!เทพธรณินกวาดฝ่ามือออก มังกรเพลิงทมิฬก็พุ่งออกมาหลายสิบตัว โจมตีทั้งด้านตรงและวกอ้อม ซูโหยวเสวียนกวาดมือไปรอบกาย ใช้วิชาสลายดาราปัดมังกรเหล่านั้นย้อนกลับไปหาหลี่กวนหยางแทนแต่มังกรทมิฬหลายสิบตัวคล้ายมีชีวิตจริง บินวกกลับมาใหม่ อ้าปากยิงลูกเพลิงทมิฬออกมา ซูโหยวเสวียนใจหายวาบชูมือขึ้นฟ้าใช้วิชาสลายดารายันลูกเพลิงทมิฬไว้หมายสลายไป แต่ลูกเพลิงพลังมหาศาล ยามกะทันหันสลายไม่ได้ ไป๋เหวินโจวจับมือซูโหยวเสวียนแน่น ถ่ายทอดลมปราณเอกอนันต์ให้ ซูโหยวเสวียนรู้สึกร่างนางมีพลังเปี่ยมล้น ใช้พลังสลายดาราสลายทั้งลูกเพลิงและมังกรเพลิงทมิฬทั้งหลายก็สลายไปในอากาศ แต่ยังมีคลื่นพลังกระแทกใส่ทั้งสองจนถอยกายไปก้าวหนึ่งหลี่กวนหยางพุ่งมาอย่างรวดเร็วฟาดฝ่ามือออก ทั้งไป๋เหวินโจวและซูโหยวเสวียนรีบยกฝ่ามือขึ้นปะทะ เสียงฝ่ามือปะทะกันเสียงดัง พื้นดินระเบิดสั่นสะเทือน พวกไป๋เหวินโจวและซูโหยวเสวียนต่างกระเด็นไป กระอักโลหิตออกมาเทพธรณินรู้สึกสาแก่ใจยิ่ง วันนี้มันโค่นยอดฝีมือคนแล้วคนเล่า นับว่าทั่วแผ่นดินไร้ผู้ต่อต้านอย่างแท้จริง มันกระโดดเข้ามาฟาดฝ่ามือใส่ไป๋เหวินโจวหมายจบชีวิต ปราชญ์มารบริสุทธิ์ไหนเลยจะรามือรอความตาย มันลุกขึ้นยกฝ่ามือเข้าปะทะอีกครั้งทุ่มเทอย่างสุดกำลัง
    มิคาด พลันมีเงาร่างหนึ่งพุ่งมาขวางฝ่ามือคนทั้งสองไว้ ไป๋เหวินโจวรั้งฝ่ามือไม่ทัน ฟาดถูกกลางหลังคนผู้นั้น ส่วนหลี่กวนหยางก็ฟาดใส่อกคนผู้นั้น
    คนผู้นั้นคือเจียงเยี่ยน!
    “อัก!” เจียงเยี่ยนร้องออกมา
    “เจ้าทำอะไร?” ไป๋เหวินโจวกล่าวอย่างตื่นตระหนก แต่ขณะนั้นลมปราณหลี่กวนหยางก็ไหลผ่านกายเจียงเยี่ยนเข้าทำร้ายไป๋เหวินโจวแล้ว ไป๋เหวินโจวไม่มีทางเลือกเร่งลมปราณเอกอนันต์ขึ้นต่อต้าน“หึ คิดดูดพลังข้าหรือ?” หลี่กวนหยางแค่นหัวร่อ มันทราบว่าเจียงเยี่ยนไม่มีพลังพอจะทำเช่นนั้นเจียงเยี่ยนยืนนิ่งสงบ ปล่อยพลังภายในของหลี่กวนหยางและไป๋เหวินโจวต่อสู้กันผ่านร่างจนสั่นสะท้าน หลี่กวนหยางงุนงงยิ่ง เจียงเยี่ยนคล้ายมิได้จะดูดพลังมัน ไม่ทราบจะทำอะไรผ่านไปชั่วหม้อข้าวเดือด หลี่กวนหยางเข้าใจแล้ว เจียงเยี่ยนกำลังหลอมรวมพลังของหลี่กวนหยางเข้ากับร่างกายมัน ไม่เพียงหลอมรวมพลังของหลี่กวนหยาง ยังหลอมลมรวมปราณเอกอนันต์ของไป๋เหวินโจวด้วย!ลมปราณเทพดับสูญของหลี่กวนหยางมีพลังไร้ผู้ต่อต้าน ส่วนลมปราณเอกอนันต์ของไป๋เหวินโจวก็ไร้ที่สิ้นสุด เด็กหนุ่มเคยใช้วิธีหลอมรวมลมปราณตนเองกับพลังศัตรูหลายครั้งแล้วจึงไม่ใช่เรื่องยาก อย่าว่าแต่ลมปราณเทพดับสูญของหลี่กวนหยางก็เป็นพลังดั้งเดิมที่มันคุ้นชินเจียงเยี่ยนฝึกกระบวนท่าพิชิตเทพ สอนให้มันไม่ยึดติด เมื่อต่อต้านไม่ได้ก็ไม่ต่อต้าน แต่ยอมเป็นหนึ่งเดียวพลังศัตรู มันใช้ลมปราณของไป๋เหวินโจวและหลี่กวนหยางไปกระตุ้นพลังเทพดับสูญที่หลงเหลือเพียงน้อยนิดของมันที่กลางหน้าอก จนพลังเทพดับสูญของเจียงเยี่ยนเข้มแข็งขึ้นหลี่กวนหยางใจหายวาบ มันจะถอนฝ่ามือกลับก็ไม่ได้เพราะกำลังปะทะกำลังภายในกับไป๋เหวินโจวด้วย หาไม่จะถูกลมปราณไป๋เหวินโจวทำร้ายบาดเจ็บสาหัสผ่านไปอีกสักพัก เจียงเยี่ยนร้องก้องขึ้นมา ร่างเด็กหนุ่มลอยขึ้นสู่กลางอากาศ ไป๋เหวินโจวก็ถอยกายไปสามก้าว ส่วนหลี่กวนหยางถอยไปเพียงก้าวหนึ่ง เจียงเยี่ยนดวงตาเหลือกขาว จากนั้นค่อยๆ กลายเป็นลูกตาธรรมดา เห็นทหารในสมรภูมิเงียบสงบ ต่างมองเจียงเยี่ยนเป็นจุดเดียว ทั่วพื้นดินมีไอสีดำพวยพุ่ง คลื่นลมรุนแรงราวกับเกิดพายุ ท้องฟ้าวิปริตแปรปรวน อัสนีฟาดลั่น หลี่กวนหยางนึกถึงตำนานที่บรรยายตอนเหลิ่งเถียนบรรพบุรุษมันกำเนิด ก็มีบรรยากาศคล้ายเช่นนี้เจียงเยี่ยนเคยได้ยินซูโหยวเสวียนเล่าถึงต้นกำเนิดเทพดับสูญว่าเหลิ่งเถียนคิดค้นพลังจากหยินและหยาง หลอมรวมไว้ที่หน้าอกจนเกิดเป็นจุดชีพจรเทพดับสูญ เรียกว่า ‘ดวงใจแห่งราชัน’ ครั้งนี้เจียงเยี่ยนทดลองเสี่ยงอันตรายใช้พลังเทพดับสูญที่หลงเหลือรวมกับสุดยอดลมปราณสองสาย สร้างชีพจรเทพดับสูญใหม่ขึ้นเองหากมิใช่มันรู้จักวิธีหลอมรวมลมปราณ และหลักการของกระบวนท่าพิชิตเทพที่สอนให้ไม่ยึดติด มันก็ทำเช่นนี้ไม่ได้!
    เท้าเจียงเยี่ยนลอยสู่พื้นอย่างแผ่วเบา มันมองหลี่กวนหยางด้วยแววตาเย็นชา พลังของมันไม่ใช่แค่พลังเทพดับสูญ แต่ยังมีลมปราณเอกอนันต์ซึ่งไร้ที่สิ้นสุดอีกด้วย!
    ------- จบตอน ------เจียงเยี่ยนเสี่ยงชีวิตสร้างจุดชีพจรเทพดับสูญขึ้นเอง มันจะโหดเลวดีแค่ไหน โปรดติดตามได้เลย!ตอนหน้าขอโดเนท 3 กำลังใจนะคร้าบ ขอบคุณมากเลย น่าจะเป็นตอนต่อสู้ครั้งสุดท้ายแล้ว (ตอนจบ) แล้วจะมีตอนพิเศษแถมให้อีกตอนคร้าบ



    คล้ายกับเรื่องเจียงเยี่ยน ดับเทพพิฆาตมาร ที่คุณอ่าน