ยุทธจักรเทพยุทธ์ (แปลจบแล้ว)

    เล่มที่ 4 ตอนที่ 95 ผู้ชนะคนสุดท้าย

           พลังที่รุนแรงร้ายกาจขนาดนี้ ทำให้พลเมืองสือเฉิงกว่าสิบล้านคนแหงนหน้ามองอย่างตื่นเต้น

           พลังที่รุนแรงประหนึ่งบดขยี้หินเป็นธุลีได้ซัดเข้าหาฉินซีผิงฉินซีผิงหยุดชะงักกลางอากาศ รอบกายมีอักษรยันต์จำนวนมากพรั่งพรูออกมาเขาเรียกพลังคิดจะสกัดพลังโจมตีสายฟ้าฟาดนั้น

           “ปึง!”

           ทว่าเขาสามารถกันพลังไว้ได้เพียงพริบตาเดียวจากนั้นก็มีเสียงกระแทกดังปึงขึ้นมา บนห้วงอากาศเกิดรอยแยก ร่างของฉินซีผิงระเบิดเป็นชิ้นๆกลางอากาศ

           “ซูมๆ ๆ!”

           ขณะนั้นเองก็มีหมอกสีโลหิตคลุ้งเต็มท้องฟ้าพลังงานของพลังซัดกระจายทั่วเมือง

           สายตาของคนหลายคนมองบนท้องฟ้าอย่างตกใจฉินซีผิงที่มีพลังร้ายกาจเช่นนั้นกลับไม่สามารถการโจมตีของอสูรพยัคฆ์จ้าวสายฟ้าเลยแม้แต่น้อยเขาถูกสังหารอย่างง่ายดายในพริบตา ดังนั้นพลังอำนาจของอสูรพยัคฆ์จ้าวสายฟ้าสูงส่งแค่ไหนน่าจะพอจินตนาการออก!

           อสูรราชาพยัคฆ์กิเลนบินเหินอยู่กลางอากาศจ้องหน้าอสูรพยัคฆ์จ้าวสายฟ้าพร้อมกับร่างก็สั่นระริกไม่หยุดพลังปราณของจ้าวสายฟ้าแข็งแกร่งมากจนมันรู้สึกไม่ปลอดภัย

           ตู้เซ่าฝู่ที่อยู่บนหลังของอสูรราชาพยัคฆ์กิเลนนัยน์ตาสั่นไหวฉินซีผิงที่มีฌานถึงขั้นชีพจรประสานวิญญาณไม่มีแรงต่อกรใดๆ ได้เลยแพ้อย่างราบคาบในพริบตา อสูรตนนี้ต่างหากที่เป็นยอดฝีมือที่แท้จริง!

           อสูรพยัคฆ์จ้าวสายฟ้าที่คุ้มครองเมืองสือเฉิงแข็งแกร่งไร้เทียมทานจริงๆ!

           “ผู้เป็นภัยต่อเมืองสือเฉิงห้ามเก็บไว้สักคน!”

           หลังจากสังหารฉินซีผิงไปแล้ว อสูรพยัคฆ์จ้าวสายฟ้าไม่รอช้าจ้องมองไปด้านล่าง สยายกรงเล็บอันแหลมคมของสิงโตตวัดลงไปมีสายฟ้าผ่าพุ่งลงไปตามพลังกรงเล็บนี้

           “แย่แล้ว!”

           อั้นหงที่อยู่บนลานกว้างสีหน้าเปลี่ยนพลังสายฟ้าฟาดของอสูรพยัคฆ์จ้าวสายฟ้าพุ่งดิ่งเข้ามาหาตน

           พลังปราณอันแข็งแกร่งสาดเข้าไปห่อหุ้มร่างของอั้นหงไว้  ทำให้เขามิอาจถอนตัวได้ทัน

           พอมาถึงตอนนี้เขาถึงรู้ว่าการวางแผนทุกอย่างนี้ สุดท้ายแล้วจะอย่างไรก็อยู่ในการควบคุมของบ้านสกุลเยี่ย บ้านสกุลเยี่ยคือผู้ชนะคนสุดท้าย

           “ปึง!”

           เสียงกระแทกทุ้มดังสนั่นเมื่อสายฟ้าฟาดใส่อั้นหงร่างของระเบิดเป็นชิ้นๆ

           พื้นบริเวณรอบอั้นหงร้าวเป็นแนวยาวแผ่นดินแถบนั้นสั่นไหวราวกับจะยวบตัวลงไป สุดท้ายก็ถล่มลงพลังปราณอันน่าสะพรึงกลัวพัดออกจากวงรัศมีของพลังแผ่ไปโดยกว้าง

           “ปึงๆ!”

           มีสายฟ้าฟาดลงไปอีกสองสาย ขณะที่ทุกคนกำลังตื่นตกใจกลัวอั้นชิงซงกับฉินจงฉยงที่อยู่บนลานกว้างยังไม่ทันตั้งตัวก็ถูกสายฟ้ากลืนร่างมอดไหม้ตายในทันใด

           บริเวณนั้นเงียบสงัดไร้เสียงพูดคุยแววตาแต่ละคนต่างตาโตตะลึงง่วนกับการมองภาพเหตุการณ์อสูรพยัคฆ์จ้าวสายฟ้าไล่สังหารผู้ต่อต้าน

           “เจ้าหนู เจ้าช่างกล้าบ้าดีเดือดเหลือเกิน ไม่เป็นไรใช่หรือไม่?”

           อสูรพยัคฆ์จ้าวสายฟ้าเก็บพลังสายฟ้าไปดวงตาหย่อนคล้อยแก่ชราของมันมองไปที่ตู้เซ่าฝู่ สายตาของจ้าวสายฟ้าที่มองมาทำให้อสูรราชาพยัคฆ์กิเลนยิ่งสั่นไหวด้วยความกลัวมากขึ้น

           ทว่าพลังอำนาจมหาศาลของอสูรพยัคฆ์จ้าวสายฟ้าที่แผ่ออกมาอสูรราชาพยัคฆ์กิเลนยังคงฝืนยืนจ้องหน้ารับได้ อสูรพยัคฆ์จ้าวสายฟ้าเองก็ประหลาดใจในตัวมันเช่นกัน

           “ท่านอสูรพยัคฆ์จ้าวสายฟ้าท่านไม่เป็นอะไรแล้วหรือ?”

           ตู้เซ่าฝู่ได้สติกลับคืนมา มองไปยังอสูรพยัคฆ์จ้าวสายฟ้าอย่างปีติดีใจ

           อสูรพยัคฆ์จ้าวสายฟ้าไม่ได้ตอบอะไรตู้เซ่าฝู่มองไปที่ตู้เซ่าฝู่ มันยิ้มให้สื่อออกมาจากสายตาจากนั้นก็พูดกลับไปด้วยเสียงแหบชราของมัน “ข้าชอบเจ้ามากจริงๆชอบมากจริงๆ”

           เมื่อพูดจบ อสูรพยัคฆ์จ้าวสายฟ้าที่รอบกายมีประกายไฟฟ้าวิบวับก็หันหน้าไปอีกทางจากนั้นก็บินหายออกไปจากสายตาของทุกคน

           เยี่ยกวังมองร่างอสูรพยัคฆ์จ้าวสายฟ้าที่บินลับหายไปอย่างดีใจจากนั้นเมื่อได้สติกลับมา ก็กวาดสายตามองรอบๆ ลานกว้าง พูดเสียงดังว่า “คนบ้านสกุลฉิน บ้านสกุลอั้นที่ยอมจำนนไม่ต้องฆ่าพวกที่ต่อต้านปลิดชีพให้หมด!”

           ฉินซีผิงแห่งบ้านสกุลฉิน อั้นหงแห่งบ้านสกุลอั้นล้วนถูกอสูรพยัคฆ์จ้าวสายฟ้าปลิดชีพต่อหน้าทุกคนเจ้าบ้านสกุลฉินฉินจงฉยงและเจ้าบ้านสกุลอั้นอั้นชิงซง ยอดฝีมือบ้านสกุลฉิน บ้านสกุลอั้นกำลังที่แข็งแกร่งของพวกเขากว่าแปดในสิบตายไปหมดแล้วหมดกำลังในการต้านทานแล้ว

           “ตึงๆ!”

           คนของบ้านสกุลฉิน บ้านสกุลอั้นที่เหลืออยู่หันซ้ายหันขวามองหน้ากันเริ่มมีคนโยนอาวุธในมือทิ้งแล้ว……

           …………

           สงครามใหญ่กลางเมืองนี้ในที่สุดก็ถึงจุดจบทว่ากลิ่นคาวของโลหิตยังคงคลุ้งอย่างน่ากลัว

           ดีที่ค่ำคืนนั้นมีฝนตกหนักไม่เพียงแต่ชำระล้างกลิ่นคาวเลือดให้จางหายไปยังช่วยลบล้างรอยเลือดของคนมากมายที่สาดกระจายนองติดพื้นลานกว้างนอกบ้านสกุลเยี่ย

           วันต่อมา กลุ่มเมฆหนาจางลงแล้วตะวันเบิกฟ้าเห็นนภาโปร่งสดใส ทุกอย่างราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น มีเพียงภายในและภายนอกจวนของบ้านสกุลเยี่ยที่มีร่องรอยแตกหักที่สามารถย้ำเตือนทุกคนถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในเมื่อวาน

           บ้านสกุลฉินบ้านสกุลอั้นบ้านสกุลใหญ่สองแห่งนี้ถูกบ้านสกุลเยี่ย บ้านสกุลตู้ บ้านสกุลไป๋สามบ้านสกุลปิดไว้และควบคุมเพื่อรอผลการตัดสินจากสุดยอดบ้านสกุลสามบ้านสกุลนี้ว่าจะกำหนดบทลงโทษกับพวกเขาอย่างไร

           ภายในเมืองสือเฉิงข่าวสารเรื่องที่อสูรพยัคฆ์จ้าวสายฟ้ายังคงแข็งแรงอยู่ดีแพร่กระจายออกไปเป็นเรื่องที่ส่งต่อกันไปเรื่อยๆ อย่างรวดเร็ว

           เหตุการณ์เมื่อวานที่เกิดขึ้นทำให้ผู้คนรอบๆเมืองสือเฉิงเกรงกลัวในพลังอำนาจของเมืองนี้ หากมีอสูรพยัคฆ์จ้าวสายฟ้าอยู่ ใครจะกล้าคิดช่วงชิงฉวยโอกาสจากเมืองสือเฉิงอีกล่ะ

           วันที่สองภายในเมืองสือเฉิงเริ่มครึกครื้นขึ้นมา หัวหน้ากลุ่มผู้มีอิทธิพลเล็กๆ มากมายรวมถึงกลุ่มนักล่าอสูรบางกลุ่มพากันมาเยี่ยมเยียนบ้านสกุลตู้อย่างไม่ขาดสายหน้าบ้านสกุลตู้ครื้นเครงเต็มไปด้วยผู้คนผ่านไปผ่านมา

           ยิ่งกว่านั้นยังครึกครื้นมากเสียกว่าบ้านสกุลเยี่ยอีกหลายคนไปบ้านสกุลเยี่ยเพื่อยินดีกับบ้านสกุลเยี่ยที่จัดการบ้านสกุลฉินและบ้านสกุลอั้นที่เป็นภัยร้ายต่อเมืองสือเฉิงได้จากนั้นก็รีบกรูกันไปเยี่ยมบ้านสกุลตู้ต่อไม่รอช้า

           ความคึกคักนี้ทำให้คานและประตูหน้าบ้านของบ้านสกุลตู้แทบพัง

           ทุกคนในบ้านสกุลตู้ต่างชัดเจนดีสาเหตุที่บ้านสกุลตู้ได้รับการต้อนรับอย่างดีจากคนทั้งเมืองเช่นนี้ เป็นเพราะบ้านสกุลตู้มีตู้เซ่าฝู่อยู่

           การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในเมืองสือเฉิงครั้งนี้นอกจากอสูรพยัคฆ์จ้าวสายฟ้าที่ทำให้ผู้คนตกใจแล้ว ยังมีอสูรราชาพยัคฆ์กิเลนที่ปรากฏตัวออกมาเคียงคู่กับเด็กหนุ่มชุดม่วงที่เปี่ยมด้วยพละกำลังและบ้าระห่ำองอาจกว่าใครๆ

           ความกล้าบ้าบิ่นและพลังที่เขามีรวมถึงคำพูดช่วงท้ายที่เขาตะโกนออกมาตราตรึงอยู่ในใจประชาชนเมืองสือเฉิง เป็นความประทับใจที่ไม่อาจลบเลือน

           ทว่าท่ามกลางความครื้นเครงในจวนตู้เซ่าฝู่และอสูรราชาพยัคฆ์กิเลนกลับเก็บตัวไม่ปรากฏตัวพวกเขาหลบเพื่อไปรักษาอาการบาดเจ็บ

           “ฟู่!”

           ผ่านไปห้าวัน ตู้เซ่าฝู่นั่งขัดสมาธิพร้อมกับผ่อนลมหายใจยาวอยู่ที่เสื่อบนเตียงดวงตาสองข้างของเขาที่ปิดสนิทค่อยๆ เปิดออก

           ตู้เซ่าฝู่รับรู้ได้ถึงพลังปราณภายในร่างที่ฟื้นฟูกลับมาพร้อมกับอาการบาดเจ็บที่หายสนิทเขาค่อยๆ ยิ้มออกมาอย่างพอใจ

           “นึกไม่ถึงว่าวิชาฝึกร่างของอสูรเหยี่ยวยักษ์ปีกทองทำให้การฟื้นฟูร่างกายจากอาการบาดเจ็บเป็นไปได้เร็วถึงเพียงนี้”

           ตู้เซ่าฝู่ยิ้มแป้นด้วยความพอใจถึงขีดสุดบาดแผลและอาการบาดเจ็บในตอนแรกหายดีเป็นปลิดทิ้ง หากเป็นผู้ฝึกฌานธรรมดาทั่วไปคงไม่มีทางทำได้

           “ฮึบ”

           ทันใดนั้น ตู้เซ่าฝู่ก็ล้วงเอากระดูกอสูรชิ้นหนึ่งที่ได้มาจากหอเก็บคัมภีร์วรยุทธของบ้านสกุลตู้พร้อมกับเจดีย์เล็กที่ข้างในมีเจินชิงฉุนอยู่ออกมา

           แม้รู้สึกได้ถึงความไม่ธรรมดาจองกระดูกอสูรชิ้นนี้ทว่าจนถึงขณะนี้ก็ยังไม่ค้นพบอะไรที่ไม่ธรรมดาเลย ดังนั้นตู้เซ่าฝู่จึงไม่ได้นำมันใส่ไว้ในถุงหยินหยางใส่แยกไว้อยู่ในเสื้อ บางครั้งเขาจะหยิบออกมาลองจับๆ ทำนู่นทำนี่เล่น

           ทว่าเมื่อกี้ตู้เซ่าฝู่ราวกับรู้สึกถึงคลื่นบางอย่างจากกระดูกอสูรเขาจึงควักมันออกมากำไว้ในมือ และยกขึ้นมาสังเกต เขาพบว่าสีของกระดูกอสูรต่างไปจากเดิมราวกับว่ามีพลังคลื่นไฟฟ้าอยู่ในนั้น

           ทว่าหลังจากพลิกดูแล้วพลิกดูอีก ตู้เซ่าฝู่ก็ยังไม่พบความไม่ธรรมดาในตัวของมัน

           “หรือว่าข้ารู้สึกไปเอง พลังคลื่นไฟฟ้าอาจติดมาจากเหลยฉือก็เป็นได้”

           ตู้เซ่าฝู่พูดพึมพำกับตัวเอง จากนั้นก็เก็บกระดูกอสูรเข้าไปในเสื้อและลุกขึ้นมายืนยืดเส้นยืดสาย

           “ไม่เลวเลยเจ้าหนูบรรลุขั้นเบิกนภาในระดับขั้นสมบูรณ์แล้ว ความเร็วถือว่าไวมาก ทว่าอย่าลืมล่ะขั้นเบิกนภาเป็นขั้นที่สำคัญในการสร้างพื้นฐานรากปราณให้ดี ห้ามรีบร้อนเด็ดขาดมิเช่นนั้นในอนาคตเจ้าต้องนึกเสียใจภายหลังแน่”

           เสียงของเจินชิงฉุนดังขึ้นมีคลื่นพลังคลุ้งออกมาจากเจดีย์เล็กที่เก็บอยู่กลางอกของตู้เซ่าฝู่จากนั้นเกาะเป็นกลุ่มก้อนกลายเป็นร่างคนเด็กหนุ่มใบหน้าอัปลักษณ์ที่คุ้นเคยปรากฏกายต่อหน้า ตู้เซ่าฝู่

           “เจ้ายังกล้าออกมาอีกนะ ข้าเรียกเจ้าเจ้าไม่ได้ยินหรือไง?”

           เมื่อตู้เซ่าฝู่เห็นเจินชิงฉุนก็แสดงสีหน้าไม่ค่อยสบอารมณ์

           ขณะที่อยู่ในสงครามครั้งใหญ่วันก่อนตู้เซ่าฝู่พยายามติดต่อเจินชิงฉุนที่อยู่ในเจดีย์เล็กอยากถามเจินชิงฉุนว่ามีวิธีใดหรือไม่ที่จะทำให้สามารถต่อกรกับฉินซีผิงได้ใครจะไปรู้ว่าเจินชิงฉุนที่อยู่ในเจดีย์เล็กจะไม่ตอบสนองการเรียกของเขาเลย

           เจินชิงฉุนทำเป็นเพิกเฉยยิ้มให้ กล่าวว่า “ข้าคิดไม่ถึงว่าสระเหลยฉือจะมีพลังงานที่มีส่วนช่วยให้กับการฟื้นฟูของข้าด้วยข้าเองก็ดูดซึมมันมาใช้จำนวนหนึ่ง ดังนั้นหลายวันที่ผ่านมาข้าไม่มีเวลามาสนใจเจ้า”

           ตู้เซ่าฝู่ได้ยินแววตาก็ตื่นเต้นเป็นประกาย เอ่ยถามว่า “เจ้าฟื้นฟูถึงไหนแล้ว?”

           ฟื้นฟูถึงไหนงั้นหรือก็แค่ได้รับประโยชน์จากมันมานิดหน่อยการฟื้นฟูอย่างสมบูรณ์ของข้าไม่ได้ง่ายดายขนาดนั้น!”

           เจินชิงฉุนสีหน้านิ่งน้ำเสียงให้ความรู้สึกว่าเหนื่อยใจ เขามองหน้าตู้เซ่าฝู่คิ้วสามเหลี่ยมของเขาเลิกขึ้นเล็กน้อย เอ่ยถามตู้เซ่าฝู่ว่า “เจ้าเจออสูรพยัคฆ์จ้าวสายฟ้าตนนั้นแล้วใช่หรือไม่”

           “เจอแล้ว” ตู้เซ่าฝู่พยักหน้า หรี่ตาจ้องเจินชิงฉุนอย่างระแวงกวาดสายตามองหัวจรดเท้า กล่าวว่า “เจ้าคงไม่ได้คิดจะทำอะไรอสูรพยัคฆ์จ้าวสายฟ้าหรอกนะ?”

           “ข้าไม่สนใจหรอกหากอสูรพยัคฆ์จ้าวสายฟ้าแข็งแกร่งมากกว่านี้หลายสิบเท่าบางทีข้าอาจจะสนใจ”

           เจินชิงฉุนจ้องเขม็งเบิ่งตาโตใส่ตู้เซ่าฝู่น้ำเสียงเริ่มผ่อนลง มองไปที่ตู้เซ่าฝู่พร้อมกล่าวว่า “แม้หลายวันที่ผ่านมาข้าไม่ได้สนใจเจ้า แต่เรื่องที่เกิดขึ้นข้ารับรู้ทั้งหมดดูไม่ออกว่าเจ้าหนูอย่างเจ้าก็มีเอกลักษณ์ที่น่าสนใจดี สมกับเป็นไอ้หนูของข้า”

           “น้องชายร่วมสาบานไม่ใช้ไอ้หนูติดตามเจ้า”

           ตู้เซ่าฝู่มองบนใส่เจินชิงฉุนตู้เซ่าฝู่รู้สึกว่าเจินชิงฉุนขี้โม้ยิ่งขึ้นเรื่อยๆ หากอสูรพยัคฆ์จ้าวสายฟ้าแข็งแกร่งกว่านี้หลายสิบเท่านั่นมันจะเป็นอสูรที่น่าหวาดกลัวมากถึงขั้นไหนกันล่ะ

           “น้องชายร่วมสาบานกับไอ้หนูก็เหมือนกัน เหมือนกันหมดนั่นแหละ”

           เจินชิงฉุนหัวเราะชอบใจ ใบหน้ายิ้มแป้นแล้นของเขาแปลกพิเศษกว่าใครๆจากนั้นเขากล่าวต่อไปว่า  “ทว่าระดับฌานของอสูรพยัคฆ์จ้าวสายฟ้าก็งั้นๆ จริงๆ แหละอสูรขั้นพญาอสูรในระดับขั้นสมบูรณ์ หากบรรลุขั้นไปอีกขั้นถึงขั้นเทพแห่งอสูรก็จะสามารถแปลงกายเป็นคนและถือมีศักดิ์สูงส่งควรค่าแก่การเคารพแล้ว”

           จากคำพูดของเจินชิงฉุน ทำให้ตู้เซ่าฝู่เดาคร่าวๆได้ว่าเมื่อเลยขั้นพญาอสูรไปก็จะกลายเป็นขั้นเทพแห่งอสูร และเมื่อผู้ฝึกฌานเลยขั้นจ้าวแห่งยุทธก็จะเป็นขั้นเทพแห่งยุทธ

           “ที่แท้ท่านอสูรพยัคฆ์จ้าวสายฟ้ามีฌานขั้นพญาอสูรในระดับขั้นสมบูรณ์งั้นหรือ”

           ตู้เซ่าฝู่ได้ยินถึงได้รู้ว่าอสูรพยัคฆ์จ้าวสายฟ้ามีฌานขั้นพญาอสูรในระดับขั้นสมบูรณ์มิน่าล่ะฉินซีผิงจึงไร้พละกำลังต่อกรโดนสิ้นเชิงเรียกได้ว่าไม่ใช่คู่ต่อสู้ของจ้าวสายฟ้าเลย

           “เสียดายที่อสูรพยัคฆ์จ้าวสายฟ้าตนนั้นสุดท้ายก็จะถึงบั้นปลายชีวิตน้ำมันในตะเกียงใกล้ดับสิ้นแล้ว เขาทนฝืนสังขารได้อีกไม่นานแล้วล่ะ” เจินชิงฉุนกล่าว

           ตู้เซ่าฝู่ตาโตจากความตื่นเต้นเอ่ยถามอย่างสงสัย “ท่านอสูรพยัคฆ์จ้าวสายฟ้าแกล้งงั้นหรือพลังเฮือกสุดท้ายเขาแกล้งฝืนสังขารใช้มันออกมาหรือ?”

    คล้ายกับเรื่องยุทธจักรเทพยุทธ์ (แปลจบแล้ว) ที่คุณอ่าน