ระบบฝึกเทพ god training system

    ตอนที่ 173 ท้าทาย

    ตลอดเวลาที่เทียนฉินอยู่ภายในนิกายกระบี่สำราญ เขาไม่ได้ย่างก้าวออกจากห้องพักเลยแม้แต่น้อย จวบจนกระทั่งครบกำหนดเวลาสามวัน จงลู่ฉันจึงได้มาหาเขาพร้อมกับสมาชิกที่จะร่วมเดินทางไปด้วยอีกสามคน


    "น้องเทียน! เจ้าเตรียมตัวพร้อมหรือยัง?"


    เทียนฉินนั่งทำสมาธิอยู่ภายในห้องได้ยินเสียงเรียกก็ลืมตาขึ้นมา ก่อนจะลุกเดินไปเปิดประตูต้อนรับทันที


    "อืม! ข้าพร้อมแล้ว!"


    "ดี! ถ้าอย่างนั้นข้าจะแนะนำคนที่เหลือให้เจ้าได้รู้จักเสียหน่อย!"


    จงลู่อันยิ้มตอบรับก่อนจะพาเขาเดินไปหาชายทั้งสามคนที่ยืนรออยู่ด้านนอก จากนั้นจึงเริ่มแนะนำให้พวกเขาได้รู้จักกันทีละคน


    คนแรกเป็นชายชุดขาวรูปร่างผอมบางมีเส้นผมสีเทาทั้งหัวนามว่าเสิงเจิ้นจู้ ใบหน้าของมันหล่อเหลาคมคายสายตาที่มองจ้องมาเฉียบคมราวกับเหยี่ยวจ้องเหยื่อ เห็นได้ชัดว่ามันยังอายุไม่ต่างกับเทียนฉินมากนัก แต่เขาสัมผัสได้ว่าชายหนุ่มคนนี้มีระดับพลังถึงก่อกำเนิดขั้นสูงเหมือนกับจงลู่อัน ทำให้เทียนฉินเกิดความสงสัยขึ้นในใจว่า ที่นิกายกระบี่สำราญนี้มีทรัพยากรให้ลูกศิษย์ใช้บ่มเพาะได้มากมายขนาดไหนกัน


    ส่วนอีกคนเป็นชายร่างสู่งใหญ่ผิวคล้ำมีนามว่า จ้งตี่โหว ด้านหลังสะพายกระบี่เล่มใหญ่สะดุดตา ร่างกายเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อทำให้รู้สึกถึงความดุดันน่าเกรงขาม และคนสุดท้ายมีนามว่า ลู่เหล่าหยา รูปร่างสมส่วนผิวขาวหน้าตาค่อนข้างดี แต่รอยยิ้มและแววตากลับแฝงไปด้วยความเฉยชา ทำให้รู้สึกได้ถึงนิสัยหยิ่งจองหองของมัน และทั้งสองคนมีระดับพลังก่อกำเนิดขั้นกลางทั้งคู่


    "ส่วนคนนี้คือน้องชายร่วมสาบานข้าเทียนฉิน!"


    "เอาล่ะ! เมื่อรู้จักกันพอสมควรแล้วพวกเราก็ออกเดินทางกันเถอะ!"


    จงลู่อันเห็นว่าทั้งหมดไม่ได้มีปัญหาอะไรจึงเอ่ยปากบอกทุกคนทันที


    "ช้าก่อนจงลู่อัน!"


    "การไปยังป่ามรณะครั้งนี้พวกเราไม่อาจคาดเดาได้เลยว่าจะพบเจอกับอะไรบ้าง หากต้องการให้ข้าร่วมมือกับน้องชายของเจ้า ถ้าอย่างนั้นข้าคงต้องขอดูฝีมือของเขาเสียหน่อย ว่าเพียงพอที่จะร่วมงานกับพวกเราได้หรือเปล่า!"


    เสิงเจิ้นจู้ก้าวออกมาด้านหน้าพร้อมกับหันไปมองทางเทียนฉิน ด้วยตัวมันเองก็เป็นศิษย์เอกของผู้อาวุโสสูงสุดเช่นกัน จึงได้ถือตัวในความสามารถของมันเองไม่ใช่น้อย ที่สำคัญเทียนฉินไม่ใช่คนของนิกายมันเอง จะให้มันไว้ใจร่วมเสี่ยงชีวิตโดยไม่รู้ฝีไม้ลายมือกันได้อย่างไร


    เทียนฉินหันมามองที่เสิงเจิ้นจู้ด้วยใบหน้าสงบก่อนเอ่ยออกมาเสียงเรียบ


    "ถ้าเจ้าต้องการอยากรู้ว่าข้ามีความสามารถหรือไม่!"


    "ก็มาพิสูจน์กันดูสิ!!"


    เพียงสิ้นเสียงของเทียนฉินทั้งสามคนต่างมีสีหน้าคล้ายไม่พอใจอยู่บ้าง เนื่องจากก่อนจะออกมาจากนิกายนั้น เทียนฉินได้เรียนรู้เคล็ดวิชาเก็บซ่อนพลังมาจากหยางชิงเว่ย ทำให้พวกมันทั้งสามคนคิดว่าเขามีระดับพลังไม่ต่างกับพวกมัน จึงไม่ได้ให้ความสำคัญเท่าไหร่นัก มิหนำซ้ำยังคิดว่าเทียนฉินอาจอ่อนแอกว่าพวกมันด้วย


    "ดี! ถ้าอย่างนั้นเจ้าตามข้ามาที่ลานประลอง!"


    เสิงเจิ้นจู้เอ่ยด้วยน้ำเสียงมั่นใจ ก่อนจะเดินไปทางลานประลองของนิกายทันที ส่วนจงลู่อันได้แต่ถอนหายใจพลางส่ายหน้า ก่อนจะเดินเข้ามาตบที่หัวไหล่ของเทียนฉินเบาๆ


    "เจ้าไม่ต้องคิดมากหรอกน้องเทียน ถึงแม้เสิงเจิ้นจู้จะดูเย่อหยิ่งไปบ้าง แต่ความจริงใจของมันก็ถือได้ว่ามองข้ามไม่ได้เลย!"


    "อืม!"


    เทียนฉินตอบรับอย่างไม่ได้ใส่ใจมากนัก อีกทั้งเขาก็อยากรู้ด้วยว่าศิษย์ที่ภาคภูมิใจของนิกายกระบี่สำราญนั้น จะมีฝีไม้ลายมือมากน้อยเพียงใดกันแน่


    ไม่ห่างไกลจากบ้านพักของจงลู่อันมากนัก บนลานประลองเสิงเจิ้นจู้เอามือไพล่หลังหลับตายืนรออย่างเงียบๆ ท่ามกลางศิษย์ของนิกายกระบี่สำราญที่ต่างเข้ามารายล้อมมุงดูด้วยความสนใจ


    "เจ้าคิดว่าศิษย์พี่เสิงจะท้าประลองกับใครกัน?"ศิษย์ชายคนหนึ่งหันมาถามสหายของมันด้วยความอยากรู้


    "จากระดับพลังของศิษย์พี่เสิงแล้ว ก็คงมีเพียงแต่ศิษย์พี่จงเท่านั้นที่สามารถเป็นคู่ต่อสู้ได้!"ชายอีกคนตอบกลับมาตามความเข้าใจของมัน


    "แต่ว่าพวกเขาพึ่งประลองกันไปไม่นานนี้เองนะ!"ชายคนแรกเอ่ยทักท้วงขึ้นมาทันที


    "หรือว่าศิษย์พี่เสิงต้องการแก้มืออีกครั้งกันแน่!"


    สหายของมันคาดเดาออกมา เพราะครั้งก่อนหน้านั้นเสิงเจิ้นจู้ก็เคยท้าประลองกับจงลู่อันมาแล้ว แต่กลับเป็นจงลู่อันที่อาศัยความเหนือชั้นเอาชนะมาได้ จึงทำให้มันคิดว่าเสิงเจิ้นจู้คงจะมาขอประลองอีกครั้งแน่


    แต่ในขณะที่ทั้งสองคนกำลังคาดเดากันไปต่างๆนาๆ จงลู่อันกับเทียนฉินก็เดินทางมาถึงลานประลองแล้ว และเมื่อเทียนฉินก้าวเดินขึ้นไปบนลานประลอง ก็พลันเกิดความสงสัยให้กับหลายคนที่ยืนรอดูอยู่ที่นั่น


    "คนที่มากับศิษย์พี่จงเป็นใครกัน?"


    เสียงสอบถามกันดังเซ็งแซ่ไปทั่วบริเวณ แต่กลับไม่มีใครได้รับคำตอบเลยสักคน ส่วนทางด้านบนลานประลองเสิงเจิ้นจู้จึงลืมตาขึ้นมอง เมื่อสัมผัสได้ว่าเทียนฉินก้าวขึ้นมาด้านบนแล้ว จากนั้นจึงเอ่ยออกมาด้วยความมั่นใจ


    "จงใช้ทุกอย่างที่เจ้ามีออกมาให้หมด ไม่อย่างนั้นจะโทษว่าข้าโหดร้ายไม่ได้!"


    เพียงสิ้นเสียง เงาของเสิงเจิ้นจู้ก็วูบหายไปจากตำแหน่งเดิม ที่มือขวาปรากฎกระบี่สีขาวเล่มหนึ่งแผ่กลิ่นอายรุนแรงกระจายออกมา ก่อนจะวาดเข้าหาเทียนฉินอย่างรวดเร็ว


    "ไป!"


    คลื่นกระบี่นั้นราวกับกระแสน้ำไหลหลาก เมื่อมันถูกปลดปล่อยออกมาจากตัวกระบี่ บรรยากาศรอบด้านพลันส่งเสียงดังลั่นราวกับจะถูกฉีกขาดออกจากกัน 


    เทียนฉินเรียกดาบเพลิงนภาที่สะพายไว้ด้านหลังออกมาถือไว้ ก่อนจะวาดสวนออกไปกระแทกคลื่นกระบี่นั้นอย่างไม่เกรงกลัว


    เปรี้ยง!


    ผลการปะทะกันครั้งแรกคลื่นกระบี่พลันถูกผ่าออกเป็นสองซีก เสิงเจิ้นจู้ถูกคลื่นพลังที่หลงเหลือซัดเข้าใส่จนร่างกายสั่นเทาเล็กน้อย เมื่อมันตั้งหลักได้ก็สูดหายใจเข้าลึกๆ สีหน้าเปลี่ยนเป็นจริงจังก่อนร่างกายจะระเบิดพลังออกมาเต็มที่ ทันใดนั้นพลังปราณรอบด้านที่กระจายออกมาพลันแปรเปลี่ยนเป็นมังกรตัวใหญ่หมุนวนอยู่รอบตัวของมัน ส่งผลให้บริเวณลานประลองนี้เต็มไปด้วยกลิ่นอายดุดันน่ากลัว


    "ถ้าเจ้ารับการโจมตีนี้ได้! ข้าจะยอมรับว่าเจ้าแข็งแกร่งกว่าตัวข้า!"


    เสิงเจิ้นจู้ก้าวเดินออกมาแล้ววาดกระบี่ออกไปสุดแรง ตอนนี้มันรับรู้ได้แล้วว่าเทียนฉินมีความสามารถพอตัว แต่การโจมตีครั้งแรกก็เป็นเพียงแค่การหยั่งเชิงเท่านั้น ยังไม่ใช่พลังที่มันมีทั้งหมดเสียเมื่อไหร่ ดังนั้นการโจมตีครั้งนี้มันจึงทุ่มพลังเต็มที่เพื่ออยากรู้ว่าเทียนฉินจะต้านทานมันได้หรือไม่


    "รับมือ!"


    กระบี่ที่ถูกวาดออกมาผสานเข้ากับพลังของมังกรตัวใหญ่พุ่งทะยานเข้าหาเทียนฉิน นี่คือกระบวนท่าหนึ่งของเสิงเจิ้นจู้ที่มันภูมิใจที่สุด ด้วยการที่กระบวนท่ามีกลิ่นอายของมังกรแฝงอยู่ ทำให้ผู้คนนับไม่ถ้วนที่อยู่รอบเวทีต่างจิตใจสั่นสะท้าน 


    เทียนฉินฉายแววตาชื่นชมเล็กน้อยเมื่อเห็นว่ากระบวนท่านี้ของเสิงเจิ้นจู้นั้นมีพลังที่ดุดันพอสมควร และกลิ่นอายมังกรที่กระบี่เล่มนี้ปลดปล่อยออกมาก็ช่างน่าอัศจรรย์ยิ่งนัก แต่ทว่าน่าเสียดายที่มันยังไม่อาจทำให้เขาหวาดหวั่

    นได้


    "ข้าจะให้เจ้ามีโอกาสได้เห็นว่าพลังของมังกรที่แท้จริงเป็นเช่นไร!"



    จบตอนที่ 173

    คล้ายกับเรื่องระบบฝึกเทพ god training system ที่คุณอ่าน