ผิวหน้าสีน้ำตาล เนียนละเอียด คิ้วดำสนิท หนากว่าคิ้วสตรีทั่วไปจมูกโด่งเป็สันเชิดขึ้น ริมฝีปากเล็ก ปลายมุมปากทั้งสองเรียวแหลมแฝงแววดื้อรั้นถือดี ผมยาวสีน้ำตาลแดงยุ่งเหยิง สยายตกลงมาปรกบ่าดวงตาทั้งคู่สีดำสนิท ดุจพลอยดำสุกใส แวววาวท้าทายสายตาผู้คน
แรกเห็นดวงตาคู่นี้ แม้ความจัดเจนจะคาดล่วงหน้าว่าดรุณีผู้นี้ต้องน่าสนใจอย่างยิ่ง แต่ไหนเลยจะคาดคิดว่าเมื่อดวงตาประกอบเข้ากับวงหน้า ยิ่งขับเน้นซึ่งกันและกันเป็เสน่ห์ดึงดูดใจอย่างประหลาด ดูเข้มแข็งเด็ดเดี่ยว เ้าแง่แสนงอน หมดจดงดงามต่างจากดรุณีน้อยใหญ่ ซึ่งมันเคยพบพาน
โทสะความขุ่นมัว หายไปจากั์ตาจนสิ้น ประกายตาเยี่ยงหนุ่มเ้าสำราญจับจ้องดรุณีน้อยจนตะลึงลาน น้ำเสียงเปลี่ยนเป็อ่อนโยนคล้ายกำลังเอ่ยกับคนรักก็มิปาน
“ที่แท้เ้า มิได้อัปลักษณ์แม้แต่น้อย เหตุใดต้องปลอมแปลงตนเช่นนี้คาดว่าเ้าต้องมีเหตุผลที่ดียิ่ง ไม่ทราบพอจะบอกข้าพเ้าได้หรือไม่”
“จะฆ่าก็เชิญ เ้าไม่ต้องเสียเวลาหรอก ข้าพเ้าไม่บอกอะไรทั้งนั้น!”
ริวจิทอดถอนใจ พลางไล้นิ้วมือ บนหน้านางผะแ่ แววตาหยาดเยิ้มจับจ้องนางราวจะกลืนกิน
“เ้าไม่ยอมบอกก็ไม่เป็ไร ไว้เมื่อเ้าคลอด เ้าตัวน้อยออกมาค่อยไต่ถามว่า ผู้ใดเป็ปู่ของมัน...”
หมู่ตึกบูรพามีวิธีจัดการผู้คน อันยอดเยี่ยมจริง ๆ ดรุณีแรกรุ่นเช่นนี้ไม่มีเื่ใดน่ากลัวเท่านี้อีกแล้ว!
นางใจหายวาบ เสียงสั่นละล่ำละลัก
“เ้า...เ้าคิดจะทำอะไร” นางยิ่งขบริมฝีปากแน่น แม้จะถามออกไปเช่นนั้นแต่นางย่อมทราบดี ถึงความหมายในท่าทีของบุรุษหนุ่ม
แววตาดรุณีน้อย เต็มไปด้วยความตื่นตระหนก ปากคอสั่นเทา
“เ้าจะเอาอย่างไร...”
“ตอนนี้เ้าคิดต่อรองแล้ว” ริวจิยิ้มออกมา ปลายนิ้วยังไล้ไปบนวงหน้านางแ่เบา
“เ้า...ถ้าเ้ากล้าแตะข้าพเ้า ต้องไม่ตายดีแน่!” เสียงนางสั่นเครือเนื้อตัวเย็นเฉียบ หวาดกลัวแทบตาย ร่างกายแข็งทื่อ ไม่กล้าแม้แต่กระดิกตัวแววตาดุดัน ยิ่งจับจ้องริวจิเขม็งด้วยความชิงชัง
“ที่แท้เ้าไม่คิดต่อรอง แต่กลับข่มขู่...” มือเรียวคู่นั้นไล้นิ้วผ่านเส้นผม หลังใบหู ไปยังหัวไหล่ และต้นแขนนาง อย่างทะนุถนอม
นางโพล่งออกมาอย่างลืมตัว เมื่อมือคู่นั้นเริ่มล่วงล้ำ แตะต้องเข้าใกล้สิ่งหวงแหนมากขึ้นทุกที
“ถ้าศิษย์พี่รู้ว่า เ้าทำกับข้าพเ้าเช่นนี้รับรองพวกเ้าไม่ได้ตายดีแน่!”
โยชิโอกะ ริวจิหัวเราะลั่น คาดว่านางคงหวาดกลัว จนสุดชีวิตแล้ว
“ท่านโยชิอิฟังที่นางพูดซิ”
นาคามูระ โยชิอิพยักหน้าเล็กน้อย คล้ายเห็นด้วยกับคำพูดของนาง
“อาจเป็อย่างที่นางพูดก็ได้...”
เสียงหัวเราะเย้ยหยันของริวจิ พลันชะงักลง ปกติท่านโยชิอิไม่เคยพูดเล่นหรือมีท่าทีหยอกล้อ ประชดประชันคำพูดของผู้อื่นเลย คำพูดทุกคำล้วนมีความหมายชัดเจนเสมอมา
หรือศิษย์พี่ของนาง มีความสามารถขนาดนั้นจริง ๆ พลางจ้องดรุณีผู้อยู่ตรงหน้าเขม็ง
“ท่านทราบหรือ ผู้ใดเป็ศิษย์พี่ของนาง?”
นาคามูระ โยชิอิยังคงกล่าวอย่างราบเรียบ
“อี่ไป๋เฮ่อ”
ริวจิกลับหน้าตาตื่น แววตาลืมโพลง งงงวยสงสัยไม่อยากเชื่อว่ามันได้ยินถูกต้อง
หันขวับไปมองท่านโยชิอิ แล้วหันมองดรุณีผู้นี้ อย่างพินิจพิเคราะห์
มันจะเชื่อได้อย่างไรว่า ดรุณีผู้นี้ถึงกับมีส่วนเกี่ยวข้องกับจอมยุทธ์กระบี่เหล็กผู้เลื่องชื่อ!
ริวจิหันไปถามย้ำอีกครั้ง
“ท่านมั่นใจ...”
“แนววิชาตัวเบาของจอมยุทธ์อี่ มีลักษณะโดดเด่นเฉพาะ แม่นางผู้นี้ใช้วิชาตัวเบานั้น”
มันไม่สามารถไม่เชื่อถือ เื่ซึ่งท่านโยชิอิกล่าวได้ มือพลันหดกลับจากผิวเนียนละมุนโดยไม่รู้ตัว
แค่ชื่อของอี่ไป๋เฮ่อ กลับมีอานุภาพข่มขวัญผู้คนถึงเพียงนี้!
นางลอบยิ้มอยู่ในใจ เมื่อเห็นสีหน้าของริวจิ
“เ้าเริ่มกลัวแล้ว?”
นางยอมรับออกมาเองแล้ว นั่นเพราะนางทราบดี นามของจอมยุทธ์กระบี่เหล็กอี่ไป๋เฮ่อ ยังน่าเกรงขาม ดุจกาลเวลาได้หยุดลง เฉพาะชื่อของคนผู้นี้
แท้จริงนาง ไม่้าดึงศิษย์พี่ เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยทว่าเมื่ออีกฝ่ายทราบ ความเป็มาของนาง ย่อมไม่จำเป็ต้องปิดบังอันใด
นางเป็สตรีที่เฉลียวฉลาดอย่างยิ่ง สตรีที่เฉลียวฉลาดล้วนทราบเมื่อใดสมควรโกหก เมื่อใดควรกล่าวความจริง
แม้ในใจกระหยิ่มยิ้มย่อง หากนางยิ่งเพิ่มความหวาดหวั่นต่อนาคามูระ โยชิอิ
คนผู้นี้ร้ายกาจยิ่ง เพียงเห็นวิชาตัวเบา ก็ทราบว่านางเกี่ยวข้องกับศิษย์พี่...
น้ำเสียงริวจิ มีแววเย้ยหยัน ทว่าดวงตาไม่อาจกลบเกลื่อนรอยประหวั่นพรั่นพรึงได้
“นี่กลับเป็แผนของจอมยุทธ์อี่...”
“ศิษย์พี่ไม่เกี่ยวข้อง นี่เป็ความคิดของข้าพเ้า!”
“อ้อ...”
โยชิโอกะ ริวจิแค่นเสียง กล่าวต่อว่า
“แม้ข้าพเ้าเพิ่งย้ายมาจงหยวน เพียงปีกว่า ๆ ยังได้ยินเื่คนผู้นี้มามากแปดปีก่อนจอมยุทธ์อี่ ก้าวขึ้นเป็มือกระบี่อันดับต้น ของยุทธจักรอย่างรวดเร็วมันหลงรักคุณหนูใหญ่ตระกูลซ่างกวน
“แต่แม่นางซ่างกวนเหม่ยเซียน มอบใจให้คุณชายกงซุนจินิ สหายสนิทของมันเมื่อไม่สมหวังในความรัก มันจึงแค้น ดังนั้นในคืนวันแต่งงานของทั้งสองอี่ไป๋เฮ่อจึงลอบแพร่ควันพิษ ฆาตกรรมคู่บ่าวสาวแล้วหลบหนีไป...”
หยุดชำเลืองมอง ดรุณีในร่างเถ้าแก่แวบหนึ่ง ค่อยกล่าวต่อ
“...มันถูกตามล่าและจับกุมตัว โดยเหล่าประมุขทั้งห้าตระกูลแต่ในที่สุดไม่ทราบเพราะเหตุใด เหล่าผู้เฒ่ากลับสรุปว่า มันไม่ใช่ผู้แพร่พิษหลังจากนั้นตลอดเจ็ดปีที่ผ่านมา อี่ไป๋เฮ่อมุ่งประกอบวีรกรรม ขจัดมารร้ายทลายชุมโจรมากมาย เพื่อไถ่บาปของตน แต่กลับไม่มีใครทราบร่องรอย ถิ่นที่พักอาศัยแน่นอนของมัน”
“เหลวไหล!”
“เื่เหลวไหลนี้ เป็ที่โจษจันกันทั่วยุทธจักรแม้ข้าพเ้าอยู่แดนอาทิตย์อุทัยยังรับทราบ”
ดรุณีน้อยกระชากเสียงอย่างเหลืออด
“นั่นเป็เื่ที่บัณฑิตขี้เมา แต่งขึ้นมาทั้งเพ!”
โยชิโอกะ ริวจินิ่งครุ่นคิดครู่หนึ่ง หันไปไต่ถามโยชิอิ
“หรือคนที่ท่าน้าไปพบคือมัน?”
“ใช่...” ผู้ซึ่งนาคามูระ โยชิอิ้าพบ คืออี่ไป๋เฮ่อจริง ๆ !
นางใจหายวาบ เมื่อรู้ว่าปีศาจตนนี้ เสาะหาผู้เป็ศิษย์พี่
“ที่แท้เ้าจงใจเดินทาง มาพบพี่ไป๋เฮ่อ พวกเ้ารู้ที่อยู่ศิษย์พี่ได้อย่างไร!”
นาคามูระ โยชิอิตอบรวบรัดอย่างยิ่ง
“คนของหมู่ตึกบูรพามีอยู่มากมาย”
โยชิโอกะ ริวจิชำเลืองมองนาง เผยรอยยิ้มออกมา
“เมื่อมีเ้าอยู่กับเรา จอมยุทธ์อี่คงไม่ทำอะไรโง่ ๆ”
“เฮอะ...ที่แท้เ้า ้าใช้ข้าพเ้าเป็ตัวประกัน”
นาคามูระ โยชิอิส่งเสียงอืมม์ พยักหน้ารับ กล่าวว่า
“้าใช้เ้านั้นถูกต้อง แต่มิใช่เป็ตัวประกัน ขอเพียงมีเ้าอยู่อี่ไป๋เฮ่อต้องยินยอม ออกมาพบเราแน่”
“เ้าแน่ใจหรือว่า จะชนะศิษย์พี่?”
“หรือเ้าแน่ใจว่า ศิษย์พี่ของเ้า สามารถชนะท่านโยชิอิ?”
นางนิ่งอึ้งไม่ตอบคำ นางไม่อาจคาดได้จริง ๆ หากบุรุษสองคนนี้ประลองกันใครจะเป็ผู้ชนะ
จู่ ๆ นาคามูระ โยชิอิ กลับชำเลืองสายตา ไปยังเพดานห้องมือเลื่อนแตะด้ามดาบอย่างรวดเร็ว สายตาเจิดจ้าแน่วนิ่ง ปรายไปยังริวจิพลางพยักหน้าเล็กน้อย
ริวจิเห็นกิริยาเช่นนั้น ทราบว่ามีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้นมันเลื่อนมือสอดเข้าในแขนเสื้อช้า ๆ ปรายตาเป็เชิงขออนุญาต ไปยังท่านโยชิอิเมื่อเห็นนาคามูระ โยชิอิพยักหน้า จึงกล่าวโพล่งขึ้น
“เ้าหนูที่ลักลอบฟังผู้คนคุยกัน ช่างไม่กลัวตายบ้างหรือไง!”กล่าวไม่ทันสิ้นประโยค พลันซัดดาบสั้น ซึ่งซ่อนอยู่ในแขนเสื้อออก
ดาบสั้นคมกริบ พุ่งวาบกระแทกเพดานห้อง ทะลุแตกเป็โพรงใหญ่กระเบื้องนับสิบแผ่น แตกกระจายเป็เสี่ยง ๆ ปลิวว่อนเหนือท้องฟ้า!
ดรุณีในร่างเถ้าแก่ถึงกับอุทานออกมา นางไหนเลยคาดคิดว่าพลังฝีมือบุรุษเ้าสำราญ สูงเยี่ยมเพียงนี้ มันซัดมีดสั้นเล่มเล็ก ๆ ออกสามารถทำลายกระเื้ัคา แตกเป็โพรงใหญ่
ทั้งแรงปะทะ ยังกระแทกกระเบื้องซึ่งอยู่ติดกัน แตกไปอีกหลายแผ่นแสดงชัดบุรุษผู้นี้ ไม่เพียงมีกำลังข้อกล้าแข็ง ทั้งฝึกวิชาลมปราณไม่ต่ำทราม
ดรุณีในร่างเถ้าแก่ทราบดี หลักวิทยายุทธ์แดนอาทิตย์อุทัยแตกต่างจากชาวจงหยวนอย่างสิ้นเชิง
อย่างนั้นไฉน กงจื่อแห่งหมู่ตึกบูรพา กลับฝึกวิชาลมปราณของชาวจงหยวนด้วย...
นับเป็เื่เหนือความคาดหมาย ของนางอย่างยิ่ง...
ทว่านางไหนเลย มีเวลาครุ่นคิดเื่เหล่านี้ เนื่องเพราะเหตุการณ์รอบด้านดำเนินไปอย่างรวดเร็ว ไม่ปล่อยให้นางได้มีเวลาคิดสิ่งใด
พร้อมดาบสั้นบรรลุถึงเพดาน เงาร่างสีเขียว พลันพุ่งฝ่าเศษกระเบื้องซึ่งแตกกระจายออก ในเกือบจะทันที
ปรากฏประกายสีเงินยาว พาดผ่านเหนือท้องฟ้าวูบหนึ่ง ดาบยาวในมือนาคามูระโยชิอิหลุดออกจากฝัก
เป็ดาบซึ่งเหนือการคาดคิด ไม่ว่าผู้ใดล้วนคิดไม่ถึงมนุษย์สามารถชักดาบยาวได้เร็วปานนี้!
ลำตัวดีดตามสภาวะดาบ ทะยานร่างออกไปในสวนดอกไม้ เบื้องนอกตัวอาคาร
ริวจิรีบกุมมือดรุณีผู้กำลังตกตะลึง ออกนอกห้องตามไปทันที
ณ โต๊ะหินในสวนดอกไม้ ด้านนอกตัวตึก ปรากฏหญิงสาววัยยี่สิบปลาย ๆ ท่าทางเป็มิตรหน้าตายิ้มแย้มผู้หนึ่ง ลักยิ้มบนแก้มทั้งสองข้าง เป็รอยบุ๋มลงเล็กน้อยช่างรัดรึงจิตใจยิ่งนัก
นางกำลังนั่งอย่างสบายอารมณ์ บนเก้าอี้หิน กลางสวนหน้าตึกพำนักของริวจิ
หลังเพ่งพินิจ สตรีลึกลับชั่วครู่ ริวจิพึมพำออกมา
“ดูท่าเ้าไม่ใช่หนูสกปรกธรรมดาเสียแล้ว ผู้สามารถหลบดาบท่านโยชิอิได้ทั่วแผ่นดินน่าจะนับคนได้ทีเดียว”
โยชิโอกะ ริวจิเริ่มเปลี่ยนท่าทีเล็กน้อย ประสานมือกล่าวทักทายว่า
“ไม่ทราบพี่สาวท่านนี้ มีนามว่ากระไร?”
พลันบังเกิดเสียงหัวเราะ ดังออกจากพุ่มไม้ ทางด้านหลังสตรีผู้มีรอยยิ้มเกลื่อนใบหน้า ปรากฏเป็ดรุณีอีกสองคน
คนหนึ่งใบหน้าหมดจด หากเ็าดุจน้ำแข็ง ดวงตาแน่วนิ่งจริงจังอีกคนดูเยาว์วัยกว่า ใบหน้ายิ้มแย้ม แววตาซุกซนเ้าเล่ห์
ริวจิเพียงเห็นใบหน้าดรุณี ผู้มีแววตาซุกซน มันถึงกับสะดุ้งเฮือก!
ดวงตาเบิกโพลง แทบไม่เชื่อในสิ่ง ซึ่งสายตาตนเองเห็น แทบไม่เชื่อว่าภาพเบื้องหน้าคือความจริง!
มันถึงกับตกตะลึงพรึงเพริด ไม่อาจกล่าววาจาใดได้!
มือซึ่งจับแขนดรุณีในร่างเถ้าแก่ กลับเกร็งแน่น ออกแรงบีบโดยไม่รู้ตัวจนดรุณีผู้นั้นส่งเสียงร้องออกมา
มันพอได้ยินเสียงร้องข้างกาย ค่อยเรียกสติกลับคืน รีบคลายมือออกแววตาตะลึงลาน หันขวับไปยังนาคามูระ โยชิอิทันที!
นาคามูระ โยชิอิย่อมมีสภาพ เฉกเช่นริวจิ!
มันตกอยู่ในอาการนิ่งงัน แววตาตะลึงพรึงเพริด จับจ้องดรุณีผู้มีแววตาหลุกหลิกซุนซนไม่วางตา มันพยายามกล่าววาจา น้ำเสียงสั่นเครือ ทว่าแววตากลับเปี่ยมความปีติยินดียิ่ง
“เ้า...เป็เ้าจริง ๆ ...”
หลินอิงฮวาพอได้ยินคำกล่าวนั้น อาการขึ้งโกรธ พุ่งโพล่งขึ้นทันที
“ต้องเป็ข้าพเ้าอย่างแน่นอน!”
นาคามูระ โยชิอิเพียงได้ยินเสียงของนาง พลันสะดุ้งเฮือก
เื่ราวต่าง ๆ ในอดีต หลั่งไหลเข้าในห้วงคำนึงมิขาดสาย ทุกภาพชัดเจนดุจเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวันวาน…
ทั่วร่างแข็งทื่อไปชั่วขณะ กระทั่งเมื่อภาพสุดท้าย ลับจากห้วงคำนึงสติจึงเริ่มหวนคืนสู่ร่าง
มันก้มหน้านิ่ง จ้องมองพื้นเนิ่นนาน เมื่อเงยหน้าขึ้นมาอีกครั้งแววตาทั้งคู่ พลันกลับสู่สภาพเฉยชา หนักแน่นดังเดิม กระนั้นยังไม่อาจละสายตาจากดรุณีนางนี้ได้
อีกครู่ใหญ่ ค่อยทอดถอนใจออกมา ได้แต่พึมพำเบา ๆ
“เ้ามิใช่...เ้ามิใช่...”
เมื่อทราบ ผู้ซึ่งอยู่เบื้องหน้าตนมิใช่ภูตผีหลินอิงฮวาย่อมไม่เกรงสิ่งใดอีก
“ไม่ใช่อะไร! เ้าทำกับดักข้าพเ้าพัง ไม่เพียงไม่ชดใช้ซ้ำยังจะฆ่าคนปิดปากอีก!”
นาคามูระ โยชิอินิ่งเงียบ มิตอบคำ มันพยายามสะกดกลั้น ความรู้สึกตนเองบอกตัวเองครั้งแล้วครั้งเล่า
‘โลกนี้ไหนเลยมีปาฏิหาริย์อันใด...’