การสะบัดกระทะส่งวัตถุดิบขึ้นไปกลางอากาศและตีมันไปมา ซ้ายขวาสลับกัน นั้นเป็นอะไรที่เหมือนคนบ้ามาก มันจึงไม่แปลกเลยที่ฮั่นเสี่ยวจะคิดอย่างนั้น
หัวหน้าเชฟเยี่ยหลิวและเชฟเจิ้งฝานที่ได้ยินถึงกับหน้าเหยเกไปชั่วขณะเลยทีเดียว
คนบ้าบ้านเธอสิ !
แบบนี้เขาไม่ได้เรียกว่าคนบ้าแต่เรียกว่าสุดยอดเทคนิคต่างหาก !
…
ภายในครัวยูหมิงไม่ได้รับรู้ถึงการสนทนาของทั้งสามคนเลยแม้แต่น้อยเพราะตอนนี้เขากําลังตั้งใจนวดแป้งไปพร้อมๆกับทําข้าวผัดไข่
แต่ถ้าหากเขาได้ยินประโยคที่ฮั่นเสี่ยวพูด เขาก็คงจะหน้าเหยเกเหมือนกัน
เทคนิคของเขานั้นเป็นอย่างที่หัวหน้าเชฟเยี่ยหลิวและเชฟเจิ้งฝานคิด มันเป็นการควบคุมและหลอมรวมผสานวัตถุดิบเข้าด้วยกัน
หากฝีมือในการควบคุมไม่พอก็แน่นอนว่าจะไม่สามารถทําได้อย่างแน่นอน
ส่วนเรื่องที่เขาสามารถทําได้นั้นมันเป็นเพราะเขาศึกษาการทําอาหารจนแตกฉานแล้ว อาจเรียกได้ว่าเขาคืดสุดยอดของสุดยอดเชฟนั่นแหละ
หากฝีมือของเขาไม่เก่งเทพจริงเหล่าเทพเซียนทั้งหลายคงไม่สละเวลามาเข้าแถวรอกินอาหารของเขาหรอก !
…
การจะทําให้เสี่ยวหลงเปาอร่อยเลิศได้นั้นขึ้นอยู่กับเทคนิคการปั้นและประสิทธิภาพของวัตถุดิบ
อย่างไรก็ตามยูหมิงนั้นไม่ได้ใช้เพียงแค่นั้น แต่เขาใช่สิ่งที่สําคัญที่สุดของวัตถุดิบ มันจึงทําให้อาหารของเขาอร่อยกว่าคนอื่นเสมอ และไม่มีทางที่ใครจะทําอร่อยไปมากกว่าเขาได้
ยกเว้นแต่ว่าเขาจะอ่อนฝีมือให้อีกฝ่าย !
หลังจากที่ยูหมิงนวดแป้งและปั้นมาได้ซักแป๊บ เขาก็เริ่มส่งวัตถุดิบลงไปในใจกลางของมันและทําการปิดแป้งชั้นนอกเข้าหากัน
จากนั้นก็เริ่มจีบแป้งเพื่อจีบเข้าหากันและทําให้เนื้อแป้งของมันบางลงขึ้น
…
พวกที่อยู่ด้านนอกทั้งสามคนเองก็มองดูวิธีการทําเสี่ยวหลงเปาของยูหมิงอย่างตั้งใจ พวกเขาอยากจะรู้ว่ายูหมิงยังมีเทคนิคเด็ดๆอะไรอีกไหม
“ เขานวดแป้งโดยไม่ใช้เครื่องมือนวดนี่นะ ! คิดอะไรของเขาอยู่ ? หรือว่าเขาจะยังมีเทคนิคในการทําเสี่ยวหลงเปาอีกด้วย ? ” เชฟเจิ้งฝานมองดูด้วยความสงสัย
“ เขาอาจจะมีเทคนิคอีกก็ได้ ไม่ก็คงไม่เคยทําเสี่ยวหลงเปามาก่อน ” หัวหน้าเชฟเยี่ยหลิวคาดเดาด้วยรอยยิ้ม ไม่ว่าอีกฝ่ายจะทําเป็นหรือไม่ แต่ก็เป็นที่แน่นอนแล้วว่าฝีมือในการทําข้าวผัดไข่ของเขานั้นอยู่ในขั้นสุดยอดเหนือผู้ใด
ซึ่งนั่นก็เท่ากับว่าทางภัตตาคารบัวสวรรค์จะได้รับเชฟระดับสุดยอดเชฟเข้ามาทํางานให้นั่นเอง
และนี่ไม่ใช่ว่าภัตตาคารบัวสวรรค์สามารถพลิกกลับมาชนะภัตตาคารกุหลาบแดงที่มีเพียงเชฟระดับสี่ดาวได้หรอกเหรอ ?
ใช่ ! บนโลกใบนี้ฝีมือการทําอาหารและระดับนั้นเป็นตัวตัดสินอย่างหนึ่ง ดังนั้นเขาจึงมั่นใจว่าทางภัตตาคารบัวสวรรค์ของเขาจะต้องสามารถพลิกสถานการณ์กลับมาได้อย่างแน่นอน !
แต่ทันใดนั้นเองเสียงที่สั่นเครือของฮั่นเสี่ยวก็ดังขึ้น “ นั่นเขากําลังทําอะไรน่ะ ! ไม่ใช่ว่าทําการจีบเสร็จแล้วเหรอ ? นั่นมันสิบแปดจีบแล้วนะ ! ” เธอมองดูการจีบที่มาถึงจีบที่สิบแปดของยูหมิงด้วยความตกใจ เพราะเธอกําลังมองเห็นว่าอีกฝ่ายกําลังทําต่อโดยไม่คิดจะหยุด !
“ ไม่หรอกบางทีเขาอาจตั้งใจที่จะทําจีบให้ถึงยี่สิบจีบก็ได้…เฮ้ย ! ” เชฟเจิ้งฝานยังพูดไม่ทันจบเขาก็ต้องชะงักด้วยความตกใจจนดวงตาแทบจะถลนออกมา เพราะในตอนนี้เขาพบว่าชายหนุ่มในครัวกําลังเริ่มทําจีบต่อทั้งๆที่ตอนนี้มาถึงยี่สิบจีบแล้ว หากมากกว่านั้นแป้งจะไม่บางเกินไปหรอกเรอะ ?
“ เขาตั้งใจจะทําอะไรกันแน่ ?! ” หัวหน้าเชฟเยี่ยหลิวเองก็ตกใจเช่นกัน เพราะเขารู้ดีว่าถ้าหากทําการจีบแป้งเข้าหากันเกินยี่สิบจีบ นั่นจะทําให้แป้งบางเป็นอย่างมาก พอเอาไปนึ่งแล้วนําออกมาตัวนํ้าซุปที่อยู่ข้างในอาจจะฉีกขาดแป้งออกมาได้ง่ายๆและทําให้ไม่สามารถนํามาเข้าปากเพื่อกินได้ ซึ่งนั่นเท่ากับว่าเสี่ยวหลงเปานั้นได้ตายไปแล้วนั่นเอง !
ยี่สิบเอ็ดจีบ...ยี่สิบสองจีบ…ยี่สิบห้าจีบ…สามสิบ จีบ…สามสิบเอ็ดจีบ !
และยังคงไม่มีทีท่าว่าจะหยุด
ทว่าคนทั้งสามที่กําลังดูอยู่ในตอนนี้ถึงกับตะลึงหนักยิ่งกว่าเดิม
“ เป็นไปไม่ได้ ! เขาทําได้อย่างไรกัน !? ” เชฟเจิ้งฝานหน้าตาแตกตื่นด้วยความตะลึง
“ พระเจ้า ! นี่ฉันไม่ได้ตาฝาดใช่ไหมเนี่ย ? นี่มันเกินสามสิบจีบแล้วนะ ! ทํามันเขายังคงสามารถทํามันได้อยู่อีกล่ะ ?! ” เสียงของหัวหน้าเชฟเยี่ยหลิวเต็มไปด้วยความตะลึงที่สั่นเครือ
“ ดูนั่น ! เขาเริ่มเพิ่มความเร็วขึ้นแล้ว ! ” ฮั่นเสี่ยวชี้ไปที่มือข้างขวาที่กําลังจีบแป้งอยู่ของยูหมิง
สี่สิบจีบ…ห้าสิบเก้าจีบ…หกสิบเอ็ดจีบ…เจ็ดสิบสี่จีบ…เก้าสิบเจ็ดจีบ…หนึ่งร้อยจีบ...
และยังคงไม่มีท่าทีว่าจะหยุด
สองร้อยจีบ ! ในที่สุดมือของยูหมิงที่ทําจีบก็หยุดลงและโยนเสี่ยวหลงเปาที่ได้ปั้นเรียบร้อยแล้วเข้าไปนึ่ง
ใช้เวลาเพียงแค่สิบวินาที ยูหมิงก็นําเสี่ยวหลงเปาที่นึ่งเสร็จออกมา
ในเวลานี้เองข้าวผัดไข่ก็ถูกทําเสร็จแล้วเช่นกัน ทั้งสองถูกนําใส่จานทันที
…
หัวหน้าเชฟเยี่ยหลิว เชฟเจิ้งฝาน ฮั่นเสี่ยว ทั้งสามคนตะลึงและเกือบหัวใจวายตายด้วยความทึ่งเพราะพวกเขาได้เห็นในสิ่งที่ไม่เคยเห็นมาก่อน
สองร้อยจีบ ! นั่นมันสองร้อยจีบเชียวนะ ! เทียบเท่าการทําเสี่ยวหลงเปาสิบลูกหรือความบางที่มากกว่าสิบเท่าเลยนะ !
ความบางสิบเท่า !
แต่ทําไมนํ้าซุปข้างในถึงไม่ทะลุออกมาล่ะ ?
นอกจากนี้พวกเขายังพบว่ามันยังอยู่ดีและสวยงามเป็นอย่างมากอีกด้วย และยังไม่มีท่าทีเลยว่าจะฉีกขาดออกมา
ทันใดนั้นยูหมิงก็เดินมาถึงโต๊ะและวางจานทั้งสองลงบนโต๊ะ จานหนึ่งมีเสี่ยวหลงเปาสุดบางเฉียบส่วนจานหนึ่งมีข้าวผัดไข่ของฮั่นเสี่ยวที่ดูน่ากิน
“ พวกเรามีสามคน แต่ทําไมเธอถึงทํามาแค่หนึ่งลูกล่ะ ” เชฟเจิ้งฝานนึกขึ้นได้ว่ายูหมิงทําเสี่ยวหลงเปาออกมาแค่หนึ่งลูก สายตาของเขาในตอนนี้ไม่ได้มองไปที่ยูหมิง แต่มองไปยังเสี่ยวหลงเปาที่ถูกจีบเข้าด้วยกันถึงสองร้อยจีบด้วยความอัศจรรย์ใจ
แม้เสี่ยวหลงเปาตรงหน้าจะถูกจีบถึงสองร้อยจีบ แต่มันก็มีลวดลายที่เป็นเอกลักษณ์ของมันและสวยงามดึงดูดชวนให้ลิ้มลอง
แต่ที่เขาทึ่งนั้นไม่ใช่อะไร แต่เป็นการที่นํ้าซุปและวัตถุดิบที่อยู่ข้างในมันยังไม่ทะลักออกมาต่างหากล่ะ นั่นแหละที่ทําให้เขาอึ้งทึ่งจนช็อคหยุดหายใจไปชั่วขณะ !
“ เธอใช้เวลานึ่งเพียงแค่หกสิบวินาที แล้ววัตถุดิบที่อยู่ข้างในจะสุกเหรอ ? ” หัวหน้าเชฟเยี่ยหลิวสงบอาการตะลึงและเจาะจงถามไปในเรื่องที่อยากรู้มากที่สุด เพราะเสี่ยวหลงเปาส่วนใหญ่ใช้เวลานึ่งประมาณสิบนาที แต่เสี่ยวหลงเปาของชายหนุ่มกลับใช้เวลาที่น้อยกว่าถึงสิบเท่า !
แล้ววัตถุดิบที่อยู่ข้างในมันจะสุกแน่เหรอ ? นอกจากนี้เขายังสังเกตเห็นอีกด้วยว่าชายหนุ่มไม่ได้นํานํ้าจิ้มมาให้ นี่อีกฝ่ายจะให้เขากินมันโดยไม่ต้องกินคู่กับนํ้าจิ้มเหรอ ? แล้วมันจะอร่อยแน่เหรอ ?
ในตอนนี้ภายในหัวของหัวหน้าเชฟเยี่ยหลิวมีแต่ความสงสัยและคําถามเต็มไปหมด
กลับกันทางด้านฮั่นเสี่ยวที่เป็นคนไม่ใช่สมองมากนักก็ได้เอ่ยขึ้นโดยการคาดเดา “ น้องชายยูที่เธอนึ่งเพียงหกสิบวินาทีมันเป็นเพราะความบางที่เพิ่มขึ้นถึงสิบเท่าใช่ไหม ? ” เธอไม่จําเป็นต้องคิดอะไรมากมาย เพราะเธอสังเกตเห็นตั้งแต่แรกแล้วว่าแป้งของยูหมิงที่ได้ทําออกมามันบางถึงสิบเท่า ดังนั้นเธอก็แค่คิดง่ายๆและเดาตามจํานวนเวลาที่น้อยกว่าเสี่ยวหลงเปาธรรมดานั่นเอง
“ ใช่แล้วครับ ! ” ยูหมิงยิ้มจางๆให้ฮั่นเสี่ยว มันเป็นอย่างที่เธอเดาและถูกต้องหมด เพราะเสี่ยวหลงเปาของเขาบางถึงสิบเท่า ดังนั้นแล้วเวลาที่ใช้นึ่งจึงลดน้อยลงกว่าเดิมถึงสิบเท่านั่นเอง !