ระบบ โปรดิวเซอร์ ขั้นเทพ

    ตอนที่ 53 สีแดงสีเขียวสีเหลืองสีดำ

                หลังจากส่งจื่อซวานหมิงไปที่ห้องเรียนแล้ว เฉินโจวก็นั่งรอเธอจนเสร็จจากการเรียน ก่อนจะพาเธอไปที่ห้องทำงาน พอเข้าไปในห้อง ทุกคนก็นั่งรออยู่พร้อมหน้าแล้ว

                เฉินโจวกับจื่อซวานหมิงนั่งประจำที่ แล้วเขาก็เริ่มเปิดการประชุมงานโปรเจคบอร์ดเกมทันที

                หลิวจื้อหมิงยกมือขึ้นพร้อมพูดเสียงดังว่าเขาคิดไอเดียใหม่ได้แล้วและจะบอกทุกคนให้ฟัง

                “ทุกคนฟังนะ ฉันคิดได้แล้วว่าจะให้อาชีพที่สามเป็นอะไร... หึหึหึ... อาชีพโจรยังไงละ!”

                ทุกคนในห้องต่างทำสีหน้าประหลาดใจ อาชีพโจรเหรอ? จะใส่เข้าไปในเกมยังไง และเป็นแบบไหนกัน?

                หลิวจื้อหมิงเห็นสีหน้าของทุกคนก็ยิ้มกว้างขึ้น และพูดต่อด้วยความตื่นเต้น

                “ทุกคนคงสงสัยกันสินะว่าจะใส่อาชีพโจรลงไปในเกมยังไงใช่ไหม? ตอนนี้ทุกคนเห็นไหมว่าเกมของเรามีวิธีหาเงินที่ค่อนข้างจำกัด ตลอดทั้งเกมมันมีแค่การฆ่ามอนสเตอร์ตามทุ่งหญ้าเท่านั้นที่สามารถให้เงินมาได้ อีกทั้งยังต้องเสียเงินไปกับค่าเข้าเมือง การซื้อบ้าน ซื้อของ และแม้กระทั่งแพ้มอนยังต้องจ่ายเงิน แถมเงินตั้งต้นที่เรามีก็มีจำกัดมาก และวิธีหาเงินที่จริงจังคงมีแค่จากการฆ่ามอนสเตอร์เท่านั้น”

                ทุกคนเริ่มเห็นด้วยกับความคิดเห็นของหลิวจื้อหมิง เพราะการหาเงินในเกมมันมีน้อยเกินไปจริง ๆ

                หลิวจื้อหมิงรอให้ทุกคนได้คิดซักพัก ก่อนจะพูดต่อ

                “ทุกคนยังจำได้ไหมว่าเวลาชนะมอนสเตอร์เราจะให้พ่อค้ามีโอกาสทอยเต๋าเพื่อลุ้นของจากมอนสเตอร์? ตอนนี้ฉันคิดว่าอาชีพโจรน่าจะมาแทนที่พ่อค้าในการทอยเต๋าได้ดีเลยนะ เพราะมันดูเข้าท่าและเหมาะสมกว่าเยอะ”

                ทุกคนเริ่มพยักหน้าเห็นด้วยกับแนวคิดนี้ อาชีพโจรดูเหมาะสมกว่าพ่อค้าแน่นอน

                หลิวจื้อหมิงก็พูดต่อด้วยความมั่นใจ

                “หน้าที่ของอาชีพโจรจะไม่เพียงแค่ทอยเต๋าลุ้นของจากมอนสเตอร์เท่านั้น แต่ยังสามารถขายของที่ได้จากมอนสเตอร์ หรือของที่ซื้อมาจากเมืองให้กับเมืองได้ และยังมีโอกาสได้เงินเพิ่มจากการขโมยของจากทีมอื่นอีกด้วย!”

                ทุกคนที่ได้ฟังก็สงสัย เงินที่ได้มาเพิ่มจากทีมอื่นคืออะไร มันยังไงและทำยังไง ทุกคนมองไปที่หลิวจื้อหมิง เร่งบอกให้เขารีบพูดต่อเร็ว ๆ

                หลิวจื้อหมิงก็ไม่ได้ให้ทุกคนสงสัยนาน เขารีบพูดออกมาต่อว่า

                “ฉันวางกฎไว้ว่าในกรณีที่มีทีมมาตกลงในช่องเดียวกัน ทั้งสองทีมจะต้องให้โจรมาทอยเต๋าสู้กัน คนที่ทอยได้แต้มมากกว่าจะชนะและจะได้เงินจากทีมที่แพ้ เงินที่ได้จะคิดเป็นเปอร์เซ็นต์จากทีมที่แพ้ พวกเราค่อยไปคิดกันอีกทีว่าจะให้ทีมที่แพ้เสียเท่าไหร่ 

                แน่นอนว่าอาชีพโจรก็มีการเลื่อนระดับเช่นกัน ถ้าเลเวลเลื่อนขึ้นก็สามารถขายของในเมืองได้ในราคาที่สูงขึ้นตามระดับเลเวลของโจร เช่น โจรตอนเริ่มเกมอาจจะขายของได้ 25% ของราคากลางของไอเท็มที่มีขายในร้าน เช่น ของที่ซื้อมาจากร้านราคา 100 เวลาเอาไปขายที่ร้านก็จะได้ที่ 25 แต่ถ้าเป็นโจรเลเวลสอง ก็สามารถขายได้ที่ 40% เราก็จะสามารถขายได้ที่ 40 แทน ไอเท็มที่ได้จากมอนสเตอร์จะระบุราคาเต็มทุกชิ้นว่าเท่าไหร่ 

              ตอนเอาของจากมอนไปขายในเมืองก็จะได้หักเปอร์เซ็นต์ตามระดับของโจร นอกจากนี้ถ้าโจรเลเวลสูงขึ้น ก็จะสามารถทอยลูกเต๋าได้สองลูก ใช้ในกรณีที่แข่งทอยเต๋ากับทีมอื่นที่อยู่ในช่องเดียวกัน ส่วนนี้เราจะใช้หลักการเดียวกับนักรบที่สู้กับมอนสเตอร์”

                ทุกคนที่ได้ฟังก็อึ้งไป ช่างเป็นความคิดที่เข้าท่ามาก เป็นการหาเงินเพิ่มที่ดี เพราะมันได้มาจากทีมอื่น ส่วนทีมที่โจรทอยเต๋าแพ้จะหักเงินเท่าไหร่คงต้องไปคิดกันอีกที จะต้องใส่มาให้เหมาะสมไม่ให้สมดุลของเกมเสีย โจรเป็นอาชีพที่มีความสำคัญมากในการหาเงินเพิ่มให้กับทีม

                ทุกคนปรบมือชื่นชมให้กับหลิวจื้อหมิง อย่างน้อยสองในสามอาชีพของเกมนี้ก็ได้มาจากความคิดของหมอนี้

                หลังจากปรบมือเสร็จอยู่ดี ๆ เกาอิ้งก็นึกถึงปัญหาอีกอย่างที่หลิวจื้อหมิงยังไม่ได้ระบุให้ชัดเจน จึงถามออกมาว่า

                “หลิวจื้อหมิง ที่นายบอกว่าเวลาตกอยู่ช่องเดียวกับผู้เล่นอื่น ให้คนที่เป็นอาชีพโจรของทั้งสองทีมมาทอยเต๋าแข่งกัน ในกรณีนี้คือทุกช่องเลยไหม ไม่ว่าจะเจอในเมือง ทุ่งหญ้า หรือช่องเหตุการณ์ นายยังไม่ได้บอกในจุดนี้เลยนะ”

                หลิวจื้อหมิงที่ได้ฟังคำถามสงสัยของเกาอิ้งก็นึกขึ้นได้ว่าเขายังไม่ได้บอกรายละเอียดในจุดนี้ ก็ตอบไปว่า

                “เหตุการณ์สู้กันเองของทีมที่ตกลงในช่องเดียวกัน ให้เป็นเฉพาะช่องทุ่งหญ้าเท่านั้น ในกรณีนี้ทีมที่ทอยเต๋ามาตกลงในช่องเดียวกับคนอื่นในช่องทุ่งหญ้านั้น จะไม่ได้สู้กับมอนสเตอร์ แต่จะได้ทอยเต๋าสู้กันเองระหว่างอาชีพโจรของทั้งสองทีม”

                จินหงเหว่ยที่ได้ฟังก็คิดอยู่ครู่นึง ก่อนจะพูดเสริมต่อไปว่า

                “ทุกคน หลังจากได้ฟังความเห็นของหลิวจื้อหมิงเกี่ยวกับอาชีพที่สามแล้ว ผมเองก็รู้สึกว่ามันท่าดี และเชื่อว่าทุกคนก็น่าจะคิดเหมือนกันกับผม ดังนั้นก็เท่ากับว่าเรากำหนดอาชีพของทีมที่ใช้แข่งได้ครบหมดแล้ว ตัวเซ็ตติ้งของเกมก็กำหนดเรียบร้อยแล้ว 

                 ส่วนที่เหลือก็คือกำหนดรายละเอียดของตารางการแข่งขัน ว่าเราจะให้มีกี่ช่อง เมืองที่จะวางมีกี่เมือง ชื่อของเมือง ภาษีการเข้าเมือง ราคาบ้านของเมือง ของที่จะมีขายในเมือง ช่องทุ่งหญ้าที่ตกลงไปแล้วเจอมอนสเตอร์จะให้มีกี่ช่องดี แล้วจะให้เป็นมอนอะไร 

                 ในแต่ละช่องต้องกำหนดไว้ให้ชัดเจน ว่ามอนชื่ออะไร พลังโจมตีแต้มทอยเต๋าคือเท่าไหร่ ค่าประสบการณ์ที่ได้จะเท่าไหร่ เงินที่ได้หลังชนะ เงินที่เสียเมื่อทีมแพ้ ของที่ตกจากมอนคืออะไร ราคาเต็มของไอเท็มที่ได้คือเท่าไหร่ ส่วนนี้ก็ต้องคำนึงถึง ถ้าเป็นมอนจากช่องเดียวกัน”

                “แต่ถ้าเดินมาตกในรอบวนตารางใหม่ เราควรจะปรับให้พลังโจมตีแรงขึ้น เงินที่ได้มากขึ้น เงินที่เสียตอนแพ้ก็ต้องมากขึ้น ไอเท็มที่ได้ก็เปลี่ยนไป ค่าประสบการณ์ที่นักรบได้ตอนชนะก็ต้องมากขึ้นเช่นกัน ดังนั้นในการเดินวนตารางรอบแรกกับรอบสองยังอาจจะใช้ข้อมูลเดียวกันได้ 

                แต่เมื่อเดินวนครบตารางในรอบที่สาม ควรปรับให้มอนเก่งขึ้นตามที่พูดไปก่อนหน้านี้ ในช่องตารางของบอร์ดเกมอาจจะไม่พอให้ใส่ข้อมูลในส่วนนี้ทั้งหมดได้ เราจะทำใบแสดงรายละเอียดของมอนในช่องนั้น ทั้งชื่อและข้อมูลทั้งหมด พร้อมข้อมูลจำนวนรอบที่ผู้เล่นเดินวนไป เมื่อจำนวนรอบมากขึ้น มอนตัวนั้นก็จะเก่งขึ้นตามระดับของผู้เล่น”

                ทุกคนฟังแล้วก็รู้สึกเห็นด้วยกับการปรับแบบนี้ เพราะถ้าเดินวนครบรอบตารางหลายรอบ จนนักรบที่สู้ศัตรูจนเลเวลขึ้นจนสามารถทอยเต๋าได้สองลูกแล้ว แต่ยังเจอมอนตัวเก่า ๆ ที่ยังเก่งเท่าเดิม มันก็จะดูแปลก ๆ และไม่น่าสนใจ 

                 แบบที่จินหงเหว่ยเสนอก็น่าจะดี เมื่อวนครบตารางในรอบที่สาม ทีมที่เจอมอนตัวเดิม ความสามารถของมอนทุกตัวในรอบที่สามจะต้องเก่งขึ้นทุกตัวแน่นอน ส่วนที่ดีคือ มอนเก่งขึ้นก็จริง แต่เงินที่ได้ ค่าประสบการณ์ที่ได้ ไอเท็มที่ได้จากมอนก็จะเปลี่ยนไปด้วย

                จินหงเหว่ยที่เห็นทุกคนพูดคุยแลกเปลี่ยนกันเสร็จแล้ว ก็พูดต่อไปว่า

                “นอกจากนั้นก็เป็นช่องเหตุการณ์ที่จะใส่มากี่ช่อง เหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เราจะใส่เข้ามาในเกมเราต้องมากำหนดกันให้ดีว่าจะมีอะไรบ้าง ต้องให้มีความหลากหลายและน่าสนใจ แน่นอนในส่วนของไอเท็มที่ซื้อได้จากร้านค้าในเมือง ไอเท็มที่ตกจากมอนที่โจรสามารถดรอปได้ 

                เราต้องคิดให้ดีว่าจะใส่ความสามารถอะไรบ้างเพื่อให้เกมน่าสนุก ในแง่ของแต่ละทีมที่เลือกซื้อมาใช้ จะได้มีทางเลือกในการวางกลยุทธ์ว่าจะใช้ยังไงตอนไหนในระหว่างที่เล่นเกมอยู่ ในส่วนช่องทั้งสามรูปแบบนี้เราทุกคนต้องมาคำนวณกันให้ดีว่าจะใส่แต่ละแบบมาเท่าไหร่และควรวางไว้ตรงตำแหน่งไหนบ้างในตาราง”

                ทุกคนได้ยินก็รู้สึกหนักใจ ถึงแม้จะกำหนดเซ็ตติ้งของเกมและอาชีพได้แล้ว แต่ว่ายังมีอะไรที่ต้องคิดและทำอีกเยอะมาก

                เกาอิ้งที่สงสัยอะไรบางอย่างจึงถามขึ้นว่า “จินหงเหว่ย งั้นแบบนี้เราจะแยกแต่ละทีมในตารางยังไงล่ะ ว่าแต่ละทีมเดินวนครบรอบตารางกันที่รอบไหนแล้ว หรือจะต้องให้คนคุมเกมมาคอยจำในจุดนี้อีกไหม?”

                จินหงเหว่ยที่ได้ยินคำถามนี้ก็ส่ายหน้า แล้วตอบกลับไป

                “เกาอิ้ง ในส่วนของปัญหานี้ ทางเราจะแบ่งสีให้แต่ละทีมทั้งสี่เป็นสีแดง สีเขียว สีเหลือง และสีดำ ในจุดเริ่มต้นเกมเราจะให้แต่ละทีมวางจุดวงกลมสีที่เราจะเตรียมไว้ให้ในบอร์ดเกมของเราให้ผู้เข้าแข่งขันในแต่ละทีมเอาไปวางไว้ที่จุดเริ่มเกม เมื่อทีมใดเดินวนครบรอบตารางเข้าสู่รอบใหม่ 

                 คนคุมเกมจะให้จุดวงกลมสีเดียวกับผู้เข้าแข่งขันทีมนั้นเพิ่มเข้าไป เช่น ผ่านรอบแรกไปแล้วในรอบสองก็จะมีจุดวงกลมสองลูกในการเดินในรอบที่สอง เมื่อเดินครบในรอบที่สามก็จะเพิ่มเป็นสามลูก เราจะเพิ่มไปตามจำนวนรอบของแต่ละทีม ในจุดนี้ผู้คุมเกมต้องคอยดู ส่วนผู้เล่นทีมอื่นเองก็ควรจะคอยสังเกตและช่วยผู้คุมเกมด้วย เพราะอาจจะมีกรณีบางทีมลักไก่ไม่ยอมเพิ่มจำนวนลูกวงกลมทั้งที่เดินวนครบรอบตารางไปแล้ว”

                จินหงเหว่ยพูดถึงจุดนี้ก็หยุดพูดให้เวลาทุกคนได้ย่อยข้อมูลที่ได้รับฟังก่อน