บทที่ 7 ฮ่องเต้มอบของแทนใจ
จ้าวหนิงเจียววิ่งเหยาะๆ เข้าไปหาพระองค์อย่างว่านอนสอนง่ายทำเอาฮ่องเต้ใจละลายแล้วละลายอีก และในที่สุดพระองค์ก็อดพระทัยไม่ไหว ยื่นพระหัตถ์ไปลูบศีรษะของนางเบาๆอย่างอ่อนโยน ด้วยความรักและทะนุถนอมเป็อย่างยิ่ง
“เ้าจะไม่เปลี่ยนใจแน่หรือ”
จ้าวหนิงเจียวรีบส่ายหน้าไปมาทันที “หม่อมฉันมั่นใจแล้วชาตินี้หากไม่ใช่พระองค์ ก็จะไม่แต่งให้กับบุรุษอื่นเป็อันขาดพระองค์อย่าทรงผลักไสหม่อมฉันเลยนะเพคะ ฮือ ฮือ ฮือ” โฉมสะคราญร่ำไห้ปานใจจะขาดดูแล้วช่างน่าเวทนายิ่งนัก
โอ้ว! ‘เง็กเซียนฮ่องเต้บน์ท่านส่งเทพธิดาองค์ใดมาให้ข้ากันแน่ เหตุใดนางช่างน่ารักน่าชังเสียขนาดนี้’ฮ่องเต้ได้แต่กล่าวคำอุทานอยู่ภายในใจ
“เจิ้นมีหรือที่จะกล้าผลักไสไล่ส่งเ้าอย่าร้องไปเลยนะเด็กดี เจิ้นเห็นแล้วรู้สึกเ็ปในพระทัยยิ่งนัก” ฮ่องเต้รู้สึกกังวลพระทัยเป็อย่างมาก พระองค์ไม่รู้ว่าเป็เพราะเหตุใดตนถึงไม่อยากให้สตรีตรงหน้านี้ ต้องรู้สึกบอบช้ำน้ำใจเลยแม้แต่น้อยเพียงเห็นหยาดน้ำตาของนาง ในพระทัยก็ร้อนรุ่มดั่งมีไฟแผดเผาให้ตายทั้งเป็แล้ว
“เจียวเจียวเจิ้นขอร้องเ้าล่ะ อย่าร้องไห้เช่นนี้อีกเลยได้หรือไม่หากเ้า้าอะไรเพื่อแลกกับการที่เ้าต้องหยุดร้องไห้ เจิ้นก็ยอมทั้งนั้น”
ฝ่าา!!! โหรหลวงจิ้งหยางะโขึ้นเสียงดัง ด้วยความใ ‘ฮ่องเต้ทรงเสียสติไปแล้วหรืออย่างไรทั้งที่เมื่อก่อนพระองค์ทรงเป็บุคคลที่เคร่งขรึมและเ็ามาโดยตลอดมิเคยให้สตรีเข้ามามีอิทธิพลต่อจิตใจเลยแม้แต่น้อยเหตุไฉนวันนี้พระองค์ถึงได้เปลี่ยนไป ราวกับเป็คนละคน’
ฮ่องเต้หันขวับไปมองท่านโหรหลวงจิ้งหยางอย่างเ็า “หรือเ้าคิดที่จะขัดขวางความสุขของเจิ้นเช่นนั้นหรือท่านโหรหลวง”
ชายชราผมขาวเบิกตากว้าง มองฮ่องเต้ด้วยความไม่อยากจะเชื่อ เพราะแต่ไรมาฮ่องเต้ปฏิบัติต่อเขาด้วยความเคารพนอบน้อมมาโดยตลอดไม่เคยมีสักครั้งที่จะเป็เหมือนดั่งเช่นวันนี้
“กะ กระหม่อมมิกล้าพ่ะย่ะค่ะ” เขากล่าวตะกุกตะกัก
“หึ!เช่นนั้นก็ดี” ฮ่องเต้หันพระพักตร์หนีแล้วตรัสกับหญิงสาวผู้น่าสงสารต่อ ท่าทางที่ดูโเี้เมื่อสักครู่เปลี่ยนเป็อ่อนโยนภายในชั่วพริบตา
“เจียวเจียวมีสิ่งใดที่้าหรือไม่ยกเว้นดาวกับเดือนบนท้องฟ้า ต่อให้ต้องบุกน้ำลุยไฟ เจิ้นก็จะหามาให้เ้าจงได้ถือเสียว่าเป็ของขวัญแทนใจระหว่างพวกเรา”
จ้าวหนิงเจียวหยุดร้องไห้ทันที แล้วหันไปยิ้มร่าให้กับฮ่องเต้ท่าทางนั้นราวเด็กน้อย ที่รู้ว่าตนกำลังจะได้ของเล่นชิ้นโปรดอย่างไรอย่างนั้น
“จริงหรือเพคะ”
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า”ฮ่องเต้ทรงพระสรวลเสียงดังอย่างเบิกบานพระทัยซึ่งพระองค์เองก็จำไม่ได้แล้วว่า ครั้งสุดท้ายที่ได้หัวเราะอย่างสนุกสนานโดยไร้ซึ่งความกังวลใดๆ เช่นนี้คือตอนไหนมันช่างให้ความรู้สึกปลอดโปร่งโล่งสบายจริงๆ
“นอกจากพระองค์แล้วหม่อมฉันก็ไม่รู้จริงๆ ว่าตนนั้นยัง้าสิ่งใดอยู่อีกเพคะ” หญิงสาวตอบกลับด้วยความไร้เดียงสา
“ฮ่า ฮ่า ฮ่าเจียวเจียวของเจิ้น เหตุใดถึงได้น่ารักเช่นนี้ เอาเถอะในเมื่อเ้าเองก็ไม่รู้ว่าจะขอสิ่งใดจากเจิ้น ถ้าเช่นนั้นจนจะมอบสิ่งนี้เพื่อเป็ของแทนใจก็แล้วกัน” ฮ่องเต้ทรงถอดแหวนหยกเขียวจักรพรรดิที่สวมอยู่บนนิ้วโป้งขวาออกมา
“ไม่ได้เด็ดขาดนะพ่ะย่ะค่ะฝ่าา” ท่านโหรหลวงจิ้งหยางรวบรวมความกล้ากล่าวทูลทัดทานทันที ใครบ้างจะไม่รู้ว่าแหวนวงนี้ มีความสำคัญมากขนาดไหนเพราะมันคือแหวนตกทอดจากปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์หวง และผู้ที่จะสามารถได้ต้องเป็ฮ่องเต้องค์ต่อไปเท่านั้น
“ท่านโหรหลวงจิ้งหยางเจิ้นจะเอ่ยเตือนเป็ครั้งสุดท้าย สมบัติของเจิ้นจะมอบให้ผู้ใดขุนนางเช่นเ้ามีสิทธิ์ห้ามด้วยหรือ ช่างบังอาจยิ่งนัก”
ตุบ! ชายชรารีบคุกเข่าโขกศีรษะทันที “กระหม่อมมิกล้าพ่ะย่ะค่ะแต่แหวนนั่นพระองค์ทรงลืมไปแล้วหรือว่าปฐมกษัตริย์ผู้ก่อตั้งแคว้นชางได้ประกาศต่อหน้าชาวเมืองทุกคนว่าผู้ที่จะสามารถตราพระราชลัญจกร และแหวนหยกเขียวจักรพรรดินี้ได้จะต้องเป็ฮ่องเต้ผู้สืบทอดบัลลังก์องค์ต่อไปเท่านั้นพ่ะย่ะค่ะ”
“บังอาจ!เจิ้นทำสิ่งใดย่อมรู้ดีอยู่แก่ใจมิต้องให้ขุนนางผู้ต่ำต้อยเช่นเ้ามาคอยสั่งสอนหรอก” ฮ่องเต้กริ้วแล้วจริงๆพระองค์รู้สึกว่าท่านโหรหลวงจิ้งหยางชักจะกำเริบเสิบสานเข้ามาจุ้นจ้านเื่ของพระองค์มากจนเกินไปเสียแล้วอีกอย่างพระองค์ไม่้าที่จะเสียหน้า ต่อหน้าสตรีที่ตนพึงใจหรอกนะซึ่งบุรุษแทบทุกคนก็เป็เช่นนี้
ฮ่องเต้ไม่สนพระทัยชายชราอีกต่อไป พระองค์ทรงสวมแหวนหยกเขียวจักรพรรดิไปที่นิ้วโป้งด้านซ้ายของหญิงสาวอย่างตั้งใจ “สิ่งนี้คือของแทนใจที่เจิ้นมอบให้แก่สตรีในดวงใจเพียงหนึ่งเดียวซึ่งสตรีนางนั้นก็คือเ้า จำเอาไว้ว่าจะต้องเก็บรักษามันไว้ให้ดีห้ามหายเป็อันเด็ดขาด เข้าใจหรือไม่”
จ้าวหนิงเจียวพยักหน้าหงึกๆ “หม่อมฉันเข้าใจแล้วเพคะ”แววตาของหญิงสาวเต็มไปด้วยความตื่นเต้นดีใจอย่างถึงที่สุดท่าทางนั้นคล้ายสตรีที่โดนบุรุษที่ตนพึงใจ มาสารภาพรักต่อหน้าอย่างไรอย่างนั้นฮ่องเต้เห็นแล้วก็รู้สึกเอ็นดูเหลือเกิน
“เจียวเจียวชอบเจิ้นมากขนาดนั้นเชียวหรือ”พระองค์อดไม่ได้ที่จะตรัสถามออกไปเช่นนั้นแม้ในพระทัยจะรู้อยู่แล้วว่าคำตอบจะเป็เช่นไรแต่พระองค์ก็ยังอยากที่จะฟังจากปากของนางเอง เพราะมันให้ความรู้สึกที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง
“ใช่แล้วเพคะ”พูดจบก็เขินอายจนแก้มขึ้นสีแดงระเรื่ออีกครั้งฮ่องเต้เห็นแล้วก็อดพระทัยไม่ไหว ยื่นพระหัตถ์ไปลูบแก้มนางเบาๆ "รอเ้าอายุครบ 15 ปีบริบูรณ์เมื่อใดเจิ้นจะรีบส่งคนไปรับตัวเ้าเข้าวังทันที ดีหรือไม่"
หญิงสาวยิ่งก้มหน้าลงต่ำไปอีก กล่าวเสียงอู้อี้อยู่ในลำคอ “อื้ม พระองค์ว่าเช่นใด หม่อมฉันก็ว่าเช่นนั้นเพคะ”
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า”วันนี้ฮ่องเต้ทรงรู้สึกเบิกบานพระทัยเป็พิเศษอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน
ทั้งสองพูดคุยกันอยู่สักพัก ฮ่องเต้ก็ให้ขันทีและนางกำนัลนำขบวนรถม้าอันหรูหราตราสัญลักษณ์ของพระราชวัง ส่งนางกลับจวนอย่างยิ่งใหญ่หากคนไม่รู้มาเห็นเข้าคงคิดว่านี่ต้องเป็ขบวนเสด็จของฮ่องเต้หรือฮองเฮาอย่างแน่นอน
หลังจากจ้าวหนิงเจียวออกไปแล้วฮ่องเต้ก็รีบเข้าไปช่วยพยุงท่านโหรหลวงจิ้งหยางให้ลุกขึ้นทันที “ท่านโหรหลวง อย่าได้คิดโกรธโทษข้ากับเื่เมื่อสักครู่นี้เลยนะ”
โหรหลวงจิ้งหยางลุกขึ้นอย่างงงๆ “ฝ่าากระหม่อมไม่เข้าใจพ่ะย่ะค่ะ”
เฮ้ออออ! ฮ่องเต้ทรงถอนพระปัสสาสะออกมายาวเหยียด “ท่านโหรหลวงคิดว่าเจิ้นสติเลอะเลือนถึงขั้นนั้นเชียวหรือด้วยประสบการณ์ที่ผ่านมาทั้งชีวิตของเจิ้น เพียงแรกพบสบตาก็รู้ได้ทันทีว่าสตรีนางนี้หากไม่ใสซื่อไร้เดียงสาจนเกินไปอย่างที่นางตั้งใจแสดงออกมาให้เห็นก็เป็คนร้ายกาจจนน่ากลัว และบุคคลเช่นนี้ เราไม่ควรให้อยู่ไกลสายตาโดยเด็ดขาดมิเช่นนั้นอาจเกิดโทษมากกว่าประโยชน์”
โหรหลวงจิ้งหยางครุ่นคิดตามแล้วก็ต้องตบมือชื่นชมฮ่องเต้อยู่ภายในใจ ‘สมแล้วที่เป็ฮ่องเต้ผู้ครองแคว้นพระองค์ช่างฉลาดและเ้าเล่ห์เกินไป จนบางครั้งเขาก็ตามไม่ทัน’
“เป็กระหม่อมที่โง่เขลาเบาปัญญาจนมิสามารถแยกแยะได้ว่าเื่ใดจริง เื่ใดปลอมขอฝ่าาโปรดลงพระราชอาญาพ่ะย่ะค่ะ” เขา้าที่จะคุกเข่าลงไปโขกศีรษะกับพื้นอีกครั้งแต่โดนฮ่องเต้รั้งไว้ก่อน
“เจิ้นจะทำเช่นนั้นได้อย่างไรท่านโหรหลวงยอมฝ่าฟันความลำบากมากมายมาพร้อมกับเจิ้น ั้แ่ยังมิได้ครองบัลลังก์ จนบัดนี้เจิ้นก็สามารถขึ้นเป็ฮ่องเต้ได้ดั่งใจปรารถนาแล้วและหากเจิ้นลงโทษผู้มีพระคุณเพียงเพราะสตรีนางเดียวตำแหน่งฮ่องเต้นี้เจิ้นก็ไม่สมควรที่จะอีกต่อไป ท่านว่าจริงหรือไม่”
โหรหลวงจิ้งหยางปาดเหงื่อเย็นที่หน้าผากเบาๆ เพราะเขาไม่รู้ว่าที่พระองค์จงใจตรัสออกมาเช่นนี้แท้จริงแล้วเพียงเพราะ้าหยั่งเชิงความคิดของเขาหรือพระองค์มีความคิดเช่นนั้นจริง ๆ กันแน่ ‘เฮ้ออออ!!!อยู่ใกล้ฮ่องเต้ก็เหมือนอยู่ใกล้ราชสีห์จริงๆ ต้องคอยระวังตัวอยู่ตลอดเวลาหากราชสีห์อารมณ์ดีเ้าก็อาจปลอดภัย แต่หากวันใดราชสีห์อารมณ์ร้ายขึ้นมามันก็สามารถหันมาทำร้ายเ้าจนถึงชีวิตได้’
“ฝ่าาทรงพระปรีชายิ่งนัก พ่ะย่ะค่ะ”