ทว่าพื้นที่หอแจกจ่าย รับภารกิจ วุ่นวายไม่น้อย เมื่อหลางเทียนไปต่อแถว รับหน้าที่ของตน โดยเฉพาะศิษย์หัวกะทิ ที่แทรกคิวไปรับ ภารกิจล่าสัตว์อสูร ทว่าเหล่าอนุชนที่ไม่มีความมั่นใจ ต่างก็เลือกรับหน้าที่ยามเฝ้า ระวังกันแทบทั้งสิ้น บางส่วนรับทำงานเบ็ดเตล็ดภายในเมืองชั้นใน แต่ก็มีกลุ่มอนุชน ผลีผลาม คิดอยากได้แต้ม รับภารกิจ ล่าสังหารสัตว์อสูรเป็นกลุ่ม อยู่ด้วยเช่นกัน
เด็กสาวโบกฝ่ามือมาให้หลางเทียน เหมือนว่าแม่นางสุ่ยเยว่ นางจะไม่ถูกปฏิบัติเฉกเช่นเดิมอีกต่อไป บางคนยังมองว่า นางไปอยู่ในศิษย์หัวกะทิ คนที่6ของเจ้าคฤหาสน์เซียงหยางเสียด้วยซ้ำ ทำให้พวกเขา ไม่กล้าเข้ามา ยุ่มย่ามกวนใจสุ่ยเยว่ สตรีนางนี้อีกต่อไป
หลางเทียนเดินแทรกกลุ่มคน พร้อมรอยยิ้มแห้งๆ ออกมา ทำให้กลุ่มอนุชน สวมชุดสีเขียวไม่ค่อยพอใจเขาเล็กๆ ทว่าเมื่อเห็นสายตาของสุ่ยเยว่ พวกเขาก็ปิดปากเงียบ ฉับ!! ลงไปทันใด
“เจ้าจะเลือกรับงานอะไรเช่นนั้นหรือ เจ้าเด็กบ้า” เด็กสาวครี่ยิ้ม ไต่ถามคนที่มองนางเฉกเช่น เดิมเกรงว่าจะมีเพียง เจ้าเด็กบ้าหลางเทียน คนนี้เท่านั้น
หลางเทียน มุมปากสั่นกระตุกน้อยๆ ก่อนจะบอกกล่าวออกไป “คงจะทำงานภายในเมืองชั้นในแหละ” สิ้นคำพูดนั้นของพวกเขา ทั้งสองก็ไม่ได้กล่าวพูด สิ่งใดออกมาอีกเลย เพียงรอต่อแถว เข้าไปด้านในหอแจกจ่าย รับหน้าที่ แล้วออกไปทำงานตามหน้าที่ ของตน
กลุ่มหัวกะทิ พวกเขาที่เดินออกมาจากหอแจกจ่าย เดินมือไพล่หลัง มาด้วยความองอาจเปี่ยมไปด้วยพลัง ให้เหล่าอนุชนโดยรอบ ต้องชำเลืองสายตามองพวกเขา เป็นสายตาเดียวด้วยความอิจฉา ก่อนพวกซ่านซีจะมาหยุดเบื้องหน้า แม่นางสุ่ยเยว่ กับ หลางเทียน แล้วไต่ถามสตรีเบื้องหน้าออกมา ด้วยความนอบน้อม อย่างไม่เคยเห็นมาก่อน
“แม่นางสุ่ยเยว่ ข้าสามารถพาเจ้าเข้าไปด้านในหอแจกจ่ายได้ ถ้าเจ้าต้องการ แถมข้าเองก็อยากจะชวนเจ้า ไปทำภารกิจจัดการสัตว์อสูร เช่นกัน”
ถงอี้เขาเองก็พยักหน้าไม่ขัดในข้อนี้ เกรงว่าจะมีเพียงอู๋เว่ย ศิษย์หัวกะทิลำดับที่1เท่านั้น ที่ส่ายหัวออกมาเล็กๆ ครั้นเห็นได้ชัดว่า พวกเขาต้องการจะหาเรื่องเจ้าหลางเทียน เด็กหนุ่มที่อยู่ข้างๆ แม่นางสุ่ยเยว่
หญิงสาวกล่าวพูดออกมา ราวกับเสียงกระดิ่งเงิน “ไม่เป็นไร... ข้าเองก็จะทำงาน ภายในเมืองชั้นในแห่งนี้เช่นกัน”
ซ่านซีเด็กหนุ่มหล่อเหลา มีท่าทีผิดหวังเล็กๆ ก่อนถงอี้จะกล่าวพูดออกมา “งั้นเราไปกันเถอะ!!”
หลางเทียนที่นึกว่าจะมีเรื่องเสียแล้ว เขาผ่อนลมหายใจออกมายาว แม้แต่คนอื่นๆ ยังเสียดาย หากเป็นพวกเขาที่ถูกชักชวน โดยเหล่าหัวกะทิ จะตอบรับอย่างไม่ลังเล
“จะดี หรือที่เจ้าปฏิเสธโอกาส หาแต้มเข้าห้องฝึกฝนเช่นนี้?” หลางเทียนไต่ถามเด็กสาว ขึ้นมาด้วยใบหน้าสงสัย ก่อนจะถูกสุ่ยเยว่นางยกฝ่ามือ เขกหัวหลางเทียนออกมา เบาๆ
“สัตว์อสูรไม่ได้จัดการง่ายดายอย่างที่เจ้าคิด” ก่อนนางจะรู้สึกแปลกใจ เหตุใดแตะตัว ไอ้เด็กนี่ทีไร เหมือนว่านางจะถูกกดดันให้เสียเปลี่ยบ เจ้านี่ไปเสียทุกที
หลางเทียนกุมหัวที่ถูกเขกไว้น้อยๆ เมื่อเข้าไปภายในหอแจกจ่าย เขาก็เดินตรงไปบริเวณ ป้ายกระดานมองหาหน้าที่ ที่เขาสนใจทันที ทว่าหลางเทียน เขาไม่อยากเป็นยามเฝ้าหน้ากำแพงเมือง มันจะทำให้เขาเสียเวลาในการฝึกฝนไปมากโข งานอื่นๆ เองก็ไม่เหมาะกับเขาเช่นกัน หลางเทียน จึงได้แต่ส่ายหัวออกมา
ผู้คุมเฉียนหาญ ที่เดินออกมาเจอหลางเทียนพอดี เขาเข้าไปทักทายเด็กหนุ่มที่คุ้นตาทันที “เป็นอย่างไรบ้างเจ้าหนู เจ้ายังเลือกหน้าที่ ของเจ้าไม่ได้หรือ?”
หลางเทียนได้ยิน เขาหันขวับมาประสานฝ่ามือ คำนับ ผู้คุมเฉียนหาญ “เกรงว่าจะเป็นเช่นนั้น พี่ชาย”
ชายร่างใหญ่ราวกับหมีขมวดคิ้วขึ้นมาเป็นปม เห็นได้ชัดว่าเจ้าเด็กหลางเทียนนี่ ไม่ต้องการเป็นยาม เฝ้ากำแพงเมืองชั้นนอก “เจ้ามีความสามารถอะไรหรือไม่ ไม่แน่ข้า อาจจะช่วยเหลืออะไรเจ้าได้บ้าง”
หลางเทียนกล่าวพูดด้วยความเชื่อมั่น “ข้าสามารถตีกระบี่ สร้างอาวุธได้”
ผู้คุมเฉียนหาญ ครั้นได้ยิน เขาไม่ค่อยเชื่อถือคำพูด ของหลางเทียนเท่าใดนัก ก่อนจะพาเด็กหนุ่มเดินสืบฝีเท้าไปยัง โรงตีเหล็กที่ใหญ่ที่สุด มีเพียงชายแก่กับศิษย์อีกไม่กี่คน อยู่ยังสถานที่แห่งนี้เท่านั้น ก่อนจะให้หลางเทียน ตีกระบี่ขึ้นรูปให้เขาดู “ท่านผู้อาวุโส ขอข้าใช้เตาหลอม ทดสอบเจ้าเด็กนี่หน่อยนะ”
ผู้เฒ่าพยักหน้าไม่ได้ห้ามปราม ก่อนหลางเทียนจะไต่ถาม ผู้คุมเฉียนหาญ “แค่ตีกระบี่ขึ้นรูป ใช่หรือไม่?”
ชายร่างใหญ่ราวกับหมียักษ์ พยักหน้า ด้วยความสงสัย แร่เหล็กสำริดนี่แข็งไม่ธรรมดา เพียงตีกระบี่ออกมา ก็ถือเป็นอาวุธ ระดับสามัญแล้ว ทว่าเจ้าเด็กนี่กลับพูดว่าแค่ตีกระบี่ขึ้นรูป
ครั้นหลางเทียนถกแขนเสื้อ ด้วยท่วงท่าที่ทะมัดทะแมง พร้อมเอื้อมฝ่ามือคีบเหล็กร้อนออกมา เสียงกระหน่ำตี ราวกับพายุค้อนโหมกระหน่ำ ของหลางเทียนที่ส่งค้อนในมือ ไม่ใหญ่นักหวดฟาดลงไปซ้ำๆ ส่งเสียงดังไม่ขาดสาย
จนรอบๆ เกิดลมพายุเล็กๆ มาพร้อมเสียง เป้ง!! เป้ง!! เป้ง!! ดังต่อเนื่องไปร่วม20นาที ก่อนเสียงแช่!! กระบี่ร้อน จะถูกจุ่มลงน้ำ เพื่อให้มันเย็นลงแข็งในเสี้ยวฉับพลัน
ปากผู้คนที่ทำงานภายในบริเวณนั้น ต่างก็อ้าปากออกกว้าง พวกเขาต่างก็ไม่อยากเชื่อว่า หลางเทียนจะตี กระบี่ออกมาได้จริงๆ
ผู้เฒ่าชรา ไต่ถามผู้คุมเฉียนหาญทันที “ท่านผู้คุมไปเอาเจ้าหนูนี่มาจากไหน เห็นได้ชัดเลยว่า เจ้าเด็กนี่มีพรสวรรค์ การตีกระบี่ไม่ธรรมดา ไม่แน่อาจจะมากกว่าข้าเสียอีก ในเรื่องของความแม่นยำ”
หลางเทียนได้ยิน เขาได้แต่ประสานฝ่ามือ รับคำชมจากชายแก่อย่างจนใจ ก่อนผู้เฒ่าชราจะกล่าวพูด ออกมาอย่างหนักแน่น “ให้เจ้าหนู อยู่ช่วยเหลืองานพวกเรา น่าจะเป็นเรื่องที่ดี ผู้คุมเฉียนหาญ ช่วงนี้ป้อมยิงธนูเริ่มขาดแคลน ลูกธนูเหล็ก”
ชายร่างใหญ่ราวกับหมียักษ์ เขาส่ายหัวออกมาเล็กๆ เมื่อเห็นหลางเทียนบอกกล่าวว่า เขาหมดแรงแล้วตอนนี้ เห็นได้ชัดว่าเจ้าเด็กนี่ ต้องการหาเวลาว่างไปฝึกฝน “เช่นนั้นข้าฝากเจ้าเด็กนี่ ทำงานกับท่านผู้อาวุโสด้วยแล้วกัน”
ชายแก่พยักหน้าอย่างหนักแน่น สายตาเต็มเปี่ยมไปด้วยความยินดี ที่ได้เด็กหนุ่มมาค่อยใช้งาน