การถ่ายแบบเทคเดียวผ่านของไป่เจ๋อทำให้ทีมงานอดชื่นชมไป่เจ๋อไม่ได้ ทั้งการวางตัว อัธยาศัย และความมีน้ำใจผิดกับโม่เหยียนที่ตอนนี้มีสีหน้าราวกับกลืนยาขมเข้าไป
“นี่คือวิธีตอบโต้ฉันสินะ”โม่เหยียนเดินมาหาไป่เจ๋อ ดูท่าทางอารมณ์ของเขาจะคุกกรุ่นพร้อมจะระเบิดได้ทุกเมื่อเขาไม่คิดเลยว่าไป่เจ๋อจะมีฝีมือมากกว่าที่เขาคิดไว้
“ในเมื่อคุณพูดสบประมาทผมต่อหน้าทีมงานผมก็แค่แสดงให้เห็นว่าผมไม่ได้เป็นอย่างที่คุณพูดเท่านั้นผมทำเพื่อรักษาชื่อเสียงของผมเพียงแค่มันทำให้คำพูดของคุณก่อนหน้านี้เป็นการถ่มน้ำลายรดฟ้าเท่านั้น” ไป่เจ๋อยิ้มให้โม่เหยียน
ส่วนโม่เหยียนได้แต่กำหมัดแน่นเขาอยากจะพุ่งไปต่อยไป่เจ๋อ แต่พอเห็นสายตาของพวกทีมงานที่มองเขาอีกทั้งตัวแทนจากบริษัทผู้ว่าจ้างก็จ้องเขาราวกับจะบอกว่าห้ามมีเรื่องกับไป่เจ๋อโม่เหยียนจึงได้แต่สงบสติอารมณ์ของเขาทันที ไม่ว่าอย่างไร เขาไม่ควรมีปัญหากับผู้ว่าจ้าง
“ทำให้ได้อย่างนี้ต่อไปก็แล้วกัน”โม่เหยียนกล่าวก่อนจะหันไปทางทีมงาน
“เนื่องจากงานดำเนินไปได้เร็วกว่ากำหนดวันนี้เราจะถ่ายส่วนของวันพรุ่งนี้เลย” โม่เหยียนเริ่มสั่งให้เตรียมงานต่อทันที
“อะไรกันจะถ่ายต่อเหรอแต่งานของฉันวันนี้จบแล้วนะคะ” ลี่เอินพูดออกมาอย่างไม่พอใจ
“ตารางเวลาของคุณสำหรับงานนี้ยังเหลืออีกตั้งเยอะคุณลี่เอินกลับไปเตรียมตัวซะ อย่าให้ผมต้องพูดซ้ำ” โม่เหยียนหันมาสั่งลี่เอินแน่นอนว่าเขาเอาความหงุดหงิดส่วนหนึ่งมาลงที่ลี่เอินด้วย
ส่วนลี่เอินนั้นไม่กล้าเถียงโม่เหยียนถึงอย่างไรโม่เหยียนก็มีเส้นสายจำนวนมากในวงการ หากยังอยากมีงานป้อนให้ตัวเองเธอก็ไม่ควรมีปัญหากับโม่เหยียนแต่เธอกลับไม่เข้าใจว่าทำไมไป่เจ๋อคิดไปยั่วโมโหโม่เหยียนดังนั้นเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้โม่เหยียนเพ่งเล็งเธอไปด้วยเธอจะไม่เข้าไปใกล้ไป่เจ๋อ หากไม่จำเป็น
ไป่เจ๋อยิ้มอย่างมีความสุขที่เขายั่วโมโหโม่เหยียน เพื่อให้ลี่เอินตีตัวออกห่างจากเขาเพราะมันน่ารำคาญหากลี่เอินมาทำตัวเกาะแกะเขาที่เหลือแค่ทำให้โม่เหยียนหายโกรธเขาหลังเสร็จงานนี้ก็พอ
ไป่เจ๋อกับลี่เอินเดินไปที่ห้องแต่งตัวเพื่อเตรียมตัวสำหรับการถ่ายโฆษณาครีมบำรุงผิวอีกตัวหนึ่งเมื่อทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ไป่เจ๋อกับลี่เอินก็มารอที่ฉาก
ในโฆษณานี้ไป่เจ๋อกับลี่เอินจะต้องแสดงเป็นคู่รักโดยต่างฝ่ายต่างดูแลเอาใจใส่อีกฝ่ายด้วยครีมบำรุงผิวของมู่เทียนในสคริปไม่ได้กำหนดการกระทำโดยละเอียดไว้ ดังนั้นนักแสดงจะต้องพูดคุยเพื่อนัดแนะคิวแสดงกันเอง
“น้องไป่เจ๋อลองเสนอมาหน่อยไหม พี่ไม่ค่อยถนัดเรื่องแบบนี้” ลี่เอินกล่าวเธอไม่คิดจะเสนอความคิดเห็นอะไร หากโม่เหยียนคิดจะกลั่นแกล้งไป่เจ๋อระหว่างถ่ายทำเธอจะได้ไม่โดนหางเลขไปด้วย
“ลองถามไอเดียจากผู้กำกับดูไหมครับ”ไป่เจ๋อกล่าว ลี่เอินพยักหน้าเห็นด้วย ทั้ง 2คนจึงเดินไปหาโม่เหยียนเพื่อสอบถามว่าควรแสดงแบบไหน
โม่เหยียนที่จ้องจะโต้กลับไป่เจ๋ออยู่แล้วจึงพูดขึ้นว่า“ไป่เจ๋อ เธอมีฝีมือการแสดงที่ยอดเยี่ยมไม่ใช่รึไง เรื่องแค่นี้คิดไม่ออกเหรอสุดท้ายมือใหม่ก็ยังคงเป็นมือใหม่สินะ เอาล่ะถ้าอยากได้คำแนะนำฉันจะช่วยสงเคราะห์ให้ก็แล้วกัน”
‘หึกัดไม่ปล่อยเลยสินะ ได้เดี๋ยวบิดาผู้นี้จะสอนให้ว่าแบบไหนที่เขาเรียกว่าการแสดงสดไม่มีสคริปต์’ไป่เจ๋อคิดแล้วจูงมือลี่เอินมาที่ฉาก
ลี่เอินรู้สึกไม่ดีเลยเธอมองว่าไป่เจ๋อค่อนข้างดื้อรั้น หากเขายอมขอโทษโม่เหยียนอย่างน้อยโม่เหยียนก็คงจะมีท่าทีที่อ่อนลง การทำงานก็จะง่ายขึ้นแต่นี่กลับไม่พูดไม่จา ลากเธอมาที่ฉากโดยไม่บอกอะไรเธอเลย
“พี่ลี่เอินเล่นตามผมนะครับ”ไป่เจ๋อกล่าวขึ้น ก่อนไป่เจ๋อจะเริ่มหันไปสั่งทีมงานที่ควบคุมไฟ
“พี่ครับไฟตรงนั้นหรี่ลงนิดนึงส่วนฝั่งซ้ายของผมปรับลงมาสัก 10 องศานะครับ ฉากพื้นหลังตอนใส่ CG ให้เป็นห้องนอนส่วนสไตล์ของห้องนอนพี่เลือกให้เข้ากับชุดของพวกผมก็แล้วกัน” ไป่เจ๋อกล่าว
ทั้งลี่เอินกับโม่เหยียนต่างแปลกใจไป่เจ๋อสั่งให้ทีมงานปรับแสงกับไฟอย่างชำนาญราวกับเขาเป็นผู้กำกับที่มากประสบการณ์ทั้งที่นี่ควรเป็นหน้าที่ของโม่เหยียน แต่โม่เหยียนกลับไม่ได้พูดอะไรเขาอยากรู้ว่าไป่เจ๋อจะไปได้สักกี่น้ำ
ไป่เจ๋อให้ลี่เอินขึ้นไปนอนบนเตียงที่ให้ทีมงานยกเข้ามาในฉากส่วนเขาเข้าไปในห้องน้ำที่ถูกเซตไว้จากนั้นก็เปลี่ยนมานุ่งผ้าขนหนูโดยเปลือยท่อนบ่นให้ปรากฏสู่สายตาของทุกคน
ทุกคนต่างสงสัยว่าไป่เจ๋อคิดจะทำอะไรไป่เจ๋อบอกให้ลี่เอินแสดงเป็นหญิงสาวที่กำลังหลับและยังไม่ตื่นในช่วงเช้าของวันใหม่เดี๋ยวเขาจะมาปลุก จากนั้นเขาจะจัดการที่เหลือเอง
“พร้อมแล้วครับผู้กำกับโม่สั่งเริ่มได้เลยครับ เรื่องกล้องคุณคงสั่งการเองได้”ไป่เจ๋อพูดแดกดันเล็กน้อยก่อนจะเดินไปสแตนบายในห้องน้ำ แม้โม่เหยียนจะโมโหแต่เขาก็ให้สัญญาณเริ่มการถ่ายทำ
หลังโม่เหยียนสั่งไป่เจ๋อที่นุ่งผ้าเช็ดตัวผืนเดียวเดินออกมาอวดร่างกายที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามที่ทำให้สาวๆ ทีมงานถึงกับจ้องกันตาค้าง ส่วนทีมงานผู้ชายได้แต่มองด้วยความอิจฉาไป่เจ๋อเดินมายังเตียงที่ลู่เอินนอนอยู่ เขานั่งลงข้างลู่เอินที่กำลังหลับก่อนจะโน้มตัวลงไปกระซิบข้างหู
“ที่รักตื่นได้แล้วนะ”น้ำเสียงที่ไป่เจ๋อใช้นั้นทำให้สาว ๆ ที่ได้ยินถึงกับต้องกรีดร้องกันในใจหากพวกเธอมีชายหนุ่มแบบนี้มาปลุกที่เตียงทุกเช้า พวกเธอคงมีความสุขมากแน่ ๆ
ลี่เอินค่อยๆ ลืมตาขึ้น เธอกระพริบตาช้า ๆ ไม่รู้เพราะอะไรเสียงของไป่เจ๋อทำให้เธอรู้สึกอุ่นวาบในอก เธอมองไป่เจ๋อด้วยสายตาหวานหยาดเยิ้มก่อนจะใช้แขนทั้งสองข้างโอบรอบคอของไป่เจ๋อ โน้มตัวชายหนุ่มลงหมายจะจุมพิตแต่ไป่เจ๋อกลับใช้นิ้วชี้แตะที่ปากของลี่เอินก่อนจะช้อนตัวเธอขึ้นมาจากเตียงในท่าอุ้มเจ้าหญิงและพาเธอเข้าห้องน้ำที่เซ็ตไว้ในฉาก
“คัต”ไป่เจ๋อตะโกนสั่งทันที
“ทำไมถึงสั่งคัต”โม่เหยียนแปลกใจ เขาคิดว่าอารมณ์ที่ถ่ายทอดออกมานั้นดีมากไป่เจ๋อยังสามารถสร้างอารมณ์ร่วมให้กับลี่เอินได้อีกด้วยการแสดงของลี่เอินที่โม่เหยียนเคยเห็นในหลาย ๆงานที่ผ่านมาออกจะจะธรรมดาไม่โดดเด่น ไม่รู้สึกถึงอารมณ์ร่วมมากนัก แต่ครั้งนี้ลี่เอินกลับแสดงออกมาได้ราวกับเธอเป็นคนรักของไป่เจ๋อจริงๆ
“ต้องให้เวลาพี่สาวลี่เอินเปลี่ยนชุดครับหลังจากพี่สาวลี่เอินเปลี่ยนชุดเสร็จแล้ว จะเริ่มถ่ายทำกันต่อ” ไป่เจ๋อกล่าว
“เข้าใจแล้ว”โม่เหยียนไม่พูดอะไรมาก เขามองว่าเนื้อหาที่ไป่เจ๋อกำลังทำไม่ได้แย่อะไรแต่ไป่เจ๋อจะนำเสนอสินค้ายังไง นี่เป็นสิ่งที่เขาอยากรู้มากกว่า
ระหว่างรอลี่เอินเปลี่ยนเสื้อไป่เจ๋อเอาผ้าขนหนูอีกผืนมาเช็ดตัวเขาที่เริ่มมีเหงื่อออกเพราะความร้อนจากแสงไฟรอบๆ แม้ทีมงานจะพยายามเข้ามาช่วย แต่ไป่เจ๋อได้ห้ามเอาไว้ เขาบอกว่าเขาเช็ดเองได้ระหว่างนั้นทีมงานสาว ๆ ต่างจ้องไป่เจ๋อเช็ดเหงื่อแทบไม่กระพริบตา จากนั้น 15นาทีต่อมา ลี่เอินเดินกลับมาเข้าฉาก โม่เหยียนจึงให้สัญญาณเริ่มถ่ายต่ออีกครั้ง
ไป่เจ๋อเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้าโดยให้บานประตูตู้เสื้อผ้าบังตอนเขาใส่กางเกงเอาไว้ หลังใส่กางเกงเรียบร้อยแล้วเขาหยิบเอาเสื้อเชิ้ตสีขาวมาใส่ต่อ โดยยังไม่ได้ติดกระดุมก่อนจะหันหลังเดินไปยังประตูห้องน้ำ และเคาะมัน
“ที่รักคุณเสร็จแล้วรึยัง” ไป่เจ๋อเอ่ยขึ้น เป็นสัญญาณให้ลี่เอินที่อยู่ด้านในเปิดประตูออกมาพร้อมกับใช้มือของเธอทั้ง2 ข้างวางทาบที่หน้าอกของไป่เจ๋อ
ไป่เจ๋อโอบรอบเอวของลี่เอินและเริ่มนำลี่เอินเต้นรำช้า ๆ มาที่โต๊ะเครื่องแป้งเขาหยิบครีมบำรุงผิวขึ้นมาก่อนจะเปิดฝาออก และแตะมันมาแต้มที่หน้าผาก กับแก้มทั้ง2 ข้าง รวมถึงปลายจมูกของลี่เอิน
ไป่เจ๋อยื่นหน้าเข้าไปหาลี่เอินช้าๆ เขานำหน้าผากของเขาแนบกับหน้าผากของลี่เอินตามด้วยการทำเหมือนการทักทายของชาวต่างชาติเขานำแก้มของเขาแนบกับแก้มของลี่เอินทางซ้าย ตามด้วยทางขวาตามด้วยโน้มหน้าของเขาให้ปลายจมูกของเขาแตะกับปลายจมูกของลี่เอิน
สายตาของไป่เจ๋อกับลี่เอินประสานกันทำให้ลี่เอินรู้สึกเขินอาย ผิวของเธอจึงอมชมพูเล็กน้อยเธอในตอนนี้ถูกไป่เจ๋อล้างสมองไปแล้ว และกำลังคิดว่าไป่เจ๋อคือคนรักของเธอจริง ๆ
ไป่เจ๋อนำนิ้วมือของเขาสองข้างค่อยๆ เกลี่ยครีมบนแก้มของลี่เอินอย่างอ่อนโยน ลี่เอินเองก็ทำตามเช่นกันจากนั้นพวกเขาต่างเกลี่ยครีมบนหน้าของอีกฝ่าย ทั้ง 2 คนจ้องมองกันตลอดราวกับโลกนี้มีเพียงพวกเขา 2 คนก่อนที่ไป่เจ๋อจะเชยคางของลี่เอินขึ้น แล้วโน้มหน้าลงเหมือนจะจูบลี่เอินส่วนลี่เอินที่ใบหน้าแดงระเรื่อ เธอหลับตาลง และรอรับริมฝีปากของชายหนุ่มที่กำลังเคลื่อนหน้าเข้ามาใกล้เธอแต่แล้วก็มีเสียงที่ปลุกเธอให้ตื่นจากความฝันที่เธอเฝ้ารอ
“คัต”ไป่เจ๋อพูดคำที่ปลุกให้ทุกคนรวมถึงลี่เอินหลุดจากอารมณ์การแสดงที่ไป่เจ๋อแสดงออกมามีเสียงจากทีมงานโห่ร้อง เพราะพวกเขาลุ้นว่าไป่เจ๋อจะจูบลี่เอินจริง ๆ รึเปล่าส่วนลี่เอินที่ได้สติเธอทุบหัวตัวเองไปมาที่เผลอคิดว่าจะได้ลิ้มลองชิมรสหวานจากปากของไป่เจ๋อ
‘นี่ฉันโดนไป่เจ๋อปั่นหัวเหรอเนี่ย’ลี่เอินอดเจ็บใจไม่ได้
เธอจำได้แค่ว่าตอนแรกที่เธอลืมตามาเห็นไป่เจ๋อในสภาพผ้าขนหนูผืนเดียวเธอก็ใจเต้นรัวราวกับหัวใจจะหลุดออกมา แต่หลังจากมองตาของไป่เจ๋อเธอรู้สึกอุ่นวาบในอก เท่าที่เธอนึกได้ ในบรรดาชายหนุ่มที่เธอคบ ๆ เลิก ๆ มาเธอไม่เคยเห็นสายตาแบบเดียวกันนี้จากคนเหล่านั้นเลย
เธอมารู้สึกตัวอีกทีตอนไป่เจ๋อสั่ง“คัต” ซึ่งเธอพบว่าเธออยู่ในห้องน้ำที่เซ็ตไว้เป็นฉากและสติของเธอก็หายไปอีกครั้งหลังจากเธอเปิดประตูห้องน้ำแล้วพบไป่เจ๋อที่สวมเสื้อเชิ้ตสีขาวไม่ติดกระดุมกับกางเกงขายาวทรงกระบอกสีดำผมที่ยังหมาด ๆ อยู่ดูไม่เป็นทรง ไป่เจ๋อจะแค่ใช้มือเสยมันขึ้นเท่านั้นก็ทำให้เขาดูเซ็กซี่มากยิ่งเมื่อเขากำลังส่งยิ้มอันแสนอบอุ่นราวกับพระอาทิตย์ยามเช้าให้มันทำให้สติเธอหลุดลอยไปอีกครั้ง
“เป็นยังไงบ้างครับผู้กำกับโม่มีตรงไหนต้องถ่ายซ่อมไหมครับ” ไป่เจ๋อเดินเข้ามาถามโม่เหยียนน้ำเสียงของเขาดูจริงจังเป็นงานเป็นการมากเขาต้องการแสดงให้เห็นว่าเขาจริงจังกับงานไม่ได้จะพูดทับถมอีกฝ่ายเหมือนก่อนหน้านี้
“สักครู่”โม่เหยียนตอบ เขาต้องเช็กดูว่าตรงไหนที่ไม่ดีแต่ยิ่งเขาดูตรวจดูงานที่ถ่ายออกมาเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งตกตะลึง เพราะภาพ แสงและมุมกล้องนั้นลงตัวอย่างไร้ที่ติซ้ำยังเห็นได้ว่าไป่เจ๋อรู้จักใช้แสงไฟที่เซ็ตให้เป็นประโยชน์อย่างลงตัวนอกจากนี้ไป่เจ๋อยังปรับตำแหน่งให้ลี่เอินดูโดดเด่นไม่แพ้กันด้วย ถึงใครจะดูไม่ออกแต่เขาดูออกว่าไป่เจ๋อคอยจัดท่าทางให้ลี่เอิน งานที่ออกมาถึงดีขนาดนี้
“เยี่ยมมากไป่เจ๋อ เธอเป็นหน้าใหม่จริง ๆ เหรอ” โม่เหยียนอดถามไม่ได้ตอนนี้เขาวางความบาดหมางที่มีกับไป่เจ๋อลง เขารู้แล้วว่าไป่เจ๋อเป็นของจริงและรู้สึกละอายที่ตัดสินไป่เจ๋อก่อนจะเห็นความสามารถเขาคิดว่าโฆษณานี้จะเป็นที่กล่าวถึง และสร้างชื่อให้เขากับไป่เจ๋ออย่างมากแน่ดังนั้นเขาจึงคิดจะหาทางผูกมิตรกับไป่เจ๋อขึ้นมาทันที
“ใช่ครับผมยังเป็นมือใหม่ ตอนนี้ยังเรียนคลาสการแสดงที่ศูนย์ฝึกอบรมของ LSA อยู่เลย”ไป่เจ๋อกล่าว
“โอ้เธอเรียนกับใครล่ะ” โม่เหยียนถาม เขาเองก็พอจะรู้จักอาจารย์ที่สอนการแสดงของ LSAอยู่บ้าง
“เรียนกับอาจารย์ถงครับ”ไป่เจ๋อตอบ
“เหล่าถงเหรอเยี่ยมเลย เขาสอนเธอได้ดีจริง ๆ วันนี้เรียกได้ว่าเป็นการแสดงขั้นสูงได้เลย”โม่เหยียนกล่าว
“ผู้กำกับโม่ชมเกินไปแล้วครับผมยังต้องเรียนรู้อีกมากอีกอย่างผมยังขาดประสบการณ์เหมือนกับที่ผู้กำกับบอกก่อนหน้านี้เลยครับ”ไป่เจ๋อพูดถ่อมตัวนี่เป็นการพูดเพื่อหาทางลงให้กับอีกฝ่ายที่พูดสบประมาทเขาก่อนหน้านี้
“หึสำหรับเธอน่ะ ความสามารถที่เธอมีอยู่สามารถชดเชยมันได้ลี่เอินถูกนายชี้นำจนอยู่หมัด ดูนั่นสิ เธอกำลังทุบหัวตัวเองอยู่เลยน่าจะยังไม่หายสับสนกับอารมณ์ที่แสดงเมื่อครู่” โม่เหยียนชี้ไปที่ลี่เอิน
“ก็มันเป็นงานนี่ครับผมต้องทำให้เต็มที่เพื่อไม่ให้ทีมงานกับผู้กำกับต้องเสียเวลา” ไป่เจ๋อยิ้ม
“ฮ่าฮ่า ฮ่า เข้าใจพูดนี่” โม่เหยียนยิ้ม ก่อนที่ทั้ง 2 คนจะหัวเราะออกมาทำให้บรรยากาศในกองถ่ายที่ก่อนหน้านี้เหมือนจะเกิดสงครามระหว่างผู้กำกับกับนักแสดงปลิวหายไปในทันที
ขณะนั้นเมิ่งชิงชิงกำลังอยู่ในอารมณ์หงุดหงิดตั้งแต่เริ่มการถ่ายทำ ตอนที่ไป่เจ๋อมองลี่เอินด้วยสายตาที่อบอุ่นเธอรู้สึกหน่วงที่หน้าอกแปลก ๆ ความรู้สึกหงุดหงิดปรากฏขึ้นในใจแม้การแสดงของไป่เจ๋อจะจบไปแล้ว เธอก็ยังคงสับสนกับความรู้สึกที่เกิดขึ้นในใจและพยายามข่มอารมณ์ที่ขุ่นมัวให้สงบลง
แต่ก็มีสิ่งที่ทำให้เธอต้องตกใจเพราะเธอรู้สึกเหมือนมีอะไรมาแตะที่หน้าผาก ก่อนที่ดวงตาของเธอจะเบิกกว้างขึ้นตอนนี้หน้าผากกับปลายจมูกของเธอกับไป่เจ๋อสัมผัสกันเธอกับเขาอยู่ใกล้กันจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจของอีกฝ่าย
“น...นะ...นายทำอะไรน่ะ”เมิ่งชิงชิงถาม พร้อมกับขยับถอยออกมาอย่างรวดเร็วใบหน้าของเธอรู้สึกร้อนราวกับถูกน้ำร้อนสาดใส่
“เห็นพี่ชิงชิงขมวดคิ้ว ผมเลยคิดว่าพี่อาจจะมีไข้น่ะ เลยลองเช็กดู” ไป่เจ๋อยิ้ม
“ใช้มือก็ได้ไหมแล้วก็อยู่ห่าง ๆ ฉันด้วย” เมิ่งชิงชิงมองไป่เจ๋อด้วยความระแวงแต่มีสิ่งหนึ่งที่เธอแปลกใจนั่นก็คือไม่มีใครสังเกตเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อครู่นี้เลยสักคน
“งั้นผมขอไปเปลี่ยนชุดก่อนนะ” ไป่เจ๋อโบกมือก่อนจะเดินแยกไปที่ห้องแต่งตัว
‘หมอนั่นเป็นตัวอันตรายจริงๆ ถ้าต้องอยู่ใกล้เขาแบบนี้ตลอด เรากลัวจะ...” เมิ่งชิงชิงใช้มือสัมผัสที่อกหัวใจของเธอมักเต้นรัวเมื่อเธอได้อยู่ใกล้กับไป่เจ๋อ ถ้าเธอเป็นโรคหัวใจป่านนี้เธอคงหัวใจวายตายไปแล้ว