“แบนเนอร์...”เขาเอ่ยขึ้น
“ได้โปรดเถอะ...อย่าขอโทษฉันนะแกรดี้”น้ำเสียงที่อ่อนโยนนั้นทำให้เขาเหลือบตาขึ้นมองหน้าเธออย่างชั่งใจ “ฉันเองก็อยากให้คุณถูกเนื้อต้องตัวฉันเหมือนกันและตอนนี้ก็ยังรู้สึกยังงั้นอยู่แต่ฉันก็รู้ว่าผู้หญิงไม่ควรจะแสดงท่าว่าอยากจะให้ผู้ชาย...เอ้อ...ล่วงเกินแบบนั้นมาม่าบอกว่าผู้หญิงควรจะเก็บความบริสุทธิ์ของตัวเองไว้จนถึงคืนแต่งงานมันจะทำให้ชีวิตแต่งงานมีคุณค่าอย่างมากแล้วอีกอย่างหนึ่งนะ...ฉันก็ไม่อยากให้คุณมองฉันไปในทางไม่ดีเพราะฉะนั้นฉันถึงได้ห้ามคุณไว้ไงคะ”
เขาประคองมือเธอไว้ยกขึ้นจรดริมฝีปากประทับจูบลงด้วยความเร่าร้อนในอารมณ์
“ผมไม่เคยคิดถึงคุณในทางไม่ดีเลยนะแบนเนอร์ ผมรักคุณเหลือเกิน”
เธอเปล่งเสียงหัวเราะออกมาเสียงหัวเราะที่เริงรื่นบ่งบอกถึงอารมณ์สาวและเคยทำให้โคบาลหลายคนในไร่ปศุสัตว์นี้ เก็บไปฝันมาแล้วว่าถ้าได้เป็เ้าของแบนเนอร์ โคลแมน เขาจะเป็ผู้ชายที่มีความสุขแค่ไหน
“ไม่ต้องห่วงหรอกนะคะแกรดี้ ฉันรับรองได้ว่าในคืนแต่งงานของเรา คุณจะไม่ได้พบกับเ้าสาวที่เหนียมอายเลยคุณจะไม่ต้องหลอกล่อให้ฉันเข้าไปนอนร่วมเตียงกับคุณด้วย”
ตอนที่เดินกลับเข้าไปในบ้านนั้นแบนเนอร์ได้ยินเสียงลีเดียกับรอสส์ปรึกษากันอยู่ด้วยน้ำเสียงแ่เบาในห้องนั่งเล่น
“คุณคิดว่าแกพร้อมจะแต่งงานแล้วงั้นหรืออย่าลืมนะว่าแบนเนอร์เพิ่งจะอายุสิบแปดเท่านั้น” เสียงรอสส์กำลังกล่าวอยู่
“แกเป็ลูกของเรานะคะรอสส์”ลีเดียหัวเราะเบา ๆ “ตลอดชีวิตของแกแบนเนอร์ได้เห็นแต่ความรักที่เรามอบให้กันด้วยดีเสมอมาฉันคิดว่าการแต่งงานด้วยความรักไม่ใช่เื่ลึกลับอะไรสำหรับแกหรอกเพื่อนฝูงของแกส่วนมากก็แต่งงานกันไปหมดแล้ว บางคนมีลูกแล้วด้วยซ้ำ”
“แต่นั่นไม่ใช่ลูกสาวผมนี่”รอสส์ว่า
“มานั่งตรงนี้ดีกว่าพรมจะขาดเสียหมดถ้าคุณขืนเดินกลับไปกลับมาอยู่อย่างนั้น”
แบนเนอร์ได้ยินเสียงของความเคลื่อนไหวเมื่อปาป้าทรุดตัวลงนั่งเคียงข้างมาม่าบนโซฟา เธอสามารถมองเห็นภาพยามที่เขาโอบแขนลงรอบไหล่มารดาไว้และลีเดียก็จะซุกตัวอยู่ในอ้อมแขนของเขาเช่นที่เคยทำมาจนกลายเป็ภาพคุ้นตา
“คุณกังวลเื่แกรดี้หรือคะ”ลีเดียเอ่ยถามขึ้น
“เปล่าผมเดาเอาว่าเขาน่าจะเป็คนดีคนหนึ่งอย่างที่เขาแสดงให้เราเห็นนั่นแหละเป็คนขยันขันแข็ง มีหลักฐานดีแล้วก็ยังเป็คนที่มีความทะเยอทะยานดีด้วยเท่าที่สังเกตดูก็รู้สึกว่าเขาจะรักแบนเนอร์มากผมเชื่อนะว่าถ้าสองคนนี่อยู่ด้วยกันเขาจะต้องปฏิบัติต่อลูกสาวผมอย่างดีถ้าไม่ยังงั้นละก็ เขาต้องเจอกับผมแน่...”
เธอแทบจะมองเห็นภาพยามที่มารดาลูบไล้เรือนผมของบิดาอย่างปลอบใจ
“ฉันว่า...ถ้ามันจะมีอะไรเกิดขึ้นละก็เห็นจะเป็แบนเนอร์ของเราเสียมากกว่า คุณก็รู้ว่าแกเป็เด็กหัวรั้นเ้าทิฐิขนาดไหน หรือว่าคุณไม่เคยสังเกตเห็นนิสัยแบบนี้ในตัวลูกเราเลย”
“อยากรู้ไหมล่ะว่าแกเอานิสัยนั่นมาจากใคร”รอสส์ถามด้วยน้ำเสียงที่บอกความรักใคร่ สิ่งที่ตามมาหลังจากนั้นคือความเงียบแบนเนอร์รู้ว่าพ่อกับแม่จะอยู่ในอ้อมแขนของกันและกันแบบที่เคยสร้างความตื่นตะลึงให้เกิดขึ้นกับเพื่อนสาวทั้งหลายที่ไม่เคยเห็นพ่อแม่ปฏิบัติต่อกันเช่นนั้นมาก่อนและเธอก็ยังได้ยินเสียงเสื้อผ้าที่เสียดสีกันอยู่ ก่อนที่จูบซึ่งต่างมอบให้แก่กันจะยุติลง
รอสส์เป็ฝ่ายเอ่ยขึ้นก่อน
“ผมอยากให้ลูกของเราได้ดีมากกว่าเมื่อตอนที่คุณกับผมอยากมีลูกด้วยกันเสียด้วยซ้ำ”
“ไม่มีวันไหนที่ฉันจะมีความสุขเท่าวันที่ได้พบและรู้จักคุณเลยค่ะ”
“ผมรู้” เขาพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “และผมเองก็เหมือนกันที่จริงผมไม่ได้ห่วงลีเท่าไหร่นักหรอกนะ เพราะรู้ว่าเขาดูแลตัวองได้อยู่แล้วแต่สำหรับแบนเนอร์...” เขาถอนหายใจ “ผมจะฆ่าผู้ชายทุกคนที่ทำให้ลูกผมเสียใจแต่เมื่อมาถึงเวลานี้ก็ออกโล่งใจอยู่เหมือนกันที่ตัวเองจะไม่ต้องทำอะไรถึงขนาดนั้น”
“คุณหมายความว่ายังไง”
“ผมกลัว...ยอมรับว่ากลัวมากๆ ด้วย ถ้าจะมีโคบาลสักคนขี่ม้าเข้ามาในไร่แห่งนี้ แล้วก็คว้าตัวแบนเนอร์ไป”
“แหม...คุณก็เห็นอยู่แล้วนี่คะว่าแบนเนอร์ไม่เคยสนใจโคบาลคนไหนเลยอีกอย่างหนึ่งแกก็เติบโตขึ้นมาในไร่ที่มีแต่โคบาลเต็มไปหมดอยู่แล้ว”
“แต่คุณก็เห็นแววบางอย่างในดวงตาของแกบ้างไหมล่ะแววอย่างนั้นน่ะมันปรากฏั้แ่แกอายุสิบหกแล้วนะ”
“แววอะไรกัน”
“ก็แววตาแบบที่คุณแสดงออกเวลาที่ผมลงมือปลดกระดุมเสื้อน่ะสิ”
“รอสส์ โคลแมนนี่คุณ...”
เสียงพูดของมารดาขาดหายไปและแบนเนอร์ก็ไม่สงสัยเลยว่าบิดานั่นเองที่ปิดปากเธอไว้ด้วยจูบอันแรงร้อน
“ฉันไม่เคยมีแววตาอย่างที่คุณว่าสักหน่อย”ลีเดียทักท้วงด้วยน้ำเสียงแ่เบาในเวลาต่อมา
“มีแน่และที่มันแน่ยิ่งกว่านั้นก็คือ...” หางเสียงของเขาแ่เบาลงกว่าเดิม“ตอนนี้คุณก็กำลังมองผมด้วยแววตาแบบนั้นนั่นแหละมานี่...คุณผู้หญิง” เขาออกคำสั่งก่อนที่ความสงัดเงียบจะตกลงปกคลุมบรรยากาศในห้องนั้นไว้อีกครั้ง
แบนเนอร์อดยิ้มอยู่กับตัวเองไม่ได้เธอเดินไปดับตะเกียงในห้องโถงกลาง แล้วจึงได้ขึ้นบันไดไปยังห้องส่วนตัวชั้นบนเดินไปหยุดอยู่เบื้องหน้ากระจกโต๊ะเครื่องแป้ง แนบจมูกลงกับแผ่นกระจกจรดจ้องมองแววในดวงตาของตนเอง
เธอมีแววตาแบบที่ปาป้าว่าจริงๆนะหรือ...เพราะเหตุนั้นใช่ไหมที่ทำให้แกรดี้กล้าพอที่จะแตะต้องเนื้อตัวเธอแบบนั้นแบบที่เธอเคยได้ยินเพื่อนสาวทั้งหลายกระซิบกระซาบเล่าสู่กันฟังอยู่มันเป็ความเลวร้ายนักหรือ ถ้าเธออยากจะให้ผู้ชายสักคนถูกเนื้อต้องตัวบ้างแกรดี้เลวนักหรือที่เขาบังเกิดความปรารถนาในตัวเธออย่างมากมายเช่นนั้น...
ถ้ามันเป็สิ่งที่ยากยิ่งเกินกว่าที่เธอจะต้านทานไว้ได้อะไรจะเกิดขึ้นกับแกรดี้ผู้น่าสงสาร แกรดี้ผู้เป็ผู้ชายเต็มตัวและแทบจะควบคุมความ้าทางร่างกายไว้ไม่ได้เลย...
เธอล้มตัวลงบนเตียงพยายามจะนอนให้หลับแต่ความคิดดูจะวนเวียนอยู่แต่เื่ที่ตนเองไม่เคยผ่านพบหรือเคยมีการซ้อมไว้ล่วงหน้า
“ถึงเวลาแล้วนะเ้าหญิงพร้อมหรือยังล่ะ”
“ค่ะ ปาป้า”
เธอเตรียมตัวมาพร้อมแล้วพร้อมที่จะได้รับความรักจากผู้ชายคนหนึ่ง พร้อมที่จะให้เปลวไฟในอารมณ์ได้โชติ่ขึ้นพร้อมที่จะเป็สมบัติของผู้ชายคนนั้น ผู้ชายคนที่จะกกกอดเธอไว้ในทุกค่ำคืนแบนเนอร์ยอมรับว่าเธอเบื่อหน่ายกับการที่จะต้องขโมยจูบกันเมื่อลับตาผู้คนเพราะอารมณ์ที่พลุ่งโพลงขึ้นมามันพร้อมจะผลักดันให้เธอกับเขาะโข้ามเส้นที่ขีดขึ้นไว้เป็อาณาเขตเสมอ
รอสส์พาเธอเดินอ้อมฉากบังตานั้นออกมาและพาเดินไปตามช่องทางเดิน ขณะที่เสียงเพลงจากออร์แกนดังกระหึ่มขึ้นทุกคนที่รวมตัวกันอยู่ในโบสถ์ต่างลุกขึ้นจากที่นั่ง หันหน้ามาทางเธอและแบนเนอร์ก็ได้รับการต้อนรับด้วยรอยยิ้มจากทุกใบหน้าที่บ่งบอกถึงความเป็มิตรสนิทใจ
คนเ่าั้ล้วนแล้วแต่เป็ผู้ที่เธอเคยคุ้นมาแต่วัยเด็ก ไม่ว่าจะเป็นายธนาคาร พ่อค้าวานิชทนายความ เ้าของไรปศุสัตว์และชาวไร่ทั้งหลายที่เป็เพื่อนบ้านพร้อมครอบครัวของพวกเขาที่ล้วนแล้วแต่มาร่วมในพิธีสำคัญของเธอวันนี้...วันแต่งงานของแบนเนอร์ โคลแมน ทั้งสิ้นและแบนเนอร์ก็ยิ้มตอบทุกคนด้วยสีหน้าเปี่ยมสุข
ครอบครัวแลงสตันยืนรายเรียงกันอยู่ในแถวถัดจากลีเดียคนแรกคือมา ผู้หลั่งน้ำตาด้วยความปีติ ถัดมาคือแอนนาเบธกับสามีคือ เฮคเตอร์ดรัมมอนด์ และลูก ๆ ต่อมาคือแมรี่เนลล์, มิคาห์นั้นยืนอยู่ระหว่างแมรี่เนลล์กับลีพี่ชายต่างมารดาของแบนเนอร์ ผู้ชอบกลั่นแกล้งเธออย่างที่สุด...
แม้ขณะนี้ขณะที่เธอปรายตามองไปยังบุคคลทั้งสองก็ยังเห็นสีหน้าที่กลั้นหัวเราะไว้ด้วยความลำบากยากเย็น
ลีกับมิคาห์กลายมาเป็เพื่อนคู่หูกันเมื่อมิคาห์ย้ายมาอยู่ริเวอร์ เบนด์ พร้อมมารดา ตอนแรกแบนเนอร์ก็ออกจะริษยามิคาห์อยู่ไม่น้อยที่มาขโมยเพื่อนเล่นของเธอไปเธอยังจำได้ถึงวันที่เอาผ้าคลุมหลังม้าโยนใส่ จนมิคาห์ ตกลงมาจากหลังม้ายังโชคดีที่ไม่ได้รับาเ็ถึงตาย ทั้งที่ตอนนั้นแบนเนอร์มีอายุแค่หกขวบภาวนาขอให้เขาตาย ๆ ไปเสียก็ตาม
เธอคอยเดินตามเด็กชายทั้งสองต้อยๆอ้อนวอนของให้ตัวเองได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมที่พวกเขาประกอบขึ้นทั้งที่รู้ว่ามันเป็เื่ไม่ดีบ่อยครั้งที่เด็กทั้งสองยอมให้เธอมีส่วนร่วมด้วยแต่แล้วแบนเนอร์ก็ต้องกลายเป็แพะรับบาปเมื่อถูกจับได้
แต่ถึงแม้ลีกับมิคาห์จะพยายามหาเื่แกล้งเธออย่างไรแบนเนอร์ก็รักเขาทั้งสองอยู่นั่นเอง รักอย่างมากมายด้วยและวันนี้ท่าทางของเขาก็ดูองอาจผึ่งผายยิ่งนักเมื่ออยู่ในสูทสากลลีมีเรือนผมสีดำสนิท ดวงตาสีน้ำตาลเป็ประกายซึ่งเขาได้รับมรดกมาจากมารดา คือวิคตอเรียเจนทรี่ โคลแมน และมิคาห์ รูปร่างหน้าตาของเขาบอกความเป็แลงสตันทุกกระเบียดนิ้ว
และแล้วสายตาของแบนเนอร์ก็ประสานกับบุรุษคนสุดท้ายที่ยืนอยู่ในแถวเขาเป็คนที่ได้รับรอยยิ้มของเธอด้วยความตื่นเต้นดีใจอย่างที่สุด