ยอดยุทธ์จ้าวจักรวาล เทียนภาค 5 (จบแล้ว)

    ตอนที่ 34 สำนักราชวงศ์โจว

    เฟยหลงเดินขึ้นบันไดไปท่ามกลาง สายตาศิษย์ใหม่ทั้งหลาย ที่มองมาเหมือนกับว่า เดี๋ยวเฟยหลงก็คลานลงมาเหมือนคนอื่นๆ  พอถึงจุดที่ศิษย์พี่ทั้งสิบคน ยืนขวางทางอยู่  มีคนหนึ่งก็เอ่ยว่า

    “ เจ้ารู้แล้วใช่ไหม ว่า เดินเส้นทางนี้จะต้องเจอกับอะไร?”

    “ รู้ หากข้าผ่านพวกท่านได้ ข้าก็จะได้เป็นศิษย์เลย ไม่ต้องไปทดสอบอะไรอีก”

    “ ไอ้พวกหมู ไม่กลัวน้ำร้อน” ศิษย์พี่คนแรก ลอยตัวเข้ามาแล้วชกหมัดตรงเข้าใส่เฟยหลงทันที แต่ว่ามันชกถูกแต่ลม เพราะร่างเฟยหลงหายไปยืน อยู่ต่อหน้าศิษย์พี่อีกเก้าคน ทุกคนถูกยันต์แปะเอาไว้ที่หน้าอก แล้วเฟยหลงก็ออกคำสั่งว่า

    “ อัดมันซะ”  ยันต์ที่หน้าอกค่อยๆหายเข้าไปในร่างของศิษย์พี่ทั้ง 9 แล้วก็พุ่งเข้าไปรุมอัด ศิษย์คนที่ 10 ที่ยืนงงเป็นไก่ตาแตก กว่าจะรู้สึก ร่างก็ลงไปกองอยู่กับพื้น จากนั้น ศิษย์พี่ทั้งเก้าทำท่า น้อมส่ง เฟยหลงขึ้นไปบนสำนัก ทุกคนมองดูเหตุการณ์นี้ด้วยความประหลาดใจ ขีดสีขาวของเฟยหลง ขึ้นมาอีกขีด เขาผ่านด่านที่ สองมาแล้ว

    ก่อนเข้าสำนัก เฟยหลงก็ลงทะเบียนชื่อเอาไว้ แล้ว ได้ป้ายประจำตัวมาแล้วก็มีเด็กหนุ่มร่างผอม พาเฟยหลงเข้าสำนักไป

    “ เจ้านี้ไม่ธรรมดาจริงๆ ใช้ยันต์ควบคุม คนได้อย่างคล่องแคล่ว ว่าแต่เจ้าเขียนยันต์ด้วยตัวเองหรือเปล่า?”   หยวนซื่อ เป็นคนต้อนรับเฟยหลงเป็นพิเศษ

    “ ก็พอเป็นอยู่บ้าง”

    “ ที่นี่มี ตึกเวทย์มนตร์ สอนวิชาอักขระเวทย์โบราณ คนสนใจเรียนกันมาก ข้าเองก็กำลังศึกษาอยู่เช่นกัน ถ้ายังไงเจ้าไปพักห้องศิษย์ใหม่ก่อน พรุ่งนี้เช้าข้าจะมาพาเจ้าไปที่ ตึกอักขระยันต์”

    “ ขอบคุณ”  เฟยหลงถูกพาเข้ามาในห้องโถงขนาดใหญ่ ด้านใน มีเตียงอยู่ยี่สิบเตียง มีศิษย์เก่านอนอยู่ครึ่ง แต่ละเตียง ก็แยกห่างกัน พอสมควร มองไปแล้วก็สะอาดสะอ้านดี เฟยหลงเดินไปหยุดที่เตียงที่ว่าง เพื่อจะพักผ่อน

    แต่ก็มีเจ้าถิ่นเข้ามารุมล้อม เฟยหลงเอาไว้ แล้วบอกว่า

    “ น้องชาย เจ้ามาใหม่ ดังนั้น พวกเรามีการรับน้องกันหน่อย จะได้รู้ว่าจักว่า ใครเป็นรุ่นพี่หรือ รุ่นน้อง”  ชายคนหนึ่งเหมือนเป็นหัวโจก เอ่ยออกมา

    “ แล้วจะเอายังไง?” เฟยหลงพูดออกไปพร้อมจ้องสายตาไปที่ชายคนที่เอ่ยคำพูดออกมา

    “ ก็ไม่มีอะไรมาก มอบเงินเข้ากองกลางมาห้าสิบเหรียญทอง แล้วเจ้าก็พักอยู่ของเจ้าจะไม่มีใครมากวนใจเจ้าอีก”

    เฟยหลงไม่พูดอะไร นำยันต์ออกมาแผ่นหนึ่ง ซึ่งเขียนชื่อเจ้าเหมียวเอาไว้ อาจารย์ศิลานักปราชญ์สอนให้เฟยหลงเขียน ยันต์หุ่นวิญญาณ ทำให้เฟยหลงฝึกจนสามารถเขียนได้สำเร็จ ทุกคนมองเฟยหลงนึกว่าจะหยิบเงินออกมาแต่กลายเป็นยันต์เสียนี่ เฟยหลงดีดยันต์ออกไป กลายร่างเป็นเจ้าเหมียวน้อยปรากฏขึ้นมา

    “ เหมียวน้อย ข้าจะพักผ่อน อย่าให้ใครมารบกวน” เฟยหลงเอ่ยจบ ก็นั่งสมาธิหลับตาไม่สนใจ ศิษย์สิบกว่าคน ทั้งหมดถอยหลังไปหลายก้าว ตั้งแต่เห็นเฟยหลง สร้างเจ้าเหมียวน้อยออกมา แต่ว่าเห็นมันตัวนิดเดียวเลยไม่กลัว เลยหมายจะเข้าไปสั่งสอนเฟยหลงสักหน่อย แต่ว่า แค่ไม่กี่ลมหายใจ ทุกคนถูกเจ้าเหมียวน้อยอัดไปกองรวมกัน หมดสภาพ แล้วก็ค่อยๆ คลานหลบไป ไม่มีใครกล้ามานอนข้างๆ เฟยหลงอีกเลย 

    ในขณะที่เจ้าเหมียวน้อยก็เดินสองขาไป รอบๆ เฟยหลง หากใครเข้ามาใกล้มันจะมอง ทุกคนก็จะไม่กล้าเข้ามาในรัศมี ของมันอีกเลยตลอดคืน

    จนรุ่งเช้า หยวนซื่อมารับ เฟยหลงไปชมสำนัก

    “ เป็นยังไงบ้าง นอนหลับสบายดีไหม?”

    “ ก็ดี บรรยากาศเงียบสงบ ข้านอนหลับยันเช้าเลย”

    หยวนซื่อ เป็นคนซื่อสมชื่อ ก็รู้สึกสบายใจ ว่า ที่หอนอนของเฟยหลงนี้ คงปรับเปลี่ยนไป ไม่มีใครคิดรังแกเด็กใหม่กันอีกแล้ว

    “ ที่สำนักของเราส่วนใหญ่เป็นลูกหลานคนในราชสำนักมากกว่า 80 % ที่เหลือก็มาจากคนนอก พอเรียนจบ ก็ต้องถูกคัดตัวไปทำหน้าที่ในราชสำนัก เพื่อปกป้องบ้านเมืองเป็นส่วนใหญ่ ดังนั้น คนที่มีอิทธิพลในสำนักนี้ ก็จะเป็นพวกราชวงศ์

    หากว่า เจ้าเจอพวกเขา เจ้าต้องหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้า อย่าไปข้องเกี่ยวด้วยเป็นดีที่สุด ที่สำนักราชวงศ์โจว เป็นเหมือนค่ายทหาร มากกว่า บางครั้งเจ้าจะเจอทหารเดินไป  เดินมาเจ้าไม่ต้องเป็นกังวล พวกเขาคอยมาคุ้มครองพวกเรา”

    “ คุ้มครอง?”

    “ ใช่แล้ว  แคว้นต้าโจวของเรามี สงครามติดพัน กับ แคว้นต้าลี่ มานานแทบจะไม่เผาผีกัน เมื่อ 10  ปีก่อน สงครามด่านหน้าของเราเพลี่ยงพล้ำ ใกล้แตกเต็มที เราได้ส่งยอดยุทธ์อันดับ 1 เข้าไปใจกลางเมืองต้าลี่ จับจักรพรรดิต้าลี่เป็นตัวประกัน แล้วบังคับให้พวกมันถอยทัพออกจากชายแดนสิบกิโล แล้วบังคับเซ็นสัญญาเลือดเพื่อ สงบศึก 10 ปี พวกมันจำยอม ทำให้ชายแดนสงบสุขมา 10 ปี ในระหว่างนั้นถึงแม้พวกมันไม่บุกเข้ามา แต่ว่า มันกลับส่งนักฆ่าหมาป่าโลกันต์ มาลอบสังหาร คนสำคัญของเรา ภายในเวลาเกือบสิบปีมานี้ คนสำคัญถูกลอบสังหารไปแล้ว ร้อยกว่าคน

    พวกราชสำนักจึงต้องระวังตัวเอาไว้ก่อน”

    “ แล้วนี่จะครบสิบปีเมื่อไร?”

    “ อีกสามเดือน สัญญาเลือดที่ทำเอาไว้ก็จะสิ้นสุดลง”

    “ คราวนี้พวกมัน คงบุกมาเมืองต้าโจวแน่”

    “ ใช่ แต่ทางการก็เสริมแนวป้องกันเอาไว้แล้ว พวกเรามีหน้าที่ศึกษา อย่าเพิ่งไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องนั้นเลย”

    ทั้งสองมาหยุดยืนที่ ตึกที่มีป้ายเขียนว่า ตึกเวทย์มนตร์ ที่มีความสูงถึง 8 ชั้น 

    “ นี่คือตึกเวทย์มนตร์ ด้านหลังเป็น  ป่าบรรพกาล เป็นสถานที่ลึกลับ แต่ว่าหากใครเข้าไปถึงใจกลางป่า แล้วสามารถนำ น้ำอมฤต กลับมาได้ ก็ถือว่าได้ตำแหน่งจอมเวทย์แห่งราชวงศ์โจว”

    “ ทำไม ข้าไม่เห็นมีป่า ภูเขาเลย เห็นมีแต่ตึกก่อสร้าง เต็มไปหมด”

    เฟยหลงสงสัย ด้านหลังไม่เห็นมีอะไร เห็นเป็นแต่ลานศิลา มีเสาประตูสร้างขึ้นมาแต่ก็ไม่มีประตูแค่นั้น

    “ เจ้าเห็นเสาประตูสี่เหลี่ยมนั่นใช่ไหม นั่นเขาเรียกว่า ประตูเวทย์มนตร์  พอเดินผ่านไป เจ้าจะไปอยู่ในอีกมิติ เรียกว่า ป่าเวทย์บรรพกาล”

    “ ข้าขอลองเข้าไปได้ไหม?”

    “ ไม่ได้ เจ้าต้องได้รับกุญแจผ่าน ถึงจะเข้าไปได้”

    เฟยหลงอ้าปากจะถามว่า ทำอย่างไรถึงจะได้กุญแจ

    “ เจ้าต้องไปเข้าเรียน แล้วผ่านการทดสอบเสียก่อน ตามข้ามาไปลองเรียนกัน”

    ทั้งสองคนเดินเข้าไปในตึกเวทย์มนตร์ แล้วเข้าไปในห้องที่กำลังมีการสอนวิชาอักขระเวทย์เบื้องต้น

    “ นี่คือ ห้องศิษย์ใหม่ อาจารย์ ฮุ่ยหลิน เป็นผู้สอน คนที่นั่งแถวหน้า เป็นองค์ชายสาม โจวซาน ด้านข้างคือท่านหญิง ไช่หนี เป็นบุตรีแม่ทัพใหญ คุมทัพสามเหล่าทัพ ทั้งคู่เป็น คู่หมั้นหมายกัน ส่วนคนที่ด้านหลังนั้น ล้วนเป็นองครักษ์ปลอมเป็นศิษย์ เพื่อมาคอยอารักขา อาจารย์ฮุ่ยหลินมาแล้ว” หยวนซื่อดึงมือ เฟยหลงรีบพบเฟยหลงเข้าไปนั่งตรงกลาง แถวที่ สี่ ไม่ห่างจากองค์ชายสาม มากนัก

    อาจารย์ฮุ่ยหลิน แต่งกายด้วยชุดคลุมสีเทา เดินมาที่กลางห้อง มองอายุแล้วไม่น่าเกิน 20 ปี เท่านั้น แต่คงจะเก่งมาก เลยได้เป็นถึงอาจารย์สอน ศิษย์ในห้องเรียนแรกแบบนี้

    “ สวัสดี ศิษย์ใหม่ทุก ๆ คน สำนักราชวงศ์โจวยินดีต้อนรับ นี่คือ วิชาเวทย์ศึกษา

    สำหรับหลักสูตรวันนี้ เป็นการศึกษาอักขระเวทย์โบราณ เพื่อสร้าง อักขระเวทย์ยันต์เพื่อ ปกป้อง คุ้มครอง คนที่เรารัก  ญาติสนิท และ บ้านเมืองของเรา เมื่อสิบปีก่อน ทุกคนอาจไม่รู้ คนที่สามารถไป แคว้นต้าลี่ แล้วจับ เชื้อพระวงศ์ต้าลี่ทั้งหมดเป็นตัวประกัน แล้วบังคับให้เซ็นสัญญาเลือด ห้ามยกทัพมาตีแคว้นต้าโจวของเราเป็นเวลา 10 ปี คือท่านจอมเวทย์เมฆา เจ้าสำนักของเรานี่เอง ถึงแม้ว่า ในช่วงนี้ท่านจะเก็บตัว จำศีลไม่ออกมาพบใคร แต่ก็ทำให้ แคว้นต้าหลี่ ไม่กล้าที่จะทำอะไรวู่วาม เพราะเกรงว่า ท่านจอมเวทย์เมฆา จะปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง

    ดังนั้น แคว้นของเราจึงให้ความสำคัญของ การเรียนอักขระเวทย์นี้มาก แต่น่าเสียดาย สิบปีที่ผ่านมา ไม่มีศิษย์ที่มีความสามารถถึง ครึ่งของท่านจอมเวทย์เมฆาได้เลย ดังนั้นปีนี้ อาจารย์หวังว่า ศิษย์ทุกคนที่นี่ จะสามารถสืบทอด วิชาของท่านจอมเวทย์เมฆา ได้ไม่น้อยกว่าครึ่งของท่าน  สำหรับวันนี้ อาจารย์จะเริ่มสอนให้ทุกคนรู้จักการเขียนอักขระเวทย์โบราณ หรือ ที่เรียกว่า อักษร รูน ซึ่งเป็นอักษรที่ท่านมหาจอมเวทย์โอดิน เป็นคนคิดค้นขึ้น.........”

    อาจารย์ฮุ่ยหลิน เล่าประวิติ เหมือนกับที่เฟยหลงอ่านและศึกษาจากตำราของท่านอาจารย์ซ่งซานมากันไม่มีผิดเพี้ยน  ดีที่เฟยหลงอ่านมาครบแล้ว ได้อาจารย์ศิลานักปราชญ์ช่วยสอน การเขียนอักขระเวทย์ ยันต์โบราณอีกหลายร้อยแบบ ซึ่งในโลกนี้ หรือ โลกฝึกฝนน่าจะสูญหายไปหมดแล้ว เฟยหลงหลับตาฟัง จนหยวนซื่อคิดว่า เฟยหลงนั่งฟังจนหลับไป 

    “ นั่นคือตำนานการเขียนอักขระเวทย์ ที่ผ่านมา วันนี้อาจารย์อยากรู้ว่า ศิษย์ทุกคนในที่นี้  ใครมีความสามารถเขียนยันต์ได้แค่ไหน ใครอยากขึ้นมาแสดงให้เพื่อนๆ ดูบ้าง” อาจารย์มองไปที่ศิษย์ 100 คนโดยแต่ละคนต่างก้มหน้าไม่มีใครกล้าแสดงออกมา แต่ทันใดนั้นเองก็มีศิษย์ 10 คนยกมือขึ้นพร้อมกัน  อาจารย์ฮุ่ยหลินเลยให้ออกมาที่หน้าเวที เพื่อทดสอบว่า พวกเขามีความสามารถแค่ไหน

    “ นี่คือยันต์กระดาษ และ พู่กันเขียนและหมึก พวกเจ้าทั้งสิบลองเขียนคนละ1ใบ แล้วทดสอบให้เพื่อนๆ ดูว่า พวกเจ้าเขียนยันต์อะไรได้บ้าง”

    เฟยหลงมองศิษย์ทั้งสิบคนที่อยู่ด้านหน้า แล้วขมวดคิ้ว ก่อนที่จะยกมือขึ้น แล้วขอขึ้นไปแสดงด้วยอีกคน หยวนซื่อพยายามจะห้าม แต่ห้ามไม่ทัน เพราะเกรงว่าจะไปสร้างความอับอายให้กับตัวเองมากกว่า

    เฟยหลงมาบนเวที แล้วเขียนยันต์ อย่างรวดเร็ว เพียงใบเดียวเช่นกัน

    “ พวกเจ้าคิดว่า ยันต์ของพวกเจ้าทำอะไรได้บ้าง” พออาจารย์ฮุ่ยหลินเอ่ยจบ สิบคนนั้น ก็ปล่อยยันต์ของตน คนละใบออกมา ยันต์แต่ละใบเข้ามารวมตัวกันกลายเป็นมังกรขนาดใหญ่ ส่งเสียงคำรามลั่นห้อง เข้ากระแทกกำแพงจนพัง แล้วมันก็อ้าปากกว้าง พุ่งเข้าหา องค์ชายสาม หมายขย้ำลงคอไปในทีเดียว

    แต่ว่าเฟยหลงก็ปล่อยยันต์ของตนออกไปเช่นกัน กลายเป็นเจ้าเหมียวน้อย กระโดดอยู่บนศีรษะมังกร แล้วใช้กระบี่ ทิ่มไปที่หัวของมัน จนร่างมังกรยันต์ถูกเผาไหม้สลายไป เหตุการณ์ผ่านไปแค่เสี้ยววินาที อาจารย์ฮุ่ยหลินถึงกับตกใจทำอะไรไม่ถูก

    “ นี่พวกเจ้าเป็นใคร คิดปองร้ายองค์ชายสามทำไม”

    “ ฮึ เสียเวลา ฆ่ามันให้ได้” เด็กหนุ่มทั้งสิบไม่สนคำพูดของอาจารย์ฮุ่ยหลิน ระเบิดพลังจนเสื้อผ้าที่ใส่คลุมไว้ กระเด็นออกมา เผยให้เห็นเสื้อสีขาวที่สวมใส่ มีสัญลักษณ์ หมาป่าโลกันต์อยู่กลางอก แล้ว ขว้างยันต์ระเบิดออกไป แต่กลับมีม่านยันต์ป้องกัน เป็นตาข่าย ขวางด้านหน้าเวที ยันต์ระเบิด ได้แต่ถูกทำลายจนหมด เฟยหลงถีบ เอวนักฆ่าที่ใกล้ที่สุด จนกระเด็นไปชนพวกนักฆ่าที่เหลือทั้งเก้าล้มลงจนหมด แล้วโปรยยันต์ออกไปนับสิบ  ยันต์ทุกใบเข้าไปในร่างของนักฆ่า อย่างน่าอัศจรรย์ แล้วพวกมันทั้งหมด ก็เกิดอาการชักกระตุกเหมือนถูกไฟช็อต ทำให้ทั้งสิบนอนกลิ้งไปกับพื้น น้ำลายฟูมปาก ผมชี้ฟู หมดสภาพนักฆ่า หมาป่าโลกันต์

    “ ยันต์อัสนีฝังร่าง” อาจารย์ฮุ่ยหลินเอ่ยอย่างตกใจ แล้วมองหน้าเฟยหลงเหมือนเจอภูตผี แล้วทหารองครักษ์ ก็กรูกันเข้ามา จับนักฆ่า หมาป่าโลกันต์นี้ไปจนหมด

    แถบสีขาวของเฟยหลงขึ้นมาอีก 1 กลายเป็น 3 ขีด สาเหตุที่เฟยหลงขมวดคิ้วเพราะมีข้อความ ด่านที่ 3 ปรากฏว่า  สยบศิษย์ใหม่สิบคนบนเวที   ถึงได้กระโดดขึ้นไปบนเวทีนี้ด้วยนี่เอง

    เฟยหลงกำลังลงจากเวที อาจารย์ฮุ่ยหลิน ก็เรียกเข้ามาพบเป็นการส่วนตัว

    “ เจ้าชื่ออะไร”

    “ เจียงเฟยหลง”

    “ เจ้ารู้จักยันต์อัสนีฝังร่าง ที่สาบสูญไปแล้วนี้ได้อย่างไร?”

    “ อาจารย์ของข้าเป็นผู้สอนเอาไว้”

    “ อาจารย์ของเจ้าเป็นใคร”

    “ ท่านเป็น ปราชญ์ผู้หยั่งรู้ไปมาไร้ร่องรอย ปรากฏให้ข้าเห็นเป็นพักๆ ในความฝันเท่านั้น” เฟยหลงก็โม้ไปเรื่อยไม่รู้จะบอกความจริงได้อย่างไร

    “ ความสามารถเจ้าล้ำลึกขนาดนี้ หากว่าเจ้าไม่ได้ช่วยองค์ชายสามเอาไว้ ข้าคิดว่าเจ้าต้องเป็นไส้ศึก ที่พวกแคว้นต้าลี่ส่งมา บอกมาตามตรง   เจ้าเข้ามาเรียนที่นี่ มีจุดประสงค์อะไรกันแน่ ข้าไม่เชื่อว่า เจ้าต้องการเรียนรู้วิชาเวทย์มนตร์ ของสำนักราชวงศ์โจวของเราเพียงอย่างเดียว !” 

    อาจารย์ฮุ่ยหลินเอ่ยด้วยเสียงกระด้าง ทหารองครักษ์ที่อยู่ด้านข้างนับสิบ จับอาวุธ เตรียมพร้อม รับคำสั่งทันที .......

    คล้ายกับเรื่องยอดยุทธ์จ้าวจักรวาล เทียนภาค 5 (จบแล้ว) ที่คุณอ่าน