จ้าวหยางจื่อ นายน้อยตระกูลแม่ทัพแห่งราชวงศ์ถัง

    ตอนที่ 39 เตรียมความพร้อมเก็บเกี่ยวให้ได้มากที่สุด

    หลังจากสำรวจพืชผักผลไม้เสร็จ สองคู่แฝดซีซวนกับซีห่าวก็ได้เดินมายังแปรงที่สี่ ซึ่งตรงส่วนนี้เป็นส่วนที่จ้าวหยางจื่อแบ่งเอาไว้ใช้เก็บของส่วนตัว 

    ทันใดนั้นดวงตากลมโตสุกใสของซีซวนก็เหลือบไปเห็นกล่องไม้กล่องหนึ่งแต่ไกล พอร่างเล็กเดินเข้าไปดูใกล้ๆ ดวงตาของนางที่ลุกวาวเปลี่ยนเป็นเหรียญทองแดงทันที

    ใช่แล้ว! กล่องนั้นคือกล่องที่จ้าวหยางจื่อใช้เก็บเงินเอาไว้! เรื่องเงินทองซีซวนช่างตาแหลมนัก! สัญชาตญาณของนางบอกได้ตั้งแต่แรกเห็นเลยว่านี่คือสิ่งที่นางหลงใหล

    เด็กหญิงไม่รอช้า คนบ้าเงินเช่นนางพุ่งดิ่งเข้าไปเข้าไปหากล่องไม้เก็บเงินนั่นทันที ก่อนที่จะรีบเทเหรียญทั้งหมดออกมาจากกล่อง แล้วนับอย่างมีความสุข

    เหตุผลที่นางต้องนับเป็นเพราะว่า สามสี่วันมานี้จ้าวหยางจื่อไม่ให้นางนับเงินเลย เขาใช้เวลาส่วนนั้นไปสอนน้องๆ คำนวณเลขซะส่วนใหญ่ พอซีซวนเห็นแบบนี้แล้วมันจึงรู้สึกคันไม้คันมือขึ้นมาจนนางอดไม่ได้อย่างที่เห็น

    ระหว่างที่เด็กสาวกำลังนับเงิน บางครั้งซีซวนก็หัวเราะคิกคัก! บางครั้งก็ทำสีหน้าครุ่นคิดราวกับคำนวณบางอย่างอยู่ในใจ อิริยาบถของนางแปรเปลี่ยนไปมาจนซีห่าวตามไม่ทัน

    ซึ่งขณะเดียวกันที่ซีซวนกำลังนับเงินอย่างสุขล้นไม่สนใจสิ่งรอบข้างอยู่นั้น ซีห่าวก็สำรวจพื้นที่ตรงส่วนนี้ต่อ มีหลายสิ่งหลายอย่างดึงดูดเขามากมาย

    ปรากฏว่ามีทั้งธนูคันที่เพิ่งซื้อมา มีด แม้แต่กระบอกไม้ไผ่ที่บรรจุบางสิ่งบางอย่างไว้สองสามกระบอก ที่น่ากลัวนั้นก็คือชามไม้บรรจุน้ำสีเหลืองใสเอาไว้ เขาเข้าใกล้มันทีไรก็รู้สึกถึงอันตรายมากขึ้นทุกที

    ซีห่าวไม่กล้าแตะต้องสิ่งของตรงส่วนนี้สุ่มสี่สุ่มห้า เพราะว่าเขาไม่รู้ว่าสิ่งของเหล่านี้คืออะไรกันแน่! ถ้าเผลอเกิดอันตรายหรือทำลายของเหล่านี้ขึ้นมา พี่ใหญ่คงจะดุเขาอย่างมากแน่นอน

    ขณะเดียวกันบนต้นโพยักษ์ งูเห่าตัวใหญ่ร่างของมันพัวพันกิ่งไม้สองสามรอบ พลางจ้องมองมาที่เด็กน้อยทั้งสองคนไม่วางตา

    ถ้าสังเกตแววตาของมันอย่างละเอียดแล้วนั้น ปรากฏว่ามีความระแวดระวังอย่างมากในเวลานี้ อาจเป็นเพราะเด็กสองคนนี้เพิ่งเข้ามาใหม่ หรือสายตาของเด็กทั้งสองคนขณะมองมาที่มันราวกับว่ามันเป็นอาหาร..

    โดยเฉพาะเด็กสาวตัวน้อยนั่น เวลาที่นางมองมายังมันเหมือนกับว่าของกินไม่มีผิด ไม่มีความเกรงกลัวเลยแม้แต่น้อย มันยังสงสัยในตัวเองเลยว่ามันคือสัตว์มีพิษที่ทุกคนเกรงกลัวอยู่หรือเปล่า? 

    งูเห่าเหลืองทองอร่ามไม่รู้ว่าเด็กสาวคนนี้คือคนเดียวกันกับเจ้าพังพอนขาวบอกหรือไม่? ใช่ปีศาจน้อยคนนั้นหรือเปล่า? ถ้าเป็นคนเดียวกัน ที่นี่คงไม่ปลอดภัยอีกต่อไปแล้ว!

    พอคิดได้เช่นนั้นงูเห่าก็รีบเลื้อยขึ้นต้นไม้ให้สูงขึ้นอีก สูงจนเกือบจะถึงยอดต้นโพถึงรู้สึกว่าปลอดภัยมันถึงหยุดเลื้อย

    งูเห่า ‘สูงขนาดนี้เด็กนั่นคงไม่กล้าปีนขึ้นมาแล้ว ฟ่อ~~’

    งูเห่าคิดพร้อมกับถอนหายใจ อย่างไรก็ตามมันก็ยังคิดไม่ถึงว่ามีอาวุธมากมายสามารถสอยมันลงมาจากยอดไม่ได้

    สัตว์เดรัจฉานอย่างไรก็สัตว์เดรัจฉาน สัญชาตญาณของมันย่อมมีเพียงเท่านี้...

    ..

    ทางด้านจ้าวหยางจื่อ ในตอนนี้เขาพยายามซึมซับพลังปราณเข้าสู่ร่างกายอย่างหนัก ขณะเดียวกันเขาก็เพ่งสมาธิอย่างเต็มที่เพื่อประคองมันเอาไว้ให้มั่น ถ้ามีใครมาขัดขวางเขาในตอนนี้แล้วล่ะก็ สิ่งที่เขาทำมาทั้งหมดก็คงสูญเปล่าและคงหงุดหงิดไม่น้อยเลย

    หนึ่งชั่วยามผ่านไปหลังจากที่เขาควบแน่นปราณได้หยดที่สี่แล้วนั้น เขาก็โดนขับออกจากมิติย่อยทันที เพราะครบเวลาที่กำหนด

    ซีซวนกับซีห่าวสังเกตเห็นว่าพี่ใหญ่ของพวกเขาออกไปจากที่นี่ก็ไม่ได้แปลกใจนัก ถึงอย่างไรมิติย่อยแห่งนี้ก็เป็นของพี่ใหญ่ เขาสามารถเข้าออกได้ตามสบายอยู่แล้ว

    พออยู่ที่โลกภายนอกแล้ว จ้าวหยางจื่อก็ไม่นำน้องทั้งสองคนของเขาออกมาพร้อมกับเขาแต่อย่างใด เขาตั้งใจให้ทั้งสองคนอยู่ในนั้นเพื่อความปลอดภัยของทั้งสองคนเอง เพราะต่อจากนี้นั้นเขาจะเก็บรวบรวมทรัพยากรให้ได้มากที่สุด ก่อนที่จะย้ายไปอยู่อาศัยในเมืองอำเภอเหอเป่ย

    ใช่แล้ว เขาต้องเข้าป่าไปอีกรอบเพื่อเก็บรวบรวมดินเค็มเหล่านั้นให้ได้มากที่สุด มีเกลือมากเข้าไว้ย่อมดีกว่ามีน้อย ยุคสมัยนี้เกลือมีค่าไม่ต่างจากทองเลย 

    ดังนั้นการที่ปล่อยให้น้องทั้งสองคนอยู่ที่บ้านขณะที่เขากำลังอยู่ในป่ามันยังฝังใจเข้าอยู่ เขาคงไม่ให้อภัยตนเองถ้าน้องทั้งสองคนของเขาเกิดอันตรายในตอนที่เขาไม่อยู่ด้วย

    จ้าวหยางจื่อไม่ชักช้านัก เขาล่ามม้าตัวผู้ที่เพิ่งได้มาใหม่ไว้ที่บ้าน ก่อนที่จะควบม้าตัวเมียตรงไปที่ป่าอย่างเร่งรีบ เขาสั่งการมันว่าให้ไปบริเวณดินเค็มตรงนั้น เจ้าม้าก็พาเขาไปในทันที

    ม้าตัวผู้ที่เพิ่งได้มาใหม่มองมาที่ม้าตัวเมียด้วยสายตาอาลัยอาวรณ์ ตั้งแต่ที่มันโดนมนุษย์ใจร้ายคนนั้นล่าได้และจูงเข้ามา มันหลงเสน่ห์ม้าตัวเมียเข้าเต็มเปา มันไม่เคยเห็นม้าตัวเมียตัวไหนงดงามเท่าม้าตัวนี้มาก่อน แม้แต่คู่ของจ่าฝูงเองก็ตาม

    ก็แน่ล่ะ จ้าวหยางจื่อบำรุงม้าตัวเมียไปมากตั้งขนาดนั้น ใช้น้ำพุวิเศษถึงสองหยดเชียวนะ! แถมหญ้าตั้งหนึ่งกำมือนั่นอีก! ร่างกายหรือเสน่ห์ของม้าตัวเมียจะพัฒนาขึ้นก็ไม่ใช่เรื่องแปลก! จริงไหม?

    ถามว่าทำไมจ้าวหยางจื่อถึงขี่ม้าได้ทั้งที่เขาไม่เคยขี่ม้ามาก่อน? เป็นเพราะว่าม้าตัวเมียเชื่องอยู่ก่อนแล้ว หลังจากบอกจุดมุ่งหมายต่อมัน เขาก็มีหน้าที่แค่จับบังเหียนให้แน่นๆ หลังจากนั้นมันจัดการด้วยตนเอง

    ..

    การขี่ม้าย่อมไวกว่าการเดิน ไม่ถึงครึ่งก้านธูปจ้าวหยางจื่อมาถึงบริเวณดินเค็ม หลังจากที่เขากับหานมิ่งอาละวาดไปก่อนหน้านั้น ทำให้บริเวณนี้ไม่มีสัตว์ตัวใดหลงเหลืออยู่เลย นั่นจึงเป็นการง่ายหลังจากที่จ้าวหยางจื่อรวบรวมดินเค็ม

    ด้วยการมีอยู่ของมิติย่อยสุดโกง ทำให้จ้าวหยางจื่อรวบรวมดินเค็มได้ง่ายดายนัก เพียงแค่ใช้มือส่วนไหนแตะดิน เขาก็สามารถนำส่วนที่เขาสัมผัสเข้าไปในมิติย่อยได้ในทันที ช่างเป็นการรวบรวมอะไรที่ง่ายดายเช่นนี้

    พอรวบรวมดินเค็มได้หลายตะกร้า จ้าวหยางจื่อก็รู้สึกเบื่อหน่าย พลางคิดในใจไปต่างๆ นานา

    จนกระทั่งเขาคิดบางอย่างได้!

    ‘ถ้าเราใช้ความสามารถของมิติย่อยสกัดเกลือล่ะ?’

    คิดได้เช่นนั้นดวงตาของจ้าวหยางจื่อก็เป็นประกายดุจดวงดาว ช่างเป็นแผนการที่เลิศล้ำ!

    ไม่รอช้าจ้าวหยางจื่อลงมือทำในทันที! ปรากฏว่าใช้ความสามารถของมิติย่อยสกัดเกลือออกมาจากดินเค็มได้จริง เมื่อเขาใช้คำสั่งแยกแร่ธาตุโซเดียม โพแทสเซียมและแมกนีเซียมออกจากดินเค็มเหล่านั้น

    แถมเกลือที่ได้ก็เป็นเกลือบริสุทธิ์! มันบริสุทธิ์ยิ่งกว่าตอนที่เขาต้มกับน้องๆ เสียอีก!

    เดี๋ยวนะ? ตอนที่ต้ม? บ้าเอ๊ย! ทำไมเราถึงได้โง่งมเช่นนี้! ทำไมก่อนหน้านี้เราคิดวิธีสกัดในมิติย่อยไม่ได้กันนะ! เสียเวลาลงแรงชะมัด!

    แม้จ้าวหยางจื่อจะรู้สึกเสียใจกับตนเอง เขาก็ยังคงแยกแร่ธาตุออกจากดินเค็มต่อไป หลังจากที่ดินเหล่านั้นไม่มีแร่ธาตุทั้งสามหรือความเค็มผสมอยู่แล้ว เขาก็ดินที่ไร้ประโยชน์เหล่านั้นออกมาทิ้งข้างนอก

    ภายในมิติย่อยซีซวนกับซีห่าวมองเห็นกระบวนการสกัดเหลือของจ้าวหยางจื่อ และเห็นว่ามีกองเกลือใสบริสุทธิ์เพิ่มจำนวนมากขึ้นอย่างรวดเร็ว ทั้งสองคนก็รู้สึกตาโตขึ้นมาทันที

    “น้องรอง!? หยิกพี่ที พี่ไม่ได้ฝันไปใช่ไหม?”

    “ไม่ได้ฝันไปขอรับ! น้องก็เห็นเช่นเดียวกันกับท่านพี่!”

    “เรารวยแล้ว!! ถ้าเรานำเกลือไปขายเราก็รวยแล้ว!!”ซีซวยตื่นเต้นดีใจ ในสายตาของนางเกลือไม่ต่างจากทองมากนัก

    ซีห่าว “…”





    สามารถกดหัวใจส่งของขวัญเป็นกำลังใจให้นักเขียน หรือคอมเมนท์พูดคุยกันได้นะครับ

    ช่วยกดติดตาม กดแชร์ให้เพื่อนๆ อ่าน จะเป็นพระคุณอย่างยิ่งของคนเขียนครับ

    หรือติดตามได้ที่ Tiktok: @denwriternovel



    คล้ายกับเรื่องจ้าวหยางจื่อ นายน้อยตระกูลแม่ทัพแห่งราชวงศ์ถัง ที่คุณอ่าน