ด้วยใบหน้าที่หล่อเหลาและผิวที่เนียรสวยของหลงเทียนอี้นั้นเมื่อเปลี่ยนชุดใหม่แล้วทำให้ดูมีสง่าราศีขึ้นมาทันตา ถ้าคนทั่วไปเห็นเทียนอี้ตอนนี้คิดต้องเข้าใจผิดคิดว่าเขาคงเป็นายน้อยจากตระกูลใหญ่ตระกูลไดตระกูลหนึ่งแน่นอน
ขนาดที่ว่าเป่าเฉินที่เดินทางมาพร้อมกันยังอดไม่ได้ที่จะแอบแกล้งทำท่าทีบ่นอุบอิ๊บไม่ได้ "เฮ้อ!น้องเทียนอี้ดูเ้าสิหน้าตาหล่อเหล่ามากนักข้าแค่เปลี่ยนชุดใหม่ก็เปลี่ยนไปราวกับคนล่ะคนข้าชักจะเริ่มอิจฉาเ้าขึ้นมาแล้วล่ะสิ"
"ฮ่า ฮ่า ฮ่า"ทั้งสามคนหัวเราะพร้อมกันหลังเดินทางมาด้วยกันสักระยะเทียนอี้ได้พูดคุยกับทั้งสองคนมาตลอดทางจึงรู้ว่าทั้งคู่เป็ที่นิสัยดีน่าคบหามีความมีน้ำใจและซื้อสัตย์อย่างมากเทียนอี้และเป่าเฉินจึงคุยกันถูกคออย่างมากจนเทียนอี้และเป่าเฉินพูดคุยคบหากันดั่งพี่น้อง
สมแล้วที่ได้ชื่อว่าเมืองทุ่งหมื่นลี้ เทียนอี้และพวกเขาต้องเดินทางอีกหนึ่งวันครึ่งกว่าจะมาถึงเขตเมือง ถ้าเมื่อวานนี้เทียนอี้ไม่ได้ขอติดตามทั้งสองมาด้วยคงใช้เวลาอีกหลายวันกว่าจะมาถึงเขตกำแพงเมืองนี้ พอมาถึงทางเข้าเมืองทั้งสามคนได้ลอยลงมาแล้วเดินไปที่ประตูเมืองทันที
เมื่อทหารยามผู้เฝ้าประตูเห็นทั้งสามคนเหาะลงมาทหารยามทั้งคู่มองหน้าอย่างรวดเร็ว เมื่อเห็นว่าผู้มาเยือนเป็ผู้อยู่ในขอบเขตนภาเป็อย่างน้อย.ทหารยามทั้งสองคนออกไปต้อนรับผู้มาเยือนทั้งสามคนทันทีด้วยความเคารพนอบน้อมอย่างที่สุด
ทหารยามทั้งสองคนป้องมือขึ้นมาทำการทักทายผู้มาเยือนทั้งสามอย่างมีมารยาท"ยินดีต้อนรับแขกผู้ทรงเกียรติทั้งสามท่านไม่ทราบว่าพวกท่านจะเดินทางมายังเมืองของเราไม่ได้จัดการต้อนรับต้องขออภัยด้วยที่เสียมารยาท"
ไม่แปลกที่ทหารยามทั้งคู่จะสุภาพแบบนี้เพราะตัวตนระดับนภานั้นทั้งเมืองทุ่งหมื่นลี้ มีเพียงห้าคนเท่านั้นหนึ่งคือเ้าเมืองอีกสามคนเป็ผู้นำตระกูลที่ใหญ่ที่สุดในเมือง อีกหนึ่งคือหัวหน้าหอการค้าหมื่นธาราถือเป็ตัวตนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเมืองแห่งนี้
"ไม่ต้องมากพิธีหรอกเราเป็ผู้ตรวจการหอการค้าหมื่นธาราแค่มาตรวจกิจการตามปกติเท่านั้น" ชายชราพูดพร้อมกับยิ้มให้ทหารยามทั้งคู่"เช่นนั้นเชิญท่านผู้ตรวจการและนายน้อยทั้งสองท่านตามสะดวกขอรับ"ทหารคนหนึ่งตอบกลับไปพร้อมเชิญทั้งสามคนเข้าเมือง
หลังจากที่ทั้งสามเข้าเมืองไปแล้วก็ได้มีนกส่งสารตัวหนึ่งบินไปยังจวนเ้าเมืองทันทีเพื่อแจ้งข่าวการมาถึงของทั้งสามคนนี่ถือเป็เื่ปกติเพื่อป้องกันการเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นในตัวเมืองเพราะในเมืองมีคนของอีกสามตระกูลใหญ่อยู่ด้วยซึ่งอาจมีคนโง่ทำซ่าไม่ดูตาม้าตาเรือจนเกิดเื่วุ่นวายมาขึ้นได้
พอเข้ามาในเมืองแล้วจะเห็นผู้คนเดินเต็มไปหมดสองข้างทางเต็มไปด้วยแพงลอยขายของสองข้างทางนับเป็เมืองที่เจริญแล้วเมืองหนึ่งเลยทีเดียวเดินไปสักพักก็เช่ารถม้ามาขันหนึ่งนั่งไปที่หอการค้าหมื่นธารา.นั่งรถมาไปครู่ใหญ่รถมาก็ได้จอดหน้าอาคารทรงแปดเหลี่ยมสูง 7ชั้นขนาดใหญ่ของหอการค้า หลังจากลงจากรถม้าแล้วก็เดินเข้าไปยังตัวอาคาร
พอเดินมาถึงเค้าเตอร์พนักงานก็มีชายชราคนหนึ่งออกมารอรับพวกเขาทั้งสามคน"ยินดีต้อนรับสู่สาขาเมืองทุ่งหมื่นลี้ขอรับท่านผู้ตรวจการ"ชายผู้นี้ไม่ใช่ใครอื่นแต่เป็ผู้ดูแลของหอการค้าหมื่นธาราสาขานี้ตัวตนระดับนภาหนึ่งในห้าของเมืองทุ่งหมื่นลี้
จากการออกมารอต้อนรับ และการให้เกียรตินี้แสดงให้เห็นแล้งว่าผู้าุโหยงนั้นมีฐานะที่ไม่ธรรมดาในหอการค้าหมื่นธาราระหว่างเดินทางมีการพูดคุยกันทำให้เทียนอี้รู้ว่าหอการค้าหมื่นธารานี้เป็หนึ่งในขุมอำนาจใหญ่ของทวีปตะวันออกนี้มีสาขาอยู่ทั่วทุกเมืองในทวีปตะวันออก
ถึงจะมีสาขาอยู่ทุกเมืองในทวีปตะวันออกแต่มีเพียง9 คนเท่านั้นที่มีตำแหน่งผู้ตรวจการที่ขึ้นตรงต่อเ้าหอการค้าเพียงหนึ่งคน นี่บ่งบอกได้ถึงสถานะที่สำคัญของผู้าุโหยงหลังจากต้อนรับแนะนำตัวกันเสร็จแล้วผู้าุโหลิงผู้ดูแลหอการค้าสาขาเมืองทุ่งหมื่นลี้ ได้พาทั้งสามขึ้นไปรับรองบนชั้นที่เจ็ดของหอการค้า
ปกติบนชั้นนี้จะต้อนรับเพียงบุคคลสำคัญเท่านั้นแต่ในเมื่อเทียนอี้มากกับผู้ตรวจการจึงได้รับการอนุญาตให้เป็กรณีพิเศษ ซึ่งทำให้เขาเกิดความประทับใจต่อหอการค้าหมื่นธารายิ่งนักเด็กชายคนนั่งกินขนมจิบน้ำชาอยู่ห้องรับรองอีกห้องหนึ่งคุยกันอย่างสนิมสนมดังพี่น้อง
ส่วนผู้าุโหยง และผู้าุโหลินอยู่อีกห้องที่เป็ห้องเอกสารกำลังพูดคุยทำธุระกันอยู่ตามหน้าที่ของตนอย่างขยันขันแข็ง.เทียนอี้และเป่าเฉินนั่งคุยอู่ครู่ใหญ่เป่าเฉินได้บอกถึงรายระเอียดของหอการค้าหมื่นธารา หอการค้าหมื่นธารานั้นมีสาขาหลักอยู่ที่เมืองหลวงของอาณาจักรธารา์
ภายในหอการค้านี้มีขายแทบทุกสิ่งทั้งยังรับซื้อสิ่งต่างๆด้วยเช่นกัน บางครั้งก็มีการจัดประมูลของมีค่าหายากพวกอาวุธและสมุนไพริญญาและพวกเขายังทำการค้าขายโดยยืดหลักความเป็ธรรมเป็ที่ตั้งเสมอ พอได้ยินดังนั้นเทียนอี้ จึงมีความคิดความคิดหนึ่งพุดขึ้นมาในหัวทันที