ระบบบรรพบุรุษหลังโลกาวินาศ 156 ไม่หลาบจำ
ร่างของชายชุดดำไม่สามารถทนต่อแรงกดดันที่ถาโถมเข้ามาได้ สุดท้ายก็ต้องทิ้งร่างคุกเข่าลงกับพื้นด้วยความจำใจ
หญิงชุดเขียวที่ยืนอยู่ด้านข้างมองภาพนั้นด้วยความประหลาดใจ ก่อนจะหันกลับไปมองชายหนุ่มในชุดเกราะสีเงินที่จ้องชายชุดดำเขม็ง ในที่สุดนางก็ได้รู้ว่าแรงกดดันอันรุนแรงนั้นมาจากที่ไหน
ในสถานที่แห่งนี้มีบุคคลอยู่แค่สามคน ถ้าไม่ใช่นาง และไม่ใช่ชายชุดดำที่ทนทุกข์อยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก มันก็เหลือชายหนุ่มเกราะเงินเพียงคนเดียวเท่านั้นที่มีโอกาสทำสิ่งนี้ได้
แววตาของหญิงชุดเขียวแปรเปลี่ยนไปเป็นความชื่นชม แม้จะมีความหวั่นกลัวอยู่ภายในใจไม่น้อยก็ตาม
ดูจากรูปลักษณ์ภายนอกของอีกฝ่ายที่ดูอ่อนเยาว์ เชื่อได้ว่าก่อนที่ชายหนุ่มจะก้าวข้ามมาสู่ขอบเขตอีโวล จะต้องมีอายุน้อยมากเป็นแน่ อย่างมากสุดก็ไม่มีทางเกินสามสิบห้าปี
อีโวลที่อายุน้อยกว่าสามสิบห้าปี... นี่นับได้ว่าเป็นอัจฉริยะที่หาได้ยากยิ่ง!
ความอ่อนเยาว์ของจินสร้างความตื่นตะลึงให้สตรีชุดเขียวเป็นอย่างมาก นี่ต้องรู้ก่อนว่านั่นไม่ใช่อายุที่แท้จริงของจินด้วยซ้ำ หากอีกฝ่ายได้รู้ว่าจริงๆ แล้วจินใช้เวลาน้อยกว่าหนึ่งปีในการฝึกฝนก่อนจะกลายมาเป็นอีโวลในวันนี้ อีกฝ่ายจะตกใจจนแทบสิ้นสติ
หญิงชุดเขียวมองไปที่จิน ส่วนจินยังคงจ้องไปที่ชายชุดดำ แรงกดดันยังคงแผ่ออกไปเรื่อยๆ และดูเหมือนว่ามันจะรุนแรงขึ้นไปอีกขั้น
จิตวิญญาณภายในร่างของชายหนุ่มสั่นไหวแรงขึ้น ปลดปล่อยแรงกดดันทางจิตมากขึ้นกว่าเดิม มันเป็นพลังทางจิตที่ส่งผลกระทบต่อโลกความเป็นจริง บังคับทุกอย่างได้ดั่งใจคิด
ชายชุดดำรู้ได้ถึงความหนักหน่วงรอบตัวที่มากขึ้นเรื่อยๆ พลังงานบางอย่างที่ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่ากดดันร่างของเขาเข้ามาจากทุกทิศทาง บีบอัดร่างกายที่ขยับเขยื้อนไปไหนไม่ได้เอาไว้ตรงกลาง
แรงกดดันที่เพิ่มเข้ามา มันมากขึ้น มากขึ้นเรื่อยๆ จนได้ยินเสียงแปลกๆ ดังมาจากภายในร่าง
กึก กร๊อบ กร๊อบ
เสียงของแข็งบางอย่างแตกร้าวมาจากด้านในร่างกายของชายชุดดำ ดูเหมือนว่าแรงกดดันที่จินเพิ่มเข้าไปจะรุนแรงถึงขนาดบีบร่างกายของอีโวลคนหนึ่งจนกระดูกบางส่วนแตกหักได้
“อ๊ากก” เสียงร้องดังออกมาจากชายที่นั่งคุกเข่าอยู่กับพื้น แม้แรงกดดันจะไม่ได้บีบร่างของมันจนบาดเจ็บหนัก แต่ก็มีกระดูกหลายซี่ที่ถูกแรงที่มองไม่เห็นบีบอัดจนแตกหัก
ดวงตาของหญิงชุดเขียวที่มองภาพดังกล่าวอยู่ เบิกกว้างมากขึ้นไปอีก ปรากฏว่าแรงกดดันเมื่อครู่ยังไม่ใช่กำลังสูงสุดของอีกฝ่าย...นี่มันอะไรกัน เพียงแค่จ้องมองนิ่งๆ กลับจับกุมอีโวลคนหนึ่งไว้ได้อย่างง่ายดาย ทำให้คู่ต่อสู้ตกอยู่ในสภาพไร้ทางสู้ เหมือนกับเป็นลูกไก่ในกำมือ จะบีบก็ตาย จะคลายก็รอด
ยิ่งมองเหตุการณ์เบื้องหน้านานเท่าไหร่ หญิงชุดเขียวก็ยิ่งรู้สึกขนลุกซู่ไปทั่วร่าง ความหวาดหวั่นที่ไม่เคยเจอมานานถาโถมเข้ามาภายในจิตใจของเธอ
“ดะ..ได้...โปรด...” ชายชุดดำพยายามเค้นเสียงของมันออกมาจากลำคอ โดยที่หวังว่าอีกฝ่ายจะยอมไว้ชีวิตน้อยๆ ของตน
จินจ้องมองไปที่อีกฝ่ายด้วยสายตานิ่งเฉย ยังคงส่งแรงกดดันออกไปอีกพักหนึ่ง ก่อนจะสลายมันทิ้งไป
จากการทดสอบเบื้องต้น ดูเหมือนว่าพลังทางจิตวิญญาณจะทรงพลังไม่น้อยเลย และด้วยจิตวิญญาณพิเศษของจินที่หล่อหลอมขึ้นมาด้วยพลังงานธาตุสายฟ้าเข้มข้น มันจึงทรงพลังมากกว่าปกติ
แรงกดดันที่จินส่งออกไปเมื่อครู่ยังไม่ใช่ขีดจำกัดสูงสุดของเขา แต่ก็อีกไม่ไกลแล้ว ต่อให้เขาลองใช้แรงกดดันที่รุนแรงที่สุดเท่าที่จะทำได้ มันก็ยังไม่แข็งแกร่งพอที่จะสังหารอีกฝ่าย อย่างมากสุดก็ทำได้เพียงบดกระดูกบางส่วนเท่านั้น
ชายหนุ่มในชุดเกราะสีเงินถอนแรงกดดันทั้งหมดกลับมา จิตวิญญาณที่สั่นไหวของเขาค่อยๆ กลับมาสงบนิ่ง และด้วยพลังทางจิตวิญญาณที่แข็งแกร่ง ชายหนุ่มไม่ได้รู้สึกเหน็ดเหนื่อยอะไรมากนักกับสิ่งที่ทำไปทั้งหมดเมื่อครู่
“แฮ่ก แฮ่กๆ” ชายชุดดำทรุดลงไปเล็กน้อย ก่อนจะพ่นลมหายใจออกจากปากด้วยความเหนื่อยอ่อน แรงกดดันเมื่อครู่บีบคั้นมันมากจนเกินไป ทั้งความเจ็บปวดทางกาย และความอึดอัดทางใจ ไม่ว่าจะเป็นทางไหนก็ล้วนแล้วแต่สร้างความรู้สึกแย่ให้มันทั้งหมด
สตรีในชุดเขียวที่ยืนอยู่ไม่ไกลพลันรู้สึกโล่งขึ้นทันทีที่จินถอนแรงกดดันกลับไป ขนาดว่าเป้าหมายไม่ใช่เธอ พลังดังกล่าวยังสร้างความตื่นตระหนกให้เธอไม่น้อย สายตาของเธอจับจ้องไปที่ชายหนุ่มในชุดเกราะสีเงิน คอยดูว่าอีกฝ่ายจะทำอะไรต่อไป หากมีอะไรเกิดขึ้นจะได้เตรียมรับมือได้ทัน
“ขะ...ขอบคุณ” ชายชุดดำพยายามเค้นเสียงให้ลอดออกมาตามไรฟัน ก้มหน้ามองพื้นไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมามองอีกฝ่ายขณะพูด
แน่นอนว่ามันไม่พอใจเท่าไหร่ แต่เพื่อความอยู่รอด อย่างไรก็ต้องฝืนทำ แม้ในใจจะกักเก็บความโกรธเอาไว้ แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าผู้ที่แข็งแกร่งกว่า ปากหนักไปก็ไม่มีประโยชน์
จินมองอีกฝ่ายอย่างไร้อารมณ์ ถึงอีกฝ่ายจะพุ่งเข้ามาโจมตีเขาก่อน แต่มันก็ทำอะไรเขาไม่ได้แม้แต่น้อย ไหนๆ อีกฝ่ายก็มาช่วยทดสอบกำลังให้กับเขา จึงไม่ได้ถือโทษโกรธเคืองอะไร คิดว่าจะปล่อยอีกฝ่ายไปสักครั้ง
จินค่อยๆ ก้าวเดินมาข้างหน้าทีละก้าว ทีละก้าว ทุกก้าวเดินนั้นทำให้อีโวลทั้งสองคนถึงกับใจระส่ำ เสียงฝีเท้าที่แม้จะเบาหวิว แต่กับผู้ที่ให้ความสนใจ มันกลับดังก้องอยู่ในโสตประสาท
เพราะไม่รู้ว่าชายหนุ่มเกราะเงินจะทำอะไรต่อไป ทั้งคู่จึงได้แต่ระแวดระวัง แต่ก็ไม่กล้าบุ่มบ่ามลงมือทำอะไรอีก
จินเดินมาหยุดอยู่ที่ด้านหน้าต้นไม้เล็กๆ ที่ขึ้นอยู่ที่พื้น สภาพของมันดูสมบูรณ์อย่างมากแม้จะอยู่ในพื้นที่ที่ฟ้าผ่าลงมาแทบจะตลอดเวลา
งั้นนี่คงเป็นของที่ทั้งสองคนพยายามแย่งชิงกัน? ดูดีก็จริง แต่มันมีค่ามากขนาดนั้นเชียวหรือ? จินคิด
แน่นอนว่าสมุนไพรต้นนี้มีค่าไม่น้อยทีเดียวสำหรับผู้ฝึกฝนธาตุสายฟ้า ถึงขนาดที่ทำให้อีโวลสองคนต่อสู้กันเพื่อแย่งชิงมัน ก็นับได้ว่าไม่ใช่สิ่งของที่ธรรมดาแล้ว
เพียงแต่เมื่อเทียบกับสิ่งของในระบบบรรพบุรุษของจิน ของล้ำค่าตามธรรมชาติไม่นับว่ามีคุณค่าอะไรเลย ทั้งยังยุ่งยากในขั้นตอนก่อนการนำไปใช้งาน ต้องสกัดให้ได้มาซึ่งแก่นแท้ที่สำคัญที่สุด เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
แน่นอนว่าสิ่งนี้ยุ่งยากเกินไปสำหรับจิน ในเมื่อเขาไม่ได้เป็นผู้พบเห็นมันเป็นคนแรก เช่นนั้นเขาจะปล่อยให้สองคนนี้แย่งชิงกันต่อไปแล้วกัน
ร่างของชายหนุ่มหยุดมองต้นสมุนไพรครู่หนึ่งก่อนจะส่ายศีรษะ หลังจากมองชายชุดดำสลับกับหญิงชุดเขียวครู่หนึ่ง ไม่นานเขาก็ตั้งท่าจะจากไป
พรึ่บ
ร่างในชุดเกราะสีเงินพุ่งทะยานออกจากจุดนั้นทันที โดยไม่สนใจคนทั้งสองอีก มุ่งหน้ากลับไปยังเขตชุมชนตามเป้าหมายเดิมของตัวเอง
แต่แน่นอน การที่จินจากไปและปล่อยให้คนทั้งคู่แย่งชิงกันเอง ปรายตามองดูก็รู้ว่าใครที่จะได้รับสมุนไพรต้นนั้นไปครอง ในเมื่อมีฝ่ายหนึ่งได้รับบาดเจ็บจนยากที่จะปะทะกับใครได้อีกในช่วงเวลาสั้นๆ นี้
จินพุ่งตัวออกมาจากจุดเกิดเหตุด้วยความเร็วสูง ทิ้งการพิพาทระหว่างคนทั้งสองไว้เช่นนั้น จะเกิดอะไรขึ้นกับทั้งสองคนหลังจากนี้ก็ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับเขาแล้ว
...
ด้วยความเร็วของอีโวลระดับหนึ่ง ไม่นานร่างชายหนุ่มในชุดเกราะสีเงินก็ออกมาพ้นเขตหุบเขาสายฟ้าฟาด ที่แรกที่เขามุ่งหน้าไปคือร้านขายเสื้อผ้าเล็กๆ แห่งหนึ่งที่แทบจะร้างผู้คน
ตอนที่เขาเดินชมเขตชุมชนสายฟ้าฟาดก่อนหน้านี้ ก็บังเอิญเห็นร้านเสื้อผ้าเล็กๆ นี้อยู่ตรงมุมหนึ่ง เนื่องจากมันค่อนข้างตั้งอยู่ไกลจึงมีผู้คนมาเยี่ยมชมน้อยทีเดียวในช่วงเวลากลางวัน
นั่นเป็นเรื่องดีสำหรับชายหนุ่ม ตอนนี้สภาพของเขาดูไม่ดีอย่างยิ่ง เสื้อผ้าบนร่างขาดรุ่งริ่ง เครื่องแต่งกายที่สมบูรณ์ที่สุดก็เห็นจะมีแต่เกราะอ่อนสีเงินเท่านั้น ส่วนชิ้นอื่นแทบจะไม่สามารถปกปิดร่างกายได้เลย
“ว้าย!” นั่นคือปฏิกิริยาแรกของหญิงวัยกลางคนที่เป็นเจ้าของร้านหลังจากที่จินเดินเข้าไป คงไม่บ่อยนักที่จะเจอลูกค้าเดินมาในสภาพเช่นนี้
จินรีบหยิบเหรียญทองบางส่วนที่ตนเองแอบเก็บซ่อนไว้ด้านในเกราะอ่อนสีเงิน โยนให้อีกฝ่ายไป จากนั้นจึงเรียกหาเสื้อผ้าชั้นดีขนาดพอดีตัวทันที เพื่อไม่ให้อีกฝ่ายกรีดร้องตกใจอีกต่อไป
หลังจากตั้งสติอยู่ครู่หนึ่ง หญิงวัยกลางคนก็รีบเก็บเงินที่อีกฝ่ายโยนมาให้ เปลี่ยนสีหน้าเป็นยิ้มแย้ม เดินกุลีกุจอเข้ามาบริการทันที
ใช้เวลาไม่นาน จินก็เดินออกมาจากร้าน ผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดใหม่เรียบร้อย เป็นชุดคลุมสีฟ้าเรียบๆ ดูสะอาดตา พร้อมกับชุดสำรองที่ทางร้านเลือกมาให้อีกสองสามตัว เนื่องจากเป็นร้านเล็กๆ จึงไม่มีเสื้อผ้าให้เลือกมากนัก แต่อย่างน้อยก็ดีกว่าไม่มีเสื้อผ้าให้สวมใส่
จินเลือกที่จะเดินไปหาของกินภายในภัตตาคารอาหารก่อนกลับ ไม่ใช่ทุกครั้งที่จินจะมีกายเนื้อและใช้ชีวิตได้เหมือนคนปกติ ส่วนใหญ่ที่สวมใส่กายเนื้อก็เพราะมีเกิดเรื่องขึ้นเท่านั้น ใช้เพื่อต่อสู้กับศัตรูแล้วก็จบ จะมีเวลามาหาความสุขใส่ตัวเสียเมื่อไหร่
ชายหนุ่มเลือกอาหารที่ตนเคยกินก่อนหน้านี้ เมื่ออิ่มหนำสำราญจนได้ที่ ก็เดินลูบพุงออกมาจากภัตตาคาร ก่อนจะได้ยินเสียงตะโกนมาจากไกลๆ
“ฮ่าๆ ในที่สุดก็เจอเจ้า ช่างพอดิบพอดีอะไรเช่นนี้!”
เหตุการณ์ทุกอย่างเหมือนเป็นการฉายภาพซ้ำเมื่อสองวันก่อน กลุ่มคนจำนวนหนึ่งเดินเข้ามาหาจิน นำมาด้วยชายชุดขาวเหมือนเดิม เพียงแต่คราวนี้พวกมันมากันมากถึงสิบคน
ชายหนุ่มในชุดสีฟ้าค่อยๆ หันหน้าไปมองที่ต้นเสียง และเขาก็เห็นใบหน้าของคนที่คุ้นเคย ใบหน้าที่ดูเจ้าเล่ห์และพร้อมจะหาเรื่องอยู่ตลอดเวลา
“รู้อะไรไหม หัวหน้าของพวกข้าเพิ่งจะกลับมาพอดีเลยว่ะ นับว่าถึงคราวซวยของเจ้าแล้วล่ะครั้งนี้ ฮ่าๆๆๆๆ” ชายชุดขาวที่เดินนำหน้ามาพูดด้วยน้ำเสียงยียวน พร้อมทั้งหัวเราะร่วน
“ฮ่าๆๆๆ” กลุ่มคนด้านหลังอีกนับสิบพากันหัวเราะตามกันยกใหญ่ด้วยความตลกขบขัน ในสายตาพวกมัน ชายหนุ่มตรงหน้าไม่ต่างไปจากคนที่กำลังจะตาย
จินมองหน้าพวกมันด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ ไม่เข้าใจว่ามีอะไรน่าขำหนักหนา ครั้งที่แล้วเขาข่มขู่เบาไปหรืออย่างไร พวกมันถึงไม่หลาบจำ?
จินจ้องมองกลุ่มคนพวกนั้นนิ่งๆ ก่อนจะได้ยินเสียงฝีเท้าที่วิ่งเข้ามาจากด้านข้าง