จอมยุทธ์ซุปตาร์

    ตอนที่ 120 กลับมาถึงก็เจอเรื่องวุ่นวาย Re

            เช้าวันรุ่งขึ้นไป่ฉีเดินมารอไป่ชิ  ไป่เชอะ กับไป่โม่ลี่ที่หน้าประตูใหญ่ของตระกูล  ใช้เวลาไม่นานทั้ง 3 คนก็เดินมาสมทบกับไป่ฉี  พร้อมด้วยไป่ชิงหยางและผู้อาวุโสทั้ง 4 คน


            “ปู่ ผมไปก่อนนะ  ส่วนแกนอสูรที่ผู้อาวุโสไม่ใช้  ผมจะลองเอาไปที่โรงประมูลดู  ถ้าขายได้ผมจะนำเงินมาให้” ไป่ฉีกล่าว


            “เข้าใจล่ะ  จากนี้ปู่ต้องปรับอะไรหลายอย่างในตระกูล  คงไม่ได้แวะไปหาสักพัก” ไป่ชิงหยางกล่าว


            “ข้าจะตั้งใจศึกษาและกลับมาพัฒนาตระกูลเจ้าค่ะท่านผู้นำ” ไป่โม่ลี่กล่าว


            “เจ้าช่างต่างจากแม่ของเจ้านักโม่ลี่  ขอให้ประสบความสำเร็จ” ไป่ชิงหยางอวยพร


            “ขอบคุณท่านผู้นำเจ้าค่ะ” ไป่โม่ลี่กล่าว


            “พวกเราจะดูแลนายน้อยเป็นอย่างดีขอรับ  ท่านผู้นำโปรดวางใจ” ไป่ชิกล่าวขึ้น


            “ข้าว่าไป่ฉีน่าจะดูแลพวกเจ้ามากกว่า” ไป่ชิงหยางแค่นหัวเราะ


            พร้อมกับเสียงของคนในตระกูลต่างหัวเราะไป่ชิกับไป่เชอะ  ไป่ฉีมีความสามารถราวเทพเซียนจุติ  จำเป็นต้องให้คนระดับราชันย์ 2 คนเป็นคนคุ้มกันงั้นเหรอ  เรื่องนี้น่าขำเกินไปแล้ว


            “ได้เวลาเดินทางแล้ว  ไปกันเถอะ” ไป่ฉีขยับมือเพียงเล็กน้อย  อากาศด้านหลังของเขาก็เกิดการบิดเบี้ยวขึ้น  ก่อนที่ไป่ชิ  ไป่เชอะ ไป่โม่ลี่และไป่ฉีจะเดินเข้าไป  เพียงพริบตาอากาศที่บิดเบี้ยวก็กลับสู่ความว่างเปล่าอีกครั้ง


            “ท่านผู้นำ  ไป่ฉีช่างเหมาะจะขึ้นเป็นผู้นำตระกูลไป่ยิ่งนัก  ทั้งความรู้  ความสามารถ  ดูเหมือนว่าโม่ลี่กับไป่ฉีจะชอบพอกัน  ท่านต้องการหมั้นโม่ลี่ให้กับไป่ฉีหรือไม่” หลันฟู่รีบเสนอหน้ามาทันที


            “หึ หลันฟู่  บุตรีเจ้าทำเพื่อตระกูล  หาได้ชอบพอในตัวหลานชายข้าไม่  แต่ตัวเจ้ากลับทำทุกอย่างเพื่อผลประโยชน์ของตนเอง  ช่างน่ารังเกียจยิ่งนัก  จะไม่มีการหมั้นเกิดขึ้น  หากจะมีก็ต้องให้ไป่ฉีมาบอกกับข้าเองเท่านั้น” ไป่ชิงหยางเหล่มองหลันฟู่เพียงเล็กน้อยก่อนจะเดินจากไป


            'ผู้อาวุโสลำดับที่ 1 คอยระวังนางเอาไว้  นางเป็นคนมีลักษณะนิสัยคล้ายผู้อาวุโส 5  นางต้องคิดหาทางทำอะไรที่ไม่ดีแน่ ๆ' ไป่ชิงหยางส่งปราณสื่อสารไปหาผู้อาวุโสลำดับที่ 1


            'ทราบแล้วขอรับ' ผู้อาวุโสลำดับที่ 1 ตอบรับ


            ที่บ้านของไป่ฉีในเมืองหลวง

            ภายในบ้านเกิดอากาศบิดเบี้ยวขึ้น  ก่อนจะมีร่างของไป่ชิ  ไป่เชอะ  ไป่โม่ลี่และไป่ฉีปรากฏออกมาจากอากาศที่บิดเบี้ยวนั้น


            “ว้าว” เสียงของไป่ชิ  ไป่เชอะ และไป่โม่ลี่ร้องออกมาพร้อมกัน  เมื่อไป่ฉีปรบมือเพียงครั้งเดียว  ทั้งบ้านก็พลันสว่างขึ้น


            “บ้านของนายน้อยช่างใหญ่โตกว่าเรือนของท่านไป่ชิงหยุนเสียอีกขอรับ” ไป่ชิมองไปรอบ ๆ ด้วยความตื่นเต้น


            “ดูล้ำสมัยจริง ๆ ขอรับ  การได้อยู่ที่นี่เป็นบุญของข้าจริง ๆ” ไป่เชอะกล่าว


            “เก้าอี้นี้ยัดสิ่งใดลงไปกัน  ทำไมจึงได้นุ่มเยี่ยงนี้” ไป่โม่ลี่ที่ลองนั่งลงบนโซฟา มือก็ลูบไปมาบนโซฟาอย่างสนอกสนใจ


            ไป่ฉีมองทั้ง 3 พร้อมกับความคิดในใจว่า [บ้านนอกเข้ากรุงสินะ] ก่อนที่เขาจะถอนหายใจออกมา  และเริ่มจัดแจงเรื่องห้องให้กับทั้ง 3 คนก่อน


            “ไป่ชิกับไป่เชอะ  ห้องนอนข้างล่าง 1 ห้องเป็นของพวกนาย  ส่วนโม่ลี่  เนื่องจากเธออยู่คนเดียว  ห้องนอนสำหรับแขกจะยกให้เธอใช้ไปก่อน” ไป่ฉีกล่าว


            “รับทราบขอรับ/เจ้าค่ะ นายน้อย” ทั้ง 3 คนรับคำ


            จากนั้นไป่ฉีได้ใช้วิชาของเขาถ่ายทอดความรู้และสามัญสำนึกของคนในโลกภายนอกให้  พร้อมกับยังกำชับให้หัดพูดภาษาที่คนภายนอกใช้กันแทน  เพราะภาษาที่คนในตระกูลไป่ใช้นั้นมันโบราณเกินไป  นอกจากนี้ไป่ฉียังได้บอกถึงสมาคมการค้าตะวันจันทราที่เป็นแหล่งซื้อขายแลกเปลี่ยนของชาวยุทธ์  การประมูลสินค้า  รวมไปถึงขั้วอำนาจอย่างพวกตำหนักเทพและเสาหลักของยุทธภพ  สุดท้ายคือศัตรูของพวกชาวยุทธอย่างพรรคตะวันดับด้วย


            ไป่ฉีได้ให้ทั้ง 3 คนไปเก็บของใช้ส่วนตัวให้เรียบร้อยก่อน  จากนั้นเขาก็ได้มอบเงินจำนวนหนึ่งไว้ให้ทั้ง 3 คน  โดยให้บริหารจัดการกันเอาเอง  ส่วนเรื่องเสื้อผ้าของทั้ง 3 คน  ไป่ฉีได้ทำการวัดไซส์และขนาดให้  ส่วนของโม่ลี่  เขาได้ให้นางวัดขนาดของนางเอง


            “เรื่องเสื้อผ้าจะจัดการให้  ระหว่างนี้ย่อยข้อมูลที่ผมให้ไปก่อนก็แล้วกัน” ไป่ฉีกล่าวจบก็หายตัวไปจากด้านหน้าของทั้ง 3 คนทันที


            ที่ห้องเช่าของครอบครัวไป่ฉี

            ไป่ฉีมาปรากฎตัวหน้าห้อง  เขาไขกุญแจเข้าไปก็พบว่าตอนนี้ยังไม่มีคนอยู่  คาดว่าพ่อกับแม่ของเขาน่าจะไปออกกำลังกาย  ส่วนเมิ่งชิงชิงน่าจะอยู่ในช่วงดูแลเด็กใหม่ในบริษัทอยู่  ไป่ฉีจึงเดินไปจัดเอาเสื้อผ้าของตนเข้าที่ให้เรียบร้อย


            “เอาล่ะ  ระหว่างนี้เขียนหนังสือรอดีกว่า” ไป่ฉีหยิบเอาสมุดเล่มเล็กที่เขาไว้เขียนนิยายออกมาแต่งต่อจากที่เขาเขียนค้างเอาไว้  นอกจากนี้เขายังนัดปู่ซีหลัวทานข้าวในวันพรุ่งนี้อีกด้วย


            เมื่อถึงช่วงเย็นพ่อกับแม่ของไป่ฉีก็กลับมา  ไป่ชิงหยุนเข้ามาจับตามตัวของลูกชายตน  เมื่อพบว่าไป่ฉีไม่ได้รับบาดเจ็บหรือมีแผลอะไรก็โล่งอก


            “ไอ้ลูกชาย  ปลอดภัยกลับมาก็ดีแล้ว  สรุปว่าปู่แกว่ายังไงบ้าง” ไป่ชิงหยุนถาม


            “ปู่จะให้ผมสืบทอดตำแหน่งผู้นำตระกูลต่อครับ  ผู้อาวุโสในตระกูลต่างก็เห็นด้วย” ไป่ฉีตอบ  แต่เขาไม่ได้พูดเรื่องที่ตัวเองสังหารผู้อาวุโสไป 4 คนออกไป


            “แล้วแกกับชิงชิงจะเอายังไง  กฎตระกูลนั่นยุ่งยากมากนะ” ไป่ชิงหยุนถามด้วยความกังวล


            “ไม่เห็นยากเลย  ถ้าผมขึ้นเป็นผู้นำตระกูล  ผมแค่ยกเลิกไอ้กฎบ้า ๆ นั่นก็สิ้นเรื่อง” ไป่ฉีตอบ


            “แกไม่เป็นวรยุทธ์  จะไปสู้รบปรบมือกับพวกตาแก่หัวโบราณพวกนั้นได้ยังไงกัน” ไป่ชิงหยุนกล่าว


            “แล้วพ่อคิดว่าปู่จะยอมตั้งผมขึ้นเป็นผู้สืบทอดตำแหน่งผู้นำเพราะวิชาความรู้ของผมอย่างเดียวเหรอครับ  ตระกูลไป่แต่ไหนแต่ไรมาก็ยึดถือเอาความแข็งแกร่งเป็นที่ตั้งนั่นน่ะ” ไป่ฉีกล่าว


            “หรือว่าแกฝึกพลังปราณ  เป็นไปไม่ได้  พ่อไม่ได้สอนแกนี่นา” ไป่ชิงหยุนกล่าว


            “มีชายแก่คนหนึ่งสอนผมครับ  ตั้งแต่ที่ผมเจ็บปางตายคราวนั้น” ไป่ฉีแต่งเรื่องแล้วเล่าให้พ่อกับแม่ฟังเพื่อกลบเกลื่อนเรื่องที่เขาเป็นวิญญาณเข้ามาอยู่ในร่างของไป่ฉีแทนลูกชายแท้ ๆ ของทั้ง 2 คน


            “อย่างงี้นี่เอง  ว่าแต่เรื่องนี้จะบอกหนูชิงชิงไหมจ๊ะ” ไป่เหลียนฮวาถาม


            “คงอีกสักพักนึงครับ  อ้อ  บ้านที่เมืองหลวงตอนนี้มีคนตระกูลไป่มาอยู่ 3 คน  มีไป่ชิกับไป่เชอะ พวกเขาได้รับคำสั่งจากปู่ให้มาคอยดูแลผม  นอกจากนี้พวกงานทำความสะอาดพวกเขาจะเป็นคนจัดการครับ  แม่จะได้ไม่ต้องเหนื่อย  ส่วนอีกคนคือไป่โม่ลี่  เธอขอตามออกมาเพื่อศึกษาหาความรู้จากโลกภายนอกแล้วนำกลับไปสอนคนในตระกูลที่ตอนนี้ล้าหลังจนจะกลายเป็นมนุษย์ถ้ำอยู่แล้ว  ยังไงผมฝากพ่อกับแม่ช่วยจัดการเรื่องเอกสารให้กับเธอด้วย  แล้วก็รบกวนเรื่องพาเธอเข้าเรียนในหลักสูตรพื้นฐาน  เรื่องค่าใช้จ่ายผมจะออกให้เองครับ” ไป่ฉีกล่าว ซึ่งพ่อแม่ของเขาก็รับปากเรื่องนี้


            ทั้ง 3 คุยกันเรื่องแผนการพัฒนาตระกูลไป่ของไป่ฉี  จนกระทั่งเมิ่งชิงชิงกลับมา  ทันทีที่เธอเห็นไป่ฉี  เธอก็วิ่งเข้ามาโถมตัวใส่ด้วยความดีใจ


            “ไป่ฉี  นายกลับมาแล้ว” เมิ่งชิงชิงกล่าว  ส่วนไป่ฉีที่ยังไม่ทันตั้งหลักก็ลงไปนอนแผ่กับพื้นโดยมีเมิ่งชิงชิงทับอยู่บนตัว


            “งั้นพ่อกับแม่ขอตัวก่อนนะ  ตามสบายไม่ต้องเกรงใจนะ” ไป่ชิงหยุนกับไป่เหลียนฮวาพากันเดินเข้าห้องนอนไป  ทำให้ตอนนี้ในห้องก็เหลือแค่ไป่ฉีกับเมิ่งชิงชิง


            ฟอด  เมิ่งชิงชิงไม่รอช้าเธอหอมแก้มของไป่ฉีทันที


            “ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะไป่ฉี  พออยู่ใกล้นายแล้วความเหนื่อยล้าก็แทบจะหายเป็นปลิดทิ้งเลย” เมิ่งชิงชิงกล่าว  หรือเธอรู้สึกไปเองกันนะ  ไม่เจอแค่ไม่กี่วัน  ไป่ฉีดูดีขึ้นอีกแล้ว


            “ผมก็เหมือนกันครับพี่ชิงชิง  ว่าแต่เด็กใหม่ที่ไปดูแลเป็นยังไงบ้างครับ” ไป่ฉีถาม


            “เข้าใจที่คุณฉีฟงบอกเลยล่ะ ว่าได้ดูแลนายเป็นงานสบายที่สุดแล้ว” เมิ่งชิงชิงทำหน้ามุ่ยทันที  เด็กใหม่ที่เธอดูแลไม่ได้เก่งกาจเหมือนกับไป่ฉี  ทำให้เธอค่อนข้างจะต้องคอยสอนเรื่องหลาย ๆ เรื่องให้


            “แล้วเรื่องของพี่ซีโม่เป็นยังไงบ้างครับ” ไป่ฉีถาม


            “ก็ยังคุยกันอยู่นะ  แต่ว่าเขาชอบถามเรื่องแฟนของฉันบ่อย ๆ ประมาณว่าอยากเจอตัว  เพื่อทำความรู้จักอะไรทำนองนั้นแหละ  ซึ่งฉันก็พยายามเลี่ยงล่ะนะ” เมิ่งชิงชิงถอนหายใจ


            “พี่ชิงชิงไปอาบน้ำก่อนเถอะครับ  เดี๋ยวผมทำอะไรให้ทาน” ไป่ฉีกล่าว


            “ฉันกินมาแล้วล่ะ  พอดีเด็กใหม่ชวนน่ะ” เมิ่งชิงชิงกล่าว


            “หือ แล้วเป็นผู้ชายหรือผู้หญิงล่ะครับ  เด็กใหม่เนี่ย” ไป่ฉีหรี่ตามอง  ทำให้เมิ่งชิงชิงหัวเราะขึ้น  เธอเพิ่งเคยเห็นไป่ฉีหึงเธอแบบนี้เป็นครั้งแรก


            “เป็นผู้หญิง  เธอชื่อ อลิซ  ก่อนหน้านี้เธอเป็นโรคที่ทางการแพทย์ไม่สามารถระบุได้  มีอาการท้องร่วงรุนแรง  แต่หลังจากหายแล้ว  พบว่าสุขภาพและผิวพรรณเธอดูดีขึ้นมาก ๆ ตอนนี้หมอยังคงนัดไปตรวจอยู่เรื่อย ๆ  เพื่อป้องกันโรคกำเริบ และเพื่อเก็บข้อมูลนำไปวิจัยว่าทำไมหลังจากหายแล้วสุขภาพกับผิวถึงดีขึ้นมากขนาดนั้น” เมิ่งชิงชิงอธิบาย


            “งั้นเหรอครับ  ว่าแต่พี่ชิงชิงจะจับกดผมแบบนี้เหรอครับ” ไป่ฉียิ้มเจ้าเล่ห์


            เมิ่งชิงชิงที่ได้สติจึงพยายามจะลุกขึ้นแต่ก็ถูกไป่ฉีรวบเอวเอาไว้  ก่อนจะใช้มืออีกข้างจับที่ท้ายทอยของเธอลงมาให้ใกล้กับหน้าของเขา


            “อืม” ไป่ฉีประทับจูบของเขาอย่างแผ่วเบากับริมฝีปากของเมิ่งชิงชิง  ทั้ง 2 คนแลกจูบกันอยู่ครู่หนึ่งจึงผละออกจากกัน


            “แฮก แฮก” เมิ่งชิงชิงหอบหายใจเข้าออก  เธอยังไม่ชินสักทีกับการจูบกับไป่ฉี  ชายหนุ่มดูจะชำนาญเรื่องนี้มากกว่าเธอเสียอีก  ยังไม่ทันที่เธอจะได้คิดอะไรมากไปกว่านี้  เธอก็ถูกช้อนขึ้นมาในท่าอุ้มเจ้าหญิง


            “ว๊าย ไป่ฉีนายจะทำอะไรน่ะ” เมิ่งชิงชิงที่อยู่ในอ้อมแขนของไป่ฉีถามขึ้น


            “ไม่เห็นต้องถามเลยครับ  ผมยังไม่ได้อาบน้ำเลย  เพราะจะรออาบกับพี่ชิงชิงไง” ไป่ฉียิ้มขึ้นก่อนจะอุ้มเมิ่งชิงชิงเดินเข้าไปในห้องน้ำ


            “เดี๋ยวสิ  ฉันยังไม่ได้เตรียมใจเลย  ม่ายยยยยย” เมิ่งชิงชิงร้องขึ้น


            คืนนั้นเมิ่งชิงชิงยังคงใช้ไป่ฉีเป็นเตียงอโรม่า  ทำให้เธอนอนหลับได้สนิทในรอบ 3 วันที่ผ่านมา  ส่วนไป่ฉีนั้นก็นอนกอดเธอไว้ในอ้อมแขนของเขาก่อนจะผลอยหลับไป  โดยไม่รู้เลยว่าจะเกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้นในเช้าวันถัดมา


            เช้าวันรุ่งขึ้น  สมาร์ทโฟนของเมิ่งชิงชิงดังขึ้น  เธอจึงลุกขึ้นไปรับสาย  เมื่อเห็นว่าเป็นเบอร์ปู่ของเธอ  จึงรีบกดรับทันที


            “สวัสดีค่ะปู่  มีอะไรรึเปล่าคะ” เมิ่งชิงชิงถาม


            [รีบมาโรงพยาบาลด่วนเลย  ตาแก่ซีหลัวเข้าโรงพยาบาล] เสียงของปู่เมิ่งดูรีบร้อนมาก


            “เกิดอะไรขึ้นคะ” เมิ่งชิงชิงถามขึ้นด้วยความตกใจ  ส่วนไป่ฉีที่มีประสาทหูดี  เขาลุกขึ้นทันที  ก่อนจะเดินเข้ามาหาเมิ่งชิงชิง


            “เกิดอะไรขึ้นกับปู่ครับ  ทำไมไม่โทรหาผม” ไป่ฉีถาม


            [ไป่ฉีเธอก็อยู่ด้วยเหรอ  เห็นว่าเธอไปเข้าป่า  นี่กลับมาแล้วงั้นเหรอ  เดี๋ยวรีบมาที่โรงพยาบาลที่เข้ารักษาตัวคราวก่อนเลยนะ  ตอนนี้ตาแก่นั่นอยู่ห้อง ICU หมอบอกว่าแม้อาการจะยังทรงตัว  แต่ก็พร้อมจะทรุดลงได้ทุกเมื่อ] เมิ่งตงอธิบายสถานการณ์ให้ไป่ฉีฟัง


            ไป่ฉีถามรายละเอียดอีกเล็กน้อย  ก่อนจะรีบให้เมิ่งชิงชิงเข้าไปอาบน้ำ  ตามด้วยตัวเขาที่เข้าไปอาบน้ำต่อจากเธอ  เขาได้แต่คิดว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่  การจ่ายยาของเขาไม่น่าจะผิดพลาดนี่นา


            เมื่อไปถึงที่โรงพยาบาล  ไป่ฉีเห็นเมิ่งตงกำลังชี้หน้าดุซีโม่อยู่  แม้จะใช้เสียงเบา  แต่น้ำเสียงกดต่ำดูเอาเรื่องทีเดียว


            “ปู่คะ  หนูมาแล้ว” เมิ่งชิงชิงกล่าว


            “โอ้  มาซะที  รีบเข้าไปเยี่ยมตาเฒ่าซีเถอะ” เมิ่งตงกล่าว


            “นี่มันเกิดเรื่องอะไรขึ้นครับ  ทำไมปู่ซีหลัวถึงอาการหนักขนาดนี้” ไป่ฉีถาม


            “เฮ้อ  เมื่อคืนนี้ซีโม่ชวนผู้หญิงไปดื่มเหล้าเป็นเพื่อน  สุดท้ายไปมีอะไรด้วย  พอเขาโทรบอกซีหลัว  ตาแก่นั่นก็ช็อกแล้วน่าจะหงายหลังหัวฟาดพื้นน่ะสิ” เมิ่งตงชี้ไปที่ซีโม่ด้วยอารมณ์กรุ่นโกรธ


            “นาย....  ช่างเถอะ  ขอฉันไปเยี่ยมปู่ซีก่อน” เมิ่งชิงชิงกล่าวจบก็เดินเข้าไปยังห้องเปลี่ยนเสื้อ  ก่อนจะเข้าไปยังห้อง ICU

    “ปู่  ผมขอโทษ” ซีโม่พึมพำเบา ๆ  เมิ่งตงนั่งลงข้าง ๆ โอบไหล่ของซีโม่ไว้


            “ทำใจเถอะ  ถ้าตาแก่นั้นไม่อยู่  ฉันจะจัดการเรื่องของแกแทนตาแก่นั่นเอง” เมิ่งตงข่มอารมณ์ และเริ่มปลอบซีโม่


            “ขอบคุณมากครับ” ซีโม่หลั่งน้ำตาออกมา  เขาไม่คิดว่าการโทรบอกเรื่องนี้กับปู่ของเขาจะทำให้ปู่ของเขาต้องมาอยู่ในสภาพนี้

    _____________________________

    ฝากเพจนิยายด้วยนะครับ