ณ หน้าประตูคฤหาสน์ของเพนนี
เมื่อรถของธนาวินทร์จอดหน้าคฤหาสน์ของเพนนี เมื่อถึงสถานที่พักอาศัย เธอจึงกล่าวขอบคุณและบอกลาแฟนหนุ่ม ก่อนจะก้าวลงจากรถด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ตอนที่เดินเข้ามาภายในคฤหาสน์พบว่าภาสพงษ์มานั่งรออยู่ในห้องรับแขก
"รอฉันทำไมจ๊ะนายพงษ์"
"แหม่! คุณเพนนีเดินเข้าบ้านอารมณ์ดีมาเชียว ไม่เรียกไอ้พงษ์ แสดงว่าความรักยังหวานเหมือนเดิม"
"ก็แน่ล่ะ คนรักกันเคยได้ยินมั้ย ยามแรกรักน้ำต้มผักก็ยังหวาน"
"แต่เขาบอก ต่อไปมันจะขมนะครับ คุณระวังเถอะ ผมเห็นวี่แววไอ้ความขมแล้วมาจากหลายทางเชียว"
"พูดมาก มาทำให้ฉันอารมณ์เสียทำไม ดึกแล้วยังนั่งหัวโด่อยู่ได้ ทำไมไม่ไปนอน"
"ก็คุณเพนนีบอกได้ยินเสียงิญญาผู้หญิง ผมจะกล้าหลับลงได้ยังไงครับ"
"ทำตัวปอดแหกไปได้ ตัวใหญ่อย่างกะควาย ฟ่งเอ๋อก็พอตัวๆ กันกับฉัน จะเอาแรงที่ไหนไปทำร้ายั์แบบนายได้ แค่นี้ก็คิดไม่ออกรึไง แกโง่จริงแน่ๆ"
"แหม่! ใครจะไปรู้ล่ะครับ เห็นคุณเพนนีบอกมีิญญาผู้หญิง ยิ่งหน้าตาเหมือนคุณเพนนีอีก ผมยิ่งกลัวเข้าไปใหญ่"
เพนนีได้ยินภาสพงษ์กล่าวแบบนั้นจึงหยิบกระเป๋ามาฟาดแล้วด่า
"ไอ้บ้านี่ ถ้าฉันไม่ฟาดไม่ตีแก ตกดึกแกจะนอนไม่หลับใช่มั้ยไอ้พงษ์ นี่ฉันคงเลี้ยงแกให้โตมาด้วยลำแข้งสินะ ถึงชอบให้ฉันตีฉันด่าตลอด"
"ผมก็เปล่าสักหน่อย คุณเพนนีเอะอะก็ตีเอะอะก็ด่าผม นะวังเถอะครับ เดี๋ยวเกิดไปวีนแตกในคุณธนาวินทร์เข้า เขาเห็นท่าทางจะใ นึกว่านางฟ้าที่เขาเห็นมันไม่มีอยู่จริง เดี๋ยวเขาจะขอเลิกเอา"
"อรั้ยยยยย ไอ้พงษ์หยุดพูดคำว่าเลิกเลย แค่วันนี้ต้องปะทะคุณหญิงแม่และยัยลูกแพร์ ฉันก็เหนื่อยพออยู่ละ นี่ต้องมาเจอยัยน้ำกรดดาริกาอีก ทำเป็แอ๊บใส ฉันล่ะไม่ชอบ ขอพูดเลยนะไอ้พงษ์ นี่มันวันบ้าอะไรกัน เกิดมาตายมานับกี่สิบปีก็ไม่เคยเจอ วันรวมคนแห่งความป่วนประสาท"
"ก็จริงครับ ชาตินี้มันแปลกๆ จริงนั่นแหล่ะ ั้แ่การปรากฏของแหวนนี่กับคุณฟ่งเธอ แต่วันนี้ผมว่าคุณเพนนีก็ดูสนุกดีนะครับ ได้ต่อปากต่อคำแถมด่าคนด้วย"
"สนุกกับผีน่ะสิไอ้พงษ์ ฉันเหนื่อยจะแย่ เหนื่อยก็เหนื่อยแต่คาแรกเตอร์นางเอกก็ต้องคีพลุคเอาไว้ อยากปรี๊ดก็กลัวคุณธนาเสียหน้า"
"ทำเหมือนวันนี้คุณไม่ปรี๊ดงั้นแหล่ะ ผมเห็นคุณยืนจิกคุณดาริกาเธอยิ่งกว่าพวกแม่ไก่จิกข้าวเปลือกอีก"
"โอ้โห แกเปรียบเทียบต่ำไปรึเปล่าจ๊ะ สัตว์พวกนั้นมันเทียบกับคุณนายเพนนีแบบฉันได้หรอ เทียบทั้งทีก็หัดเทียบกับพวกนางเอกสิ ถ้าจะบอกนะก็เหมือนกับว่า วันนี้ฉันเนี่ยเป็นางเอกนะจะบอกให้ นางเอกที่ต้องสู้กับพวกนางร้าย จะร้ายเปิดเผยหรือร้ายเก็บเงียบ ฉันก็ต้องสู้"
"จะบอกว่าตัวเองเป็นางเอกสู้คน ผมว่าคุณเนี่ยนางร้ายชัดๆ"
"นี่ จะหยุดว่าฉันหรือไม่หยุด ไม่งั้นถ้าแกยังไม่หยุด ฉันให้ฟ่งเอ๋อไปตามหลอกแกแน่ ระวังเถอะขับรถกลับบ้านมาดึกๆ จะไม่ได้กลับมาคนเดียว ว๊ายยยยยย ระวังไว้เถอะ เวลายัยแตง ป้าวรรณ หรือนายก้องเกียรติเจอนายจะบอกว่า นั่นใครคะเกาะหลังคุณภาสพงษ์กลับมาด้วย ไปแอบดูใครและเขาติดตามกลับมาคะเนี่ย ว๊ายๆๆๆๆๆ ฮ่าๆๆๆๆ"
เพนนีว่าแล้วก็เล่นละครพูดหลอกให้ภาสพงษ์กลัวจากนั้นเธอจึงเดินขึ้นบันไดไปอย่างคนมีความสุขที่ได้ระบายอารมณ์
ขณะที่เพนนีเมื่อขึ้นมาถึงห้องนอน อวี๋เฟิงฟ่งก็ปรากฏตัว เพนนีเห็นจึงบอกห้าม
"หยุดเลยนะฟ่งเอ๋อ วันนี้มีอะไรไม่ต้องพูดแล้ว เก็บไปคุยพรุ่งนี้ ฉันเหนื่อยมาทั้งวันละ จะเป็ลม ไม่ได้ๆ ต้องไปอาบน้ำก่อนจะมานอนแบบนี้สกปรก" แน่นอนว่าประโยคหลังหญิงสาวพูดกับตัวเอง
ในขณะที่อวี๋เฟิงฟ่งเมื่อได้ยินเธอจึงพึมพำคนเดียว
"เฟยเฟย เ้านี่นะ ข้าบอกเลยว่าต่อให้จะเปลี่ยนไปกี่ชาติความเป็เฟยเฟยก็ยังคงเหมือนเดิม ไม่เคยเปลี่ยนไปเลย ในเมื่อเ้าเหนื่อย ข้าก็จะให้เ้าพักแล้วกัน ข้าสงสารเ้าเสียจริง ไม่รู้ว่าอนาคตจะต้องเจอกับสิ่งใดอีก แต่ยังไงข้าก็อยู่เคียงข้างเ้าเช่นเดิม" อวี๋เฟิงฟ่งจึงหายตัวไปด้วยน้ำเสียงเอ็นดูน้องสาว
หลายวันผ่านไป เพนนีกับอวี๋เฟิงฟ่ง เมื่อมีเื่อะไรที่ต้องพูดคุยแลกเปลี่ยน พวกเธอก็คุยกันอยู่ในห้องนอนตลอด เพนนีที่อยากรู้เื่ราวความเป็มาก็ซักถาม หากแต่ว่าอวี๋เฟิงฟ่งเอง เมื่อตายแล้วก็จำเื่ราวไม่ได้ว่าตายแบบไหน ตายเพราะอะไร ทำไมถึงตาย ตอนจะตายเป็ยังไง แต่เธอก็จำเื่ราวไม่ได้ รู้แค่ว่าหลังจากไปเยือนจวนหรงไท่กงของตระกูลฉี ที่คุณหนูฉีเหม่ย จึงเลี้ยงขึ้น นี่แหล่ะความทรงจำก็เริ่มขาดหายไป อวี๋เฟิงฟ่งได้แต่คาดหวังว่าเพนนีจะสามารถปะติดปะต่อจนต่อเติมเื่ราวที่ขาดหายไปได้ ซึ่งวันนี้ก็ยังคงเป็แบบเดิมเช่นเคย เพนนีพยายามซักถามอวี๋เฟิงฟ่ง เผื่อการถามจะกระตุ้นความทรงจำ ให้เธอจำอะไรได้มากขึ้น แต่ไม่มีอะไรคืบหน้าแม้แต่น้อย
ตอนเช้า ณ บ้านของคุณหญิงเฟื่องทอง
"แม่กาญ เธอหาเบอร์หนูดาให้ฉันรึยัง"
"หาแล้วค่ะคุณหญิง นี่ค่ะเบอร์ของคุณหนูดา"
ป้ากาญผู้เป็คนรับใช้คนสนิท อายุใกล้เคียงกับคุณหญิง เติบโตมาด้วยกันั้แ่ยังเด็ก หากอยู่ในสมัยก่อนที่มีวัง เธอนี่แหล่ะคือต้นห้องอันดับหนึ่ง ต้นห้องผู้เป็คนสนิทที่คุณหญิงเฟื่องทองไว้ใจและเรียกใช้งาน เมื่อคุณหญิงเฟื่องทองสั่งให้เธอหาเบอร์ของดาริกา เธอจึงรีบลงมือทันที
"แม่กาญนี่ทำงานไวใช่เล่นนะ หูตาเป็สับปะรดจริงๆ" คุณหญิงเฟื่องทองชื่นชมกาญด้วยความพึงพอใจ
"คุณหญิงคะ แล้วคุณหญิงจะจัดงานเลี้ยงอะไรดีคะ บ่ายวันนี้"
ที่กาญถามก็รู้ว่าเพราะคุณหญิงเฟื่องทองเป็คนชื่นชอบงานเลี้ยง ชอบแต่งตัวอย่างมาก และเข้าสังคมพบปะพูดคุยกับผู้คน อย่างน้อยงานเลี้ยงต้องจัดขึ้นสัปดาห์ละครั้ง
"งานเลี้ยงน้ำชายามบ่ายแล้วกัน น้ำชาของอังกฤษจะดีกว่ามารับประทานกับขนม วันนี้ฉันขอเป็พวกขนมฝรั่ง ที่เป็มาการอง คุกกี้ มัฟฟิน ไปบอกห้องครัวให้เตรียมให้เรียบร้อยนะ"
"คุณหญิงชอบขนมไทยมากกว่าไม่ใช่หรือคะ ทำไมวันนี้ถึงจะจัดขนมเป็พวกขนมต่างประเทศ"
"ฉันจะจัดงานเลี้ยงนี้ขอบคุณให้หนูดาน่ะสิจ๊ะกาญ เธอเพิ่งกลับมาจากต่างประเทศ ฉันว่านะลิ้นเธอคงคุ้นกับขนมฝรั่งมากกว่า ขนมไทยคงไม่ค่อยถูกปาก"
"คุณหญิงนี่ขนาดเพียงหมายตาคุณหนูดาว่าอยากให้เป็ว่าที่ลูกสะใภ้ ยังลงทุนเอาใจเธอถึงขนาดนี้ กลไม่กลัวคุณหนูเพนนีเธอเสียใจเอาหรือคะ"
ตัวของป้ากาญเองก็ชอบในนิสัยใจคอของเพนนีไม่ใช่น้อย แต่ในเมื่อเ้านายว่ายังไงเธอก็ต้องว่าตามกัน การขัดใจคุณหญิงเฟื่องทองน่ะเื่ใหญ่
"ก็คุณพนิตพรเธอสิ แม่กาญ ฉันน่ะชอบคนเรียบร้อยอ่อนหวานแบบหนูดา เธอก็รู้ พอเห็นหนูดาฉันก็ถูกใจมากอยากจะให้เลิกกับแม่พนิตพรซะให้รู้เื่รู้ราว นี่ก็ไม่รู้ว่าคุณเธอมาทำเสน่ห์อะไรใส่ลูกชายฉันทั้งคู่และคนบ้านนี้เอาไว้ ถึงชอบใจในตัวเธอกันจัง คอยดูเถอะถ้าฉันพาหนูดาเข้าบ้านมา พวกเธอจะชอบหนูดามากกว่านี้อีก เธอว่ามั้ยล่ะ"
"คุณหญิงว่ายังไง กาญก็ว่าตามคุณหญิงเหมือนกันค่ะ แล้วงานเลี้ยงวันนี้จะให้กาญโทรแจ้งคุณหญิงท่านอื่นๆ เหมือนเดิมเลยใช่มั้ยคะ"
"คุณหญิงคนเดิมเหมือนครั้งที่แล้วเลยนะ อ้อ! ฉันฝากกาญโทรหาแม่พนิตพรด้วย แจ้งให้เธอทราบว่าวันนี้มีงานเลี้ยงน้ำชา ฉันอยากให้เธอมาจะได้เห็นว่าฉันพอใจในตัวหนูดามากกว่าเธอ เธอจะได้สำนึกตัวเสียบ้าง ต่อปากต่อคำกับฉันตลอดเวลา มีลูกสะใภ้แบบแม่พนิตพร บ้านคงร้อนเป็ไฟ ฉันปวดหัวแย่" คุณหญิงเฟื่องทองว่าแล้วก็เอามือจับหัว
"แม่กาญ เธอไปแจ้งทุกคนแล้วกัน ส่วนหนูดาเดี๋ยวฉันแจ้งเธอเอง รีบๆ เข้าล่ะ "
เมื่อกาญเดินออกไปแจ้งทุกคน คุณหญิงเฟื่องทองจึงโทรหาดาริกา
"หนูดา สวัสดีจ่ะ จำป้าได้มั้ย"
ดาริกาที่รอมานานว่าคุณหญิงเฟื่องทองจะติดต่อเธอเมื่อไหร่ เมื่อคุณหญิงโทรมาเธอจึงดีใจเป็อย่างมาก น้ำเสียงจึงมีแต่ความยินดี
"สวัสดีค่ะคุณป้า ดาด้าไม่เคยลืมคุณป้าเลยนะคะ ยังจำคุณป้าได้เสมอ วันนี้คุณป้าโทรมาหาดาด้ามีเื่รบกวนอะไรหรือเปล่าคะ หรือ้าให้ดาด้าไปตรวจเช็คสุขภาพให้ คุณป้าไม่สบายหรือเปล่าคะ"
คุณหญิงเฟื่องทองเมื่อได้ยินจึงรู้สึกว่ามีคนคอยเป็ห่วงเป็ใย และชอบใจในความน่ารัก ความกระตือรือร้นของดาริกา จึงตอบกลับเธอไปด้วยน้ำเสียงเอ็นดู
"หนูดา ไม่มีอะไรหรอกลูก วันนี้หนูว่างใช่มั้ยลูก"
"ว่างค่ะคุณป้า"
"เดี๋ยวป้าให้รถไปรับหนูดาที่บ้านนะลูก หนูดาบอกทางมาแล้วกัน ป้าอยากให้หนูดามางานเลี้ยงน้ำชาตอนบ่ายวันนี้ ป้าล่ะกลัวว่าหนูดาจะติดทำงาน คนเป็หมอน่ะยุ่งยากมากนะลูก"
"พอดีดาด้ายังไม่ได้ยื่นใบสมัครไปที่ไหนสักทีเลยค่ะ กำลังว่างไม่มีอะไรทำ "เมื่อพูดจบดาริกาจึงบอกทางมาบ้านของเธอให้คุณหญิงเฟื่องทองรับรู้
เมื่อได้ยินทางไปบ้านดาริกา คุณหญิงเฟื่องทองก็ได้แต่คิดในใจว่า
"เอ๊ะ! แปลกใจ ทำไมซอยบ้านหนูดาคุ้นๆ เหมือนเคยได้ยินมาก่อน แต่คงแค่คล้ายมั้ง ไม่น่ามีอะไร"
คุณหญิงจึงตอบกลับดาริกาไปว่า
"เดี๋ยวป้าให้คนไปรับนะหนูดา วันนี้ป้าอยากให้หนูใส่ชุดสีชมพู ใส่มาเป็ชุดเข้าคู่กันกับป้า หนูมีใช่มั้ยลูก"
"ดาด้ามีค่ะคุณป้า คุณป้าออกปากขนาดนี้ ดาด้าจะแต่งให้สวยที่สุดเลย เดี๋ยวหนูขออนุญาตไปแต่งตัวก่อนนะคะคุณป้า สวัสดีค่ะ"
วางสายจบดาริกาจึงออกไปหาขุดด้วยความอารมณ์ดี ที่รู้ว่าอย่างน้อยคุณหญิงก็อยู่ข้างเธอ ด้านคุณหญิงก็ยิ้มอย่างอารมณ์ดี
คฤหาสน์ของเพนนี
ในเวลาเดียวกันนั้นเพนนีก็กำลังพูดคุยกับอวี๋เฟิงฟ่งเช่นเดิม แต่ขณะนั้นเองก็ได้มีเสียงเคาะประตูแทรกขึ้นมา
"อะไร ใครมาไม่ทราบจ๊ะ ถ้าจะมารบกวนรออยู่ที่ห้องรับแขก ขอให้รอแบบเงียบๆ ไม่ต้องมาเร่งรัดฉัน ฉันไม่ว่าง"
แตงที่มาเคาะประตูจึงตอบกลับว่า "ไม่มีใครมารอคุณเพนนีค่ะ"
"เอ๊า!! ไม่มีใครมาแล้วจะมาเคาะประตูห้องทำไม หาเื่กวนโมโหฉันหรอเนี่ยยัยแตง มีอะไรก็เข้ามาพูดข้างใน"
แตงจึงเดินเข้ามาภายในห้องของเพนนีแล้วบอกว่า "หนูเปล่ากวนโมโหนะคะคุณเพนนี"
ขณะที่อวี๋เฟิงฟ่งได้ยินจึงบอกให้เพนนีระงับอารมณ์
"เ้าต้องทำใจร่มๆ ก่อนนะเฟยเฟย อย่าเพิ่งวู่วาม บางทีถงฮว๋า อาจจะมีเื่อะไรมารายงานให้เ้าได้ทราบ"
"โอเคๆ ได้ฉันจะใจเย็นๆ" เพนนีจึงระงับอารมณ์ตัวเอง เมื่ออารมณ์เย็น จึงถามกลับ
"ว่ายังไงคะยัยคุณแตง มีอะไรก็รีบบอกเถอะน่ะ ฉันอยากรู้"
"เมื่อกี้มีโทรศัพท์เข้ามาค่ะ เป็ผู้หญิง เธอบอกว่าเธอคือ ป้ากาญ คนรับใช้บ้านคนสนิทของคุณหญิงเฟื่องทอง วันนี้คุณหญิงจัดงานเลี้ยงน้ำชายามบ่ายค่ะ เธออยากให้คุณเพนนีไปพบ"
"โอ๊ย คุณแม่ก็แปลกนะ อากาศร้อนขนาดนี้ยังมีอารมณ์จิบน้ำชา" แน่นอนว่าประโยคนี้เธอคิดในใจ เมื่อคิดเสร็จจึงหันไปตอบแตงว่า
"โอเค ฉันรับรู้ เดี๋ยวฉันไป แตงไปบอกนายก้องเกียรติให้เตรียมรถด้วย ขอเสริมสวยก่อนเดินทาง"
"ได้ค่ะ" แตงพูดเสร็จเมื่อได้รับคำสั่งจึงรีบลงบันไดไปแจ้งนายก้องเกียรติ
ขณะที่ในห้องเพนนีจึงคุยกับอวี๋เฟิงฟ่ง
"เฟยเฟย ไหนเ้าว่าคุณหญิงแม่ของคนรักเ้าไม่ชอบใจในตัวของเ้า แล้วเหตุใดเธอจึงมาชวนเ้าไปเข้าร่วมงานเลี้ยงเล่า แถมยังเป็งานเลี้ยงน้ำชาอีกด้วย เ้าระวังตัวไว้ให้ดี อาจมีอะไรไม่ชอบมาพากล"
"ขอบใจฟ่งเอ๋อนะที่เป็ห่วงฉัน แต่ฟ่งเอ๋ออย่ากังวลเลย ต่อให้คุณหญิงแม่จะมีไม้เด็ดอะไร คนอย่างเพนนีไม่เคยกลัวใคร"
"ข้ารู้ว่าเ้าเก่งเฟยเฟย แต่ข้าก็อยากเตือน ให้เ้าระวังตนเองให้ดี เพราะเราไม่ได้ล่วงรู้เหตุการณ์ในอนาคต ข้าอยากใช้เ้าใช้สติมากกว่าอารมณ์นะเฟยเฟย เ้าเข้าใจที่ข้าพูดใช่หรือไม่"
"แหม่! ฟ่งเอ๋อ ฉันก็โตแล้วนะ ทำไมจะไม่เข้าใจ เอาเป็ว่าฉันรู้ทุกอย่างที่ฟ่งเอ๋อเตือน ต่อจากนี้ฉันจะทำตามที่ฟ่งเอ๋อบอก โอเคมั้ย"
"ในเมื่อเ้ารับปาก ข้าก็เบาใจ"
"นี่แต่ฉันสงสัยนะตกลงฟ่งเอ๋อเป็พี่สาวฝาแฝดจริงหรือเปล่า สั่งฉันสอนฉันไม่ต่างจากแม่ ฮ่าๆๆๆ"
"หัวเราะอะไรกันขนาดนั้นเฟยเฟย ไม่งามเอาเสียเลย ข้าก็เป็พี่สาวเ้าดังเดิม แต่ทว่าเมื่อพูดถึงท่านแม่ ข้าเองก็จำไม่ได้เสียด้วยซ้ำ เื่ราวทุกอย่างมันเลือนรางไปเสียหมด ที่ข้าจำได้ก็มีแต่เ้านี่แหล่ะที่ตายเคียงข้างกายของข้า"
"นี่มันตำนานรักของสองพี่น้องชัดๆ เลยนะฟ่งเอ๋อ" เพนนีพูดด้วยอารมณ์ขัน
"ยังจะมามีอารมณ์หัวเราะอีกนะเฟยเฟย อย่างที่ข้าสังหรณ์ใจ เ้าเองก็ต้องเตรียมตัว ข้าว่างานเลี้ยงวันนี้ไม่ได้เรียบง่ายแน่"
"ก็จริงเหมือนที่ฟ่งเอ๋อบอกนั่นแหล่ะ คุณแม่ขาเคยทำอะไรเรียบๆ ง่ายๆ ซะที่ไหน แต่ต้องมีเื่อะไรแอบแฝง ร้อยวันพันปีไม่เคยเชิญฉันไปงาน อยู่ๆ นึกเฮี้ยนมาเชิญไป ไม่น่าสงสัยก็แปลกแล้ว แต่เชื่อฉันนะฟ่งเอ๋อ ฉันพร้อมรับมือ ถ้ามีอะไรก็โทรหานายพงษ์หรือคุณธนาซะอย่าง ก็เรียบร้อยแล้ว"
"เฟยเฟย เ้าอย่าพึ่งพาผู้อื่นมากเกินไปนะ เกิดวันใดวันหนึ่งถงฝู ไม่ได้ติดตามเ้าไปด้วย เ้าอาจจะเสียใจได้นะ" ถงฝูหรือที่อวี๋เฟิงฟ่งหมายถึงก็คน ภาสพงษ์นั่นเอง
"เอาน่า อย่าเพิ่งตีตนไปก่อนไข้สิฟ่งเอ๋อ ยังไงนายพงษ์ก็ต้องติดตามฉันไปตลอดแหล่ะ นี่ฉันบอกเลยนะ ์เ้าคะ อย่าได้คิดเล่นตุกติกกับเพนนีนะ จะยังไงเพนนีก็ต้องมีนายพงษ์ติดตามไปตลอด ห้ามแยกพวกเรา"
"เ้ากับถงฝูเนี่ย จะดีต่อกันก็ไม่ใช่ จะร้ายต่อกันก็ไม่เชิง เหมือนเป็ทั้งพี่ทั้งน้อง ทั้งคนรักคนชัง จะทะเลาะกันเพียงใดสุดท้ายก็ต้องคืนดีกันอยู่ร่ำไป แล้วฝ่ายที่ขอสงบศึกก่อน ก็ต้องเป็ถงฝูมาตลอด"
"ช่างถงฝูถงเฝอ ไอ้พงษ์มันก่อนเถอะ ฉันไปเตรียมตัวก่อนแล้วกันนะต้องไปงานเลี้ยง ขอคิดชุดก่อนจะใส่อะไรดี ดูท่าแล้วน่าจะไม่มีธีม งั้นฉันใส่สีขาวแล้วกันเรียบๆ แต่ดูดี"
เพนนีที่ไปหาชุดอย่างอารมณ์ดี ไม่ได้รู้เลยว่าความจริงคุณหญิงเฟื่องทองกำหนดธีมเอาไว้แล้วให้มาเป็สีชมพู แต่ธีมนี้เธอบอกกล่าวกับแค่เพียงดาริกาเท่านั้น เพราะอยากให้ทุกคนเห็นว่าเธอเอ็นดูและใจตรงกันกับดาริกามากขนาดไหน